“อื้อออ” หลังจากที่ชายหนุ่มยกแขนบิดี้เี เขาก็ทำจมูกฟุดฟิดไปมาอยู่พักหนึ่งเพื่อหาต้นตอของกลิ่นหอมชวนให้น้ำย่อยทำงาน ไม่นานร่างสูงะโลงจากเตียง ั์ตาสีน้ำตาลมองลอดไปที่หน้าต่าง เมื่อจะกละเห็นกลุ่มชาวบ้านเริ่มจัดงานเลี้ยงแล้วก็รีบเดินออกจากบ้านทันที
“อาหารจ๋า...”
ก่อนหน้านี้หลังจากช่วยเฮนรี่สังหารโจรปล้นสมบัติเสร็จเขาก็ขอตัวไปนอนพักทั้ง ๆ ที่พระอาทิตย์ยังอยู่บนหัวด้วยเพราะอาการเหนื่อยล้า ชาวบ้านอาสาจัดเตรียมที่พักและกำชับว่าคืนนี้จะจัดงานเลี้ยงฉลอง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกทีตะวันก็ตกดินและงานเลี้ยงได้เริ่มพอดี
งานเลี้ยงเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นสมกับขนาดของหมู่บ้าน มีการร้องเล่นเต้นรำและบรรเลงเพลง เมื่อโคลนสังเกตดี ๆ ก็พบว่ามีกลุ่มคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน พวกนั้นแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าธรรมดาสีขาว กางเกงขายาวสีเข้ม และสวมทับด้วยรองเท้าบูทเก่า ๆ เหมือนคู่ที่เขาใช้อยู่ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด โคลนเดาว่าพวกนั้นคงเป็ผู้เล่นเหมือนเขา คนกลุ่มนั้นกำลังร่วมงานเลี้ยงของชาวบ้านอยู่เช่นกัน
โคลนเดินไปตามกลิ่นหอมเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็พบกับต้นตอ
“เฮนรี่ ไงพวก นายกำลังทำอะไรอยู่งั้นเหรอ” โคลนถามไปทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้ว
“โอ้ ท่านโคลน ท่านตื่นแล้วหรือ” เฮนรี่กล่าวทักทาย “ข้ากำลังย่างไก่สำหรับงานเลี้ยงอยู่น่ะ”
“งั้นเหรอ ๆ ว่าแต่ไก่ย่างตัวนี้หอมจริง ๆ เลยน้า...” จอมหิวโหยสนทนาโดยไม่แม้แต่มองคนตรงหน้า หากดวงตามีซี่ฟัน ไก่ย่างชิ้นนั้นคงจะเหลือแต่กระดูก
“ฮ่า ๆ แน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่าชิ้นนี้ข้าทำมันเป็พิเศษเพื่อท่านโดยเฉพาะ” เฮนรี่รีบพูดหลังจากเห็นท่าทางหิวโหยของชายหนุ่ม “ไก่ย่างตัวอ้วน ๆ ก็รสชาติดีไม่แพ้กระต่ายแน่นอน”
“ว้าว...แล้วนายได้ใส่เวทมนตร์นั่นลงไปรึเปล่า” โคลนรีบถาม
“แน่นอนว่าต้องใส่” เฮนรี่ชูนิ้วโป้งเป็อันว่ารู้กัน
“เยี่ยม ฉันรอไม่ไหวแล้ว ขอกินเลยได้ไหม”
“อ๊ะ ๆ ยังก่อนท่านโคลน โปรดรออีกสักนิด” เฮนรี่ยกมือปราม
“ชิ” โคลนได้แต่จ้องมองดูเฮนรี่ทำอาหารต่อไป
