บทที่ 52 : พลังที่แท้จริง?
“ลุกขึ้นมาซะ!! ผมบอกแล้วไง... ว่าผมกำลัง้าคู่ซ้อมน่ะ” อาคุมุพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ใครเห็นต่างก็คงต้องขนลุกไปตาม ๆ กัน
“นี่แก... เป็บ้าไปแล้วรึไง?! ชนะขาดลอยขนาดนี้แล้วยังจะเอาอะไรอีกห๊ะ?!!” ดาอิตอบกลับมา
“ขาดลอย?”
ดาอิที่ได้ยินอย่างนั้นก็แปลกใจ
“อะไรของแก?”
“ผมถามอะไรคุณหน่อยสิ คุณผู้ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์... หากได้ชัยชนะมาแบบนี้นี่คุณภูมิใจเหรอครับ? ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ใช้พลังเลยเนี่ยนะ? ผมไม่เอาด้วยหรอกนะครับ” อาคุมุถามกลับไป
ดาอิที่ได้ยินอย่างนั้นก็ชะงักไปในทันที
“อึ่ก... แต่ตอนนี้เราแค่ประลองกันนี่! จะเล่นเอาตายเลยหรือไง?!! แกคิดจะรบเร้าฉันไปถึงไหน?”
“ถ้าผมตายขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็... คนที่ได้ผลประโยชน์คือคุณไม่ใช่เหรอครับ? แข็งแกร่งขึ้นมาทันตาเห็นเลยนะ เป็จอมเวทระดับ 3 เลยสิเนี่ย? ระดับพลังเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัวเลยแฮะ...” อาคุมุพูดแล้วจึงหยุดไป
“ฮ่า! แก... ไม่สิ นายนี่ทำให้ฉันนึกถึงสิ่งที่ลืมคิดไปได้ยังไงกันนะ? หาแรงจูงใจมาให้ฉันจนได้!!” ดาอิพูดพร้อมกับใช้หอกดันตัวขึ้น ออร่าพลังเวทได้ถูกแผ่ออกมาจากรอบ ๆ ตัวเขา
“ไม่ธรรมดาจริง ๆ เลย ต้องแบบนี้สิครับ!” อาคุมุััถึงพลังที่เพิ่มขึ้นได้ในทันที
“ในเมื่อนาย้าแบบนั้น ฉันจะเป็เพื่อนเล่นให้นายเอง!!” พลังเวทที่รุนแรงได้ถูกแผ่ออกมามากยิ่งกว่าเดิม ลมที่เกิดจากพลังเวทนั้นทำให้อาคุมุแทบจะปลิวตามไปด้วย
‘เดี๋ยวนะ พลังของหมอนี่มันจะสูงเกินไปแล้ว?! และยังเพิ่มได้อีกเหรอ?’
ไม่นานนัก การรวบรวมพลังของดาอิก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ลมที่พัดแรงก็สงบลง ออร่าพลังสีทองได้ปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกายของเขา เผยให้เห็นถึงความน่าเกรงขามยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก ราวกับว่านี่คือคนละคน
‘เอาเข้าจริงก็แข็งแกร่งมากเลยสินะ’
“ดี! เรามาเอาจริงกันสักตั้ง–” อาคุมุพูดยังไม่ทันจบประโยคแต่อย่างใด เท้าซ้ายของดาอิก็เคลื่อนมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
“ร... เร็วมากเลยครับ”
ผัวะ!!!
เสียงลูกเตะที่มีออร่าพลังศักดิ์สิทธิ์ปะทะเข้ากับใบหน้าของอาคุมุ
“อึ่ก!”
ตู้มมมมม!!!
