บทที่ 4 ความรักของบิดาพรั่งพรู ท่านพ่อจะขอเป็คนรับใช้!
"ไม่! เป็ไปไม่ได้! กลิ่นอายของเ้า... สร้างรากฐาน? เื่นี้เป็ไปได้อย่างไร?!
สร้างรากฐานในชั่วพริบตา! แถมยังไม่ต้องใช้ยาเม็ดสร้างรากฐานอีกด้วย?
เหตุใดจึงเป็เช่นนี้...
เว้นเสียแต่ว่า... เดิมทีเ้าแสร้งทำเป็อ่อนแอ?"
ซูฉี่เซิ่งมีสีหน้าตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้สิ่งที่เขาเคยเชื่อมั่นพังทลายลงทั้งหมด เขายอมเชื่อว่าหลินม่อแสร้งทำและปกปิดระดับพลังมาโดยตลอด ยังดีกว่าเชื่อว่าในโลกนี้จะมีใครที่สามารถสร้างรากฐานได้ในชั่วพริบตา
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น...
"กลิ่นอายนี้... ไม่มีทางเป็ระดับสร้างรากฐานขั้นต่ำแน่นอน!
หรือจะเป็ขั้นกลาง? ไม่... ไม่ใช่แค่ขั้นกลาง!
หรือว่าจะเป็สร้างรากฐานขั้นสูง?"
ซูฉี่เซิ่งรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
หากเป็ระดับสร้างรากฐานขั้นสูง เขาจะเอาคุณสมบัติอะไรไปปะทะกับอีกฝ่ายตรง ๆ
พลังต่างกันเพียงขั้นเดียวก็ราวกับอยู่คนละยอดเขา
ปีนั้นเขาทำได้เพียงระดับสร้างรากฐานขั้นต่ำ และหลายปีมานี้ระดับพลังของเขาไม่มีความคืบหน้าเลยแม้แต่น้อย
อย่าว่าแต่ขั้นสูงเลย ต่อให้เป็ระดับสร้างรากฐานขั้นกลางระดับหนึ่ง ก็สามารถเอาชนะเขาได้อย่างง่ายดาย!
ในขณะนี้ ภายในหัวของเขาเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย
ทว่า หลินม่อไม่ได้สนใจความคิดของเขาเลยแม้แต่น้อย
ยามนี้พลังปราณทั่วร่างของเขาแข็งแกร่งทรงพลังอย่างยิ่ง
พลังสร้างรากฐานขั้นสูงหมุนวนไม่หยุด พวยพุ่งแรงกดดันมหาศาลออกมาอย่างต่อเนื่อง!
"ตาย!" เขาส่งเสียงคำรามเบา ๆ พลังปราณก็พุ่งทะยานออกมาทันที
ด้วยเคล็ดวิชาของตระกูลซูแบบเดียวกัน แส้พลังปราณเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ
เพียงแต่ว่า มันหนากว่าของซูฉี่เซิ่งเมื่อครู่นี้มาก! และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า!
แส้สีเขียวอ่อนขนาดมหึมาส่งเสียงกังวานราวกับเหล็กกล้าปะทะกัน มันหอบเอาพายุและสายฟ้าโหมกระหน่ำ ฟาดเข้าใส่ซูฉี่เซิ่งอย่างรุนแรง!
ตูม ตูม!
ตูม!
เสียงฉีกอากาศที่แสบแก้วหูและน่าสะพรึงกลัวดังสนั่น
เรือนทั้งหลังสั่นะเืเลื่อนลั่น!
"ไม่!"
ซูฉี่เซิ่งคำรามด้วยความหวาดกลัว พลังปราณะเิออกมาทันที หวังจะต้านทานไว้ได้บ้าง แต่ความสามารถของเขาต่ำต้อยเกินไป ไม่สามารถต้านทานการโจมตีเต็มกำลังของหลินม่อได้เลย!
อั้ก!
เสียงกระแทกดังลั่น
ซูฉี่เซิ่งถูกแส้ฟาดจนกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงอย่างแรง ทันใดนั้นเขาก็กระอักเืและหมดสติไป
"นี่น่ะหรือ ระดับสร้างรากฐานขั้นสูง?
สะใจยิ่งนัก!" หลินม่อรู้สึกปลอดโปร่งใจอย่างยิ่ง
เจินเหรินระดับสร้างรากฐานที่เคยอยู่สูงส่ง บัดนี้กลับพ่ายแพ้ต่ออานุภาพแส้เพียงครั้งเดียวของเขา
และั้แ่เขาผูกมัดกับระบบ เวลาผ่านไปเพียงครึ่งวันเท่านั้น! เพียงครึ่งวันก็สามารถกำราบผู้สร้างรากฐานทั่วไปได้อย่างง่ายดาย ถ้าผ่านไปอีกสักสองปี เขาจะไม่ทะยานขึ้นสู่์จากจุดนี้เลยหรือ?