เมื่อเฮนรี่ย่างไก่เสร็จแล้วเขาก็เสิร์ฟลงจานและส่งให้โคลนทันที ไก่สีทองอร่ามสองตัววางอยู่บนจานใบใหญ่ มีควันร้อนหอมกรุ่นลอยมาเป็ระยะ ๆ โคลนไม่รอช้ายกจานไปหาที่นั่งทันที
“หมับ ๆ ๆ สุดยอด ยอดเยี่ยม เวรี่กุ๊ดดด!” โคลนกินไปชมไป เขาแทะจนกระดูกสะอาดไม่เหลือเนื้อติดให้เห็น ถ้าสุนัขเดินผ่านมามันคงได้แต่โค้งคำนับ
“แหมะ แหมะ แหมะ” ระหว่างที่ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลากำลังสวาปามอยู่ เขารู้สึกได้ถึงวัตถุที่กำลังตกกระทบไปบนรองเท้าบูทคู่ใหม่ โคลนเลื่อนสายตาไปมองทันที
“แว๊กกก! แกทำอะไรเนี้ย น้ำลายยืดเต็มขาฉันหมดแล้ว” โคลนใรีบร้องะโพลางขยับเท้าหนี
“เน่ ๆ ขอผมบ้างสิ...” ชายผมสั้นร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์ อายุราว ๆ สิบเก้ากล่าวเสียงทุ้ม เขาพยายามเต็มที่ที่จะเช็ดน้ำลายที่ไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก
“อยากได้แกก็ไปต่อคิวเอาสิฟะ ชิ้นนี้ฉันไปรอมาตั้งนาน” เ้าคนขี้หวงพูดพลางเอาแขนป้องสมบัติชิ้นสุดท้ายบนจาน
“โฮ่ ขี้เหนียว ผู้เล่นเหมือนกันแท้ ๆ” ใบหน้าตุ้ยนุ้ย ดวงตาเล็กตี่มองมาที่โคลนราวกับว่าเขาไม่มีน้ำใจให้กับเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เมื่อเขาเห็นสีหน้าหิวโหยของคนตรงข้ามก็ใจอ่อนยอมฉีกเนื้อส่วนน่องส่งไปให้ เพียงพริบตาที่ชายร่างท้วมรับชิ้นน่อง นิ้วจ้ำม่ำส่งชิ้นเนื้อเข้าปากแล้วรูดทีเดียวเหลือแต่กระดูกทันที
“อ๊ากกก ถ้าแกจะกินก็หัดกินช้า ๆ ใช้ลิ้นลิ้มรสชาติบ้างสิโว้ยยยย” โคลนได้แต่ะโออกไปอย่างเสียดาย
‘ไอเวรนี้มันลูกเต้าเหล่าใครฟะ อยู่ดี ๆ ก็มาไถอาหารฉัน แถมยังกินล้างกินผลาญอีก’ โคลนคิดในใจ ระหว่างนั้นเองก็มีเสียงใสะโมาจากด้านหลังของชายหนุ่ม
“ตี๋ อย่าเสียมารยาท พี่บอกแล้วไงถ้าจะกินอาหารก็ให้ไปต่อคิว”
โคลนหันไปตามทิศทางของเสียงก็เจอกับหญิงสาวหน้าตาดี ผิวขาวตัวเล็กผมสั้นประบ่า ใบหน้าราวกับไข่มุกถูกประดับไว้ด้วยดวงตาชั้นเดียวและริมฝีปากเรียวบางสีชมพู เธออยู่ในชุดสีขาวที่เผยให้เห็นหน้าอกเต่งตึงของผู้หญิงสุขภาพดีที่มีขนาดคัพดี กางเกงขายาวสีเข้มช่วยขับเน้นเรียวขากระชับของเธอได้เป็อย่างดี เธอน่าจะอายุมากกว่าโคลนสองถึงสามปี
“พี่หมวย ไก่นี่อร่อยมากเลยล่ะ อร่อยกว่าอาหารในโลกเป็สิบ ๆ เท่า” ชายหนุ่มร่างท้วมหันไปพูดกับพี่สาวของเธอ โคลนได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้นทันที
