" นายท่าน… ข้าพานายน้อยและนายหญิงเข้ามาเยี่ยมท่าน" วิษณุเข้าไปกระซิบใกล้กับใบหูของพิรุณ
เมื่อได้ยินเสียงของวิษณุร่างของพิรุณก็สั่นเล็กน้อย ก่อนที่ศีรษะของเขาจะขยับ จากนั้นเปลือกตาของเขาก็ค่อยๆเปิดออก
" พวก..เ้า.." พิรุณใช้ดวงตาพยายามมองหาภรรยาและลูกชายของตนเอง ตอนนี้เขาไม่สามารถขยับตัวได้เลย ทำได้เพียงแค่ให้ร่างกายค่อยๆรักษาตนเองไปเท่านั้น
ธิดาที่เห็นอาการของสามีก็รีบเข้าไปกุมมือของเขาเอาไว้ พลางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ " สามี.. ท่านอย่าได้ฝืนตัวเองไปเลย พวกข้าเพียงมาดูอาการของท่านเท่านั้น และท่านนพเก้าสามารถนำผลเืัที่สามารถช่วยรักษาท่านมาแล้วได้ เช่นนั้นท่านไม่ต้องเป็ห่วงอันใด อาการาเ็ของท่านจะหายขาดในอีกไม่นาน"
" เื่…นั้น.." พิรุณพยายามพูด แต่เพราะอาการาเ็มันสาหัสจนเกินไป ทำให้กว่าเขาจะพูดอะไรได้สักคำก็ลำบากไม่น้อย
" ไม่.. ไม่ต้องแล้ว.. ท่านไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ตอนนี้ท่านเพียงแค่รอเท่านั้น เราจะนำผลเืัออกมาให้ท่านทาน.. เอ๊ะ ! แล้วผลเืัท่านเก็บไว้ที่ใด ?"
ธิดาปลอบโยนพิรุณที่ร่างกายสั่นเทา เนื่องจากการฝืนร่างกายและพยายามพูดคุยกับพวกเขา ก่อนที่ประโยคสุดท้ายเธอจะหันไปมองนพเก้าที่อยู่ข้างๆวรรณชัย
เมื่อตนเองถูกมอง นพเก้าก็ค่อยๆหันหน้าไปทางวรรณชัย วรรณชัยที่เห็นดังนั้นก็แบมือออกมาข้างหน้าตนเอง จากนั้นก็มีผลสีแดงเืโผล่ออกมาที่ฝ่ามือของเขาจากอากาศธาตุ
เมื่อเห็นการกระทำของวรรญชัย สีหน้าของวิษณุที่มองอยู่ก็ตกตะลึงสุดขีด ! แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงนั้นไม่ใช่เื่ที่วรรณชัยนำของออกมาจากอากาศธาตุได้ แต่เป็ผลเืัต่างหาก ! ช่องมิติเป็ช่องแม้จะเป็ของที่หายากแต่ก็ใช่ว่าจะหามาไม่ได้
สำหรับลูกชายของเ้าเมืองที่เป็เชื้อพระวงศ์แล้ว การจพมีอุปกรณ์มิติสักอันคงจะไม่แปลก
ทันทีที่ผลเืัโผล่ออกมาแรงกดดันภายในห้องก็เพิ่มขึ้น พร้อมด้วยจำนวนมานาที่มีอยู่ก็เริ่มหนาแน่นขึ้นมาเกือบเท่าตัว อากาศภายในห้องก็รู้สึกว่าปลอดโปร่งยิ่งกว่าเดิม
เมื่อนำผลเืัออกมาแล้ววรรณชัยก็เดินเข้าไปหาพิรุณที่นอนอยู่บนเตียง เขานำมีดเหน็บออกมาก่อนจะปาดผลเืัออกเป็ชิ้นเล็กๆ จากนั้นก็เปิดปากของพิรุณออกก่อนจะใส่ผลเืัชิ้นเล็กนี้เข้าไป
วิ้ง ~
ทันทีที่ผลเืัชิ้นเล็กไหลลงคอของพิรุณ แสงสีแดงจ้าก็ส่องสว่างออกมาจากร่างของพิรุณ เพียงแค่เศษชิ้นเล็กๆ มันก็ทำให้อาการของพิรุณดีขึ้นอย่างมาก
เมื่อเห็นดังนั้นวรรณชัยจึงค่อยๆนำผลที่เหลือใส่เข้าไปในปากของพิรุณ เมื่อเห็นว่าออกาการของเขาดีขึ้นพอที่จะกินเข้าไปทั้งผลแล้ว ไม่นานนักผลทั้งผลก็ถูกพิรุณกินจนหมด
