หลังจากที่ เจียวซิ่งอาการดีขึ้น หายจากอาการป่วยแล้วเธอก็ต้องเดินทางไปกับรถม้า เพื่อไปยังจวนของอี้เฉินตามคำสั่งของผู้เป็บิดา ที่นางมิอาจจะขัดได้เลย (แต่ถ้าโลกปัจจุบันใครก็สั่งเธอไม่ได้หรอกแต่ที่เธอต้องทำตาม เพราะมันไม่ใช่บ้านของเธอ และสถานที่ ที่เธออยู่ก็แตกต่างจากยุคของเธอ หากต้องทำอะไรที่ผิดไปอาจจะทำให้เธอต้องมาตายไร้ญาติได้ แต่นั่นเธอก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่า เธอจะกลับไปสู่โลกปัจจุบันของเธอได้อย่างไร ลำพังตัวคนเดียวแบบนี้)
"คุณหนู คุณหนูเ้าคะ"
"อะอะไร หรือ หนิงเอ๋อ มีอะไรรึ" เธอสะดุ้งตื่นจากความคิดของเธอทันที
"ถึงจวนท่านอ๋องแล้วเ้าค่ะ"
จวนสกุลเฉิน
"ถึงแล้วรึ" ปิงปิงเปิดผ้าม่านจากรถม้า ที่ช่องทางหน้าต่าง เพื่อมองเข้าไปยัง ประตูทางเข้าของจวนสกุลเฉิน ที่มีทหารสองนายยืนเฝ้าหน้าประตูอยู่
"ถึงกับมีทหารยืนรอเบิกทางกันเลยเหรอเนี่ย" ขณะที่เธอคิดในความรู้สึกที่ตื่นเต้นยิ่งนัก ปกติเธอมักจะเคยเห็นในซีรีส์จีนแต่นี่เธอกำลังอยู่ในเหตุการณ์จริง หรือนี่
"คุณหนูเ้าค่ะ ลงเถอะเ้าค่ะ เราต้องเข้าไปด้านในกันแล้ว" หนิงเอ๋อกล่าว
ปิงปิงพยักหน้าก่อนที่จะขยับตัวลงจากรถม้า เธอก็ไม่เคยรู้หรอกนะว่าหน้าตาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็ พระอนุชาของฮ่องเต้เป็เช่นไรนอกจากในทีวีหรือในซีรีส์จีนนั้นที่เธออาจจะเคยเห็นอยู่เป็ประจำ
"ทำไงดีมือถือก็ไม่มีจะใช้คำาาศัพท์อย่างไรกัน ถ้าหากมีมือถือสักเครื่องป่านี้คงเซิร์ทGoogle หาวิธีการพูดคำาาศัพท์แล้วล่ะ" เธอบ่นออกมาเบาๆ ขณะอยู่หน้าจวนสกุลเฉิน
"คุณหนู คุณหนูพูดอะไรหรือ เ้าค่ะ"
"เอ่อ คือ ข้าต้องพูดอย่างไร ต้องเรียกว่าท่านอ๋องหรือ ใช่ไหม"
"คุณหนู! จะไหวหรือเ้าค่ะ คือ หนิงเอ๋อเป็ห่วงคุณหนูจริงๆ นะเ้าคะ ถ้าเช่นนั้นเรากลับกันไปก่อนดีไหมเ้าค่ะ กลับไปเรียนใต้เท้า เมื่อคุณหนูพร้อมแล้วค่อยมาใหม่"
"มาแล้วจะเสียเวลากลับไปให้ท่านพ่อ กริ้วข้าทำไมกัน ข้าพร้อมที่จะรับ กับชะตากรรมแล้วละ แต่ข้าต้องเรียก อี้เฉิน ใช้ไหม? ว่าอย่างไร"
"คุณหนูเรียกท่านอ๋องว่าแม่ทัพเฉินเถอะเ้าค่ะเพราะต่อไปคุณหนูก็ต้องแต่งเข้าสกุลเฉินอยู่แล้ว จะดูคุ้นเคยกว่าเรียกนามอื่นเ้าค่ะ"