“ใช่ไหมล่ะ! นายก็คิดแบบนั้นเหมือนกันเหรอ”
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีน้องชายฉันเห็นอาหารเป็ไม่ได้ ต้องทำตัวเสียมารยาททุกทีเลย” หญิงสาวโค้งตัวขอโทษ ซึ่งนั่นทำให้โคลนแทบจะกระอักเื
‘เฮือกกก...แดมเมจมหาศาล!!’ เขาคิด
“เอ่อ... ไม่เป็ไรครับ ก็แบ่ง ๆ กันไป ผมทานคนเดียวไม่หมดหรอก” โคลนได้แต่หันหน้าไปด้านข้างเพื่อป้องกันไม่ให้เืกำเดาไหล
“งั้นเหรอคะ ถ้างั้นพวกเราขอร่วมโต๊ะด้วยได้ไหม อย่างไรพวกเราก็เป็ผู้เล่นเหมือนกัน อีกอย่างมีคนเยอะ ๆ คงจะสนุกกว่า” หมวยส่งยิ้มหวาน มองไปที่โคลนเพื่อรอคอยคำตอบ
“ชะเชิญเลยครับ”
เมื่อได้รับคำอนุญาตหญิงสาวก็วางอาหารชุดใหญ่ที่ถือมาไว้กลางโต๊ะเพื่อแบ่งกันทาน ตี๋ไม่รอช้าหยิบไก่ย่างไปหนึ่งชิ้นทันที
“ฉันชื่อหมวย ส่วนคนนี้คือน้องชายฉันเอง ชื่อตี๋” หมวยแนะนำตัว ส่วนตี๋พยักหน้าให้และกลับไปกินไก่ต่อทันที
“สวัสดีครับพี่หมวย ผมชื่อโคลน” ชายหนุ่มแนะนำตัวกลับ
“แหม พี่อะไรกัน พวกเราคงห่างกันไม่มากเรียกฉันว่าหมวยเฉย ๆ ก็ได้”
“เอ่อ...ครับ”
ทั้งสามคนทานอาหารไปคุยไปอยู่พักใหญ่
“โคลนเป็อะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าแดงหูแดงแบบนั้น” หมวยถามด้วยความเป็ห่วง
“พอดีไก่มันร้อนมากเลย แล้วผมกินไปเยอะเลยด้วย” โคลนตอบปัด
“เอ๋? ไม่เห็นร้อนเท่าไหร่เลยนะ” ตี๋ที่ได้ยินก็สวนขึ้น
“เงียบน่า ใครจะกินร้อน ๆ ได้แบบนายล่ะตี๋” โคลนตอบอย่างไม่ยอมแพ้
“ฉันว่าหมอนี่กำลังคิดเื่สกปรกอยู่แน่ ๆ พี่หมวย” ตี๋พูดเสร็จก็หยิบไก่ชิ้นใหม่ทันที
“ฉันเนี่ยนะคิดเื่สกปรก ไม่มี๊ไม่มี เ้าตี๋ถ้านายพูดมากขนาดนี้แสดงว่าอิ่มแล้วใช่ไหม งั้นฉันจะกินไก่ที่เหลือให้หมดเลย” โคลนไม่พูดอย่างเดียวหยิบไก่มาเพิ่มอีกสองชิ้น
“ไม่ ๆ ๆ ๆ ผมยังไม่อิ่ม” ตี๋ไม่ยอมแพ้หยิบเพิ่มอีกสองชิ้นทั้ง ๆ ที่ในจานยังเหลืออีกสอง
“นายนี่ตลกจังเลยนะโคลน ฮ่า ๆ ๆ” หมวยที่เห็นทั้งสองคนเถียงกันก็ได้แต่ปิดปากพลางหัวเราะอย่างลืมตัว ส่งผลให้หน้าอกูเาไฟลูกนั้นสั่นะเืราวกับแผ่นดินไหว
“ฉูด!” โคลนที่เหลือบไปเห็นการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกก็ได้แต่ยอมจำนน เืกำพุ่งออกมาจากจมูกราวกับเขื่อนแตก
“เอ๊ะ โคลนเป็อะไรหรือเปล่า นายเืไหลออกเยอะเชียว” หมวยถาม
