เกิดใหม่เป็นชาวสวนตัวน้อยๆ ข้าจะพาครอบครัวเป็นเศรษฐีนี [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 41 ชีวิตอันสวยงามกำลังใกล้เข้ามา

            เจียงเฉิงเดินเคียงข้างนาง เขามองท่าทีมีความสุขเหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสาของนางแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ ที่แท้สำหรับนางแล้ว ความสุขก็เรียบง่ายแบบนี้นี่เอง

            นางผูกกระเป๋าเงินไว้ที่เอวตัวเองและใช้มือกุมอยู่ตลอด พร้อมกันนั้นยังกระโดดโลดเต้นไปข้างหน้าพร้อมกับคิดถึงสิ่งที่ต้องทำถัดจากนี้

            แต่ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินไปด้วยคุยกันไปด้วยนี้เอง อยู่ดีๆ ก็มีคนผู้หนึ่งมาขวางพวกเขาไว้ หลี่อันหรานชะงักฝีเท้ากึก นางจำอีกฝ่ายได้ เขาคือเถ้าแก่หลี่จากภัตตาคารอีกแห่งในเมือง

            ก่อนหน้านี้หลี่อันหรานเคยนำเต้าเจี้ยวเผ็ดไปเสนอขายกับเขา แต่เขาดูแคลนสินค้าของนางและไล่นางออกมา ด้วยเหตุนี้นางจึงต้องไปเสนอขายให้กับเถ้าแก่หวางแทน เถ้าแก่หวางมีวิสัยทัศน์กว้างไกลจึงรับสินค้าของนางไว้ ไม่แปลกใจเลยที่ภัตตาคารของเขาจะเป็นภัตตาคารที่ดีที่สุดในเมือง

            นางกับเถ้าแก่หวางค่อยๆ กลายเป็นคู่ค้ากันก็ตอนนั้นเอง

            ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าผลตอบรับจะดีขนาดนี้ เถ้าแก่หลี่ทราบข่าวนี้เข้าก็อยากซื้อเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกจากนางเช่นกัน แต่ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นฝ่ายขับไสไล่ส่งนางมาก่อนจึงรู้สึกละอายใจที่จะเข้าหา ทว่าตอนนี้กิจการของเถ้าแก่หวางรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็ต้องยอมแบกหน้ามาหานางเพราะทนความอิจฉาไม่ไหว

            “เถ้าแก่หลี่ ท่านมาทำอันใดที่นี่?” หลี่อันหรานเอ่ยถามเขา สายตาเต็มไปด้วยความทะนงตน

            เถ้าแก่หลี่กล่าวอย่างสุภาพ “ข้าตั้งใจมาหาเจ้าโดยเฉพาะ กว่าเจ้าจะเข้าเมืองมาไม่ใช่ง่ายๆ ข้ามีเรื่องอยากคุยด้วย”

            หลี่อันหรานไม่ต้องรอให้เขาพูดก็รู้ว่าหมายถึงเรื่องอะไร “หรือว่าท่านจะมาซื้อเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกของข้า?”

            เถ้าแก่หลี่พยักหน้า “ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ข้าไล่เจ้าไปเพราะไม่รู้จริงๆ ว่าของเจ้าดีขนาดนี้ บัดนี้ข้ารู้แล้ว ไม่ทราบว่าเจ้ายังพอร่วมงานกับพวกข้าได้อีกหรือไม่?”

            เดิมทีเถ้าแก่หลี่คิดว่าหลี่อันหรานต้องใช้วาจารุนแรงกับตัวเองเป็นแน่ เขาถึงขั้นเตรียมใจมาแล้วว่าต้องอดทนฟังคำพูดพวกนั้นของนาง แต่นึกไม่ถึงว่านางกลับกล่าวว่า “การทำธุรกิจย่อมต้องคำนึงถึงผลกำไรเป็นธรรมดา ท่านไม่ต้องคิดมาก อีกอย่าง ข้าสามารถเข้าใจที่ตอนแรกท่านไม่รับสินค้าของข้า ในเมื่อตอนนี้ท่านเห็นประโยชน์ของสินค้าข้าแล้ว พวกเราจะร่วมงานกันก็ไม่มีสิ่งใดผิดแปลก ไม่ทราบท่านต้องการจำนวนเท่าไร ข้ากลับไปแล้วจะได้ทำแล้วนำมาส่งให้”