"อืมม์ ถ้าเช่นนั้นเราก็เข้าไปเถอะ"ปิงปิงกล่าวเสร็จกำลังจะเดินเข้าสู่ประตูจวนสกุลเฉิน มีทหารสองนายที่ยืนประจำการอยู่หน้าประตูซ้ายขวา ใช้อาวุธหอกเหล็กขวางทางคนทั้งสองเอาไว้ในทันที
"ช้าก่อนแม่นางทั้งสองพวกท่านมีกิจอันใดหรือขอรับ"
ปิงปิงถอยหลังอย่างรวดเร็วด้วยความใ
"เหตุใดท่านทั้งสองถึงได้มาขวางทางคุณหนูไว้เยี่ยงนี้เล่า นี่คือคุณหนู เจียวซิ่งคู่หมั้น ของท่านอ๋องนะพวกท่านไม่รู้จักหรือไง" หนิงเอ๋อกล่าวด้วยอารมณ์หงุดหงิดยิ่ง เมื่อถูกขวางทาง
"ถึงแม้จะเป็คู่หมั้น แต่หากไม่มีกิจสำคัญ ไม่ได้ รับคำสั่งอนุญาต พวกท่านก็เข้าไปไม่ได้ขอรับ"
"นี่!พวกท่าน"
"ช่างเถอะ ช่างเถอะ หนิงเอ๋อ ใจเย็นๆ" เธอห้ามปรามสาวใช้ของเธอที่แสดงสีหน้าโกรธอย่างไม่พอใจ
"ถ้าเช่นนั้น พวกพี่ เอ้ยย พวกท่านทั้งสอง โปรดไปอัญเชิญ ท่านแม่ทัพเฉินมาพบข้าหน่อยได้ไหม"
"คุณหนู ไม่ใช่อัญเชิญเ้าคะ เรียนท่านแม่ทัพเ้าคะ" หนิงเอ๋อรีบสะกิดเจียวซิ่งทันที เช่นเดียวกับทหารที่ทำสีหน้ามึนงง ในสิ่งที่เจียวซิ่งพูดออกมา
"อ้อ ข้าต้องขออภัยพวกท่านหากกล่าวอะไรผิดไปสติสัมปชัญญะของข้ายังไม่ปกติ" เธอกล่าวแล้วยิ้ม
"นั่นคุณหนูเจียวซิ่งใช่หรือไม่"
ทหารรีบยกอาวุธหอกเหล็กกลับแนบชิดกายอย่างรวดเร็วหันไปทาง กุนซือแล้วโค้งคำนับอย่างนอบน้อม เมื่อกุนซือเดินตรงมายังหญิงสาวทั้งสอง
"คุณหนูเจียวซิ่งใช่หรือไม่ ข้าต้องขออภัย ที่เข้ามาต้อนรับคุณหนูช้าไป จึงทำให้ไม่สมควรอย่างยิ่งที่ทหารของข้าไม่รู้ความทำการล่วงเกินท่านแล้ว ข้านามว่า หวังฟางเป็กุนซือของท่านแม่ทัพอี้เฉิน" กุนซือโค้งคำนับเจียวซิ่งทันที เธอเอง ก็รีบโค้งกลับด้วยความใเช่นกัน จนทหารทั้งสองนายใหันไปโค้งคำนับอย่างรวดเร็วด้วยความกลัว
"ไม่ต้อง ไม่ต้องไม่เป็ไร ท่านกุนซือ อย่าได้ใส่ใจเลย ข้าไม่ซีเรียส ท่านไม่ต้องคิดมาก พวกท่านก็เหมือนกันถูกต้องแล้วที่ทำตามหน้าที่ ข้าชอบ"
กุนซือชะงักทำหน้าเหวอทันที ไม่ต่างจากทหารทั้งสองนายที่มองเจียวซิ่งด้วยสีหน้าใ
"ท่านกุนซือเ้าค่ะ คือคุณหนูตอนนี้สติสัมปชัญญะ ยังไม่กลับมาปกติ ข้าน้อยต้องขออภัยเ้าค่ะหากคุณหนูพูดอะไรที่แปลกประหลาดออกมา"หนิงเอ๋อ รีบกล่าวอธิบายอย่างรวดเร็ว
"เป็อย่างนี้นี่เองคงจะผล มาจากอุบัติเหตุครานั้น" กุนซือกล่าว
"เชิญคุณหนูและแม่นาง..."