“เอ่อ...พอดีอากาศมันร้อนน่ะ อย่าสนใจเลยเดี๋ยวมันก็หยุดแล้ว” โคลนตอบขณะที่เอามือบีบจมูกอยู่
“เอ๋? ไม่เห็นร้อนเลยนะ” ตี๋ที่ได้ยินก็สวนขึ้นทันที
“เงียบน่า ฉันเป็ประเภทที่ความรู้สึกไวต่ออากาศน่ะ” โคลนแถ
“ฮ่า ๆ ๆ” หมวยหัวเราะขำกับพฤติกรรมของทั้งคู่
ระหว่างที่ทั้งสามกำลังสนทนากันอยู่นี้เอง มีชายรูปร่างผอมสูงสวมแว่นตากรอบสีดำอายุพอ ๆ กับหมวยเดินมาที่โต๊ะของพวกเขา
“หมวย มาอยู่ที่นี่เอง ฉันหาเธอตั้งนาน” ชายหนุ่มร่างสูงพูดขึ้นด้วยท่าทีเป็ห่วง
“อ้าว จอนนี่ นายทำภารกิจเสร็จแล้วเหรอ” เมื่อหมวยเห็นชายหนุ่มก็ร้องทัก
“NPC ที่นี่มีน้อยและตีสนิทยากเกินไป ฉันหาภารกิจดี ๆ ทำไม่ได้เลย จะมีก็แต่พวกภารกิจจิปาถะที่ให้กล่องรางวัลระดับ F เช่น จับสัตว์เลี้ยงในหมู่บ้านไปทำอาหารหรือส่งของ ฉันเลยกดยกเลิกไป”
“งั้นเหรอ เห็นทีพวกเราควรจะไปรวมตัวกับพวกนั้นที่เมืองเรนเดียร์จะดีกว่า” หมวยพูด
“เอ๊ะ หมวย เธอก็จะไปที่เมืองเหมือนกันเหรอ” เมื่อโคลนได้ยินว่าคนกลุ่มนี้จะไปที่เมืองก็ถามขึ้นทันที ตัวเขานั้นมีแผนจะไปที่เมืองอยู่แล้ว แต่ติดที่ไม่รู้ว่าต้องเดินทางอย่างไร หากติดสอยห้อยตามคนกลุ่มนี้ไปด้วยคงจะง่ายขึ้นเยอะ ก่อนหน้านี้ที่ทั้งสามแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน โคลนจึงได้ข้อมูลมาว่าผู้เล่นแต่ละคนก็จะมีจุดเกิดที่ต่างกันออกไปอย่างเช่นตัวเขานั้นมาเกิดในหมู่บ้านแห่งนี้ ส่วนหมวยและตี๋ก็แยกกันไปเกิดบริเวณรอบ ๆ หมู่บ้าน และเพื่อนคนอื่น ๆ ของหมวยก็มีบางส่วนถูกสุ่มให้เกิดในเมืองเรนเดียร์หรือบริเวณใกล้ ๆ ถึงแม้ผู้เล่นแต่ละคนจะมีจุดเกิดที่ต่างกัน แต่หลักการของการสุ่มคือผู้เล่นทุกคนจะเกิดใกล้กับเมืองเริ่มต้นหรือหมู่บ้านเริ่มต้น แต่ปัญหาก็คือเมืองและหมู่บ้านเริ่มต้นนั้นมีมากกว่าหนึ่งที่ นี่ทำให้โคลนรู้ตัวแล้วว่าการค้นหาตัวเขาอีกคนจะเป็เื่ที่ยากลำบากมากในกรณีที่พวกเขาถูกสุ่มไปเกิดกันคนละเขตพื้นที่
“ใช่แล้ว พวกเราตกลงกันว่าจะใช้เมืองเรนเดียร์เป็สถานที่รวมตัว หรือว่านายก็้าไปที่เมืองเรนเดียร์เหมือนกันเหรอโคลน” หมวยถามอย่างตื่นเต้น
“ใช่ ฉันก็้าตามหาคนคนหนึ่งน่ะ ถ้าไปที่เมืองเริ่มต้นสักเมืองอาจจะได้เจอกัน” โคลนตอบตามตรง
“เอ๋ แล้วทำไมนายไม่ออกจากเกม (Logout) เพื่อไปถามที่อยู่ปัจจุบันเหมือนที่ฉันทำล่ะ” หมวยถามอย่างสงสัย
“ฉันติดต่ออีกฝ่ายไม่ได้น่ะ” โคลนตอบ
“ทำไมล่ะ ให้ฉันช่วย...”
