“ขอกอดหน่อย” เสียงผู้หญิงที่ไพเราะดังขึ้น
ในขณะที่เสียงดังขึ้น มีแขนทั้งสองอ้าออกให้กับชายหนุ่มผมสีเงินที่กำลังนั่งอยู่ข้างหน้าเธอ เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่เย็นชา แต่ไม่นานเขาก็ทำตามที่เธอบอก เขายอมอ้าแขนออกพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย
ในขณะที่เธออยู่ในอ้อมกอดของชายผมสีเงิน เธอกระซิบข้างหูของเขาอย่างแผ่วเบาว่า “ฉันอยากอยู่แบบนี้ตลอดไปจัง”
ชายผมสีเงินกระซิบตอบอย่างอ่อนโยนว่า “เอาสิ เราจะอยู่กันอย่างนี้จนกว่าเธอจะเบื่อ”
“ฉันไม่มีวันเบื่อหรอก” เธอพูดอย่างจริงจังขณะขยับถอยหน้าออกมาทั้งที่ยังกอดอีกฝ่ายอยู่ ก่อนจะพูดอย่างเขินอายเล็กน้อยว่า “แต่อาจจะต้องขอตัวไปห้องน้ำบ้าง”
ชายผมเงินพูดสวนอย่างเย้าหยอกทันทีว่า “ก็ไปกันทั้งแบบนี้แหละ”
“ตาบ้า” เธอตีเขาที่อกเบา ๆ ก่อนจะพูดอย่างเขินอายมากกว่าเดิมว่า “เอางั้นก็ได้”
แล้วชายหนุ่มผมสีเงินก็ส่ายหัว “ไม่เอาด้วยล่ะ เดี๋ยวมันเลอะ”
“ตาบ้า” เธออมลมไปในปากสีหน้าขุ่นเคือง แต่ชายผมเงินไม่สนใจ เขาหัวเราะออกมาแทน จนสุดท้ายเธอก็ร่วมหัวเราะไปกับเขาด้วยเช่นกัน
ปลายฝนหรือองค์หญิงธารารินทร์กำลังยืนหน้าแดงขณะนึกถึงความทรงจำบางอย่าง เธอคิด ‘เป็นเขาหรือเปล่านะ? ถึงว่าได้คุ้นหน้าว่าเคยเห็นที่ไหน ยิ่งตอนผมเขาเปลี่ยนเป็นสีเงิน ยิ่งเหมือนกันเหลือเกิน’
เธอพยายามปรับอารมณ์ลงขณะคิดเพิ่มเติมอย่างจริงจัง ‘ว่าแต่ภาพความทรงจำพวกนี้ทำไมมันถึงเกิดขึ้นเมื่อเราสัมผัสเข้ากับพวกกษาปณ์จักรราศีครั้งแรกกันนะ? หนแรกก็ตอนที่เราได้รับกษาปณ์มีนมา แม้ตอนนั้นเราจะยังเด็กอยู่ แต่มันกลับจดจำมันได้จนถึงเดี๋ยวนี้ และหนล่าสุดก็กับกษาปณ์พฤษภอีก แต่ดูมันไม่ปะติดปะต่อกันเลย ราวกับมันอยู่กันคนละช่วงเวลา หรือมันจะมีอะไรต้องให้มาเชื่อมโยงกันแน่นะ?’
ในใจของเธอเต็มไปด้วยคำถามที่หาคำตอบไม่ได้ เธอพยายามทบทวนภาพความทรงจำทั้งสองในหัวก่อนจะผุดความคิดบางอย่างออกมา ‘ว่าแต่ภาพความทรงจำนี้เป็นของใครกัน? แล้วทำไมถึงมีคนที่ดูเหมือนกับคนที่ชื่ออานนท์ผมสีเงิน เขาเป็นคนคนเดียวกันหรือเปล่านะ? จะเป็นคนเดียวกันได้ยังไง? ในเมื่อเขาก็อายุแทบไม่ต่างกับเรา หรือว่ามันเป็นแค่เรื่องที่เราคิดไม่ก็ฝันไป? หรือว่ามันคือคำทำนายในอนาคต?’