หลังจากที่พิรุณกินผลเืัเข้าไปหมดแล้ว แสงที่ส่องสว่างออกมาจากร่างของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป จากที่เคยเป็สีแดงก็กลายเป็สีเขียวอมทอง
แสงสีเขียวอมทองห่อมหุ่มร่างกายของพิรุณเอาไว้เหมือนกับรังไหมสีเขียวอมทอง คนทั้งสามมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับพิรุณอย่างเงียบๆ รอคอยให้้กระบวนการของผลเืัเสร็จสิ้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีกเล็กน้อย รังไหมสีเขียวอมทองก็ค่อยๆเปลี่ยนไป กลายเป็สีแดงอมเขียวแทน
ฟู่ม ~
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว แสงที่ก่อตัวขึ้นเป็รังไหมค่อยๆจางลง จากนั้นไม่นานร่างของพิรุณก็ค่อยๆปรากฎออกมาให้ทั้งสามคนเห็น
*
ชื่อ : พิรุณ าาสุวรรณ
สายเื : พฤกษาโลกันตร์
ระดับ : C+
เลเวล : 61
ความแข็งแกร่ง : 95
ความทนทาน : 82
ความเร็ว : 70
ความอึด : 63
มานา : 64
แต้มิญญา : 0
สกิลใช้งาน : นักรบโลกันตร์ , เพลิงโลกันตร์ทำลายล้าง
สกิลติดตัว : กายเยียวยา
สถานะ : สุขภาพดี
*
วรรณชัยตรวจสอบค่าสถานะของพิรุณดูก็ปรากฎว่าทั้งแต้มสถานะและสายเืของเขาก็เปลี่ยนไป แถมเขาก็ยังมีสกิลเพิ่มขึ้นมาอีก1สกิลด้วย เขาแข็งแกร่งขึ้นมาก
แถมยังสามารถขึ้นมาถึงระดับC+ได้แบบนี้ เขายังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก เกือบจะนับได้ว่าเขาสามารถพัฒนาขึ้นได้อีกเกือบ2เท่าเลยทีเดียว นั่นคือเขาสามารถไปถึงเลเวล100ได้ ในระดับC+นี้นั่นเอง
แต่หนึ่งสิ่งที่เขางุนงงก็คือทำไมเหล่าผู้คนที่โลกใบนี้ถึงได้มีสกิลน้อยขนาดนี้ ? มันเรียกได้ว่าน้อยกว่าปกติถึง2เท่าเลยก็ว่าได้ ในระดับC+นี้ พวกเขาควรจะมีสกิลถึง 6สกิลด้วยกันแล้ว
แต่ที่วรรณชัยเห็น พิรุณกลับมีเพียงแค่3สกิลเท่านั้น เื่นี้เองจึงทำให้ผู้คนในโลกนี้อ่อนแอกว่าที่ควร แบบนี้เองที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถต่อต้านอสูรได้เลย
ทำได้เพียงตั้งรับ และค่อยๆตกตายไปเรื่อยๆ หากสถานการณ์ยังคงเป็แบบนี้ต่อไป อีกไม่นานคงจะถูกอสูรกำจัดจนหมดอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นวรรณชัยก็คิดว่าหากมีเวลาว่าง เขาจะลองไปค้นหาข้อมูลนี้ ดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้คนบนโลกใบนี้กันแน่ทำไมพวกเขาถึงได้อ่อนแอกว่าที่ควร
ตัดกลับมาทางด้านของพิรุณ ทันทีที่ร่างกายของเขาหายดี เขาก็ค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง ก่อนที่เขาจะกำหมัดแน่นเพื่อรับรู้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นมา
เขารู้สึกว่าตนเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก และนี่ก็ไม่ใช่จุดสูงสุดของความแข็งแกร่ง เขายังสามารถแข็งแกร่งกว่านี้ได้อีกมาก !
