แขกที่ไม่ได้รับเชิญ 1/2
''เ้าไปช่วยท่านแม่เถอะไม่ต้องมาช่วยข้าหรอก...ฝากให้ท่านลุงจางปินกับท่านน้าหรันหรูเตรียมเนื้อสัตว์อสูรให้เจียวซิ่นด้วยเล่า''หนิงอ้ายรับคำอย่างไม่อิดออดพลันรีบก้าวเท้าไปยังเรือนเล็กเพื่อจัดการตนให้เรียบร้อยท่านแม่จะได้ไม่คอยนาน...
หนิงอ้ายใช้เวลาไม่นานนักในการจัดการตัวเองเขาเลือกใส่เสื้อตัวในสีขาวตัวนอกสีเขียวอ่อนปักลวดลายใบไผ่ทั้งตัว พูดได้ว่าทั้งตัวเขาและหนิงอ้ายคนเก่านั้นต่างชอบสีโทนนี้เหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงไม่ตะขิดตะขวงใจในการหยิบเสื้อผ้าของหนิงอ้ายที่มีมาใส่เพียงแต่หาก่เวลาที่ต้องฝึกฝนก็จะเลือกใส่เสื้อผ้าสีเข้มเท่านั้นเมื่อก้าวไปถึงบริเวณลานหน้าเรือนที่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็งานเลี้ยงเล็กๆมีท่านแม่นั่งรออยู่แม้จะไร้เงาบิดาสารเลวนั้นเเต่หนิงอ้ายไม่สนใจเลยสักนิดเพราะทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างเป็คนที่เขาสนิทใจมากที่สุด
''วันนี้แม่เตรียมของโปรดให้ทั้งสิ้นกินให้เยอะๆเล่า...ดูสิเ้าผอมลงไปอีกแล้ว''เย่วซินเอ่ยออกมาด้วยความเป็ห่วง
''วันนี้พวกเ้าไม่ต้องคอยมารับใช้พวกข้า...พากันไปตักอาหารและไปนั่งกินที่โตะกันได้ตามสบาย''เย่วซินเอ่ยย้ำกับพวกบ่าวในเรือนของตนให้ทราบ
''ท่านลุงจางปิน,ท่านน้าหรันหรูมานั่งด้วยกันกับท่านแม่และข้านะขอรับกินหลายคนจะได้ไม่เหงา...''หนิงอ้ายเอ่ยชวนด้วยความยินดี
ก่อนหน้านี้หลังจากที่เขากลับมาจากตลาดและได้เล่าท่านแม่ได้รับรู้ว่าได้ฝากให้ลู่ซีไปจัดการธุระให้ ท่านแม่ได้แต่ยิ้มและกล่าวว่าทำถูกต้องแล้ว หลังจากนั้นลู่ซีก็คอยเป็ธุระต่างๆให้จนท่านน้าหรันหรูหายเป็ปกติหนิงอ้ายจึงให้ลู่ซีพาทั้งสองมายังเรือนเล็กหลังนี้ซึ่งด้วยความที่ท่านน้าหรันหรูเคยเป็สหายของมารดาเขามาก่อนแต่เมื่อมารดาเขาได้เเต่งงานและออกจากแคว้นเดิมจึงไม่ได้ติดต่อกันอีกครั้นเมื่อได้เจอก็พลันจดจำกันได้ทั้งสองจึงได้พูดคุยแลกเปลี่ยนสิ่งที่แต่ละคนพบเจอมาซึ่งทำให้มารดาของเขาคลายความเหงาไปไม่น้อยส่วนท่านลุงจางปินตอนนี้ก็รับหน้าที่เป็พ่อบ้านคอยดูแลความเรียบร้อยต่างๆในเรือนเล็กหลังนี้
''หนิงอ้าย...ปีนี้เ้าอายุครบสิบห้าปีแล้วตามกฎของตระกูลจางหากคุณชายใหญ่ของตระกูลอายุครบสิบห้าปีจะต้องเข้ารับการสืบทอดตำแหน่งของตระกูลจางและรับตำแหน่งรองเ้าสำนักศึกษาแม่ขอถามตามตรงเ้า้าให้เป็ไปตามนี้หรือไม่??''เย่วซินเอ่ยถามหนิงอ้ายขึ้นเมื่อทุกคนที่เหลือทานอาหารมื้อนี้กันเสร็จแล้ว