“แจ้งเตือน...การสนทนาดังกล่าวสุ่มเสี่ยงต่อข้อมูลความปลอดภัยส่วนตัวของผู้เล่น รบกวนผู้เล่นหลีกเลี่ยงการสนทนาอันจะก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยของผู้เล่นทั้งทางตรงและทางอ้อม หากมิเช่นนั้นตามกฎข้อบังคับที่ 402 ว่าด้วยเื่ความปลอดภัย#$%^&*@#$#@$^$#)”
เสียงสังเคราะห์ยาวเหยียดดังขึ้นในหัวของทั้งสอง หญิงสาวหน้าอกูเาไฟจึงได้แต่แลบลิ้นแสดงความขอโทษต่อชายหนุ่ม โคลนไม่ได้คิดมากอะไรทั้งสองจึงเปลี่ยนเื่คุยกัน
“ว่าแต่นายเป็ใครกัน” จอนนี่มองไปที่โคลนและพูดขึ้น
“เ้าตี๋น่ะสิ พอเห็นของกินก็ไปเสียมารยาทกับคนอื่นอีกแล้ว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ พวกเราเลยทำความรู้จักและขอร่วมโต๊ะด้วยกันซะเลย คิคิ” หมวยตอบพลางหัวเราะคิกคัก จอนนี่ได้แต่ส่ายหัวกับนิสัยที่เข้ากับชาวบ้านได้ง่ายเกินเหตุของเธอ
“สวัสดีครับ ผมชื่อโคลน” โคลนยื่นมือไปทักทาย
“อืม” จอนนี่ตอบสั้น ๆ และเดินไปนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ หมวย โดยไม่แม้แต่จะจับมือทักทายโคลน
“อย่าไปใส่ใจ จอนนี่ไม่ใช่คนเลวร้าย เขาแค่เข้ากับคนไม่เก่ง” หมวยกระซิบบอก
คราแรกโคลนรู้สึกขุ่นเคืองที่จอนนี่เสียมารยาทใส่ แต่เมื่อได้ยินคำอธิบายของหมวยเขาจึงไม่คิดมากอีกต่อไป ทั้งสามพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเกมอยู่พักหนึ่ง (ตัดไปหนึ่งคนซึ่งก็คือตี๋ที่เอาแต่กินไม่หยุด) ทำให้โคลนได้ข้อมูลมาเยอะทีเดียว เช่นสาเหตุที่หน้าต่างแผนที่ของเขาใช้งานไม่ได้เป็เพราะเขานั้นไม่มีแผนที่นั่นเอง เกม The World Must Survive นั้นจะไม่มีแผนที่ให้กับผู้เล่น ผู้เล่นจะต้องซื้อ ปล้น (Loot) หรือทำภารกิจเพื่อให้ได้มาซึ่งแผนที่ส่วนต่าง ๆ ของโลก TWMS แน่นอนว่าคุณไม่จำเป็ต้องใช้แผนที่ก็ได้ หากคุณสามารถจดจำเส้นทางของโลกอันกว้างใหญ่นี้ได้ทั้งหมด
ระหว่างที่สนทนากันอยู่นั้น เฮนรี่ก็เดินมาหยุดที่โต๊ะของพวกเขา หรือถ้าจะให้ละเอียดกว่านั้นก็ต้องพูดว่าหยุดอยู่ตรงหน้าโคลน
“ท่านโคลน หัวหน้าหมู่บ้านมีบางอย่างจะให้ท่านดู เชิญตามข้ามาเถอะ” เฮนรี่พูดขึ้นอย่างสุภาพไม่เหมาะสมกับภาพลักษณ์ภายของของเขาเลย
“เอ๋? ท่านโคลน”
“ท่านโคลน!”
“หา...!”
ทุกคนแปลกใจกับคำเรียกขานของชาวบ้านที่มีต่อชายหนุ่มผมสีเทาตรงหน้า หากย้อนกลับไปเมื่อ่เที่ยงขณะที่กลุ่มของหมวย ตี๋ และจอนนี่มารวมตัวกันที่หมู่บ้านแห่งนี้ จอนนี่เป็คนนำทีมในการตีสนิทกับ NPC เพื่อหาข้อมูลและภารกิจต่าง ๆ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างพวกเขาไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีจากเหล่า NPC มากนักแต่ก็ไม่ถึงกับแสดงตัวเป็ศัตรูเหมือนที่โคลนเจอในคราแรก
“นะนะนายทำได้อย่างไร” เ้าแว่นเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะเขานั้นรู้ดีกว่าใครว่าการเข้าถึง NPC เหล่านี้ยากมากแค่ไหน