" ในที่สุดข้าก็กลับมาจากความตาย ! " พิรุณมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางยกกำปั้นขึ้นมาตรงหน้าตนแล้วกำแน่น ทำให้ร่างกายที่ดูกำยำและสมส่วนของเขาดูน่าเกรงขามขึ้นมากในเวลานี้
" เ้าคงเป็ห่วงข้ามาก…" เมื่อทำความคุ้นชินกับร่างกายตนเองพอสมควรแล้ว พิรุณก็หันไปสวมกอดธิดาที่ยืนน้ำตาคลออยู่ข้างๆ
" อึ้ก ~ ฮืออ ~ ท่านหายดีแล้ว.. ในที่สุดท่านก็ไม่ต้องทนทุกข์กับอาการาเ็นั่นแล้ว…" ธิดาไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป เมื่อถูกผู้เป็สามีโอบกอด มันก็เหมือนกับความอดทนที่เธอแบกรับเอาไว้ตลอดมา ถูกยกออกไปจนหมด
" มาให้พ่อกอดเ้าบ้างสิ" พิรุณหันมาทางวรรณชัย เขาอ้าแขนข้างหนึ่งออก ส่วนอีกข้างก็ยังคงโอบกอดธิดาอยู่
เมื่อได้ยินสิ่งที่พิณรุณกล่าวมุมปากของวรรณชัยก็กระตุก เขารู้สึกแปลกใหม่กับการกระทำของพิรุณอย่างมาก นั่นเพราะเขาไม่เคยพบและัักับสถานการณ์แบบนี้กับตนเองมาก่อนเลย นั่นจึงทำให้วรรณชัยทำตัวไม่ค่อยจะถูกมากนัก ดังนั้นเขาถึงปฏิเสธออกไปอย่างสุภาพ
ั้แ่เขาจำความได้เขาก็ไม่เคยได้รับความรักจากผู้เป็ของเขาเลยสักครั้ง… ไม่สิ… ในตอนที่ยังเป็เด็กเขาจำได้ว่าผู้เป็พ่อรักเขาและแม่มาก แต่วันหนึ่งอยู่ๆเขาก็เปลี่ยนไป
ไม่นานนักก็กลายเป็เ็า จากนั้นเขาก็ไม่เคยเห็นผู้เป็พ่อมาหาพวกเขาอีกเลย แม้กระทั่งพวกเขาจะถูกไล่ออกจากบ้านก็ตาม เขาก็ยังไม่เห็นผู้เป็พ่อเลย…
" แหะๆ.. ไม่ดีกว่าข้าขอผ่าน เชิญท่านกับท่านแม่อยู่ในโลกนั้นกันสองคนเถอะ" วรรณชัยพูดพลางไอแห้งๆออกไปเพื่อกลบความเศร้าโศกที่อยู่ภายในใจ ก่อนจะเอามือบังตาตนเองเล็กน้อย เพราะตอนนี้เหมือนมีแสงแห่งรักพุ่งออกมาจากร่างของพิรุณและธิดาเลย
ตู้มม !!