'เฮ้อ... ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณลูกสาวตัวน้อยของข้าจริง ๆ
ไม่ได้การ ต่อไปลูกสาวของข้าต้องเป็ของข้าคนเดียวเท่านั้น!
ต่อให้ทะยานขึ้น์ ข้าก็ต้องพาลูกสาวไปด้วย!
ของดี ๆ ต้องยกให้ลูกสาวก่อนเสมอ'
หลินม่อคิดในใจ พลางเดินตรงไปยังซูฉี่เซิ่งที่หมดสติ
ร่างของซูฉี่เซิ่งนอนแผ่อยู่บนพื้น สภาพดูไม่ได้ราวกับก้อนโคลน เพียงการโจมตีเดียวก็ทำให้เขาสูญเสียสติสัมปชัญญะ
ส่วนหลินม่อนั้นไม่แม้แต่จะชายตาแล และไม่คิดจะรอ
เขาฟาดฝ่ามือลงบนจุดสูงสุดของศีรษะอีกฝ่ายทันที เพื่อส่งอีกฝ่ายไปลงนรก
ในยามที่คนผู้นี้คิดจะฆ่าเขา ก็ได้เลือกทางตายให้ตัวเองแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น
"หึ! บังอาจคิดจะแย่งลูกสาวของข้า! ต่อให้ตายหมื่นครั้งก็ยังไม่พอ!"
หลินม่อแค่นเสียงเย็น ลงมือโดยไม่ลังเลอีกต่อไป เขาค้นตัวอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ถุงผ้าใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
"ถุงเก็บของ!
หึหึ... กำลังกังวลอยู่พอดีว่าไม่มีอะไรจะให้ลูกสาวตัวน้อย
คราวนี้แหละ ของขวัญชิ้นแรกมาถึงแล้ว"
หลินม่อฉีกยิ้มกว้าง เก็บถุงเก็บของไปอย่างไม่ลังเล ส่วนศพของซูฉี่เซิ่ง เขาไม่สนใจไยดี เพียงแค่ซัดพลังปราณลงไปครั้งหนึ่ง ศพนั้นก็กลายเป็ผุยผง
เมื่อกลายเป็เจินเหรินระดับสร้างรากฐาน เขาก็เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น แม้จะไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลซู แต่อย่างน้อยก็มีกำลังพอที่จะปกป้องตนเองได้
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น...
"ไม่มีใครคาดคิดว่า ขยะระดับกลั่นลมปราณขั้นหนึ่งอย่างข้า จะสามารถฆ่าผู้าุโสี่ของตระกูลซูได้
ขอเพียงข้าแสร้งทำเป็โง่เขลาเหมือนปกติ ก็สามารถซ่อนตัวอยู่ในตระกูลซูเพื่อบำเพ็ญเพียรอย่างเงียบ ๆ ได้!
ไม่สิ ต้องบอกว่าอยู่เคียงข้างลูกสาวเพื่อเติบโตไปด้วยกัน
เพื่อให้นางมีความรักของบิดาคอยเคียงข้างในเส้นทางแห่งการเติบโต!"
แววตาของหลินม่อเป็ประกาย
เขากำหนดเป้าหมายไว้ ยามนี้มีระบบอยู่ในมือ สิ่งที่เขาขาดมีเพียงเวลาเท่านั้น
ขอเพียงค่อย ๆ ใช้เวลาร่วมกับซูชิงลั่ว มั่นคงและระมัดระวังเข้าไว้
วันที่เขาจะทะยานขึ้นสู่์ย่อมมาถึงอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว!
ต่อให้ช้าหน่อยก็ไม่เป็ไร จะรีบร้อนจนเกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด
แม้พลังจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ห้ามโอหังจนเกินไป เพราะในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนนั้น มีวิชาที่ไม่อาจคาดเดาได้มากมาย
เหล่าอัจฉริยะนั้นมีมากมายราวกับดวงดาว
หากบังเอิญเจอ 'บุตรแห่งโชคชะตา' ที่มีท่านปู่ลึกลับคอยช่วยเหลือติดตัวมาด้วย ถ้าต้องเผชิญหน้ากันจริง ๆ หลินม่อเองก็คงต้องลำบากไม่น้อย!
