ผมตื่นเช้ามาด้วยความสดใส เมื่อคืนกว่ารามและริวกว่าจะออกไปจากห้องได้ก็เกือบสามทุ่ม ขนาดผมไล่ทางอ้อมแล้ว ทั้งสองก็ยังทำหูทวนลมขอดูหนังต่อ
ถ้าผมอนุญาตให้นอนที่นี่ได้ สงสัยคงพากันนอนแน่ๆ
แต่ฝันไปเถอะ ห้องก็อยู่แค่นี้เดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึง สุดท้ายผมเลยใช้ข้ออ้างว่าปวดหัวอยากนอนเร็วๆ ทั้งสองเลยยอมกลับไป แต่ก่อนจะไปก็ไม่วายถามถึงอาการ รามบอกว่าถ้าหากไม่ไหวก็ให้รีบไปเคาะห้องเรียก
ผมรู้ว่าพวกเขาอยากสนิทกับน้องตัวเอง แต่บางทีอะไรหลายๆ อย่างมันก็ยังดูเร็วเกินไป พวกเรายังไม่ได้เปิดใจคุยกันเลย ในใจเรย์ไม่เคยโกรธเกลียดพี่ชายตัวเองหรอก จะโดนด่าโดนว่ายังไงก็ยังรัก เรย์อยากสนิทกับพี่ๆ เหมือนตอนเด็กๆ แต่จะให้ผมเข้าไปตีสนิทเลยมันคงไม่ใช่ ผมกับเรย์ไม่ใช่คนๆ เดียวกัน ถึงแม้ผมจะอยู่ในร่างน้องก็เถอะ
ผมรู้ว่าสิ่งที่น้องเจอมามันเลวร้าย แต่ในใจน้องไม่เคยโกรธคนในครอบครัวเลย เขาเพียงเเค่ไม่เข้าใจเท่านั้นว่าทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงคิดแบบนั้นและผมจะไปแก้แค้นหรือคิดแทนเรย์คงไม่ได้ ผมไม่มีสิทธิ์เอาความคิดของตัวเองไปคิดแทนร่างเดิม
ผมหวังว่าทุกคนจะได้รับผลกรรมในสิ่งที่ตัวเองทำ พวกเขาทุกคนควรได้รับบทเรียนของตัวเอง คนที่คิดได้และแก้ตัวผมคิดว่าเรย์ก็พร้อมที่จะให้อภัยแน่นอน
และผมก็ไม่อยากก่อกรรมทำเข็ญกับใครอีก อยากให้เรย์ได้ไปเกิดใหม่ด้วยความสบาย
ความจริงผมก็อายุเยอะกว่ารามและริวหลายปีมาก เจออะไรมาก็มากมันมากพอที่จะทำให้มองเหตุผลของแต่ละคนออก มองออกแม้กระทั่งปู่ชัยนาทและเ้าสัวพิชัย พวกเขารักและเอ็นดูเรย์มากแต่เพราะห่วงเื่นั้นเื่นี้เกินไปจึงตัดสินใจผิดพลาด
บางครอบครัวพูดว่ารับได้ที่เห็นคนอื่นเป็เพศที่สาม แต่พวกเขาก็ภาวนาตลอดว่าอย่าให้มาเกิดกับครอบครัวตัวเองเลย
ยิ่งสังคมคนรุ่นเก่าแล้ว พวกเขาก็ยังวนเวียนคิดว่าการแต่งงาน การมีลูกคือสิ่งที่ควรทำ บางคนก็ห่วงลูกว่าจะไม่มีใครดูแลตอนที่ตัวเองไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่บางคนก็มีเหตุผลที่เห็นแก่ตัวเกินไป
ชีวิตคนเรามันควรมีอิสระ ไม่ควรมีใครมาบงการตลอดชีวิตใคร ตอนตายชื่อเสียง เงินทองหรือคนที่เรารักเราก็ไม่สามารถเอาไปด้วยได้
ถึงเวลาสักวันเราทุกคนก็ต้องปล่อยมือกัน
การแปลกแยกจากสังคม ก็เหมือนกับการนำภัยร้ายเข้ามาใกล้ตัว คุณลองเป็เพศที่สามแล้วไม่รวย ไม่ได้หน้าตาดีดูสิ ทุกอย่างมันจะสลับกันไปหมด ถึงแม้จะมีคนที่รับได้แต่ก็ยังคงมีคนที่พร้อมจะพูดจาดูถูกคุณอยู่ตลอดเวลา
บางคนโดนจนชิน แต่คำว่าชินของพวกเขามันก็แลกมาด้วยน้ำตา ความผิดหวังและปมภายในใจที่ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต
ถ้าถามว่าผมจะพัฒนาความสัมพันธ์กับครอบครัวนี้ต่อไปหรือเปล่า ผมขอตอบได้เลยว่าอยากที่จะลองเป็อีกหนึ่งคนในครอบครัวพวกเขาดู
ในเมื่อมีชีวิตใหม่แล้ว ผมก็อยากจะััคำว่าครอบครัวจริงๆ อีกสักครั้ง แต่ยังไงทุกอย่างมันก็้าเวลาจะทำอะไรปุ๊บปั๊บก็คงไม่ได้
เื่พวกนี้ก็ให้มันเป็เื่ของอนาคตเถอะ ผมขอทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ
มาพูดถึงอาหารเช้าวันนี้กันเถอะ วันนี้ผมทำเป็หมูผัดเปรี้ยวหวาน ซุปสาหร่ายและข้าวสวยร้อนๆ หนึ่งจานพูนๆ วันนี้ต้องใช้พลังงานสมองเยอะเลยบำรุงร่างกายตัวเองสักหน่อย
ส่วนข้าวเที่ยงมีเป็แฮมเบอร์เกอร์กุ้ง ไส้กรอกทอด กล้วย องุ่น คุกกี้ และตบท้ายด้วยชาผลไม้รวม หวาน หอมชื่นใจ เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็เอาพวกมันใส่ในกระเป๋าเก็บอุณหภูมิอาหาร