"ข้าชื่อ หนิงเอ๋อ เ้าคะเป็บ่าวรับใช้ประจำกายคุณหนูเ้าคะ" หนิงเอ๋อรีบแนะนำตัวเองทันที
"งั้นก็เชิญแม่นางทั้งสองเข้ามาด้านในจวนก่อนเถอะ ท่านแม่ทัพตอนนี้ไม่ได้อยู่ในจวน มีงานเร่งด่วนข้าจึงต้องมาต้อนรับพวกท่านทั้งสองแทน เชิญคุณหนูเจียวซิ่งทางนี้ขอรับ"
"อันที่จริงท่านแม่ทัพก็รู้ว่าคุณหนูจะมาแต่ กลับให้กุนซือคนสนิทมาทำหน้าที่นี้แทน แบบนี้ถือว่าจงใจจะหลบหน้าคุณหนูชัดๆ เ้าคะ"หนิงเอ๋อกระซิบข้างหูของเจียวซิ่งเบาๆ แต่หูตาของกุนซือก็ใช่จะไม่ได้ยินสิ่งที่สาวใช้เอ่ย
"หาได้เป็เช่นนั้นไม่ ท่านแม่ทัพรับทราบว่าคุณหนูจะมานั้นจริง แต่ด้วยพระบัญชาของฝ่าาคุณหนูจะให้ท่านแม่ทัพขัดคำสั่งหรือขอรับ"
"ข้าน้อยมิบังอาจล่วงเกิน ฝ่าาและท่านแม่ทัพ ข้าน้อยผิดไปแล้ว ท่านกุนซือโปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วยเถอะเ้าค่ะ" หนิงเอ๋อสีหน้าตื่นรีบคุกเข่าลงนั่งขอโทษอย่างรวดเร็วด้วยความใ ที่กล่าวสิ่งที่ไม่ควรกระทำนั้น
"หนิงเอ๋อ! เอ่อ ท่านกุนซือ" เจียวซิ่งหันไปมองหน้ากุนซือทันที
"คำพูดของเ้าเป็เหมือนดาบสองคม การที่เ้าจะกล่าวอะไรออกไป อาจทำให้เกิดประโยชน์หรือโทษก็ได้ ดังนั้นก่อนที่เ้าจะกล่าวจงหยุดคิดสักเสี้ยววินาทีว่าสิ่งที่กำลังจะพูดออกไป มันให้คุณหรือโทษมากกว่ากัน ครั้งนี้ข้าเห็นแก่คุณหนูของเ้า ข้าจะไม่เอาโทษเ้า แต่อย่างไร สืออีเหนียง!" เสียงะโเรียกของกุนซือ นายทหารนายหนึ่งรีบวิ่งมาที่คนทั้งสามอย่างรวดเร็วก่อนที่จะหยุด ยืนตรงหน้าแล้วโค้งคำนับ
"เ้าจงนำพาคุณหนูและบ่าวรับใช้ของคุณหนูไปยังหอบุปผาเถอะ"
"ขอรับท่านกุนซือ" ทหารคนนั้นนำเจียวซิ่งและหนิงเอ๋อ ไปยังหอบุปผาตามที่กุนซือบอกกล่าวทันที
หอบุปผา
"ถึงแล้วขอรับคุณหนู ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อนนะขอรับ"