            เถ้าแก่หลี่ได้ยินหลี่อันหรานพูดแบบนี้ก็ปรบมืออย่างยินดี และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าช่างใจกว้างยิ่งนัก”

            วันนี้หลี่อันหรานอารมณ์ดีเป็นพิเศษ นางเงยหน้าหัวเราะร่วน “ใจกว้างอันใดกัน ท่านอายุมากกว่าข้าและมีประสบการณ์มากกว่า เถ้าแก่หลี่ต้องการสิ่งใดก็บอกมาได้เลย กิจการของข้าเป็นแค่กิจการเล็กๆ เราต่างก็ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย”

            เถ้าแก่หลี่ฟังแล้วมองนางด้วยความนับถือ “ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องการน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดอย่างละสิบโถ”

            หลี่อันหรานปรบมือ “ไม่มีปัญหา ข้าจะนำมาส่งให้ในอีกสองสามวัน”

            เถ้าแก่หลี่มีท่าทีลังเลเล็กน้อยก่อนจะถามว่า “ไม่ทราบว่าน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดมีราคาเท่าไร?”

            นางไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ “สี่ร้อยอีแปะ?”

            เถ้าแก่หลี่หน้าเปลี่ยนสีทันทีที่ได้ยินคำตอบ “แต่ข้าได้ยินว่าเจ้าขายให้เถ้าแก่หวางแค่สองร้อยห้าสิบอีแปะ เหตุใดจึงขายให้ข้าถึงสี่ร้อยอีแปะเล่า?”

            หลี่อันหรานยิ้ม นางกล่าวด้วยท่าทีมีมารยาทเหมือนเดิม “เมื่อก่อนทุกคนยังไม่รู้ว่าสินค้าของข้าอร่อย ข้าจึงมีแต่ต้องลดราคาเพื่อเปิดตลาดก่อน ข้าถึงขั้นเคยแจกให้ลองชิมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายด้วยซ้ำ ทว่าตอนนี้คนเกือบครึ่งเมืองต่างรู้จักน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของข้ากันแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นที่ชื่นชอบมากขึ้นเรื่อยๆ ราคาจึงย่อมแพงขึ้น”

            “เถ้าแก่หลี่ ท่านลองกลับไปพิจารณาแล้วค่อยมาหาข้าก็ได้ อีกไม่กี่วันข้าจะเข้ามาในเมืองอีกครั้ง” สิ้นเสียง นางก็หมุนตัวเดินจากไป เจียงเฉิงคอยยืนอยู่ด้านข้างโดยไม่พูดอะไรมาโดยตลอด ทว่าเขาเหมือนจะอ่านใจหลี่อันหรานออก

            ที่แท้นางสุภาพกับเถ้าแก่หลี่ขนาดนี้เพราะเตรียมเรื่องราคาไว้ดักรอแล้วนี่เอง

            พอเห็นเห็นหลี่อันหรานทำท่าจะจากไปจริงๆ เถ้าแก่หลี่รีบไล่ตามไปคุยด้วยอย่างไม่ยอมแพ้ “สี่ร้อยอีแปะถือว่าค่อนข้างแพง ถึงอย่างไรเถ้าแก่หวางก็ขายด้วยเช่นกัน เขาขายชุดละสามอีแปะ หากข้าขายแพงกว่าเขา ผู้ใดจะมากินที่ร้านข้ากัน”

            หลี่อันหรานหยุดฝีเท้าอีกครั้ง นางยังคงกล่าวอย่างสุภาพมีมารยาท “ข้าขายเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกแบบโถใหญ่ หนึ่งโถขายได้ประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบชุด นี่เป็นจำนวนที่เถ้าแก่หวางคำนวณออกมาด้วยตัวเอง”

            “ท่านแค่ขายชุดละสามอีแปะเหมือนเถ้าแก่หวางก็ได้แล้ว เช่นนี้ท่านจะได้กำไรโถละห้าสิบอีแปะ จะถือว่าขาดทุนได้อย่างไร”

            เถ้าแก่หลี่ขมวดคิ้วทันที “แม้จะพูดแบบนี้ แต่กำไรดูจะน้อยเกินไปหน่อยกระมัง”

            หลี่อันหรานแน่นิ่งไปเล็กน้อยแล้วว่าต่อ “แต่ตอนนี้หลายคนรู้จักน้ำพริกของข้ากันแล้ว ท่านเพียงซื้อเยอะหน่อยก็จะได้กำไรที่เยอะขึ้นมิใช่หรือ?”