''บอกตามตรงขอรับท่านแม่ั้แ่ข้าเกิดมาเท่าที่จำความได้บิดานั้นไม่เคยสนใจข้าห่วงใยข้าหรือแม้แต่จะให้ความเป็ธรรมข้าเลยเสียด้วยซ้ำหรือแม้แต่บรรดาพี่น้องร่วมบิดาแลพวกบ่าวในจวนต่างคิดว่าข้าเป็เพียงแค่เศษศวะพากันกลั่นแกล้งข้าทำร้ายข้าในวันนี้ที่ข้ามุ่งมั่นฝึกฝนอย่างหนักไม่ใช่เพื่อ้าเข้ารับตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลจางสักนิด ข้า้าเพียงอยากแข็งแกร่งขึ้นเพื่อลบคำว่าเศษสวะของตระกูลเพื่อสามารถปกป้องท่านแม่และสามารถปกป้องคนที่ข้ารักเพียงเท่านั้นขอท่านแม่โปรดสนับสนุนลูกด้วย...''หนิงอ้ายเมื่อเรียบเรียงคำตอบแล้วในใจของตนดีแล้วจึงกล่าวบอกมารดาของตนไปถึงความ้าที่เเน่วเเน่เมื่อเย่วซินได้ยินดังนั้นจึงดึงบุตรชายของตนเข้ามากอดด้วยความรักพร้อมกับบอกหนิงอ้ายว่านางล้วนทำทุกอย่างตามที่ใจของหนิงอ้าย้า...
..........................
ในกลางดึกหลังจากจบงานเลี้ยงวันเกิดของหนิงอ้ายนั้นด้วยความที่ตอนนี้เป็ฤดูหนาวจึงทำให้บรรยากาศเย็นสบายชวนให้ผ่อนคลายยิ่งนัก แต่ทว่าในบริเวณเรือนเล็กดังกล่าวได้มีเงาตระคุ่มแฝงตัวเข้ามา หนึ่งเงานั้นเลือกตรงไปยังห้องหนึ่งเมื่อเข้าไปก็พบว่าบนเตียงนั้นเป็หนิงอ้ายที่นอนหลับท่าทางดูสบาย ใบหน้างดงามชวนให้น่าหวั่นไหวยิ่งนักไหนมีข่าวลือว่าคุณชายใหญ่ตระกูลจางอัปลักษณ์ใบหน้าถูกผีกัดกินเเล้วที่ตนพบเห็นคืออะไรในใจนั้นมันเสียดายคุณชายรูปงามท่านนี้ยิ่งนัก
หากว่าไม่ได้รับคำสั่งให้ฆ่าและทำให้ใบหน้างามนี้เสียโฉมแล้วตนคงจะนำไปเล่นกับเพื่อนฝูงเพื่อผ่อนคลายอารมณ์กำหนัดแล้วค่อยฆ่าทิ้งเสีย เเต่ก่อนที่มันจะได้ลงมือแทงมีดแทงที่หัวใจของหนิงอ้ายทันใดนั้นร่างที่อยู่บนเตียงกลับลุกขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่มันไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อรู้สึกเจ็บจี้ดหนึ่งที่บริเวณหลังคอร่างกายมันก็ล้มลงไปเสียแล้ว
เมื่อเกิดเสียงดังขึ้นแม้จะไม่ดังมากนัก แต่ก็ทำให้อีกหนึ่งเงาที่อยู่ด้านนอกที่ตั้งใจว่าจะรอดูต้นทางนั้นรีบเข้ามาในห้องดังกล่าวเมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนนอนนิ่งเเละขยับได้เพียงลูกตาก็พลันใไม่น้อย ทันใดนั้นมันััได้ถึงอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านหลังก็พบกับคุณชายที่งดงามราวกับเทพเซียนบน์แต่ในมือนั้นถือกระบี่และมุ่งมาทางตน
ชิ้ง! ชิ้ง!