ร่างของอาคุมุนั้นกระเด็นไปไกลและปะทะเข้ากับพื้นของสนามประลอง ซึ่งการโจมตีนั้นเป็การเตะที่ใส่พลังเวทเข้าไปด้วย จึงทำให้ความรุนแรงนั้นทวีคูณขึ้นไปอีก
“นี่คือการทักทายอีกครั้ง มาสู้กันอย่างเต็มที่นะเ้าหนูัสายฟ้า” ดาอิพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาทางอาคุมุอย่างช้า ๆ แต่ยังคงทิ้งระยะห่างไว้พอสมควร
“ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งก็แล้วกันนะครับ” อาคุมุตอบกลับไปพร้อมกับยืนขึ้น โดยใบหน้าของเขานั้นมีเืที่ไหลจากบริเวณหน้าผาก
‘บ้าจริง โดนเตะครั้งเดียวหน้าผากแตกเลยเหรอเนี่ย? เป็ครั้งแรกเลย... หรือเปล่านะ?’
“เข้ามาเลย! อาคุมุ!!” ดาอิพูดในขณะที่ร่างกายและหอกของเขาลอยขึ้นเหนือพื้น เขากางแขนทั้งสองข้างออก หอกศักดิ์สิทธิ์ของเขาหมุนพร้อมกับลอยขึ้นอยู่ตรงหน้า
“น่าเกรงขามจริง ๆ เลยนะครับ”
วงแหวนเวทสีทองปรากฏขึ้นที่ข้อมือของเขา วงแหวนเวทสีส้มขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นเหนือหัวของเขาขึ้นไป หลังจากนั้นจึงเผยให้เห็นหอกสีทองนับพันเล่มค่อย ๆ ออกมาจากวงแหวนเวท
“เป็การโจมตีหลายครั้งเสียด้วย”
“เอาไปกินซะ! หอกศักดิ์สิทธิ์พิโรธ!!!”
หอกศักดิ์สิทธิ์สีทองนับร้อยนับพันเล่มซึ่งควบแน่นจากพลังเวทได้พุ่งตรงมาที่อาคุมุ ความเร็วของมันนั้นไม่ได้เร็วจนอาคุมุมองตามไม่ทัน แต่ก็ไม่ได้เชื่องช้าจนหลบได้อย่างง่ายดาย
“ตาข่ายอัสนี!!” อาคุมุใช้ทักษะตาข่ายอัสนีเพื่อป้องกันการโจมตีนั้นไว้ ขณะเดียวกันก็เคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิมด้วยความรวดเร็ว
“คิดดีแล้วเหรอ?!!” ดาอิพูดขึ้นมา อาคุมุที่ได้ยินอย่างนั้นจึงหันกลับไปมองข้างหลัง
“บ้าจริง?!”
ฉึก!!
หอกศักดิ์สิทธิ์สีทองเล่มหนึ่งได้แทงเฉียดบริเวณแก้มขวาของอาคุมุไป เผยให้เห็นแผลเป็เส้นตรงที่แก้มของเขาพร้อมกับเืที่ไหล
“เห็นโจมตีมาโดยตรงดยตรง คาดไม่ถึงว่าจะทำแบบนี้ได้ด้วยนะครับ”
สิ่งที่อาคุมุกำลังพบเจออยู่นั้นคือทักษะโจมตีของดาอิ ซึ่งทักษะนั้นจะติดตามเป้าหมายไปด้วยเมื่อเป้าหมายมีการเคลื่อนที่ แต่ด้วยรูปแบบการโจมตีที่เป็เส้นตรง อีกทั้งยังปะทะเข้ากับทักษะป้องกันของอาคุมุ ทำให้เขาคิดว่าคงไม่เกิดอะไรแบบนี้ขึ้น
“หากฉันควบคุมให้มันหลบทักษะป้องกันนั่นของนาย นายก็รู้น่ะสิว่าฉันทำได้ แต่น่าเสียดายที่ฉันโจมตีพลาดไป” ดาอิตอบกลับมา
“พลาด? นี่คุณ... กำลังดูถูกผมเหรอครับ?” อาคุมุพูดพร้อมกับมองไปยังดาบแห่งราชันที่อยู่ในมือ
“หืม? อะไรของนาย? ฉันพลาดก็คือพลาดสิ แล้วก็ดาบนั่นน่ะ... ถ้านายไม่ใช้ก็เอามาให้ฉันซะเถอะ มันคงจะมีประโยชน์มากกว่าเดิมเยอะเลย”
“ถ้าคุณอยากได้มากนักล่ะก็... มาแย่งไปสิครับ ถ้าคิดว่าทำได้น่ะนะ”
“เตรียมรับการโจมตี!!” ดาอิคำรามออกมาพร้อมกับพุ่งเข้ามาหาอาคุมุด้วยความเร็วที่มากขึ้น
“มาเลยครับ!!” อาคุมุพูดและจับดาบแห่งราชันไว้แน่นพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาดาอิเช่นกัน
“เอาหอกของฉันไปกินซะ!!!” ดาอิะโขึ้นและง้างมือที่ถือหอกศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนั้นเขาจึงฟาดหอกลงมา
‘แบบนี้ไม่ดีแน่’
ตู้มมมม!!!
