นางฟ้าหันไปทางผู้ว่าจ้าง ก่อนจะถามให้แน่ใจ “คุณมีงบให้ฉันเท่าไหร่คะ?”“ไม่อั้นครับ” เขาตอบเธอ ก่อนจะหันไปหาเจ้าของร้าน “ผมจะจ่ายเอง เท่าไหร่ก็ว่ามาได้เลยครับ”“เขาไม่รู้อะไรเลยเหรอ?” อาชาถามถามหญิงสาวนางฟ้าส่ายหน้าผู้เป็นเจ้าของร้านเลยอธิบายว่า “ที่นี่ทำการซื้อขายโดยการแลกเปลี่ยนเป็นหลักครับ โดยสิ่งที่จะนำมาแลกเปลี่ยนต้องมีค่าเท่าเทียมกันหรือมากกว่าเล็กน้อย แต่จะต้องไม่น้อยไปกว่านั้น หากจะแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราราคาก็จะสูงมาก ซึ่งในกรณีนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนโดยใช้เงินได้ คุณต้องนำสิ่งอื่นมา”“เรื่องนั้นฟ้าคิดเอาไว้แล้วค่ะ” นางฟ้าบอกเจ้าของร้าน จับปอยผมขึ้นมาดูช่อหนึ่ง กล่าวว่า “ช่วงนี้ผมของฟ้ายาวมากแล้ว พี่อาชามีกรรไกรไหมคะ?”เจ้าของร้านมองปอยผมนั้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม “แน่นอนครับ เดี๋ยวพี่ไปหยิบมาให้ รอสักครู่”อาชาเดินกลับมาพร้อมกรรไกรในมือ เขาส่งมันให้เธอ นางฟ้ารับมันมา ก่อนจะรวบผมด้านหลังของตัวเอง แล้วใช้กรรไกรตัดผมที่ยาวถึงเอวจนเหลือแค่กลางหลัง“นี่! ...” คทามองเส้นผมที่ถูกตัดอย่างตะลึง เขากำลังจะห้ามเธอเอาไว้แต่ไม่ทัน“เท่านี้พอไหมคะ?” นางฟ้าถาม เพราะไม่แน่ใจว่าเส้นผมประมาณคืบของเธอกำนี้เพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนกับหวีวิญญาณสีชาดหรือเปล่า นางฟ้าไม่ค่อยแน่ใจเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนสักเท่าไหร่เจ้าของร้านมองเส้นผมที่อยู่ในมือ “แค่นี้ก็มากเกินพอแล้วครับ น้องฟ้าตัดสั้นไปหน่อย แต่ก็น่ารักดี”เขารับเอาผมกำนั้นไป ลุกขึ้นยืน “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะไปเอาหวีวิญญาณมาให้ น้องฟ้ากับคุณคทารออีกสักครู่”หลังชายเจ้าของร้านเดินขึ้นชั้นสองของร้านไปแล้ว ชายหนุ่มก็พูดขึ้นคล้ายไม่พอใจอะไรสักอย่าง “ทำไมคุณต้องทำถึงขนาดนี้...”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่นี้เอง” เธอพูดก่อนจะจับปลายผมที่สั้นขึ้นของตัวเองขึ้นมาดู “อีกอย่างคุณก็บอกว่าจะให้งบไม่อั้นไม่ใช่เหรอ ฉันว่าคุ้มอยู่นะ”“แต่ผมของคุณ...” เขามองผมของเธอด้วยสายตาที่เธอก็บอกไม่ค่อยถูกเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ขณะที่จ้องมองมา“เอาน่า หลังจากนี้คุณก็พาฉันไปร้านตัดผมด้วยล่ะ” เธอรวบผมขึ้นมาให้เขาดู “ดูสิ ผมฉันแหว่งน่าเกลียดมาก”“แล้วทำไมคุณถึงใช้ผมในการแลกเปลี่ยน?”“อ๋อ จะว่ายังไงดี...คุณเคยได้ยินไหมว่าร่างกายของคนเราเป็นเหมือนภาชนะที่ใช้บรรจุวิญญาณ ดังนั้นทุกส่วนของร่างกายก็เลยมีวิญญาณอยู่ไม่มากก็น้อย การตัดผมก็เหมือนการตัดวิญญาณบางส่วนออกไป ผมที่ถูกตัดออกไปก็จะมีวิญญาณส่วนหนึ่งอยู่ในนั้น ไม่เป็นอันตรายหรอกนะ ไม่นานวิญญาณส่วนนั้นก็จะฟื้นกลับมาใหม่ ก็เหมือนผมที่งอกยาว ซึ่งพวกเราเรียกมันว่าพลังวิญญาณน่ะ”ชายหนุ่มเหลือบมองเส้นผมของเธออีกครั้ง ท่าทางสงสัย นางฟ้าพูดต่อ“เขาถึงได้บอกว่าจะตัดผมหรือตัดเล็บก็อย่าตัดมั่วซั่วไงคะ เกิดตัดผมตอนที่กำลังอ่อนแอหรือดวงตกก็อาจจะซวย เจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุได้บางครั้งถึงกับต้องดูฤกษ์ยามกันเลยด้วยซ้ำนะ”ถึงจะบอกกับเขาไปอย่างนั้นก็ตาม ที่จริงแล้วนางฟ้าก็แค่อยากจะตัดผมแค่ที่ยาวแล้วของตัวเองแค่นั้นแหละ ก็แหม เธอไว้มาตั้งหลายปีแล้ว มันร้อนจะตายไป“แล้วคุณไม่เป็นอะไรเหรอ รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”เขามองสำรวจอย่างพิจารณาและจริงจัง นางฟ้ารู้สึกเขินหน่อยๆ ไม่ชินเลยด้วยที่อยู่ๆ ก็มีคนมาทำท่าทางเป็นห่วงเป็นใย โดยเฉพาะกับคนที่มีความประทับใจแรกติดลบอย่างเขา“ก็แค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย ฉันเป็นพวกมีพลังวิญญาณเยอะ เดี๋ยวผมก็กลับมายาวใหม่ แค่นี้ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”อีกฝ่ายทำท่าถอนหายใจ คทาเอ่ยบอกเสียงเข้ม “ทีหลังจะทำอะไรก็บอกผมหน่อย อย่าคิดเองทำเองแบบนี้”“บอกคุณ?” นางฟ้าทวนคำเสียงสูง “ทำไมฉันต้องบอกคุณด้วยคะ? บอกคุณแล้วยังไงต่อ คุณจะตัดผมตัวเองให้แทนอย่างนั้นเหรอ?”ตลกแล้ว ขนาดใช้ผมของเธอยังใช้เยอะขนาดนั้น ผมสั้นๆ ของเขาคงจะไม่พอหรอก“ผมบอกให้ทำก็ทำเถอะ อย่าพูดมาก!”พูดดีๆ กับเธอไม่เท่าไหร่ก็พูดเสียงเข้มใส่เธออีกแล้ว จนนางฟ้าคิดว่าคำพูดดีๆ เมื่อกี้เป็นเธอที่คิดไปเอง เหอะ!นางฟ้าไม่รู้หรอกว่าใช้อะไรได้บ้าง เกณฑ์ที่จะใช้แลกเปลี่ยนคืออะไร บอกตามตรงก็คือไม่ได้มีคิดไว้ก่อน จนกระทั่งตอนที่นั่งรถมา นางฟ้าก็คิดได้ว่าน่าจะใช้เส้นผมของตัวเองได้ วัตถุวิญญาณอย่างหวีวิญญาณก็น่าจะใช้ของที่มีวิญญาณเหมือนกันมาแลกเปลี่ยนทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่างที่บอกไปแล้ว เธอแค่อยากจะตัดผมยาวๆ ของเธอก็เท่านั้นเองนั่นแหละ“ขอโทษที่ให้รอนะครับ” อาชาเดินมาพร้อมกล่องไม้สองกล่องในมือทำไมมีสองกล่อง?นางฟ้ารับทั้งสองกล่องมาก่อนจะเปิดดูของข้างใน กล่องแรกนั้นเป็นหวีสีแดงเลือดที่มีลักษณะคล้ายหวีเสียบ ตัวหวีมีลวดลายแกะประดับอย่างสวยงาม ดูเผินๆ เหมือนลายตกแต่งธรรมดา แต่จริงๆ มันเป็นการลงอักขระ พลังที่แผ่กระจายออกมาจากตัวหวีรุนแรงมากเลยทีเดียว แถมยังเปล่งประกายมากด้วย...ของดี!นางฟ้าเก็บหวีกลับลงในกล่อง ปิดฝากล่องให้เรียบร้อย แล้วหยิบเอาอีกกล่องมาถือไว้ เธอถามอาชาอย่างสงสัย “แล้วอันนี้คือ? ...”“ผมที่น้องฟ้าตัดออกมามันมากเกินไป พี่ก็เลยให้ของในกล่องนั้นซึ่งเป็นส่วนต่างที่ได้รับมา”“อ๋อ” เธอพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเปิดออกดูของด้านในด้านในมีกำไลวงหนึ่งวางอยู่ มันเป็นกำไลสีดำที่ดูเหมือนแก้วเส้นเล็กๆ เส้นหนึ่ง มีลักษณะเป็นเส้นที่บิดเกลียวเล็กน้อยนี่มัน...เส้นผม...ของเธอ?ที่เขาหายไปค่อนข้างนานเพราะไปทำกำไลนี่มาให้อย่างนั้นเหรอแถมดูไม่ใช่แค่เส้นผมธรรมดาด้วย อีกฝ่ายคงทำอะไรกับมันสักอย่าง มันดูเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง“นี่มัน...”