หลังจากทหารนั้นไปแล้ว เจียวซิ่งและหนิงเอ๋อ ก็เดินเข้าไปในหอบุปผา เธอมองไปรอบๆ ห้องของหอนั้นช่างสวยงามยิ่งนัก ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินชมประวัติศาสตร์จีน เมื่อครั้งที่เธออยู่ในพระราชวังต้องห้ามอย่างไรอย่างนั้นแต่ที่นี่ ดูมีชีวิตชีวากว่าเยอะ เพราะทุกอย่างถูกจัดว่างอย่างเป็ระเบียบสวยงาม เหมือนข้าวของทุกอย่างดูใหม่ ไม่เหมือนของเก่าในยุคปัจจุบันของเธอเลยสักนิด นี่เธออยู่ในยุคที่มีของพวกนี้ใช่จริงๆ หรือนี่ และก็ไม่ใช่เป็เพียงแค่ วางตั้งโชว์ไว้ให้คนได้เข้าไปถ่ายรูป หรือเชยชมเท่านั้น ถ้าไม่เห็นกับตาแบบนี้ก็ไม่เชื่อหรอกว่าความเป็อยู่ของคนในโลกนี่ เป็อย่างไร มันดูยุ่งยากสิ้นดีแม้แต่คำพูดคำจาก คงไม่ใช่ความฝันสินะ มันคือความจริง เธอจะใช่ชีวิตอย่างไรกันในที่ ที่เธอไม่รู้จักและไม่คุ้นเคย
"คุณหนูเ้าคะ หนิงเอ๋อ จะไปที่ห้องครัว คุณหนูยังไม่ได้รับทานอะไรเลยั้แ่มา แปลกแท้! บ่าวไพ่ที่นี่ไปไหมกันหมดนะ" ขณะที่หนิงเอ๋อกล่าว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นคนทั้งสองหันไปตามเสียงเคาะประตูนั้น
"ใครมานะ หนิงเอ๋อ ไปเปิดประตูหน่อยซิ"
"เ้าคะคุณหนู" หนิงเอ๋อเดินไปเปิดประตูทันที
"ท่านกุนซือได้สั่งข้าน้อยให้นำสำรับอาหารมาให้คุณหนูเ้าค่ะ"
"พอดีเลย ข้ากำลังจะเข้าไปถาม อยู่พอดีขอบใจแม่นางมากนะ" เธอเปิดประตูให้สาวใช้ทั้งสองนำสำรับอาหารมาตั้งให้เจียวซิ่งแล้วเดินกลับออกไป
"คุณหนูเ้าคะ มาเถอะเ้าคะทานอะไรก่อนเถอะเ้าคะั้แ่ยามเฉินแล้ว คุณหนูยังไม่ได้ทานอะไรเลยนะเ้าค่ะ
"ข้ายังไม่หิว หนิงเอ๋อ ทานไปก่อนเถอะ ข้าอยากออกไปเดินดูรอบๆ หอบุปผานี้เสียหน่อยน่ะ"
"แต่คุณหนูเ้าค่ะ หนิงเอ๋อว่า เราอย่าออกไปเลยนะเ้าค่ะ ที่นี่มีแต่ทหารเต็มไปหมด อีกอย่างคุณหนูก็เป็คู่หมั้นของท่านแม่ทัพ หากจะไปเดินเพ่นพ่านเยี่ยงนั้น มันดูไม่เหมาะสมนะเ้าคะ"
"เพ่นพ่าน แรงไปไหม หนิงเอ๋อ นี่เธอเล่นว่าฉันเกะกะวุ่นวายอย่างนั้นหรือ" ขณะที่เธอคิดแต่เอาจริงๆ บางทีคำโบราณอาจดูเหมือนเป็คำพูดที่แรงไป แต่คนที่นี่คงมองว่ามันไม่แรงอย่างที่คิดก็ได้ เอาเถอะคิดมากไปก็ปวดหัว
"เอานะข้าก็แค่อยากเดินสำรวจบริเวณรอบหอของข้าเท่านั้น เ้าไม่ต้องกังวลหรอกข้าไม่ออกไปเพ่นพ่านจนเหล่าทหารพวกนั้นจับได้หรอกนะ"
"งั้นให้หนิงเอ๋อไปด้วยนะเ้าคะ คุณหนูจะได้มีคนคอยอยู่ข้างๆ หากเกิดอะไรขึ้น"
