*อคิราห์ ยอดสืบหัตถ์อสูร*
Series - มฤตยูเขียว
EP3 คู่สืบที่น่าประหลาด
จั๊กจั่นสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อกาฬไหลซึมไปทั่วตัว หัวใจยังคงเต้นรัวเหมือนกลองเมื่อเธอพยายามประติดประต่อภาพในฝัน... เถาวัลย์ที่มีชีวิต... มันเลื้อยขึ้นมาบนที่นอน! เธอรีบลุกขึ้นนั่งสำรวจรอบห้องอย่างหวาดระแวง แต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ
“สงสัยเราจะเครียดมากเกินไป... หรือว่า...”
เสียงสะท้อนจากความฝันและเื่ราวประหลาดในคฤหาสน์ยังคงตามหลอกหลอน จั๊กจั่นหยิบมือถือมาดูเวลา พบว่าตีสามพอดี เธอกระสับกระส่ายจนไม่อาจข่มตาหลับได้อีก จึงตัดสินใจลุกไปล้างหน้า และเดินลงไปยังห้องครัวชั้นล่างเพื่อหาน้ำดื่มเย็นๆ
ในความมืดสลัวของโถงทางเดินชั้นหนึ่ง...
“อะไรกันนี่”
จั๊กจั่นหยุดชะงักเมื่อเห็นบางอย่างผิดปกติที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องโถง มันคือ เถาวัลย์ สีเขียวเข้ม เถาหนึ่งที่ดูใหญ่กว่าปกติได้เลื้อยพันเข้ามาทางรอยแตกเล็กๆ ของบานหน้าต่าง มันไม่ได้เลื้อยพันอยู่ด้านนอกเหมือนที่เธอเคยเห็น แต่เลื้อยเข้ามา อยู่ด้านในตัวคฤหาสน์แล้ว!
เถาวัลย์นั้นดูหนาและมีสีเขียวที่ดู 'เป็พิษ' จั๊กจั่นค่อยๆ เดินย่องเข้าไปใกล้ มันดูนิ่งสนิทราวกับเป็เพียงพืชธรรมดา แต่เมื่อเธอเอื้อมมือจะแตะ...
ครืดดด!
เถาวัลย์นั้นกลับกระตุกและเลื้อยขดตัวอย่างรวดเร็วราวกับจะหลบััของเธอ! จั๊กจั่นผงะถอยหลังด้วยความใ ตัวสั่นเทาจนแทบยืนไม่ไหว มันไม่ใช่ฝัน! ต้นไม้พวกนี้... มันมีชีวิต!
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเธอ เป็เสียงที่ไม่ใช่คน...
“ฮึ่ย... มาทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ วะเนี่ย จะเดินชนฉันอีกไหมยายขี้ใ”
จั๊กจั่นกรี๊ดเบาๆ ก่อนจะหันขวับไปมอง
เธอเห็นหญิงสาวผู้มีดวงตาสีอำพัน อคิราห์ ในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท กำลังยืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงมุมห้อง ดวงตาอำพันของเธอมองมาที่จั๊กจั่นด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อย และที่มือซ้ายของอคิราห์ที่ไม่ได้สวมถุงมืออยู่นั้น ดวงตาสีอำพันขนาดใหญ่บนหลังมือก็กำลังกระพริบปริบๆ มองมาที่เธอเช่นกัน
“อุ๊ย... ขอโทษค่ะ... คุณผู้หญิง” จั๊กจั่นรู้สึกแปลกใจ ที่ผู้หญิงที่แปลกประหลาดคนนี้ได้มาปรากฎตัวอยู่ในคฤหาสน์โดยที่เธอไม่รู้เลย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ก็ได้ห็นว่าเธอกลับไปแล้ว
แล้วจั๊กจั่นก็รีบยกมือไหว้ขอโทษอย่างลนลาน ขณะที่สายตาก็ตะลึงลานกับดวงตาสีทองอำพันเรื่อเรืองที่อยู่บนหลังมือซ้ายนั้น
“ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว จะออกมาเดินทำไมให้เกะกะกันล่ะน้อง ไม่เห็นรึ ว่าคนเขาจะทำงานกัน ?” เสียงแหบห้าวของผู้ชายดังขึ้นมาจาก ดวงตาสีอำพัน
อคิราห์ใช้มือขวาตีลงบนหลังมือซ้ายของตัวเองทันที เพียะ!
“หุบปากไปเลยนะ ไอ้สมิง! และนี่ก็คือผู้ช่วยจำเป็ที่ฉันเพิ่งจะจ้างไว้เมื่อบ่ายนี้เอง” อคิราห์ตอบกลับเสียงเข้ม
“โอ๊ย! ตีทำไมเนี่ย! ยัยจอมเวทมือหนัก! ฉันไม่ได้พูดกับยัยนี่ซะหน่อย ฉันคุยกับ เถาวัลย์ ต่างหากเล่า” อสูรตาสมิงตอบโต้กลับมาอย่างไม่ลดละ
จั๊กจั่นถึงกับอึ้ง... จอมเวท... ผู้ช่วย... คุยกับเถาวัลย์...?
