“ยัยมล!!! ฉันปลุกแกเป็รอบที่เท่าไรแล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองถึงเมื่อไร?”
เสียงของแม่ปลุกให้เธอต้องแหกขี้ตาตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่รุ่งสาง ไอ้เช้าของแม่กับเช้าของมลมันต่างกัน กว่าที่รวีจะลากลูกสาวให้ออกจากที่นอนได้ให้เวลาไปมากโข จนตอนนี้แสงของดวงตะวันสาดส่องเข้ามา
“รีบไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวเราจะไปบ้านป้าพรกัน”
“แล้วทำไมหนูต้องไป รู้จักก็ไม่รู้จัก”
“อ้าว! อีนี่! มึงไม่ไปแล้วจะรู้จักหรือ?” รวียกมือขู่เตรียมจะตีลูกสาวตัวดีที่มาต่อล้อต่อเถียงกับเธออยู่ได้ แต่ฝ่ายนั้นกับไวกว่าหยิบผ้าเช็ดตัวแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ
“อาบเสร็จก็ลงมาช่วยแม่” รวีบอกก่อนเดินออกไปจากห้องนอนลูกสาวกลับไปจัดเตรียมสิ่งของที่ต้องนำไปบ้านกนกพร
บ้านหลังใหญ่เบื้องหน้าพาให้มลตกตะลึง มองซ้ายมองขวาสำรวจความสวยงามจนเข้ามาถึงตัวบ้านเจอหญิงวัยกลางคนรอต้อนรับอยู่ที่ห้องรับแขก
“สวัสดีค่ะพี่พร” รวีหันไปมองลูกสาวที่ยกมือไหว้ตามอย่างนอบน้อม
“วันนี้พาลูกมาด้วยหรือ? ทุกทีเห็นมาคนเดียว”
“นี่ป้าพร” รวีจัดการแนะนำให้รู้จักก่อนบอกชื่อลูกสาว “นี่มลค่ะ พี่”
ทั้งหมดต่างโยกย้ายไปยังโซฟาก่อนที่ผู้ใหญ่ทั้งสองจะเริ่มพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติแต่นั่นไม่ได้อยู่ในความสนใจของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งกนกพรเรียกลูกชายตัวดีที่กำลังจะเดินผ่านไปให้ต้องหยุด
“ตาติน! จะไปไหน?”
“ก็จะมาหาแม่ไง คร๊าบบ” ตินจำใจต้องเดินเข้ามาอย่างช่วยไม่ได้ซึ่งตอนนี้ในห้องมีแขกของผู้เป็แม่นั่งอยู่ก่อนแล้ว เขาไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำจนเดินมาเห็นหน้าหญิงสาวว่าเป็ใคร
“คุณ” ทั้งคู่ต่างก็ร้องออกมาพร้อมกัน
“รู้จักกันด้วยหรือ?” รวีเป็ฝ่ายถามแทนกนกพร มลจ้องหน้าชายหนุ่มส่งสายตาดุประมาณว่า ถ้านายเอาเื่ฉันมาพูด นายตาย! นั่นทำให้ตินต้องแกล้งทำเป็ไม่รู้จัก
“เปล่าครับ แค่เหมือนเคยเห็น”
“ใช่ค่ะ”
มลเห็นว่าอยู่นานคงจะไม่ดี ไม่รู้ว่าอีตานี้จะหลุดเื่ของเธอเมื่อไหร่ เพื่อเป็การตัดไฟเธอต้องรีบพาแม่กลับโดยเร็ว แล้วจะทำไงล่ะ คิดสิคิด! จนนึกได้ถึงจุดประสงค์ของการมาที่นี่
“แม่! วันนี้เรามารดน้ำดำหัวป้าพรนิคะ”
“จริงด้วย! เกือบลืมแน่ะ”
หญิงสาวจัดเตรียมข้าวของแล้วลงไปคุกคลานเข้าหากนกพรตามแบบวัฒนธรรมแล้วยกของในมือส่งให้ ก่อนจะนำสลุงมารองน้ำที่ใช้รดมือของกนกพร โดยตินก็ต้องลงมานั่งในระดับเดียวกันกับมล มองหน้าหญิงสาวไม่วางตาก่อนที่จะถึงคิวของตนที่แตกต่างจะมีเพียงอย่างเดียวคือเขาไม่ได้นำสิ่งของมาให้ผู้เป็แม่ กนกพรยิ้มรับและอวยพรให้ทั้งสาม จนมลคิดว่าอีกไม่นานจะได้กลับเสียที แต่มันไม่เป็ไปตามที่หวัง
“ดูหนูมลจะเบื่อนะ ตาตินพาน้องออกไปก่อนก็แล้วกัน แม่กับรวีคงคุยกันอีกนาน”
“ครับผม” ชายหนุ่มตอบรับพร้อมหันมายิ้มเ้าเล่ห์ให้ ขนแขนของหญิงสาวลุกซู่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่ามันเป็ลางร้ายที่เธอจะต้องพบเจอ
“โลกมันกลมหรือแคบกันแน่ ที่คุณดันมาเป็ลูกของเพื่อนแม่ฉัน”
“ผมก็ว่าไม่ต่างกัน” ตินลากนิ้วเกลี่ยใบหน้าของเธอแล้วมองมาอย่างมีอารมณ์ ผิดกับหญิงสาวที่กลัวแม่จะจับได้ เธอรีบปัดมือเขาออก ไม่อยากจะยุ่งกับคนรู้จักเพราะเดี๋ยวมีเื่วุ่นวายตามมา
“กลัวแม่หรือ?”