ยังไม่ทันที่ใครจะทันได้พูดอะไร ก็เกิดเสียงดังขึ้นที่บริเวณกำแพงเมือง พิรุณที่ได้ยินดังนั้นร่างของเขาก็หายวับไป จากนั้นก็ตามมาด้วยวิษณุ สุดท้ายก็เป็นพเก้าที่มีปฏิกิริยาช้าที่สุด เพราะเขามีระดับอยู่ที่จุดสูงสึดของระดับEเท่านั้น เมื่อได้สติเขาก็พุ่งตามออกไปติดๆ
ส่วนทางด้านของวรรณชัยเขาไม่ได้เร่งรีบ ที่เขาทำก็เพียงแค่เดินไปหาผู้เป็แม่ จากนั้นก็พาเธอเดินออกไปทางระเบียงคฤหาสน์บริเวณทางที่สามารถมองเห็นกำแพงฝั่งนั้นได้
เมื่อทั้งสองคนออกมา พวกเขาก็พบกับกำแพงเมืองถูกทำลายอยู่ไกลออกไป ตรงนั้นมีอสูรรูปร่างสูงใหญ่กำลังไล่ล่าสังหารทหารที่อยู่ตรงนั้นอย่างสนุกสนานและบ้าคลั่ง
" นั่นมันพวกอสูร !" ธิดามองไปที่เหล่าอสูรที่บุกเข้ามาอย่างตื่นกลัว เธอไม่ริดว่าพวกอสูรยะสามารถเข้ามาในเมืองได้ !
วรรณชัยเห็นดังนั้นก็ใช้มือทั้งสองกุมไหลของผู้เป็แม่เอาไว้ เธอมีส่วนสูงเพียงแค่ไหล่ของเขาเท่านั้น คิดว่าน่าจะสูงประมาณ160-163ได้ " ท่านไม่ต้องเป็ห่วงไป ท่านพ่อจะจัดการทุกอย่างเอง ท่านโปรดวางใจ.."
น้ำเสียงของวรรณชัยเต็มไปด้วยความมั่นใจ เมื่อธิดาได้ยินดังนั้นร่างกายที่เกรงของเธอก็เริ่มผ่อนคลายลง ก่อนจะตั้งใจมองไปยังบนกำแพง เพื่อจะมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากการสังเกตดูแล้ววรรณชัยมองเห็นอสูรที่บุกเข้ามาเพียงแค่ไม่กี่สิบตัวเท่านั้น แต่ละตัวก็เป็เพียงแค่ระดับE แต่พวกมันก็มีอยู่จำนวนมาก และดูเหมือนว่าระดับค่าสถานะของมันจะมากกว่าทหารเสียอีกในระดับเดียวกันเสียอีก
ชื่อ : วานรพสุธา
ระดับ : E
เลเวล : 31
ความแข็งแกร่ง : 40
ป้องกัน : 44 (+20)
ความเร็ว : 39
ความอึด : 41
มานา : 41
แต้มิญญา : 23
สกิลใช้งาน : หมัดดินะเิ , หอกพสุธา
สกิลติดตัว : เกราะพสุธา
สถานะ : สุขภาพดี
*
พวกมันเป็กลุ่มลิงที่มีขนเป็สีน้ำตาลอ่อนไล่กับน้ำตาลเข้ม ขนมันไม่ได้ดูนุ่มฟูเลย เพียงแค่มองจากไกลๆก็สามารถมองเห็นได้เลยว่าขนของมันแข็งมากแค่ไหน เหมือนกับเข็มดินหนทอหนาวน้นไม้โผล่มาตรงตัวของมันก็ไม่ผิด
" อ๊ากก !! ทำไมอสูรระดับนี้ถึงบุกเข้ามาโจมตีพวกเราจำนวนมากกัน !"
" ไม่ไหว ! มันแข็งแกร่งเกินไป !"
" ผู้บัญชาการ ! ช่วยพวกเราด้วย !!"
