บทที่ 19 ได้ขึ้นบอร์ด
พูดไปได้ครึ่งประโยค เธอก็รู้สึกเขินจนพูดต่อไม่ออก ตอนนี้น้ำตาเริ่มคลอเบ้า รู้สึกน้อยใจ
ไอเซอร์หัวเราะเบา ๆ คุกเข่าข้างหนึ่งพร้อมก้มศีรษะ ทำให้อวี้เจียวมองไม่เห็นสีหน้าของเขาในตอนนี้
"คุณคิดว่าเป็เพราะอะไรล่ะ?"
"เพราะว่า..." อวี้เจียวขมวดคิ้วแน่นพยายามคิดอย่างหนัก สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า
"เพราะว่าคุณ้าแก้แค้นฉัน"
หลังจากได้ยินคำพูดนั้น ไอเซอร์ก็หัวเราะทันที
"เดาผิดแล้ว"
"หา?"
อวี้เจียวไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร ตอนที่กำลังจะเอ่ยปากอีกครั้ง ไอเซอร์ก็ลุกขึ้นช้า ๆ จากนั้นร่างของเขาก็หายไปจากห้อง
ในเวลาเดียวกัน เสียงของ 006 ก็ดังขึ้นมาด้วยความร้อนรนในที่สุด
[โฮสต์ครับ คุณกำลังทำอะไรอยู่?]
"อะไรนะ?" อวี้เจียวรู้สึกแปลกใจ "ฉันกำลังคุยกับไอเซอร์อยู่ เขาเพิ่งเดินออกไปไม่ใช่เหรอคะ?"
เมื่อเธอพูดประโยคนั้นจบ 006 ก็เงียบไป
เมื่อเขาไม่พูดอะไร อวี้เจียวถึงได้รู้สึกตัวว่าบางอย่างไม่ถูกต้อง ในใจพลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
"006 เมื่อกี้..."
[เป็เขตแดนภาพลวงตาอีกแล้วครับ] 006 พูดต่อจากประโยคของเธอ
ความรู้สึกของอวี้เจียวกลายเป็ความรู้สึกที่ซับซ้อน
หลังจากออกจากห้องมาแล้ว ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอยังคงแสดงความเศร้าออกมา
006 เห็นเธอเป็แบบนี้ ก็ไม่รู้จะพูดอะไร
ในตอนนี้จึงเลือกที่จะปลดล็อกข้อความแชตที่ถูกบล็อกไว้ให้แสดงออกมา
อวี้เจียวคิดว่าเวลานี้น่าจะลงไปทานมื้อเช้าได้แล้ว เธอจึงไม่ได้กลับเข้าห้องพัก แต่เดินลงบันไดไปพลางเหลือบมองคอมเมนต์ และเมื่อเห็นข้อความบนนั้น ดวงตาที่เคยเศร้าก็เบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
[แย่แล้ว ดูเหมือนบอสจะกลายเป็สุนัขของภรรยาไปแล้ว]
[ทำไมบอสคนนี้อ่อนแอจัง? นี่ตั้งใจลดระดับความยากให้มือใหม่หรือเปล่า?]
[เห็นด้วย ไม่อย่างนั้นโดนตบหน้าขนาดนั้นทำไมไม่โกรธเลย เหมือนพวกมาโซคิสม์เลย]
[สตรีมเมอร์คนนี้จะออกจากระบบเมื่อไหร่กันนะ!]
[ตอบคนข้างบน ขอโทษนะ ภรรยาของฉันไม่เพียงแค่ไม่ออกจากระบบ แต่ยังติดอันดับสตรีมเมอร์หน้าใหม่ด้วย]
อวี้เจียวเลือกที่จะไม่สนใจคำพูดก่อนหน้า ตอนนี้เธอกำลังเดินลงบันไดพร้อมกับถามว่า
"อันดับสตรีมเมอร์หน้าใหม่คืออะไรเหรอ?"