"ไม่ต้องหรอกเ้าอยู่ที่หอบุปผานี่เถอะ ข้าไปแค่ใกล้ๆ แถวนี้เอง"
"เอ่อแต่ว่า งั้นก็ได้เ้าคะ หากมีอะไรคุณหนูต้องรีบกลับมาอย่างรวดเร็วนะเ้าคะ"
"อืมม์ ถ้าเช่นนั้นข้าไปก่อนนะ" เธอรีบขยับตัวออกจากหอบุปผาทันที
"น่าเสียดายนะไม่มีโทรศัพท์ จะถ่ายเก็บไว้ให้หมด บรรยากาศแบบนี้ สถานที่ ที่มีชีวิตชีวา มีทั้งทหารตัวเป็ๆ ยืนอยู่เกือบแทบทุกที่ทุกทางเลยน่ะ" ขณะที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับการเดินชมสวนดอกไม้อยู่นั้นจนกระทั่งเธอเดินพ้นมาจนหยุดอยู่ตรงหน้าจวนของแม่ทัพเฉิน
เธอมองไปที่ป้ายและทหารที่เฝ้ายามอยู่ด้านหน้าของจวน ขณะที่เธอกำลังพิจารณาพยายามมอง ไปที่หน้าจวนอยู่นั้น
"เหตุใด แม่นางถึงได้มายืนทำลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงนี้รึ"
ว๊ายย! เธอสะดุ้งโหยงด้วยความใถอยหนีเขาเกือบล้ม แต่เขารีบดึงรั้งคว้าแขนของเธอและใช้มืออีกข้างรวบเอวของเธอเอาไว้ได้ทัน เมื่อสายตาของทั้งคู่จ้องประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ มันทำให้ อี้เฉินดวงตาเบิกโพลงเมื่อเขากลับมองเห็นภาพของ ปิงปิงที่อยู่ในร่างของ เจียวซิ่ง
"เ้า แม่นางผู้นั้น"
"นาย! เออะ ข้า ขอโทษช่วยปล่อยแขนข้าเถอะท่าน"
เสียงของปิงปิงทำให้อี้เฉิน ตื่นจากภวังค์ แต่หน้าตาของนางกลับเป็ เจียวซิ่งตามเดิม เขาขยับปรับสายตาแล้วลืมตาอีกครั้ง แต่หน้าตาของเธอก็เป็เจียวซิ่งเหมือนเดิม
"ข้าคงจะตาฝาดไปกระมัง ขออภัยแม่นางข้าไม่ได้ตั้งใจ ที่จะล่วงเกินแม่นางแต่อย่างไร เมื่อครู่นี้ข้าเพียงแต่เห็นแม่นางยืนมองเข้าไปในจวนของข้า แต่ไม่นึกว่าจะทำให้แม่นางใถึงเพียงนี้"
"เออะ ไม่เป็ไรเ้าคะ คือข้าก็เข้ามาในเขตของท่าน โดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าเช่นนั้นขอตัวนะเ้าคะ" เธอถอยหลังอย่างลนลานเพื่อจะเดินออกไป "เป็ไปไม่ได้ปิงปิงผู้ชายคนนี้" ขณะที่เธอคิด
"ช้าก่อนแม่นางเจียวซิ่ง เมื่อมาถึงจวนของข้า ไยเ้าไม่หยุดดื่มน้ำชา ก่อนเล่า ข้ายังไม่รู้จักเ้าเป็การส่วนตัวสักครั้ง แม่นางเจียวซิ่งก็ไม่เคยเห็นหน้าคาดตาข้า และไม่รู้จักข้าเช่นกัน ถ้าเช่นนั้นเชิญแม่นางเข้ามาในจวนของข้าก่อนได้หรือไม่" เขาโบ้ย มือให้เธอเดินเข้าไปในจวน