เสียงกระบี่เเละการต่อสู้ปะทะกันดังขึ้นปลุกทุกคนในเรือนให้ตื่นขึ้นทันที!!!
''ผู้คนต่างเล่าลือว่าคุณชายใหญ่ตระกูลจางนั้นหน้าตาอัปลักษณ์อีกทั้งเป็สวะของตระกูลไม่สามารถปลุกพลังิญญาได้...เหตุใดข้าไม่เห็นเป็เช่นนั้นเล่า??''ชายชุดดำเอ่ยขึ้นคล้ายกับจะยั่วโทสะ
ชิ้ง! ชิ้ง!
หนิงอ้ายเลือกที่จะไม่ตอบอันใดออกไปในมือนั้นบีบกระชับกระบี่ให้มั่นแล้วเข้าไปต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว ในตอนนี้ทุกคนในเรือนตื่นแล้วเเต่ไม่สามารถเข้ามาช่วยหนิงอ้ายได้เพราะชายชุดดำที่เหลือต่างบุกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในตอนนี้ชายชุดดำที่ต่อสู้กับหนิงอ้ายนั้นทั้งโมโหและใไม่น้อยเพราะที่ตนได้รับงานจ้างฆ่ามานอกจากค่าจ้างจะมหาศาลแล้วในข้อมูลบอกว่าเป้าหมายนั้นมีเพียงเเค่คุณชายใหญ่จางหนิงอ้ายเท่านั้นซึ่งมีร่างกายอ่อนเเอไม่เป็วรยุทธ อีกทั้งไม่สามารถปลุกพลังิญญาเป็ผู้ฝึกตนได้แต่ที่ตนเห็นมันคืออะไรเล่า...ยิ่งต่อสู้ไปตามร่างกายมันมีแต่รอยแผลและเืเต็มไปหมดแม้ไม่ใช่จุดที่อันตรายแต่ก็ชวนให้หงุดหงิดเหมือนกับคุณชายคนนี้ไม่จริงจังในการต่อสู้ราวกับหนูหยอกแมวเมื่อคิดได้ดังนั้นมันรู้สึกขนลุกไม่น้อยเมื่อไตร่ตรองแล้วว่าภารกิจวันนี้น่าจะไม่สำเร็จจึงตั้งใจจะส่งสัญญาณให้ถอยไปตั้งหลักก่อน
หวี้ด!
เมื่อสัญญาณดังขึ้นชายชุดดำที่เหลือจึงเลือกที่จะถอยออกจากเรือนหลังนี้รวมไปถึงชายชุดดำที่ต่อสู้กับหนิงอ้ายที่ในตอนนี้มันรู้สึกได้ถึงอาการาเ็ภายในไม่น้อยคิดได้ดังนั้นมันจึงเลือกะโจากหน้าต่างออกไปทันที
''คิดเข้ามาถ้ำเสือแล้วจะออกไปง่ายๆงั้นรึ!!''หนิงอ้ายพูดออกมาด้วยความโมโหและะโจากหน้าต่างตามออกไป
''เจียวซิ่นจับพวกมันมาตรงนี้ให้หมด!!!!''หนิงอ้ายเอ่ยพร้อมกับเรียกเจียวซิ่นออกมาจากห้วงมิติจิตของตน
ปึก! ปึก!