006 รีบอธิบายทันที
[การไลฟ์สตรีมทั้งหมดจะปรากฏบนแพลตฟอร์ม อันดับสตรีมเมอร์หน้าใหม่คือหนึ่งในตารางจัดอันดับ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่แนะนำด้วย หากความสามารถแข็งแกร่งพอ ก็จะสามารถยึดพื้นที่แนะนำที่โดดเด่นบนหน้าหลักเพื่อดึงดูดผู้ชม และทำให้ได้รับแต้มดาวเร็วขึ้นด้วย]
006 หยุดพูดไปชั่วครู่ แล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเสริมอีกประโยคว่า
[รายชื่อที่มีความนิยมสูงสุดในตารางจัดอันดับคือผู้เล่นสิบอันดับแรก ผู้เล่นสิบอันดับแรกบนนั้นล้วนเป็ยอดฝีมือในเกม แทบจะผ่านดันเจี้ยนได้โดยไม่มีความกดดันเลย]
"หืม?" อวี้เจียวรู้สึกสงสัยเมื่อได้ยินเช่นนั้น "พวกเขาเก่งขนาดนั้นแล้ว ยังเก็บแต้มดาวไม่พอเหรอ?"
เมื่อเห็นท่าทางไร้เดียงสาของโฮสต์ 006 อดหัวเราะไม่ได้
[บางคนั้แ่เข้าเกมมา ไม่ได้คิดจะกลับไปโลกความเป็จริงเลย แต่้าจะสร้างตำแหน่งของตัวเองในโลกที่พวกเขาพิชิตได้แล้ว]
อวี้เจียวฟังแล้วงง ๆ ถึงจะไม่เข้าใจนัก แต่เธอก็พยักหน้ารับ
เมื่อมาถึงโถงใหญ่ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดอย่างจริงจังว่า
"ยังไงฉันก็ต้องกลับบ้านอยู่แล้ว"
006 เพิ่งเคยเห็นเธอแสดงสีหน้าเด็ดเดี่ยวแบบนี้เป็ครั้งแรก ในตอนนี้รู้สึกอบอุ่นใจอยู่ลึก ๆ จึงเพียงแค่ตอบรับเบา ๆ
[ภรรยาดูน่ารักมากตอนที่บอกว่าจะกลับบ้าน ถึงแม้เพิ่งจะเข้ามา แต่ก็จินตนาการถึงภาพที่ภรรยาจะจากไปแล้ว ทำยังไงดี?]
[จะอยู่ต่อไม่ได้เหรอ?]
ในห้องโถงไม่มีใครอยู่
อวี้เจียวมองเห็นทางเดินยาวใต้บันได จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงตัดสินใจจะไปดูห้องใต้ดินสักหน่อย
เธอไม่ได้สังเกตข้อความที่ลอยมาเป็พิเศษ จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าตอนนี้ผู้ชมกำลังโวยวายกันยกใหญ่
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ประตูใหญ่ของห้องใต้ดิน หัวใจของอวี้เจียวเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่ากุญแจบนประตูเหล็กถูกปลดล็อกไว้แล้ว เธอจึงค่อย ๆ ดึงประตูเหล็กเปิดออกอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าการเคลื่อนไหวของเธอจะเบามากแล้ว แต่ก็ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีเสียงโซ่เหล็กกระทบกันเล็กน้อย
อวี้เจียวรู้สึกตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองเข้าไปด้านใน
ทางเข้าห้องใต้ดินที่มืดสลัวเป็ทางเดินแคบ ๆ มีโคมไฟติดผนังเล็ก ๆ แขวนอยู่ทั้งสองข้าง แต่ไม่เพียงพอที่จะส่องสว่างภายในได้ทั้งหมด
ความคิดที่จะไปหาสมาชิกในทีมกลายเป็ความลังเลในชั่วขณะนั้น
อวี้เจียวพยายามสูดหายใจลึก ๆ ขณะที่กำลังจะยกขาเดินเข้าไปข้างใน เธอก็รู้สึกได้ถึงเสียงแ่เบาดังขึ้นจากด้านหลัง
เสียงนั้นไม่ชัดเจนนัก แต่อวี้เจียวรับรู้ได้อย่างรวดเร็วจึงหันไปมอง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือผู้หญิงคนหนึ่งในชุดกระโปรงสีแดงสลับน้ำเงิน
บนหัวของเธอประดับด้วยโบว์ขนาดใหญ่ ลวดลายดูเหมือนสตรอว์เบอร์รีสีแดงที่มีจุดสีขาวแต้มอยู่
เครื่องหน้าของเธอจัดว่าเป็คนสวยคม แต่ริมฝีปากกลับทาสีชมพูและสวมเครื่องประดับคริสตัลที่ดูน่ารักจนขัดกับบุคลิก
เมื่อสบตากับอวี้เจียว เธอจึงฉีกยิ้มที่เรียกได้ว่าสดใส
"ท่านแม่เลี้ยงคะ ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่?"