ก่อนจะลงมือทานอาหารเช้าด้วยความเอร็ดอร่อย เสร็จแล้วก็อาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเรียน วันนี้ผมอยากรีบไปเร็วหน่อย เพราะจะได้หาแถวหลังห้องนั่งได้ทัน
ก่อนออกจากห้องผมก็ไม่ลืมที่จะเช็กความเรียบร้อย เมื่อทุกอย่างโอเค ผมปิดประตูห้องเดินไปยังลานจอดรถที่มีรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งจอดอยู่ ผมมาถึงก็รีบใส่หมวกกันน็อคก่อนจะขึ้นคร่อม
แต่ในระหว่างที่ผมกำลังจะสตาร์ทรถก็โดนเรียกเอาไว้เสียก่อน
"เรย์!" ริวเรียกผมเสียงดัง
"ครับ" ผมดับรถมอเตอร์ไซค์ก่อนจะหันหน้าไปหาริวที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อด้วยท่าทางเหนื่อยหอบสงสัยคงจะวิ่งตามมา
"จะไปส่ง"
"จะให้ผมไปด้วยเหรอ"
"ใช่ ฉันมีเรียนเหมือนกัน...ฉันจะไปส่งเธอ ทางเดียวกันประหยัดค่าน้ำมัน"
"ไม่เป็ไรครับ" ผมตอบเสียงหนักแน่น
"ไปกับฉัน!" ริวขึ้นเสียงใส่ผมสีหน้าดูขึงขัง เมื่อไม่ได้สิ่งที่้า
"อย่ามาบังคับผมนะ" ผมมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ก่อนจะพูดเสียงเเข็งพร้อมกับถลึกตาใส่เล็กน้อย เพื่อบอกให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าผมก็ไม่พอใจเหมือนกัน
เขากำลังคิดที่จะทำอะไรกันแน่ ถ้าผมตอบตกลง ผลกระทบที่ตามมามันจะร้ายแรงขนาดไหนเขาเคยคิดบ้างไหม
ริวเป็คนหน้าตาดีมาก ชีวิตห้อมล้อมไปด้วยสาวสวยมากหน้าหลายตา เพียงแค่ผมก้าวขาลงจากรถเขาแม้แต่ก้าวเดียว คนก็ต้องเห็นและเอาไปนินทาเสียๆ หายๆ ถึงแม้พวกเราจะเป็พี่น้องกัน แต่คนที่รู้ความจริงก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ถ้าผมโดนดักทำร้ายเหมือนตอนที่เรย์แอบชอบพู่กันจะทำยังไง
คุณคิดว่าผมยังจะโชคดีเป็ครั้งที่สองอยู่ไหม เขาจะจัดการคนที่มายุ่งกับผมหรือเปล่า มันไม่มีอะไรมารับรองชีวิตผมได้เลย
ขอยอมรับว่าคิดมาก แต่ถ้าไม่คิดอะไรเลยก็คงไม่ได้ เพราะยังไงคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดมันก็คือผม คิดว่าคนพวกนั้นจะไปเล่นงานริวเหรอ ไม่มีหรอกทุกคนจะพุ่งเป้ามาที่ผมแทนอย่างแน่นอน
ผมไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอบกลับอะไร รีบสตาร์ทรถก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว
"แม่งเอ๊ย!!" ริวเขวี้ยงกระเป๋าลงพื้นด้วยความโมโห เขาโมโหตัวเองทุกอย่างมันกำลังจะดีอยู่แล้วเชียว เพราะความใจร้อนของเขาอีกแล้ว ทุกอย่างถึงได้เป็แบบนี้ ริวได้แต่โทษตัวเองในใจ
ริวยืนเสียใจอยู่ไม่นาน พอได้สติก็รีบขึ้นรถเบนซ์คันหรูขับตามหลังเรย์ไปทันที แต่ก่อนที่จะเข้าไปในมหาลัย อยู่ๆ ริวก็จอดรถหน้าร้านเครื่องสำอางเพื่อซื้ออะไรบางอย่าง
ผมขับรถมาถึงคณะด้วยความใจเย็น เมื่อกี้ผมไม่ได้โกรธริวเลยเข้าใจเ้าตัวเสียด้วยซ้ำ ผมแค่มองผลกระทบที่จะตามมาเฉยๆ เลยเลือกที่จะตัดปัญหาไป และคนเราคงทำตามใจคนอื่นไม่ได้ตลอดเวลา ผมอยากให้ริวคิดถึงในแง่นี้ด้วยผมเลยเลือกที่จะทำแบบนี้
ผมลงจากรถก่อนจะเดินขึ้นห้องเรียนโดยไม่นั่งรอที่ข้างล่างเหมือนตอนนั้น อยากจะรีบไปหาที่นั่งดีๆ เหมาะๆ พอเดินเข้ามาในห้องก็ไม่เจอใครสักคน ผมเลือกเดินเข้าไปนั่งหลังห้อง มุมตรงนี้ติดกับหน้าต่างและไม่ไกลจากจอโทรทัศน์มาก ถึงเเม้ว่าตอนนี้จะมีเพื่อนแล้ว แต่การจะคบกันก็ไม่จำเป็ที่ต้องนั่งข้างกันเสมอไป เราควรเลือกที่นั่งที่ตัวเองพอใจจะดีกว่าและอาจจะทำให้เรามีสมาธิมากขึ้นเพราะไม่มีเพื่อนคุย
ผมไม่ได้กังวลเื่การคบเพื่อนอยู่แล้ว ทั้งชาตินี้และชาติก่อน ที่ผมเคยพบเจอมันทำให้ผมรู้ว่าคนที่จริงใจมีน้อยมาก ยิ่งในตอนนั้นผมไม่มีอะไรเหมือนตอนนี้ทั้งโดนดูถูก กดขี่ข่มเหงสารพัด
ผมนั่งคิดอะไรเพลินๆ จนได้ยินเสียงภายในห้องที่เริ่มดังขึ้น
"สวัสดี ทำไมมึงมาเช้าจังวะ" ใบหม่อนเดินเข้ามาทักทายก่อนจะเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ทางซ้ายมือ โดยมีกิตและเลโอเดินตามมาติดๆ
"อยากมาหาที่นั่งก่อนน่ะ กลัวไม่ได้นั่งหลัง55555"
"ขนาดกูรีบมาแล้วนะเนี่ย ยังมาไม่ทันมึงเลย" กิตพูดกับผม ก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ทางขวามือ
"กูเนี่ยสิ ตื่นสายข้าวเช้าก็กินไม่ทัน" เลโอพูดพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ถัดไปจากกิต
"แล้วทำไมวันนี้พากันมานั่งหลังห้อง"ผมถามด้วยความสงสัย เพราะปกติพวกเขาชอบนั่งหน้าห้อง
"อยากเปลี่ยนบรรยากาศดูน่ะ" กิตพูดในระหว่างที่เอาของออกมาจากกระเป๋า
"พวกกูกลัวมึงเหงา ที่นั่งตรงนี้ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ด้วย"
"อ๋อ...เออเลโอที่บอกว่ายังไม่ได้กินข้าว เอาแฮมเบอร์เกอร์ไหม พอดีกูห่อของกินมาด้วย"
"ไม่เป็ไรมึง กูหยิบแซนด์วิชติดมาด้วย" เ้าตัวพูดพร้อมกับโชว์แซนด์วิชในกระเป๋าขึ้นมาให้ผมดู
"วันนี้เรียนทั้งวันกูเหนื่อยรอเลย ตอนบ่ายก็ต้องเรียนคลาสรวมกับปีอื่นอีก เราต้องรีบขึ้นมาหาที่นั่งให้ทัน"
ในระหว่างที่รออาจารย์มา พวกเราก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกันหลายเื่ ใบหม่อนเป็คนทำให้กลุ่มมีเสียงเฮฮาอยู่ตลอดเวลา ส่วนกิตก็จะนิ่งๆ แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกอึดอัด ส่วนเลโอเป็ตัวแสบเลยชอบหยอกล้อผมเมื่อมีโอกาส และที่สำคัญทุกคนชอบทำให้ผมหัวเราะ ยิ่งรู้ว่าผมเป็คนเส้นตื้นก็ยิ่งเอาใหญ่ เพราะมุขนิดๆ หน่อยๆ ผมก็ขำ
ก่อนหน้านี้พวกเราคุยกันแล้วว่าพูดกูมึงได้ตามสบาย จะได้ดูสนิทกัน ผมลองเปิดใจคุยกับทั้งสามคนก่อนที่จะรู้สึกได้ว่าผมเข้ากับพวกเขาได้ดีมากๆ พวกเรามีอะไรหลายๆ อย่างที่ชอบเหมือนกันและมันก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร ถึงแม้่แรกๆ จะเกร็งๆ กันอยู่บ้าง พูดตามตรงผมก็ไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน บางเื่ก็คิดทบทวนก่อนพูดออกมา แต่ดีที่พวกเขาสามคนรับรู้และช่วยเหลือผมตลอด
มันรู้สึกดีมากๆ ไม่เคยคิดเลยว่าการมีเพื่อนมันจะดีขนาดนี้ ได้หัวเราะและพูดคุยเื่ราวต่างๆ อย่างสบายใจ และที่แปลกใจคือไม่คิดเลยว่าวันนี้พวกเขาจะเปลี่ยนที่นั่งมานั่งกับผมหลังห้อง มันทำให้เห็นถึงความจริงใจเป็อย่างมาก
ในระหว่างที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีเพื่อนผู้ชายในคลาสเดินตรงเข้ามาหาผม
"สวัสดีเรย์" เ้าตัวเดินมาด้วยท่าทางมั่นใจแววตานั้นเต็มไปด้วยความเ้าชู้
"สวัสดีครับ" การพูดคุยของพวกเราทั้งสี่คน หยุดชะงักลงเมื่อมีคนอื่นเดินเข้ามา
"เราขอไลน์เธอหน่อยได้ไหม"
"เอาไปทำไมเหรอครับ"
"เราอยากจะคุยกับเธอน่ะ เฟซเธอก็ไม่เห็นรับเราเลย เราขอน้อยใจได้ไหม" อีกฝ่ายเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามผม ก่อนจะทำท่าทางน้อยใจสายตาเต็มไปด้วยความอ้อนวอน
"คนแอดมาเยอะมากเลยครับ ผมก็ไม่รู้ว่าจะรับใครดีก็เลยเลือกที่จะไม่รับสักคน ขอโทษด้วยนะครับ" เ้าตัวพยักหน้าเข้าใจ
"เธอสวยขึ้นมากเลยอะ" อยู่ๆ อีกฝ่ายก็พูดชมผมขึ้นมา
"แล้วแต่ก่อนผมไม่สวยเหรอครับ?"