อย่าว่าแต่แดนเซียนอันกว้างใหญ่เลย แม้แต่ตระกูลซูเล็ก ๆ แห่งนี้ ดูเหมือนจะไม่เรียบง่ายอย่างที่คิด
"แม้ว่าปัจจุบัน ผู้ที่มีพลังกล้าแข็งที่สุดในตระกูลซูที่เปิดเผยออกมาจะมีเพียงผู้าุโใหญ่ระดับสร้างรากฐานขั้นเก้า
แต่มีข่าวลือว่าอดีตผู้นำตระกูลซูรุ่นก่อนยังคงกักตนบำเพ็ญเพียรอยู่จนถึงตอนนี้
หากข่าวลือเป็จริง ตาแก่นั่นต้องมีระดับพลังแกนทองคำเป็อย่างน้อย และตระกูลซูก็เป็เพียงหนึ่งในสองตระกูลใหญ่ของเมืองชิงอวิ๋น!
สำนักชิงอวิ๋นที่อยู่นอกเมืองชิงอวิ๋นต่างหากที่เป็ั์ใหญ่ที่แท้จริง!"
เมื่อนึกถึงสำนักชิงอวิ๋น สายตาของหลินม่อก็เริ่มเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
วันนี้ซูชิงลั่วบรรลุระดับกลั่นลมปราณขั้นปลาย อย่างมากที่สุดอีกประมาณหนึ่งเดือน สำนักชิงอวิ๋นก็จะมารับตัวคน
เมื่อถึงเวลานั้น หากซูชิงลั่วกลายเป็ศิษย์สำนักชิงอวิ๋น เขาคงยากที่จะได้พบหน้านางอีก
"แบบนี้ไม่ได้นะ จะไม่ให้ข้าได้เจอลูกสาวตัวน้อยเลยหรือ? แล้วข้าจะมอบความรักและความเอาใจใส่ในฐานะพ่อให้นางได้อย่างไร?!
หรือจะ... พาลูกสาวหนีไปเลย?
หรือจะ... ทำลายสำนักชิงอวิ๋นทิ้งซะ?!"
เมื่อคิดถึงตรงนี้ แววตาของหลินม่อก็ฉายแววบ้าคลั่งวูบหนึ่ง แต่ไม่นานก็กลับมาสงบดังเดิม
ไม่ได้!
วู่วามเกินไป!
เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าจะซ่อนตัวบำเพ็ญเพียรอย่างมั่นคงแท้ ๆ
ก่อนอื่น เื่หนีนั้นเป็ไปไม่ได้แน่นอน หากซูชิงลั่วไม่เต็มใจ ค่าความประทับใจอาจลดลงเหลือ -100 แต้ม
เช่นนั้นไม่เท่ากับพังพินาศหรอกหรือ?
ถึงตอนนั้นถ้าระบบปิดตัวลง เขาคงกลายเป็คนธรรมดาที่ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ
ส่วนเื่ทำลายสำนักชิงอวิ๋น...
"ยิ่งเป็ไปไม่ได้เข้าไปใหญ่ ลำพังแค่เซียนแท้ระดับแกนทองคำของสำนักชิงอวิ๋นก็มีอยู่หลายท่านแล้ว
เื้ัอาจจะมีบรรพชนระดับิญญากำเนิด หรือแม้แต่... ผู้บำเพ็ญที่แข็งแกร่งกว่านั้นก็เป็ไปได้!
เพราะในแดนเซียน ตาแก่พวกนี้ถนัดที่สุดคือการซ่อนตัวเพื่อเอาชีวิตรอด!"
หลินม่อสูดลมหายใจลึก ข่มความวู่วามในใจลง
หนีก็หนีไม่ได้ จะสู้ในระยะเวลาอันสั้นก็สู้ไม่ไหว
ในเมื่อเป็เช่นนี้ เขาก็เหลือทางเลือกเพียงทางเดียว
"เอาเถอะ ข้าจะเข้าสำนักไปพร้อมกับลูกสาวตัวน้อยของข้า อืม... ถึงตอนนั้น ต่อให้ข้าต้องแอบปลอมตัวเป็คนรับใช้หรืออะไรก็ช่าง แบบนี้ไม่เพียงแต่จะมั่นคง แต่ยังสามารถมอบความรักอันล้นเหลือของบิดาให้นางได้ตลอดเวลา...
ศิษย์อัจฉริยะกับท่านพ่อที่เป็คนรับใช้? หึหึ..."
หลินม่อหัวเราะเบา ๆ ยิ่งทำให้เขามุ่งมั่นที่จะเข้าสำนักมากขึ้น
เมื่อกำหนดเป้าหมายได้แล้ว หลินม่อก็ไม่ลังเลอีก เขาหยิบถุงเก็บของของซูฉี่เซิ่งออกมาอีกครั้ง
"เื่เข้าสำนักเอาไว้ก่อน ตอนนี้ยังมีเื่ที่สำคัญกว่าที่ต้องจัดการ! นั่นก็คือ... ดูสิว่าตาแก่นี่มีของล้ำค่าอะไรที่ข้าจะเอาไปให้ลูกสาวได้บ้าง!
ให้ลูกสาวของข้าได้ััถึงความรักของท่านพ่ออย่างเต็มที่!"