“เปล่า” มลตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย เพียงเท่านี้เขาก็รู้แล้วว่าหญิงสาวตรงหน้ากลัวผู้เป็แม่ถึงปากจะบอกว่าไม่ก็ตาม นั่นจึงเป็ช่องว่างที่เขาจะได้เล่นสนุกกับเธอ
“จริงหรือ? ถ้าผมนำเื่ของคุณไปบอกน้ารวีจะเป็ไงนะ?” ชายหนุ่มทำท่าทีจะเดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง
“อย่านะ” เธอรีบดึงแขนเขาไว้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันมายิ้มเ้าเล่ห์ให้ มันยิ่งทำให้ขนแขนของเธอลุกยิ่งกว่าเดิม หัวใจเริ่มเต้นระรัว
“คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ขอเพียงอย่าเอาเื่ของฉันไปบอกแม่เลยนะ”
“แน่ใจ?” หญิงสาวหยุดชะงักไปชั่วครู่ก่อนตอบเขา
“แน่!”
“งั้นก็จูบสิ” มลตกตะลึงเบิกตากว้างมองเขาอย่างไม่เข้าใจ เธอยังคงนิ่งจนเขาพูดเป็ครั้งที่สองอย่างชัดถ้อยชัดคำเพื่อให้แน่ใจว่าเธอได้ยินไม่ผิด “จูบ-ผม-สิ”
“ไม่”
“งั้นผมก็จะไปบอกน้ารวี” เขาตั้งท่าจะเดินไปอีกครั้ง แต่หญิงสาวคว้าตัวของเขามาจูบทันที ลิ้นร้อนของชายหนุ่มเริ่มแทรกเข้ามาในโพรงปากเกี่ยวตวัดรับรสหวานจนเธอเริ่มคล้อยตาม มือหนาดึงเอวบางมาแนบชิด จวบจนหญิงสาวได้สติก็ผลักเขาออก แต่ก็ไม่อาจหลุดจากอ้อมแขนเขาไปได้
“พอใจคุณแล้วนะ!” เธอจ้องเข้าไปในดวงตาคมเข้ม
“ยัง!” คำนั้นทำหัวใจหญิงสาวหล่นวูบ ชายหนุ่มดัน่ล่างเข้าไปแนบชิดมากขึ้นจนเธอรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายใต้กางเกงที่มันคับแน่น มลก้มลงดูเพื่อความแน่ใจ ชัดเลย! แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเขาอีกครั้ง
“คุณคิดจะเอาเื่นั้นมาแบล็กเมล์ฉันหรือ?”
“ถ้าตอบว่า ‘ใช่’ แล้วจะทำไม?”
หญิงสาวไปต่อไม่เป็เลยจริง ๆ เธอรู้แล้วว่าตนทำเื่ที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ และจะหนีจากเขามันก็ไม่ใช่เื่ง่าย คงมีเพียงแต่ต้องทำตามที่เขา้าเพียงอย่างเดียว มลถอนหายใจใส่หน้าเขา
“ก็ได้” คำนั้นมันทำให้ตินยิ้มกว้าง
“แต่ไม่ใช่ตรงนี้” หญิงสาวยื่นคำขาด ชายหนุ่มพยักรับเห็นด้วย เขาเองก็ไม่อยากให้ผู้เป็แม่รับรู้เื่นี้เช่นกัน ถึงเขาจะมั่วสาวไม่เลือกหน้า แต่ถ้าเป็คนรู้จักชายหนุ่มก็ไม่อยากจะยุ่งด้วยเท่าไหร่ ยกเว้นแต่…เธอดันถูกใจเขามาก
“คุณต้องปลอบใจผม เพราะคุณดันเป็ลูกคนรู้จัก”
ไม่วายยังมาปากร้ายใส่ อีตานี้!