ก่อนหน้านี้จอนนี่ยังไม่ยอมแพ้การตีสนิท โดยการบอกให้หมวยและตี๋แยกไปพักก่อน ส่วนตัวเขาจะลองหาวิธีดู จนเวลาล่วงเลยไป พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า NPC เหล่านี้ก็เพียงแค่มอบภารกิจจิปาถะหรือสนทนาแบบเว้นระยะห่างกับเขาเท่านั้น แต่การสนทนาแบบใกล้ชิดเมื่อครู่ทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้
ในความเป็จริงแล้วการจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ NPC ได้นั้น ผู้เล่นต้องทำภารกิจที่พวกเขามอบหมายให้เรื่อย ๆ จนกว่าจะได้รับความไว้วางใจหรือมีฉายาที่เกี่ยวข้อง เพราะฉายาเ่าั้จะทำให้ NPC มองคุณในมุมมองแตกต่างออกไป
“อ๋อ พอดีฉันกับเฮนรี่เราผ่านอะไรมาด้วยกันนิดหน่อย” โคลนพูดพลางหันหน้าไปยิ้มให้ชายผิวสีเข้มร่างั์ราวกับหมี
“ว่าแต่เราจะไปไหนกัน” โคลนถามเฮนรี่
“หัวหน้าหมู่บ้านกำลังรอท่านอยู่ ตามข้ามาก็จะรู้เอง” เฮนรี่ตอบเลี่ยง
หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อยกลุ่มของหมวยก็ขอตามโคลนไปด้วยเพราะอยากรู้ว่า NPC ้าพาโคลนไปไหน โคลนไม่ได้คิดมากจึงให้พวกเธอตามมาด้วย
ระหว่างที่กำลังลังเดินทางไปพบหัวหน้าหมู่บ้าน เฮนรี่ก็เอ่ยคำถามที่คาใจออกมา
“เอ่อ ท่านโคลน ในตอนนั้น...หลังจากที่ท่านและข้าช่วยชาวบ้านและภรรยาข้าที่โกดัง ท่านหายไปไหนมาหรือ” เฮนรี่กระซิบถาม
“มันสำคัญด้วยเหรอ” โคลนถามอย่างสงสัย
“สำคัญสิ เอ่อ...คงไม่ใช่ว่าท่านหนีไปใช่หรือไม่”
“จะบ้าหรือไง ตอนนั้นฉันน่ะโกรธพวกโจรมาก มากเสียจน้าวิ่งไปฆ่าพวกมันเดี๋ยวนั้นเลย” โคลนพูดอย่างขุ่นเคือง แววตายังคงแสดงออกถึงความโกรธแค้น
“วิ่งไปฆ่าพวกมันเดี๋ยวนั้น? แต่แล้วทำไมตอนที่ข้าไปถึงบ้านของพวกโจร กลับไม่เห็นท่านเลย” เฮนรี่ถามอย่างสงสัย แต่เขาก็แสดงออกถึงสีหน้าที่เชื่อคำพูดชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ดี
“อืม...จะว่าไงดีล่ะ” โคลนเอามือลูบที่ปลายคางราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“นายก็รู้ใช่ไหมล่ะว่าตอนที่ฉันมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้มันก็มืดค่ำแล้ว แถมไม่ทันไรก็ต้องถูกบังคับให้หนีออกจากที่นี่ และในตอนเช้าที่เข้าหมู่บ้านมา ก็เป็นายที่นำทางให้ฉัน” โคลนอธิบายเบี่ยงประเด็น
“แล้วมันหมายความว่ายังไงท่านโคลน” เฮนรี่ถามย้ำ
“เฮ้อ...เอาล่ะ ๆ ฉันหลงทาง พอใจนายหรือยัง” โคลนตอบพลางเกาแก้มแก้เขิน
“โครม!” เฮนรี่ที่เดินอยู่ก็สูญเสียสมดุลหน้าคะมำทันที
เมื่อมาถึงบ้านพักของหัวหน้าหมู่บ้าน โคลนก็เห็นชายชรายืนรออยู่บริเวณสวนหน้าบ้าน
“โอ้ ท่านผู้ปลดปล่อยมาแล้วหรือ” ชายชราทักทาย
“ท่าน!!” หมวยอุทานเบา ๆ
“ผู้ปลดปล่อย!!” ตี๋และจอนนี่ร้องออกมาพร้อมกัน
โคลนไม่ได้สนใจอาการตะลึงของกลุ่มคนด้านหลัง เขาเดินเข้าไปทักทายชราทันที
“เฮนรี่บอกผมว่า หัวหน้าหมู่บ้าน้าพาผมไปดูบางอย่าง มันคืออะไรเหรอครับ” โคลนถามอย่างสงสัย
ชายชราไม่ตอบคำ เขาเลือกที่จะหันไปมองหน้าเฮนรี่แทนเพื่อขอความเห็น เฮนรี่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้ชายชราราวกับกำลังจะบอกว่าชายคนนี้เหมาะสม
เมื่อเฮนรี่เห็นด้วย ชายชราจึงเอ่ยขึ้นมาในที่สุด “ท่าโคลนโปรดตามข้าไปที่สุสานหลังหมู่บ้านเถอะ”