เธอกล้าๆ กลัวๆ ลนลาน "ไม่ดีกว่าเ้าค่ะ คือตอนนี้ท้องของข้าเริ่มหิวข้าวแล้ว ป่านี้เที่ยงกว่าแล้ว หนิงเอ๋อ คงจะรอข้าทานข้าวอยู่ ไว้โอกาสหน้า ดีกว่าเ้าคะ ข้าขอตัวทูลลานะเ้าคะ" น้ำเสียงสั่นลนลานปิงปิงรีบขยับฝีเท้าก้าวออกอย่างรวดเร็ว
"แม่นาง ประเดี๋ยวก่อน อะไรคือโอกาสหน้า เที่ยงแล้วคืออะไรหรือ แม่นางหมายความว่าอย่างไรรึ ข้าไม่เข้าใจ แม่นางเจียวซิ่ง!แม่นาง" ไม่ทันที่อี้เฉินจะเอ่ยเรียกอะไรมากไปกว่านั้น นางก็วิ่งหายเข้าไปตามทางเสียแล้ว
"เกิดอะไรขึ้นกับแม่นางถึงได้พูดจากแปลกประหลาดยิ่งนัก ทำไมถึงได้ดูตื่นกลัวข้าถึงเพียงนั้น" อี้เฉินคิดก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในจวน เขาเดินไปยังโต๊ะแท่งหมึกฝน นั่งลงสีหน้าดูเคร่งขรึม และจริงจัง ภาพนั้นเหมือนภาพซ้อนบนใบหน้าแม่นางเจียวซิ่งยังติดตาเขาด้วยความสงสัย เช่นเดียวกันกับ กุนซือได้เดินเข้ามา เมื่อ เห็นอี้เฉินแสดงสีหน้าเป็กังวล
"ถ้าข้าเดาไม่ผิด ท่านอ๋องคงพบแม่นางเจียวซิ่งแล้วซินะขอรับท่าน แต่เหตุใดสีหน้าถึงดูมีความกังวลเช่นนั้นเล่า แม่นางทำให้ท่านประหลาดใจใช่หรือ ไม่ขอรับ"
"ท่านรู้งั้นรึ แม่นางมีทีท่าทางที่ประหลาด คำพูดจาเหมือนชาวมองโกล"
"ข้ารู้มาว่าหลังจากแม่นางคิดทำอัตวินิบาตกรรม คงจะมีผลกรรมของการกระทำส่งผลให้นางมีสติไม่ปกติเสียมากกว่าขอรับ" กุนซือกล่าว
"แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้นเมื่อครู่นี้ข้าเห็นใบหน้าของนางเหมือนมีอีกคนที่ติดอยู่ในร่างของแม่นางเจียวซิ่งและที่สำคัญแม่นางคนนั้นช่างเหมือนคนในฝันของข้ายิ่งนัก"
"ความฝันมันก็คือความฝัน ท่านอ๋อง จะคิดเป็อย่างอื่นได้เยี่ยงไร เหตุใดท่านยังไม่ลืมความฝันนั้นอีกรึ ท่านยังคงฝันถึงแม่นางผู้นั้นอยู่อย่างนั้นรึ"
"หลายเดือนมานี้ข้าไม่ฝันเห็นนางสักครั้งั้แ่ที่ข้ากลับมาจาก เมืองเหอตง ข้าลืมไปเลยด้วยซ้ำความฝันนั้นเป็เช่นไรเพียงแต่ใบหน้าของนางยังคงชัดเจนอยู่ในดวงตาของข้า"