"ก็สวยแต่มันไม่มากเท่านี้ไง แล้วสรุปเธอจะให้เราไหม"
"ผะ..."ผมกำลังจะตอบ แต่อยู่ๆ ก็มีคนพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน
"โอ๊ย!...ฉลามอย่าบอกนะว่าเธอชอบอีกะเทยนี่น่ะ5555" อีกฝ่ายพูดเสียงดัง พร้อมกับเบะปากใส่ผม คนที่พูดก็คือเพื่อนของไข่มุก
"แล้วทำไมฉันจะชอบไม่ได้"
"ผู้หญิงมีให้เลือกเยอะแยะ ทำไมเธอไม่ไปชอบล่ะ ทำไมถึงลดตัวไปชอบคนแบบมันด้วย" เ้าตัวเท้าสะเอวพร้อมกับชี้หน้าผมด้วยท่าทางไม่พอใจ เธอคนนี้คือคนที่แอบชอบฉลาม
"ฉันจะชอบใครมันก็เื่ของฉัน เธอมายุ่งอะไรด้วย แล้วทำไมถึงมีนิสัยชอบดูถูกคนอื่นแบบนี้ คำพูดแต่ละคำที่เธอพูดออกมาไม่อายบ้างหรือไง เธอลองหันดูรอบๆ ซิว่าเพื่อนคนอื่นเขามองเธอด้วยสายตาแบบไหน" ฉลามหันไปพูดกับเพื่อนของไข่มุกด้วยท่าทางโมโห เพื่อนของไข่มุกเมื่อได้ยินคำพูดตอกหน้าแบบนั้นแล้วก็รีบกวาดสายตามองรอบห้อง ถึงได้รู้ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังมองเธอด้วยสายตาไม่ชอบใจ
"แล้วฉันจะบอกเธอไว้อีกอย่างนะ ไม่มีใครชอบให้คนอื่นมาชี้หน้าด่าว่าเป็อย่างงั้น อย่างงี้หรอก ขนาดตัวเธอเองยังไม่ชอบแล้วทำไมถึงเอาพฤติกรรมที่ตัวเองไม่ชอบมาทำกับคนอื่นด้วย" กิตที่นั่งเงียบอยู่นานพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ ทีด่าคนอื่นทำได้แต่พอคนด่าคืนกลับไม่พอใจ
"เธอก็โตแล้วนะไม่ใช่เด็กอนุบาลที่คิดอะไรไม่ได้ " ใบหม่อนที่ก่อนหน้านี้เคยขี้เล่นก็แสดงท่าทีจริงจังออกมา
"เธอไปเถอะ ถ้าไม่ชอบพวกเราก็ไม่ต้องมายุ่ง ต่างคนต่างอยู่เถอะ" เลโอโบกมือไล่กลุ่มไข่มุกออกไปจากบริเวณที่พวกเรานั่งอยู่
กลุ่มของไข่มุกเมื่อได้ยินคำพูดตอกหน้าก็ทนฟังต่อไปไม่ได้ ทั้งหมดรีบยกกระเป๋าสะพายใบหรูขึ้นปิดหน้าด้วยความอาย ก่อนจะรีบเดินออกจากคลาสไป
"ไม่ชอบก็ยังเดินมาแซะถึงที่อีก อยู่ดีๆ มันจะตายหรือไง" ใบหม่อนพูดออกมาท่าทางเซ็งๆ
"ปล่อยพวกเขาไปเถอะ" ผมยกมือลูบไหล่เพื่อนทั้งสามคนเบาๆ เพื่อให้ใจเย็นลง คนสุดท้ายที่ผมเอามือลูบปลอบนานที่สุดคือกิต เพราะเ้าตัวดูอารมณ์เสียเอามากๆ "ไม่เป็ไรนะกิต ปล่อยเขาไปเถอะ" กิตหันมองหน้าผมก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
"แล้วสรุปเธอจะให้ไลน์เราปะ" ฉลามพูดขึ้นเมื่อบรรยากาศคลี่คลายลง
"ได้ๆ เอาโทรศัพท์มาสิ" ผมให้ไลน์ฉลามไป คำพูดที่ฉลามพูดเมื่อกี้ทำให้รู้เลยว่าเขาเป็คนที่มีความคิดดีคนหนึ่ง เป็เพื่อนกันก็ไม่เสียหายอะไร