ทันทีที่สองขาของเจียวซิ่นปักลงพื้นนั้นพลันปรากฏเป็ระยางค์สีเขียวแดงเข้มหลายสายพุ่งไปจับพวกชายชุดดำทั้งห้าคนโดยที่ไม่ทันตั้งตัวพวกมันพยายามใช้กระบี่รวมไปถึงไฟเวทย์เพื่อจะเผาระยางค์เหล่านี้แต่ไม่สามารถทำได้
เมื่อลากชายชุดดำทั้งห้าคนเข้ามาในบริเวณลานกลางเรือนแล้วตรงบริเวณรอบๆของเจียวซิ่นพลันปรากฏเป็ดอกไม้สีแดงเหลือบเขียวที่ดูงดงามแปลกตาอีกทั้งยังส่งเกสรสีเหลืองกลิ่นหอมยั่วยวนออกมา ทันใดนั้นเมื่อเกสรดังกล่าวลอยไปถึงบรรดาชายชุดดำทั้งหมดต่างกรีดร้องส่งเสียงทรมานยิ่งนักสร้างความแปลกใจกับผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ยกเว้นหนิงอ้ายที่รู้ว่านี่คือพลังใหม่ของเจียวซิ่นหลังจากที่ระดับพลังเพิ่มยังดีที่เรือนนี้อยู่ห่างไกลจากจวนหลักเป็อย่างมากจึงไม่มีใครรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ชั่วอึดใจชายชุดดำทั้งหมดต่างหยุดกรีดร้องเนื้อตัวเป็สีดำและตรงบริเวณปากได้มีดอกไม้สีแดงลักษณะคล้ายกับดักดอกไม้หลายช่อเบ่งบานออกมาให้ความรู้สึกเป็ความตายที่งดงามแปลกตายิ่งนัก
''เจียวซิ่นข้าว่าพิษนี้มีความรุนแรงมากเกินไป....ในครั้งหน้าเอาเป็เพียงแค่หยุดการรับรู้ทั้งหมดก็เพียงพอเเล้ว''หนิงอ้ายเมื่อเห็นผลลัพธ์ดังกล่าวจึงได้บอกให้เจียวซิ่นควบคุมพลังของตนไว้เพราะเขาตั้งใจว่าพิษดังกล่าวนี้ทั้งเขาและเจียวซิ่นจะเก็บไว้เป็ไพ่ลับนั่นเอง
''หนิงอ้ายเ้าาเ็ที่ใดบ้างหรือไม่''ทั้งท่านแม่เย่วซินและท่านน้าหรันหรูเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
''ข้าไม่ได้รับาเ็ที่ใดเลยขอรับ''หนิงอ้ายเอ่ยตอบไปให้ทั้งสองไม่ต้องเป็ห่วง
''์คุ้มครองคุณชายขอรับ...''ทั้งลู่ซีและท่านลุงจางปินเอ่ยขึ้นพร้อมกันเมื่อหนิงอ้ายตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีผู้ใดได้รับาเ็สักนิดแสดงว่าเป้าหมายครั้งนี้คือเขาคนเดียวอย่างแน่นอน
''พวกมันตายหมดแล้วเราจะรู้ว่าใครเป็คนจ้างวานมันละขอรับ??''ลู่ซีเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็กังวล
''ในห้องข้ามีคนหนึ่งโดนข้าสกัดจุดไว้เราไปสอบถามมันเอาเถอะ...''ทุกคนพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับเดินตามเด็กหนุ่มเข้าไป
''เจียวซิ่นคนพวกนี้มีระดับพลังิญญาไม่น้อยเลยทีเดียวข้าฝากเข้าจัดการด้วยละพลังเ้าคงเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย...''