"ความแปลกประหลาดมักย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ แม้แต่ข้าเองยังไม่เข้าใจสิ่งนั้น " กุนซือกล่าว
"ท่านหมายความว่าข้าประหลาดอย่างนั้นรึ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ข้าก็เคยผ่านมาแล้วพร้อมกับท่านแล้วเหตุใดข้าจะไม่รู้ว่าท่านกุนซือคิดเช่นไร ข้าขอขอบใจยิ่งใน คำกล่าวเตือนของท่าน ท่านไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่"
"สมแล้วที่เป็ท่านแม่ทัพ ถ้าเช่นนั้นข้าคงไม่รบกวนท่านอ๋องแล้วขอรับ" กุนซือโค้งคำนับก่อนที่จะออกไป เช่นเดียวกับอี้เฉินจึงหันไปหยิบพู่กันเช่นกัน
แกร็ก!
"คุณหนู คุณหนูไปไหนมาเ้าคะไหนบอกหนิงเอ๋อ ไปประเดี๋ยวเดียวอย่างไรละเ้าคะ"
"ขะข้า ไม่มีอะไรหรอก ข้าเดินเล่นเพลินไปหน่อยนะ ข้าเริ่มหิวแล้ว ไหนอาหารอยู่ไหนเอามาเถอะข้าจะกินแล้ว"
"เมื่อกี้หนิงเอ๋อไม่รู้ว่าคุณหนูจะกลับมาช้า ก็เลยเอากลับไปที่ ห้องเครื่องแล้วเ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้นคุณหนูรอประเดี๋ยวนะเ้าค่ะข้าจะไปจัดสำรับใหม่มาให้ท่าน" หนิงเอ๋อกล่าวเสร็จออกไปทันที
"แม่ทัพอี้เฉิน คือคนนั้นจริงๆ ด้วย คนที่เราฝันเห็นเขาบ่อยๆ ไม่ใช่แค่ในฝันแต่ที่วังต้องห้ามนั้น เป็เขาจริงๆ หรือนี่" ขณะที่เธอคิดความรู้สึกเย็นะเืไปถึงหัวใจ
"ทำไมหนิงเอ๋อถึงได้ไปห้องครัวนามจัง โอ๊ยย หิวจะแย่อยู่แล้ว งั้นลองไปดูดีกว่า" เธอจึงออกไปตามทางเดิน และเดินเข้าไปที่ทหารนายหนึ่งยืนอยู่
"เอ่อ พี่ชาย คือห้องครัวไปทางไหนรึ"
"คุณหนูเดินไปทางซ้ายมือขอรับก็จะถึงที่นั่น"
"อ้อขอบคุณพี่ชายมากนะ"
ขณะที่อี้เฉินเดินออกมาส่งขุนนางท่านหนึ่งที่หน้าจวนของเขา ก็เหลือบไปเห็นเจียวซิ่งกำลังคุยอยู่กับทหารของตน เมื่อเธอเดินไปเขาจึงแอบเดินตามหลังเธอไปเช่นกัน
เธอเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องครัว
"คงเป็ที่นี่ซินะ เข้าไปดูหน่อยซิทำไม หนิงเอ๋อ ถึงได้ออกมานานจัง"
"คุณหนูของข้ายังไม่ได้รับทานอะไรั้แ่ยามเฉิน พวกเ้าจะมากล่าวว่า ต้องเป็ไปตามเวลาได้อย่างไร เมื่ออาหารยังไม่ตกถึงท้องสักมื้อมันควรแล้วหรือ ที่พวกเ้าจะปฏิเสธที่จะทำอาหารให้คุณหนูของข้า ถ้าหากคุณหนูข้าเป็อะไรขึ้นมาพวกเ้าทั้งหมดจะต้องเดือดร้อน"