อวี้เจียวอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินคำเรียกนี้เธอก็เพิ่งตระหนักถึงตัวตนของอีกฝ่าย
"เธอคือ...สโนว์ไวท์?"
สโนว์ไวท์ทำปากยื่นออกมา ดูเหมือนจะสับสนอยู่บ้าง "ท่านแม่เลี้ยงคะ ท่านเป็อะไรไปหรือเปล่า?"
"ฉันไม่เป็ไร"
หัวใจของอวี้เจียวเต้นแรง เธอรู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงรีบส่ายหน้าและออกมาจากห้องใต้ดินอย่างรวดเร็ว
"ข้างในนั่นสกปรกมาก มีแต่คนรับใช้เท่านั้นที่จะเข้าไป ทำไมท่านถึงอยากเข้าไปข้างในนั้นล่ะคะ?"
เ้าหญิงพูดพลางขมวดคิ้วดูรังเกียจ แต่สายตาที่มองอวี้เจียวกลับแฝงไปด้วย 'สัญชาตญาณความเป็แม่' อย่างน่าประหลาด
ความเป็แม่...
อวี้เจียวจับความรู้สึกแปลก ๆ นี้ได้อย่างรวดเร็ว เวลานี้เธอได้แต่ส่ายหน้า
"ไม่มีอะไร ฉันแค่เดินผิดทางน่ะ"
เธอก้มมองสโนว์ไวท์ที่สวมถุงมือสีขาวกำลังกุมมือเธอไว้ จู่ ๆ ก็รู้สึกขนลุกซู่ที่แผ่นหลังอย่างบอกไม่ถูก
"เธอ..."
แต่เดิมเธอ้าถามสโนว์ไวท์ว่าทำไมตอนเช้าถึงไม่อยู่บนเตียง และหมอกดำพวกนั้นคืออะไร
แต่พอเห็นรอยยิ้มประหลาดบนใบหน้าของเ้าหญิงแล้ว คำถามเ่าั้ก็ค่อย ๆ หายไป
"เรามากินอาหารเช้ากันเถอะค่ะ ท่านแม่เลี้ยง"
สโนว์ไวท์พูดแบบนั้นพร้อมกับจับมือของอวี้เจียวแล้วเดินตรงไปที่ห้องอาหาร
จากการกระทำนี้ ความรู้สึกไม่สบายใจในใจอวี้เจียวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
เมื่อไปถึงห้องอาหาร อวี้เจียวถึงได้พบว่า บนโต๊ะอาหารมีชุดอาหารเพียงสองชุดเท่านั้น ราวกับถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว
"ท่านแม่เลี้ยง เชิญนั่งค่ะ"
อวี้เจียวไม่ได้เกรงใจ นั่งลงตรงข้ามเธอทันที ตอนนี้เมื่อเห็นอาหารที่ถูกนำมาเสิร์ฟดูปกติดี เธอจึงโล่งอก
ไม่รู้ว่าทำไม เธอรู้สึกว่าเ้าหญิงตรงหน้านี้ดูเหมือนจะรับมือยากกว่าริสเตอร์เสียอีก
ขณะที่เธอกำลังเหม่อลอย คนตรงข้ามก็เอ่ยปากขึ้นมาทันที
"ท่านแม่เลี้ยง ท่านกำลังคิดอะไรอยู่?"
อวี้เจียวตื่นจากภวังค์ เมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอ จึงตัดสินใจถามความสงสัยที่อยู่ในใจออกมา
"ริสเตอร์กับคนจากห้องใต้ดินล่ะคะ?"
ไม่รู้ว่าเป็ความรู้สึกของอวี้เจียวหรือไม่ แต่เธอสังเกตเห็นว่าเมื่อเธอถามคำถามนี้ออกไป รอยยิ้มของสโนว์ไวท์พลันเปลี่ยนเป็ประหลาดขึ้นมาทันที