"ขอบคุณครับ ไว้เดี๋ยวเราไลน์ไปนะ" ฉลามเมื่อได้สิ่งที่้าแล้ว เ้าตัวก็รีบลุกจากเก้าอี้เดินไปหากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่รออยู่ พอเดินไปถึงก็โดนเพื่อนแซวตามระเบียบ
"ตั้งใจเรียนเถอะ อาจารย์มานู้นแล้ว" ผมบอกทุกคนเมื่อเห็นอาจารย์กำลังเดินเข้ามา
พออาจารย์มาถึง พวกเราก็ตั้งอกตั้งใจเรียนไม่ได้คุยกันเลย ถึงแม้ใบหม่อนและเลโอจะดูเหมือนไม่สนใจอะไร แต่พอถึงเวลาเรียนจริงๆ ทั้งคู่ก็ตั้งใจเรียนมาก ไม่มีว่อกแว่กหรือหลับระหว่างคาบ ใช้เวลาเรียนไม่นานก็เลิกซึ่งวันนี้อาจารย์ปล่อยเร็วกว่าทุกครั้ง จึงมีเวลาเหลือถึง 50 นาทีก่อนที่จะไปเรียนวิชาต่อไป
"เฮ้อ! เลิกสักที หิวข้าววะไปหาไรกินกันเถอะ" ใบหม่อนถอนหายใจพร้อมกับบิดี้เี
"ขอเป็โรงอาหารเราได้ไหมใกล้ๆ จะได้รีบมาจองที่ทัน" เลโอเสนอความคิดขึ้น เ้าตัวรีบกวาดของบนโต๊ะใส่กระเป๋าดูท่าคงหิวจริงๆ
"ได้ดิ เรย์ปะไปกินข้าวกันเถอะ" กิตหันมาสะกิดผม
"วันนี้กูห่อข้าวมากินเองวะ ไปกันเลยเดี๋ยวกูหาที่นั่งข้างตึกเอาก็ได้"
"อ้าวเหรอ...เอาไปกินที่โรงอาหารด้วยกันก็ได้นิ"
"พวกมึงไปเถอะ กูกลัวไปแล้วอึดอัด มึงก็รู้ว่าแต่ก่อนกูต้องเจออะไร" แต่ก่อนเรย์เคยโดนคนแกล้งสาดน้ำใส่ข้าวจนไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน เสื้อผ้าก็สกปรกและโรงอาหารก็เหมือนแหล่งข่าวชั้นดีคงไม่พ้นเสียงนินทาว่าร้ายแน่นอน
ผมยังคิดอยู่เลยว่าที่ตัวเองไลฟ์สดไปในวันนั้นคิดถูกแล้วหรือเปล่า เพราะยิ่งเหมือนเรามีพื้นที่ในสังคมมากขึ้น พื้นที่ส่วนตัวเราจะยิ่งลดลง คนก็จะคอยถามนั่นถามนี่อยู่ตลอดเวลา เริ่มโดนจับตามองสุดท้ายถ้าไม่ถูกใจใครก็ไม่พ้นเอาเราไปพูดเสียๆ หายๆ ก่อนหน้านี้ก็มีคนกระหน่ำแอดเฟซและทักแชทมาอย่างบ้าคลั่งจนผมยังแอบกลัว
ผมคิดว่าคงต้องไปทบทวนเื่อะไรพวกนี้ใหม่ และคงต้องวางขอบข่ายการขายของให้ดีมากยิ่งขึ้น
"ได้ๆ ยังไงก็แชทมาแล้วกัน"
"เคๆ" พอผมเก็บของเรียบร้อยแล้วก็เดินลงมาบันไดข้างตึก เพื่อที่จะหาม้าหินอ่อนนั่ง
พอลงมาได้ผมก็เลือกม้าหินอ่อนตรงหลังคณะ มันเป็บริเวณที่คนไม่ค่อยพลุกพล่าน มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ลมพัดเย็นสบาย เหมาะกับการนั่งทานข้าวเที่ยงของผมในวันนี้ ผมนั่งลงก่อนจะเเกะอาหารทั้งหมดออกมาวางเรียงกันอย่างเป็ระเบียบ หยิบแฮมเบอร์เกอร์กุ้งขึ้นมาก่อนจะกัดมันเข้าปาก รสชาติของเนื้อกุ้งที่ผสมกับซอสเข้ากันได้เป็อย่างดี อร่อย!