เสียงอันทุกข์ทรมานของเหล่าทหารดังระงมไปทั่วทั้งกำแพงเมือง มีทั้งคนที่าเ็จนไม่สามารถต่อสู้ได้ และคนที่กำลังช่วยกันเข้าไปกลุ้มรุมวานรพสุธาเพื่อป้องกันไม่ให้มันเข้าไปในเมืองได้มากกว่านี้
แต่เนื่องเพราะค่าสถานะและระดับของพวกเขาที่ต่างชั้นกับวานรพสุธออยู่มาก เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป วานรพสุธาตนหนึ่งก็พุ่งออกจากวงล้อมของเหล่าทหารได้สำเร็จและพุ่งเข้าไปในเมือง
" ไม่นะ !!"
" ระวัง !"
" ใครก็ได้หยุดเ้าลิงนั่นไว้ที !!"
ก๊าาซซ !!
" ฮี่ๆๆ เจี๊ยกๆๆ !!" วานรพสุธาที่ออกมาจากวงล้อมของทหารได้แล้วก็พุ่งตรงไปหาชาวเมืองที่กำลังหลบหนีเข้าไปในบ้านของตนเอง ตอนนี้ใบหน้าของมันเผยออกมาด้วยความสนุกสนาน เพราะมันกำลังจะได้สังหารเหยื่ออันโอชะตรงหน้าของมันแล้ว !!
" อ๊าา !! ไม่นะ !" หญิงสาวผู้หนึ่งที่หลบเข้าไปในบ้านไม่ทัน เมื่อเห็นวานรพสุธาพุ่งมาทางเธอ แข้งขาของเธอก็อ่อนแรงขึ้นมาทันที ก่อนจะล้มพับลงไปที่พื้นแล้วกรีดร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง
ฟู้มม !! ~ ฟู่ ~
ตอนนั้นเองเปลวเพลิงสีแดงชาติก็พุ่งผ่านหน้าของหญิงสาวไป ก่อนจะเข้าไปกลืนกินวานรพสุธาที่พุ่งเข้ามาหาเธอ
หญิงสาวคนนั้นหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะเปิดตาขึ้นมาดู แต่เมื่อเห็นว่ามันก็นานมากแล้วทำไมเธอถึงยังไม่รับรู้ถึงความเ็ปเธอก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ก่อนจะเห็นแผ่นหลังของชายร่างกำยำสวมส่วนคนหนึ่งอยู่ในชุดนอนอันหรูหราข้างหน้าเธอ
เห็นเพียงแค่นั้น น้ำตาของหญิงสาวก็ไหลรินออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ " ท ท้านเ้าเมือง…"
เพียงแค่เห็นแผ่นหลังหญิงสาวก็รู้สึกปลื้มปิติอย่างสุดหัวใจ ก่อนจะใช้มือปิดปากของตนเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา เพื่อจะได้ไม่ดึงดูดอสูรให้เข้ามาหาเธออีก
" เ้าไม่เป็ไรแล้ว รีบเข้าไปหลบในบ้านเสีย ทีเหลือปล่อยให้เป็หน้าที่เราเอง" ว่าแล้วพิรุณก็สบัดมือข้างหนึ่ง ก่อนที่ร่างกายของเขาจะถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงหนา
นักรบโลกันตร์ : สกิลที่สามารถควบแน่นเปลวเพลิงแห่งนรกให้กลายมาเป็ชุดเกราะรบสำหรับผู้มีสกิลได้
ผล : เพิ่มพลังป้องกัน +120% เพิ่มความแข็งแกร่ง +120%
มานาที่ใช้ 20/ครั้ง
ความทนทาน : 150/150 เมื่อความทนทานหมดเกราะรบจะหายไป
จากนั้นไม่กี่วินาทีเปลวเพลิงก็ควบแน่นกันจนกลายเป็ชุดเกราะเพลิงที่ห่อหุ้มร่างกายของพิรุณเอาไว้
ชิ้ง ~