''ลู่ซีข้าฝากเ้าค้นตัวพวกมันด้วยนะเผื่อมีหลักฐานสำคัญอย่าลืมให้เจียวซิ่นดูดพิษพวกมันออกมาทั้งหมดก่อนเล่า...''หนิงอ้ายเมื่อมอบหมายหน้าให้เจียวซิ่นกับลู่ซีแล้วจึงเดินนำมารดาท่านน้าหรันหรูและท่านลุงจางปินไปห้องของตน
''ตรงมุมห้องขอรับท่านแม่...''หนิงอ้ายบอกมารดาของตนไปในขณะที่เขาเดินเข้ามาในห้องนอนเป็คนสุดท้ายเมื่อทุกคนเห็นสภาพภายในห้องนอนของหนิงอ้ายที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบเืต่างๆรวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้เสียหายซึ่งสามารถคาดเดาได้ว่าสถานการณ์ต่อสู้เมื่อครู่นั้นรุนแรงเพียงใด ร่างกายของเขานั้นหากไม่นับคราบเืต่างๆที่เปื้อนชุดที่สวมใส่แล้วก็ถือได้ว่าไม่มีาแเลยแม้แต่น้อย เย่วซินได้แต่มองบุตรของตนที่ตอนนี้กำลังเข้าไปปลดการสะกดจุดของนักฆ่าคนนั้นเพื่อที่จะทำการสอบถามถึงผู้ที่จ้างวานในการลอบฆ่าครั้งนี้
นางนั้นได้แต่แปลกใจและภูมิใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เด็กหนุ่มนั้นพึ่งได้เข้าสู่วิถีผู้ฝึกตนทำการปลุกพลังิญญาได้ฝึกฝนวิชาบทเวทย์ต่างๆรวมไปถึงการต่อสู้ได้ไม่ถึงปีเเต่กลับมีฝีมือที่ล้ำลึกเก่งกาจ อีกทั้งพลังิญญาในตอนนี้ก็ก้าวหน้าเหลือเพียงหนึ่งขั้นก็จะเทียบเท่ากับนางเเล้ว ซึ่งอาจจะดูว่าห่างเพียงเเค่หนึ่งระดับขั้นพลังิญญาจะน้อยแต่ความจริงแล้วนั้นก็มีช่องว่างขนาดใหญ่ของแต่ละระดับพลังิญญาอยู่ซึ่งนับได้ว่าบุตรชายของนางนั้นเป็อัจฉริยะในรอบหลายร้อยปีเลยทีเดียวแม้ไม่สามารถเทียบเคียงได้กับท่านบรรพบุรุษตระกูลหวังที่บิดาเคยเล่าให้ตนฟังอยู่บ่อยๆ เเต่อย่างไรถือว่าเป็อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะด้วยกันก็ไม่เกินจริง
''นี่มันนักฆ่าระดับพลังิญญาขั้นไหนกันเหตุใดข้าจึงไม่สามารถตรวจสอบได้??''จางปินเมื่อทำการตรวจสอบนักฆ่าด้านหน้าของตนแต่ไม่สามารถััพลังิญญาได้แม้แต่น้อยจึงเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย
''นักฆ่าคนนี้นะดับพลังิญญาอยู่ในจักรพรรดิขั้นสูงขอรับ...''
''ซึ่งไม่แปลกที่ท่านลุงจางปินจะไม่สามารถตรวจสอบทราบได้เพราะนักฆ่าเหล่านี้จะมีการใช้ของวิเศษหรือบทเวทย์ระดับสูงที่สามารถทำการปลอมแปลงหรือปกปิดพลังิญญาเพื่อสำหรับภารกิจลอบฆ่าโดยเฉพาะ...''หนิงอ้ายตอบจางปินและคนอื่นๆได้รับรู้
''แล้วเ้ารู้ได้อย่างไรเล่า??''จางปินจึงเอ่ยถามกลับเพื่อให้คลายสงสัยเพราะดูเเล้วระดับพลังิญญาของตนสูงกว่าหนิงอ้ายหนึ่งขั้นแต่หนิงอ้ายนั้นกลับสามารถตรวจสอบระดับิญญาของนักฆ่าคนตรงหน้านี้ได้
''อย่างที่พวกท่านเห็นว่าข้านั้นฝึกซ้อมอย่างหนักใน่นี้ซึ่งนอกจากข้าจะฝึกฝนการใช้อาวุธรวมไปถึงการต่อสู้แล้วข้าก็ศึกษาบทเวทย์ต่างๆเช่นกัน...''
''ซึ่งข้าได้สร้างบทเวทย์ขึ้นมาเองและตั้งชื่อว่าบทเวทย์เนตรแห่ง์ขอรับซึ่งบทเวทย์ดังกล่าวนี้สามารถตรวจสอบมองทะลุการปลอมแปลงทุกชนิดรวมไปถึงการใช้ของวิเศษหรือบทเวทย์ปลอมแปลงต่างๆและสำหรับของวิเศษและบทเวทย์ที่ถูกใช้ในการปลอมแปลงนั้นหากว่าไม่ได้อยู่ในระดับราชันขึ้นไปในตอนนี้บทเวทย์เนตรแห่งสรรค์ของข้าสามารถตรวจสอบได้หมด...''