เรย์นั่งทานอาหารเที่ยงอยู่คนเดียว โดยเ้าตัวไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังถูกคนกลุ่มหนึ่งมองจากข้างหลังอยู่
"เดี๋ยวกูมา" ริวพูดกับกลุ่มเพื่อน ก่อนจะเดินไปหาเรย์ที่กำลังนั่งอยู่ ริวและกลุ่มเพื่อนเดินมานั่งโต๊ะม้าหินอ่อนที่ประจำได้ไม่นาน ก็เจอเข้ากับผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งกำลังนั่งหันหลังให้ไม่ไกลมาก แต่พอมองดูดีๆ แล้วดันไม่ใช่สาวสวย แต่เป็น้องเรย์คนที่เคยตามจีบพู่กัน
"แล้วอยู่ๆ ทำไมมันจะเดินไปหาน้องเขาวะนั่น มันจะไปจีบน้องเขาหรือไง" ภพพูดออกมา
"กูจะรู้ไหมล่ะ มันไม่ได้พูดอะไรนิ อยู่ๆ ก็ลุกไป" เทพตอบโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์
"จะว่าไปแล้วน้องก็สวยขึ้นมากเลยนะ แต่ก่อนโคตรอ้วน55555" ภพจอมปากหมาในกลุ่มพูดพร้อมกับขำเสียงดังลั่น
"มึงจะพูดอะไรก็ให้เกียรติเขาหน่อย" พู่กันที่นั่งเงียบอยู่นานพูดออกมาเสียงนิ่งๆ พร้อมกับมองแผ่นหลังบางที่ตอนนี้กำลังคุยอยู่กับริวอย่างสนิทชิดเชื้อ
"แต่ก่อนมึงก็ไม่เห็นสนใจน้องเขานิ กูก็แค่พูดขำๆ เองปะ อย่าซีเรียสสิวะ"
"ภพคนเราไม่มีใครอยากเป็ตัวตลกในสายตาคนอื่นหรอก มึงก็โตแล้วทำไมถึงคิดไม่ได้" เทพที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ เงยหน้ามาตักเตือนเพื่อน
"เออๆ กูขอโทษ กูจะไม่พูดแล้ว เดี๋ยวกูจะไปขอโทษน้องด้วย ก็ไอ้พู่มันไม่เคยสนใจน้องจริงๆ นี่หว่า" ภพหน้าเจื่อนลงเมื่อรู้ว่าตัวเองพูดไม่ดีออกมา
"แล้วมึงรู้ได้ไง ว่ากูไม่สนใจน้อง"
"ก็..."ภพเถียงไม่ออก เพราะไม่มีใครเดาความคิดพู่กันได้จริงๆ
"แล้วไอ้ริวมันไปสนิทกับน้องเขาตอนไหนวะ" เทพพูดขึ้นอย่างสงสัย เพราะที่มองตอนนี้ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนมมาก
ตัดภาพมาที่เรย์กับริว
ริวเดินเข้ามาหาน้องชายตัวน้อยของตัวเองช้าๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะไหล่สะกิดเรย์เบาๆ เพื่อให้เรย์หันมา
"หืม!?" ผมเลิกคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อมีคนมาสะกิด "พี่มาได้ยังไงครับ"
"พอดีฉันมานั่งรอเรียนวิชาต่อไปกับเพื่อน เห็นเธอนั่งอยู่คนเดียวก็เลยเข้ามาทัก ทำอะไรอยู่"
"อ๋อ กำลังทานข้าวเที่ยงอยู่ครับ"
"แล้วทำไมไม่ไปกินที่โรงอาหาร"
"พอดีวันนี้ผมมีเรียนต่อเวลาพักมีไม่มาก ผมกลัวว่าจะไปทานที่โรงอาหารแล้วรอนานเลยทำมาทานเองครับ อีกอย่างผมอยากทานแบบสงบๆ ด้วยเลยมาทานตรงนี้ครับ แต่ห่อมาจากห้องก็ดีจะได้ไม่ต้องไปแย่งใครกิน..." เรย์พูดประโยคท้ายอย่างแ่เบาก่อนจะแสดงอาการเหม่อลอยชั่วขณะ เรย์เกิดอาการสั่นโดยไม่รู้ตัวเมื่อพูดถึงการทานอาหารร่วมกับคนอื่นเยอะๆ
ริวมองอาการสั่นของน้องชายด้วยความสงสัย หรือเรย์จะกลัวการทานข้าวกับคนอื่นนะ แต่ก่อนหน้านี้น้องก็ทานข้าวกับพวกเขาได้นิ
"อืม เธอทำอะไรแล้วสบายใจก็ทำเถอะ แล้วกำลังทานอะไรอยู่"
"กำลังทานแฮมเบอร์เกอร์กุ้งครับ มีอีกหลายอย่างเลยนะ พี่อยากทานอะไรไหม"
"ไม่เอาเธอกินเถอะ....ขอโทษ!" ริวเอ่ยปฏิเสธก่อนเงียบไป แต่แล้วอยู่ๆ ริวที่นิ่งเงียบอยู่นั่น ก็พูดขอโทษออกมา