เมื่อคิดได้เช่นนั้นหน้าของปลายฝนก็กลับมาแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
“ขออภัยองค์หญิง พวกเขามาถึงกันแล้ว” ดิเรกเปิดประตูเข้ามาโดยมีเหล่าทีมสองอยู่ด้านหลัง
ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าปลายฝนเป็นคนที่ทั้งงดงามและสง่างามอย่างแท้จริง แม้แต่ตัวดารินเองที่เป็นผู้หญิงด้วยกันยังแทบละสายตาจากความงามของปลายฝนไม่ได้เลย ครั้งแรกที่พวกเขาเจอกับปลายฝน เธออยู่ในชุดลำลอง ทุกคนก็ยังต้องลงหาเห็นว่าเธอทั้งสวยและน่ารัก ยิ่งได้มาเห็นเธอแต่งองค์ทรงเครื่องให้สมกับฐานะเจ้าหญิง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ดารินที่ทุกคนต่างชื่นชมว่าเป็นสาวสวยที่สุดคนหนึ่งยังต้องยอมยกธงขาวในเรื่องความงามให้แก่เจ้าหญิงของเธอ
ในวันนี้ปลายฝนได้กลายเป็นองค์หญิงธารารินทร์อย่างสมบูรณ์แบบ เธออยู่ในชุดเจ้าหญิงสีฟ้าอ่อนที่ขับผิวที่ขาวราวหิมะของเธอให้ดูผ่องใสเข้าไปอีก ผมดำขลับที่ยาวสลวยวันนี้มันไม่ถูกมัดรวบเก็บไว้ ยิ่งทำให้เผยความงามกว่าที่เคย
ถึงกระนั้นความงามระดับนี้ ดารินและทีมสองกลับไม่เคยพบเห็นปลายฝนก่อนได้อย่างไรนี่คือสิ่งที่พวกเขากำลังสงสัย แต่เมื่อลองนึกดูแล้ว ปลายฝนคงไม่เคยออกสื่อหรือปรากฏตัวมาก่อน ไม่อย่างนั้นด้วยความงามระดับนี้ เหตุใดทุกคนถึงจะจำไม่ได้
“สวัสดีค่ะทุกคน ยินดีต้อนรับค่ะ” ปลายฝนเอ่ยทักทายอย่างยิ้มแย้ม
เมื่อดารินได้สติจากเสียงของปลายฝน เธอร้องออกคำสั่งลูกทีมอย่างขึงขังทันที “ทุกคนทำความเคารพ”
“ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นก็ได้ค่ะ อาจารย์ดาริน” ปลายฝนพยายามร้องห้าม
“ไม่ได้ค่ะเจ้าหญิงธารารินทร์ มันเป็นกฎ” ดารินพูดขณะยังอยู่ในท่าทางวันทยหัตถ์ว่า “และเพื่อให้ไม่เสียชื่อโรงเรียนทหารวารีมนตราด้วยค่ะ”
“ค่ะ เข้าใจค่ะ” ปลายฝนยิ้มอย่างขมขื่นออกมา “ยังไงก็กลับไปเรียกฉันว่าปลายฝนเหมือนเดิมเถอะค่ะ ฉันชอบชื่อนี้มากกว่า”
“ไม่ได้ค่ะ มันจะไม่เป็นการดีที่เอ่ยนามเจ้าหญิงธารารินทร์ผิด” ดารินยังคงไม่ลดมือลง
“เรียกชื่อนั้นมันดูห่างเหินเกินไป เรียกว่าปลายฝนเถอะนะคะ ถือว่าฉันขอ” ปลายฝนพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนอีกฝ่าย “แล้วก็เอามือลงกันได้แล้วค่ะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ทุกคนจึงเอามือลงตามบัญชา ดารินพูดว่า “รับทราบค่ะ เจ้าหญิงปลายฝน”
ปลายได้แต่ยิ้มแหย ๆ ออกมาพร้อมพูดว่า “ไม่เอาคำว่าเจ้าหญิงด้วยค่ะ พูดกันตามสบายเถอะ ได้โปรด”
ดารินกับทุกคนก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของปลายฝนอยู่เช่นกัน แต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ในเขตพระราชวัง การวางตัวสำคัญที่สุด หากพลาดไป โชคดีก็นอนคุก หากโชคร้ายก็คงไม่ต้องพูดถึง เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงเลือกระวังตัวไว้ก่อนเสียดีกว่า อย่างไรเสียดิเรกก็ยังอยู่ภายในห้องด้วยเช่นกัน และเขาได้ประกาศเรื่องเรียกชื่อเจ้าหญิงของเขาให้ถูกต้องไว้ก่อนแล้ว ยิ่งทำให้พวกเขาไม่กล้าทำตัวอย่างที่ปลายฝนต้องการนัก