''ความจริงแล้วบทเวทย์นี้จะมีความแข็งแกร่งและมองทะลุการปลอมแปลงมากกว่านี้เทียบเท่าบทเวทย์ระดับเซียนเพราะข้าวางตำแหน่งในวงเวทย์ดังกล่าวนี้อ้างอิงตามการวางตำแหน่งของบทเวทย์ระดับเซียนแต่ที่สำคัญหัวใจหลักคือระดับพลังิญญาของผู้ฝึกตนกล่าวได้ว่ายิ่งมีระดับพลังิญญาสูงเท่าใดประสิทธิภาพของบทเวทย์เนตรแห่งสรรค์นี้จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย''หนิงอ้ายเอ่ยออกมาให้เข้าใจ
''์ช่วยนี่เ้าเป็เทพเซียนปลอมตัวลงมาบนโลกมนุษย์ใช่หรือไม่!!!''จางปินเมื่อได้ฟังคำตอบจากเด็กหนุ่มได้แต่อึ้งอย่างมากจนอดรำพึงออกมาเสียอย่างนั้น
''ต้องขอบคุณท่านแม่เย่วซินขอรับท่านลุงที่มอบโอกาสและความสามารถนี้ให้แก่ข้า...''หนิงอ้ายตอบกลับไปพร้อมกับมองไปยังมารดาของเขาด้วยความยินดีเพราะหากว่าท่านแม่ได้ไม่มอบโอกาสแก่เขาทั้งโอสถปลุกพลังิญญารวมไปถึงเคล็ดวิชาระดับเซียนของตระกูลหวังให้เขาคงไม่สามารถทำได้เช่นนี้แน่นอน
ในใจของจางปินและหรันหรูนั้นแม้อยากที่จะสอบถามอีกไม่น้อยแต่ก็สามารถเข้าใจได้เพราะในบางครั้งวิถีของผู้ฝึกตนนั้นทุกคนต่างมีความลับที่ปกปิดเอาไว้เสมอรวมไปถึงตนและฮูหยินเช่นกันหลังจากที่เย่วซินนั้นหายใกับสิ่งที่เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่านักฆ่าที่ลอบเข้ามาสังหารบุตรของนางในคืนนี้อยู่ในระดับใด ในใจพลันรู้สึกเ็ปใจไม่น้อย
''นี่ถึงขั้นจ้างนักฆ่าพลังิญญาระดับสูงเชียวรึ''เย่วซินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเ็ปใจไม่น้อยดวงตาคู่งามนั้นมองไปยังเด็กหนุ่มคลอไปด้วยน้ำตาที่นางนั้นพยายามที่จะห้ามไม่ให้ไหลออกมาหากว่าบุตรของตนนั้นยังเป็เด็กหนุ่มที่อ่อนแอเหมือนเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่สามารถปลุกพลังิญญาได้ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ย่อมจะเป็วันที่นางต้องเสียบุตรชายคนเดียวของตนไปตลอดกาลอย่างแน่นอนเมื่อคิดได้ดังนั้นน้ำตาที่นางพยายามกลั้นไว้ก็ยิ่งไหลออกมา
หนิงอ้ายเมื่อเห็นเย่วซินร้องไห้เขาจึงดึงมารดาเข้ามากอดโดยทันทีในใจก็รู้สึกเ็ปอยู่ด้วยไม่น้อย จริงอยู่ว่าเขาอาจไม่ได้ลูกแท้ๆ ของนาง แต่ด้วยระยะเวลาเกือบปีที่เขาได้ทะลุมิติมายังโลกแห่งนี้ได้ััคำว่าครอบครัวได้รับอ้อมกอดที่อบอุ่นที่เขานั้นโหยหามาโดยตลอดเหตุการณ์วันนี้เกือบจะพรากความสุขของเขาไปเสียแล้ว เขาอยากจะฆ่าคนที่มันบงการเื่เลวทรามเหล่านี้ยิ่งนักที่เป็ต้นเหตุที่ทำให้มารดาของตนร้องไห้แต่เอาเถอะแค้นนี้สักวันต้องได้รับการสะสางแน่นอน...