            เถ้าแก่หลี่ยังคงขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่ยอมใจ ทว่าสุดท้ายก็ต้องกัดฟันกล่าวว่า “ช่วยลดราคาลงหน่อยได้หรือไม่ ข้าสามารถรับซื้อในราคาที่แพงกว่าเถ้าแก่หวาง แต่ให้แพงขนาดนี้ก็คงไม่ไหว เราต่างก็ทำมาค้าขาย หากไม่มีกำไรก็คงช่วยขายน้ำพริกของเจ้าไม่ได้”

            เจียงเฉิงยังคงยืนเงียบอยู่ด้านข้าง เขาหันไปมองว่าหลี่อันหรานจะตอบอย่างไร ทว่านางกลับกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “ในเมื่อเถ้าแก่หลี่พูดถึงขนาดนี้ หากข้าปฏิเสธก็คงจะดูไม่ให้เกียรติท่านเกินไป เช่นนั้นข้าจะขายให้ท่านโถละสามร้อยห้าสิบอีแปะ”

            “ราคาสูงกว่าที่ขายให้เถ้าแก่หวางหนึ่งร้อยอีแปะ หากท่านตกลง ข้าจะนำสินค้ามาส่งให้ในอีกสองสามวัน หากท่านไม่ตกลง ข้าก็จะนำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดทั้งหมดไปขายให้เถ้าแก่หวางเพียงผู้เดียว ไม่ทราบว่าท่านคิดเห็นอย่างไร?”

            เถ้าแก่หลี่ขยับนิ้วคิดคำนวณ เขาจะได้กำไรโถละหนึ่งร้อยอีแปะโดยประมาณ นอกจากนี้ยังไม่ต้องทำอะไรมาก เขารู้สึกว่าไม่ได้ขาดทุนแต่อย่างใดจึงปรบมือและตอบว่า “ตกลงตามนี้ ข้าขอสั่งเป็นน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดอย่างละห้าโถ”

            หลี่อันหรานกล่าวต่อ “ตกลง ไม่ต้องห่วงว่าปริมาณจะลดน้อย แต่ท่านทราบใช่หรือไม่ว่าข้ามีการเขียนชื่อร้านไว้บนโถ?”

            เถ้าแก่หลี่พยักหน้า “ข้าทราบ” การเจรจาธุรกิจระหว่างทั้งสองคนจึงเป็นอันตกลงตามนี้

            หลังจากที่เถ้าแก่หลี่จากไป หลี่อันหรานอดกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุขไม่ได้ “ได้ยินหรือไม่ ข้ามีคำสั่งซื้อเข้ามาอีกแล้ว น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของข้าได้รับความนิยมในเมืองนี้และมีคนชอบมากขึ้นเรื่อยๆ”

            น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของนางล้วนแต่มีรสชาติไม่เลว นอกจากนี้ยังราคาถูก ชาวบ้านยากจนที่ไม่ได้มีปลามีเนื้อให้กินจึงเลือกกินพวกมันเป็นเครื่องเคียงเต้าเจี้ยวเผ็ดหนึ่งชุดเพียงพอให้กินพร้อมข้าวได้หลายมื้อ นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของทุกคนเช่นกัน

            ในช่วงแรกสุด มีเพียงชาวบ้านยากจนที่กินของพวกนี้ แต่ต่อมาเหล่าคนมีเงินก็เริ่มชอบกินเพราะถูกอกถูกใจในรสชาติ

            เจียงเฉิงพยักหน้าให้กับท่าทีดีใจของนาง เขาถึงกับยกนิ้วหัวแม่มือให้นาง ก่อนเอ่ยว่า “ความสามารถในการเจรจาธุรกิจของเจ้าปราดเปรื่องมาก นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะรอบคอบขนาดนี้ ข้าน้อยนับถือยิ่งนัก”

            หลี่อันหรานเม้มริมฝีปาก เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแสนกว้างใหญ่ นางรู้สึกได้ว่าชีวิตอันสวยงามกำลังใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ “รอดูเถอะ มันจะดีขึ้นเรื่อยๆ”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นชาวสวนตัวน้อยๆ ข้าจะพาครอบครัวเป็นเศรษฐีนี [จบ] ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774