"?" ผมมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม มาขอโทษผมเื่อะไร
"ขอโทษที่เมื่อเช้าตะคอกใส่ ฉันไม่ได้ตั้งใจฉันก็แค่อยากจะมาส่งเธอ ถ้าเธอไม่ชอบฉันจะไม่ทำอีก" อ๋อ เพราะรู้สึกผิดจากเื่เมื่อเช้าสินะ
"ไม่เป็ไรครับ ผมให้อภัยพี่ เมื่อเช้าผมก็ขอโทษพี่เหมือนกันที่ทำท่าทางไม่ดีใส่ ที่ไม่อยากให้มาส่งก็เพราะว่ากลัวจะเป็ข่าว...ผมกลัวสาวๆ พี่จะรุมมาทำร้ายผม ผมไม่อยากนอนโรงพยาบาลอีก" ผมพูดเหตุผลออกมาให้ริวฟัง ั้แ่ออกมาจากโรงพยาบาลผมก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ชอบโรงพยาบาลเอาเสียเลย คำว่า "ขยาด" ลอยมาทันที
"เธอไม่ต้องกลัว ไม่มีใครทำอะไรเธอได้ ฉันบอกเธอไปแล้วใช่ไหมเมื่อคืนว่าถ้ามีอะไรให้รีบบอก น้องชายทั้งคนฉันดูแลได้ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ ถึงแม้แต่ก่อนฉันจะเป็พี่ชายที่ไม่ดี แต่ตอนนี้ฉันอยากจะขอโอกาสแก้มือได้ไหม ให้โอกาสพี่ชายคนนี้ได้ไหมเรย์"
"อื้อ" คำพูดของริวทำให้ผมรู้สึกจุกที่อก มันเหมือนกับว่าร่างกายนี้รอคอยคำนี้ของพี่ชายตัวเองมาตลอด ไม่ต้องห่วงนะเรย์พี่จะใช้ชีวิตในร่างนี้แทนเรย์เอง
ผมยกมือขึ้นกอดริวเต็มแรง กอดอีกฝ่ายแน่นพร้อมกับฝังหน้าลงที่หน้าอกก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา รู้สึกเหมือนกับว่าได้มีพี่ชายเหมือนคนอื่นจริงๆ ััได้ถึงความรักของคนในครอบครัว
ไม่นานผมก็ได้รับััจากอ้อมแขนอีกคน ริวกอดตอบก่อนจะลูบหลังของผมเบาๆ พร้อมกับโยกตัวผมไปมาเบาๆ พวกเราทั้งสองคนกอดกันไม่นานผมก็ดันตัวเองออกจากอกของริว
"ขี้แยเหมือนตอนเด็กๆ เลย ไม่ร้องแล้วทีหลังห้ามร้องไห้อีกเข้าใจไหม ยิ้มเยอะๆ" ริวนำมือตัวเองไปเช็ดน้ำตาบนใบหน้าผมอย่างอ่อนโยน ก่อนจะนำมือทั้งสองข้างจิ้มตรงมุมปากของผมให้ยิ้มกว้างขึ้น
"อื้อ!...พี่กินองุ่นผมป้อน" ผมพูดพร้อมกับเอาองุ่นไปจ่อที่ปากของริว ริวไม่ลังเลที่จะอ้าปากงับมันเลยสักนิด "หวานไหมครับ"
"อืม หวาน" เมื่อได้ยินคำตอบของริว ผมก็ยิ้มกว้างจนแทบจะเห็นฟันครบทุกซีก
"พี่ลองชิมคุกกี้ไหม ผมทำไว้ที่ห้องเยอะเลย เดี๋ยวตอนเย็นจะเอาไปให้พี่กับพี่รามนะ"
"ได้"
พวกเราทั้งสองคนนั่งคุยและปรับความเข้าใจกันในหลายเื่ นี่คือข้อดีของการใจเย็น เราแค่เลือกที่จะใจเย็นและพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพียงแค่เท่านี้ทุกอย่างมันก็จะดีเอง
ผมหยิบอาหารเข้าปากจนอิ่ม ก่อนจะสลับหยิบของกินเข้าปากริวด้วย เ้าตัวให้เหตุผลว่ามือไม่ว่างเพราะล่วงถุงเสื้ออยู่ สายตาอ้อนๆ แบบไม่ได้ตั้งใจนั้น ทำเอาผมใจอ่อนไปโดยปริยาย
พอทานข้าวเสร็จผมก็เอาของเก็บใส่กระเป๋า ก่อนจะทานน้ำตาม ในระหว่างนั้นก็เอามือทัดผมไว้ที่หูไปด้วย
แต่อยู่ๆ ริวก็หยิบยางมัดผมลายน่ารักออกมาจากกระเป๋าเสื้อห้าเส้น "พี่แวะซื้อมาเมื่อเช้า คิดว่าเธอน่าจะชอบมันโอเคไหมคือพี่เลือกไม่ค่อยเก่ง"
"น่ารักทุกอันเลยครับ ผมชอบมากๆ พี่มัดให้ผมหน่อยสิ" ผมพูดเอาใจริว ซึ่งที่พูดมันก็คือความจริงเพราะพวกมันน่ารักทุกอัน