“อึ่ก!” อาคุมุนั้นใช้ดาบแห่งราชันรับการโจมตีของดาอิไว้ได้ แต่นั่นเป็เพียงชั่วขณะ เพราะดาอินั้นอยู่ในท่าการโจมตี แต่อาคุมุนั้นอยู่ในท่าการป้องกัน อีกทั้งตำแหน่งของอาคุมุก็เสียเปรียบยิ่งกว่า
“ฉันจะบดขยี้แกในการโจมตีนี้!!”
“ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดูสิครับ!!!” อาคุมุรับการโจมตีนั้นไว้จนกระทั่งฝ่ามือที่จับดาบของเขานั้นมีเืไหลออกมา
‘บ้าจริง!’
‘เดี๋ยวนะ... นี่มันอะไรกัน?’
เมื่อครู่ ภาพที่อาคุมุเห็นอยู่ตรงหน้านั้นคือการโจมตีที่รุนแรงของดาอิ สิ่งที่เขากำลังทำอยู่คือป้องกันการโจมตีนั้นไว้ แต่ในตอนนี้สิ่งที่เห็นมีแค่ตัวเขาและความมืดมิด
“อะไรกัน? หรือว่านี่จะเป็... ในดาบแห่งราชันงั้นเหรอ? ทำไมฉันถึงมาที่นี่อีกแล้วล่ะ?” เขาพูดออกไปเพียงเท่านั้น ดวงตาของัที่เคยเห็นก็ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมีเสียงที่ดังกึกก้องขึ้นมาหลังจากนั้น
“จะบอกว่าเ้าอยู่ในดาบก็ย่อมได้ แต่นี่เป็เพียงห้วงลึกแห่งจิติญญาของดาบเล่มนี้ และดาบเล่มนี้ก็คือข้า ซึ่งได้หลอมรวมเข้ากับเ้าแล้ว ที่เ้าได้มาตรงนี้อีกครั้งนั่นก็เพราะว่า... เ้าไม่สามารถดึงพลังที่แท้จริงออกมาใช้ได้”
“พลังที่แท้จริง? แล้วผมต้องทำยังไงเหรอครับ?” อาคุมุที่ได้ยินอย่างนั้นจึงถามกลับไป
“เ้ารู้หรือเปล่าว่าปณิธานของข้าคืออะไร?”
‘ใครจะไปรู้ได้ บอกก็ไม่บอก ถามแปลกชะมัด’
“เอ่อ... ไม่รู้ครับ”
“ปณิธานของข้าก็คือ... ลบล้างสิ่งชั่วร้าย”
เมื่อสิ้นเสียงนั้น ภาพที่อาคุมุเห็นตรงหน้าก็กลับมาเป็ดังเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นคือพลังที่เอ่อล้นยิ่งกว่าเดิม
“น... นี่มันอะไรกัน?!” ดาอิที่เห็นความเปลี่ยนแปลงไปนั้นก็ใและเคลื่อนที่ออกห่างในทันที
แต่เขาก็ถอยออกไปเพื่อที่จะตั้งรับได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น
“เอาคืนไปซะ!!”
ตู้มมมมมม!!!
การะเิในครั้งนี้นั้นรุนแรงเกินกว่าที่ผ่านมาเสียอีก…