เขายิ้มก่อนจะเอ่ยอย่างเป็นปริศนา “สักวันมันจะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอนครับ”“งั้นฟ้าไม่เกรงใจแล้วนะคะ” เธอลุกขึ้น “ฟ้าคงต้องขอตัวกลับก่อน ส่วนอันนี้ขอบคุณมากเลยค่ะ”“ครับ เอานี่กลับไปกินด้วยนะครับ นารีเธอดีใจมากที่น้องฟ้ามา เอาใส่ถุงให้เต็มไปหมดเลย” เขายื่นถุงกระดาษใบใหญ่มาให้นางฟ้าเดาได้ไม่ยากเลย ในนั้นต้องเต็มไปด้วยขนมอร่อยๆ ที่คุณเมดคนนั้นทำแน่ๆ เธอเคยได้มันมาก่อน และมักจะได้รับทุกครั้งที่มาเลย พวกเขาช่างดีกับเธอมากจริงๆนางฟ้าขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะรับเอาถุงมากอดไว้อย่างดีใจ ทักทายคุณพนักงานใหม่ตอนที่เดินผ่านเคาน์เตอร์ แล้วเดินออกไปตามหลังผู้ว่าจ้างของเธอ
คทามองคนที่บอกว่าเหนื่อยนิดหน่อยแต่หลับไปทันทีที่เข้ามานั่งในรถ เขาเหลือบมองผมที่เคยยาวเลยเอวตอนขามา แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่กลางหลัง ไม่เข้าใจว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกอย่างไร แต่ที่รู้แน่ๆ ก็คือรู้สึกขอบคุณ ขอบคุณที่เธอพยายามจะช่วยของสาวของเขาเต็มที่ถึงแม้ว่าตอนแรกคทาจะไม่ค่อยเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติที่อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้แบบนี้มากนัก...ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่เขาพบเจอวันนี้มันค่อนข้างที่จะ...อธิบายยากร้านน่าสงสัยที่ไม่เคยเห็นมาก่อนที่แม้จะยืนอยู่หน้าร้านก็ไม่สังเกตเห็น ถ้าไม่ใช่เธอ ‘ชี้’ ให้ดูก็อาจจะไม่เห็นมัน ภายในร้านนั้นไม่ว่าจะมองดูสักกี่ทีก็เห็นว่ากว้างกว่าที่เห็นด้านนอกที่มีช่องอยู่ระหว่างตึกแคบๆ หลายสิบเท่าคทาตกใจชุดน้ำชาที่ลอยออกมาต้อนรับมาก มากจนพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่ และหวาดกลัวนิดหน่อยที่ผู้หญิงที่ไปด้วยพูดคุยราวกับว่ามีคนอยู่ทั้งๆ ที่ไม่มี แต่หลังจากนั้นก็มีน้ำหวานเย็นๆ มาให้ตามที่เธอร้องขอ...ซึ่งแน่นอนว่ามันลอยมาอีกครั้งคทาก็คิดว่าน้ำเย็นดีคงจะชื่นใจกว่าน้ำชาที่มีควันลอยกรุ่น เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าจะต้องเอ่ยขอกับใครตลอดเวลาที่มีการเจรจานั้น มีเพียงเจ้าของร้านและผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ที่เป็นคนจัดการ เพราะคทาไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร ต้องจ่ายยังไง ดังนั้นจึงตกใจมากที่เห็นเธอตัดผมของตัวเองเป็นค่าหวีที่ต้องใช้ในการช่วยชีวิตน้องสาวน้องสาวของเขาเคยพูดว่าเส้นผมเป็นสิ่งสำคัญของผู้หญิง แต่เธอกลับตัดผมของตัวเองได้หน้าตาเฉยคทาคิดทบทวนหลายรอบ ภาพร้านสมปรารถนาที่ค่อยๆ จางหายไปหลังจากที่เขาและเธอเดินออกมายังคงติดตาอยู่ พ่อและแม่ของเขาเป็นคนที่เชื่อเรื่องพวกนี้มาก ซึ่งตอนนั้นคทาไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ตอนนี้คิดว่ารู้แล้วพวกท่านอาจจะเคยพบเจอกับตัวเองเหมือนที่เขากำลังเจออยู่นี่ก็ได้คทาควรจะเชื่อได้แล้ว แต่ขอเวลาอีกสักนิด เรื่องแบบนี้มันเชื่อได้ยากจริงๆ