"ให้มัดได้จริงเหรอ ไม่กลัวเจ็บหรือไง"
"ไม่กลัวครับ" ผมตอบตกลงก่อนจะหันหลังให้อีกฝ่ายมัดผมได้อย่างสะดวก "พี่ค่อยๆรวบผมทีละข้างแบบนี้...อย่าดึงแรงเหมือนเมื่อคืน" ผมพูดพร้อมกับสาธิตวิธีการรวบผมให้ดูคร่าวๆ ผมกลัวเ้าตัวจะดึงหนังหัวผมเหมือนเมื่อคืน
ริวค่อยๆ จับผมของเรย์ทีละข้างอย่างใจเย็น เ้าตัวนำผมมารวบตึงไว้ในมือก่อนจะนำยางมามัด ถึงแม้จะยังแรงไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าเมื่อคืน
"เสร็จแล้ว"
"ขอบคุณครับ"
"พี่ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยจะเอาลงเฟซ"
"เอาลงเฟซ?" ผมมองอีกฝ่ายอย่างชั่งใจ
"พี่อยากโพสต์อวดพี่ราม" สุดท้ายเ้าตัวก็เผยเหตุผลจริงๆ ออกมา
"สาวๆ พี่คงจะไม่ตามมาตบผมใช่ไหมครับ5555" ผมพูดด้วยน้ำเสียงขำๆ แต่แฝงไปด้วยความระแวง
"ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่มีใครทำอะไรเลยน้องพี่ได้" ถ้าทำได้บอดี้การ์ดที่ตามเรย์อย่างลับๆ จะโดนเขาลงมือซ้อมพวกมันด้วยตัวเองแน่นอน โทษฐานทำหน้าที่ตัวเองผิดพลาดเป็ครั้งที่สอง แค่ครั้งแรกมันก็มากพอแล้ว
ริวพูดเสียงหนักแน่นเพื่อให้เรย์มั่นใจ ว่าสามารถปกป้องได้อย่างแน่นอน
ผมนั่งคิดสักพักก่อนจะพยักหน้า เอาเถอะ! อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด คิดจะมีว่าชีวิตอย่างสงบ ผมว่ามันคงไม่สงบั้แ่บุคลิกภายนอกของเรย์เปลี่ยนไปแล้วแหละ หลังจากนี้ก็คอยระวังเอาแล้วกัน
และผมยังััได้ว่าพี่ชายทั้งสองจะไม่ทำให้ผมตกอยู่ในอันตรายแน่นอน
พอผมพยักหน้ารับ ริวยิ้มกว้างก่อนจะล่วงเอาโทรศัพท์ออกมา ริวเอามือขึ้นมาปิดหน้าผมไว้ครึ่งหน้า เ้าตัวเอียงหัวจนชนกับหัวผม ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วกดถ่ายรูป
ริวและเรย์ถ่ายรูปด้วยกันหลายรูป จนตอนนี้ริวลืมไปแล้วว่ายังมีเพื่อนๆ ที่กำลังนั่งมองเขาอยู่และหนึ่งในนั้นก็คือพู่กัน
พู่กันมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาสับสน ไปรู้จักกันตอนไหน ปกติริวแสดงออกว่าไม่ชอบเรย์มาก แล้วทำไมถึงดูสนิทกันขนาดนี้
Ryu อยู่กับ Rayyyyy
ไงคนเก่ง
(แนบรูปภาพที่ทั้งสองถ่ายด้วยกัน)
ถูกใจ 3.4k ความคิดเห็น2.4k แชร์1.5k
หวานแหวว : กรี๊ด!!!! ใครรรรรร อย่าบอกนะว่าเปิดตัว ม่ายยยยนะ ฮือออออ
ลิลลี่ เซ็กซี่ค่ะ : นี่คือเปิดตัวเหรอ?
สาวสวยพราวเสน่ห์ : สามีมโนชั้น ไม่เคยอัพรูปผู้หญิงคนไหนเลย แล้วนี่ทำไม!?!!
ทิพย์: @หวาน มึงมาดูผู้มึงไม่ใช่เหรอ @น้ำขิง @เเพรววา มาดูเร็ว
องุ่นชอบพี่ : พี่ริวนี่มันอะไรกันคะ
เม้ามอยซอยตัน : ลูกสาวเจ๊เสน่ห์แรงถึงขนาดนี้แล้วเหรอ!!!!
ชื่อใบหม่อน แต่บ้านปลูกชา : เรย์ไปอยู่กับเขาได้ไง!!
กิตติพงศ์: เรย์!?
เลโอ ไม่เคยเมา : เฮ้ย ไหง่เป็งี้
ฉลามขาว : อ้าว!
เทพเ้า : ไอ้ริวมึงเอาจริงดิ
ภพกันชาตินี้ รักกันชาติไหน : แรงมากไอ่สัส มาอธิบายเลยนะ
พู่กัน : ?
Ram : @Ryu เกินไปไหม @Rayyyyy อย่าติดมันมาก ไม่งั้นพี่น้อยใจนะครับ
____
ยังไม่แก้คำผิด
ภาพเซลฟี่ของสองพี่น้อง
ปล.รูปแบบรวบผมหายากมาก5555