"คุณหนูของเ้าไม่ได้รับทานอาหารั้แ่ยามเฉิน แต่กลับไม่ใส่ใจ ร่างกายของตนเอง ควรจะรู้เวลาทานอาหาร แต่กลับนิ่งวางเฉยถ้าหากจะเป็อะไรขึ้นมาจะมากล่าวโทษพวกข้าเช่นนั้นหรือ เมื่อการกระทำก็มาจากตัวเองแท้ๆ ที่นี่มีกฎให้ปฏิบัติรักษาระเบียบวินัยในตัวเองง่ายๆ ยังทำไม่ได้ ถ้าคิดจะมาเป็ฮูหยินของที่นี่ก็ต้องรักษากฎถ้าไม่อย่างนั้นจะมีระเบียบวินัยเอาไว้ทำไม"
"นี่เ้าบังอาจกล่าวว่าคุณหนูของข้างั้นรึ" หนิงเอ๋อขึ้นเสียงด้วยความโกรธยิ่ง
"ข้าต้องขออภัยในความใคร่รู้น้อย ที่นี่มีกฎให้ปฏิบัติรักษาระเบียบวินัย แต่นั่นข้าเพิ่งจะมาที่นี่ยังไม่ถึงชั่วยาม จึงไม่รู้ว่าต้องทำตามกฎของที่นี่ เมื่อไม่รู้ก็ย่อมไม่ผิด เมื่อทำผิดโดยที่ไม่รู้ ท่านก็ควรจะมีเมตตาให้โอกาสคนที่ไม่รู้ และการทำผิดครั้งแรกไม่ได้ถือเป็ความผิดใหญ่หลวงแต่อย่างไร ถ้าหาข้ารู้กฎที่นี่ั้แ่แรก เหตุใดข้าต้องนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเล่า แต่ข้าก็ไม่คิดหรอกนะว่าคนที่นี่จะแล้งน้ำใจสิ้นดี ข้าผิดเองละที่ไม่รู้กฎของที่นี่ ไปเถอะ หนิงเอ๋อ ไม่เป็ไรหรอก" เธอเดินออกไปทันทีปล่อยให้หัวหน้าห้องเครื่องโกรธจัดจนเนื้อตัวสั่น
อี้เฉินเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างหลังจากที่ เจียวซิ่งออกกลับไปแล้วจึงเข้าไปที่ห้องครัวทันที
"ใต้เท้า มีเื่อันใดเ้าคะ ถึงได้ลงมาถึงห้องเครื่องนี้เ้าคะ หัวหน้าห้องครัวกล่าวโค้งคำนับในทันที"
"เหตุใดพวกเ้าถึงไม่ยกสำรับอาหารไปให้คุณหนูเจียวซิ่งที่หอบุปผา เ้าไม่รู้รึ ว่านางคือคู่หมั้นของข้า"
"ใต้เท้า ข้าน้อยมิบังอาจ ข้าน้อย เพียงทำตามกฎระเบียบที่มีไว้เพียงเท่านั้น" ทุกคนใรีบนั่งลงคำนับคำกล่าวคำขอโทษ ทันที ด้วยความกลัว
"แม่บ้านลู่ ข้าเข้าใจในสิ่งที่เ้าปฏิบัติ แต่บางครั้งเ้าก็ไม่จำเป็ต้องตึงเกินไปหรอก จัดเตรียมสำรับอาหารไปให้คุณหนูเจียวซิ่งตามที่ข้าสั่งเสีย" ด้วยน้ำเสียงเข้มก่อนที่ อี้เฉินจะเดินออกไป
"เ้าคะใต้เท้า ข้าน้อยจะรีบประเดี๋ยวนี้เ้าคะ"