อคิราห์เหลือบมองเถาวัลย์ที่เลื้อยเข้ามาด้านใน แล้วก็สบถออกมาเบาๆ “ให้ตายสิ... ฉันว่าแล้ว...”
เธอหันไปมองจั๊กจั่นด้วยสีหน้าที่จริงจังขึ้น
“น้องจ๋า...อ้อ ชื่อจั๊กจั่นสินะ... เธอเห็นเถาวัลย์นี่ตั้งนานแล้วใช่ไหม แล้วเธอรู้ไหมว่ามันเริ่มเลื้อยเข้ามาในบ้านนี้ั้แ่เมื่อไหร่?”
จั๊กจั่นสั่นศีรษะ “ไม่... ไม่รู้ค่ะคุณผู้หญิง หนูเพิ่งเห็นเมื่อกี้เอง แต่... แต่หนูฝันถึงมัน... ฝันว่ามันมีชีวิต...”
“แน่นอน... มันมีชีวิต” อคิราห์พูดเสียงเรียบก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เถาวัลย์นั้น “มันไม่ใช่พืชธรรมดา มันคือ 'พืชดูดพลังงาน' ชนิดหนึ่งที่แฝงมากับพลังงานด้านลบในบ้านหลังนี้”
“พืชดูดพลังงานเหรอคะ?”
“ใช่... ถ้าปล่อยไว้ มันจะดูดพลังชีวิตของคนที่อยู่ในบ้านไปจนหมดสิ้น ก็.. จนตายทั้งเป็นั่นแหละ” อคิราห์พูดอย่างใจเย็น แต่คำพูดกลับทำให้จั๊กจั่นขาอ่อน
“โหดจังวะ ยัยจอมเวท” เสียงจากดวงตาอสูรเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ฉันอยากกินมันชะมัด! พลังงานดาร์คๆ อร่อยดี”
“นายจะกินได้ยังไง ไอ้สมิง! นี่มันพืช ไม่ใช่ิญญาหรืออสูร!”
“อ้าว... ก็มันมีพลังงานนี่นา! กินไปเดี๋ยวก็แปลงเป็โปรตีนได้เองแหละ! ลองให้ฉันเลียมันทีเดียวสิ ดูสิว่ามันจะยังเลื้อยได้อีกไหม” อสูรตาสมิงยังคงเถียง
อคิราห์ส่ายหน้าแล้วก็เหมือนจะสบถอะไรออกมาคำหนึ่ง
ส่วนจั๊กจั่นเเมื่อห็นการโต้เถียงกันของหญิงสาวกับมือซ้ายของตัวเองแล้วก็กลืนน้ำลายเอื๊อก... นี่คือความจริงที่เธอเห็น... แขกผู้หญิงคนนี้เป็ทั้งจอมเวท และคุยกับอสูรที่สถิตอยู่ในมือซ้ายของเธอจริงๆ
อคิราห์หันกลับมามองจั๊กจั่นอีกครั้ง สีหน้าเริ่มผ่อนคลายลง
“เอาล่ะน้องจั๊กจั่น... ถ้าเธอฝันถึงมัน แปลว่าเธอเป็คนที่มีพลังงานอ่อนไหวพอสมควร ฉัน้าให้เธอเป็ตาของฉัน คอยสอดส่องว่าเถาวัลย์นี้มันเริ่มมาพร้อมกับอะไร และมันเลื้อยไปที่ไหนบ้างในคฤหาสน์หลังนี้ เพราะตอนนี้... ฉันเชื่อว่าคดีลึกลับที่ท่านเ้าคุณจ้างฉัน มันไม่ได้มีแค่เื่เถาวัลย์ประหลาด... มันมี 'บางอย่าง' ที่ใหญ่กว่าและอยู่เื้ัทั้งหมด”
อคิราห์หยิบแว่นอาคมสี่เหลี่ยมกรอบดำอันเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมชุดนอน แล้วสวมมันลงบนดวงตาสีอำพันของตัวเอง
“ฉันจะให้สิ่งนี้กับเธอ แว่นตาอาคมสี่เหลี่ยมกรอบใส” อคิราห์ยื่นแว่นอีกอันที่มีลักษณะคล้ายกันแต่เป็กรอบใสให้จั๊กจั่น “มันจะช่วยให้เธอเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น... รวมถึง ‘ร่องรอยอาคม’ หรือ ‘ร่องรอยพลังงานมืด’ ที่ถูกทิ้งไว้ในบ้านนี้”
จั๊กจั่นรับแว่นมาด้วยมือที่สั่นเทา
“ใส่ซะ... แล้วเรามาดูกันว่า 'มฤตยูเขียว' นี่มันเริ่มมาจากตรงไหนกันแน่”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*