พิรุณชักดาบที่อยู่ตรงเอวออกมา ใบดาบเป็สีแดงเพลิง ดั่งเหล็กกล้าที่ถูกไฟลนจนกลายเป็สีแดงก็ไม่ผิด ตรงด้ามจับก็ไม่ต่างกันมากนักเพียงแค่สีของมันเข้มกว่าตัวใบดาบก็เท่านั้น
" อสูรร้าย ! บังอาจบุกเข้ามาในพื้นที่ของข้าอย่างอุกอาจเช่นนี้ ! พวกเ้าคงจะเตรียมใจตายไว้แล้วสินะ !" พิรุณไม่รอช้าอีกต่อไป รีบพุ่งเข้าไปปะทะกับเหล่าอสูรวานรพสุธาทันที เพื่อที่จะได้ลดความตึงเครียดและแรงกดดันที่เหล่ทหารจะแบกรับเอาไว้ให้เร็วที่สุด
ชิ้ง ~ แคล้ง ~
เสียงของดาบเพลิงปะทะกับขนของวานรพสุธาอย่างจัง ก่อนจะส่งเสียงก้องกังวานออกมาเมื่อทั้งสองปะทะกัน แม้จะเห็นแบบนั้นพิรุณก็ไม่ได้ใอะไรกับพลังป้องกันของวานรพสุธา
ด้วยความที่พิรุณไม่คุ้นชินกับร่างกายของเขาในตอนนี้สักเท่าไหร่ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถจัดการกับอสูรวานรพสุธาตนนี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้นพิรุณก็ใช้โอกาศนี้ถือเป็การฝึกฝนทำความคุ้นชินกับพลังที่ตนเองเพิ่งจะได้รับมา
และยิ่งเวลาผ่านไป ทั้งพลังความเร็วและการตอบสนองของพิรุณก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นและดีขึ้น ตามเวลาและการต่อสู้ที่ลากยาวออกไป
ฉวั่ะ ~
ร่างบองวานรพสุธาแยกออกเป็สองส่วนจากถูกดาบของพิรุณผ่าออกเป็สองส่วน เมื่อพิรุณสามารถทำความคุ้นชินกับร่างกายได้มากพอแล้ว
กรร !!
เห็นพวกพ้องของตนเองถูกฆ่าไปเหล่าอสูรวานรพสุธาก็ร้องคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาของพวกมันแดงก่ำเหมือนขาดสติ ก่อนจะใช้กำลังทั้งหมดฝ่าวงล้อมของเหล่าทหารที่ล้อมพวกมันเอาไว้แล้วพุ่งมาทางพิรุณ
" นายท่านระวัง !!"
" ไม่นะ !"
" ปกป้องนายท่านเอาไว้ด้วยชีวิต !!"
ทหารที่เห็นว่าท่าไม่ดีแล้วพวกเขาก็รีบพุ่งไปหาพิรุณเพื่อที่จะคุ้มกันพิรุณในทันที และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ นายท่านของพวกเขากำลังาเ็สาหัสอยู่ ! หากเขาได้รับาเ็จากตรงนี้อีกละก็นายท่านของพวกเขาคงจะไม่รอดชีวิตกลับไปอย่างแน่นอน !!
เหล่าทหารและผู้คนที่ดูอยู่ต่างก็มีความคิดไปในทางเดียวกันทั้งหมด รวมถึงคนคนหนึ่งที่แสยะยิ้มมองมาทางพิรุณด้วยสายตมุ่งร้าย เขาหวังให้พิรุณรีบตายไป และรอคอยที่จะเข้าปกครองเมืองนี้แทนพิรุณไม่ไหวแล้ว..
แต่พวกเขาลืมคิดไปว่ามีบางอย่างที่แปลกไปเกี่ยวกับนายท่านของพวกเขา ตัวอย่างเช่นตอนนี้เขากำลังใช้พลังไฟอยู่ ทั้งๆที่เขามีสายเืเป็พฤกษา แต่ตอนนี้เขากำลังใช้ไฟอยู่ !! นั่นคือสิ่งที่ทุกคนกำลังมองข้ามมันไป ! รวมถึงคยผู้นั้นด้วยเช่นกัน