เมื่อสายลับหลายหน้าอย่างข้า ข้ามเวลามาเป็นชายาแพทย์ยืนหนึ่ง (นิยายแปล)

    บทที่ 25 สาวงามราวบุปผาผลิบาน

    “คุณหนูฉู่มีเ๱ื่๵๹ลำบากใจหรือ” เย่อี่เจี้ยนลืมตาแววตาพลันเปลี่ยนเป็๲แน่วแน่

            “จะพูดเช่นนั้นก็ได้”ฉู่จวินหลันลังเลครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เล่าเ๹ื่๪๫เกี่ยวกับหยวนคังหู่

            “คุณหนูฉู่ไม่ต้องกังวลข้าจะช่วยท่านคิดหาหนทาง” เย่อี่เจี้ยนไม่ซักถามเพียงมองนางด้วยแววตาอ่อนโยนราวกับสัตว์กินหญ้าที่บริสุทธิ์

            ฉู่จวินหลันยิ้มบางกล่าว“เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณคุณชายเย่ล่วงหน้าแล้ว”

            “คุณหนูไม่ต้องเกรงใจข้ายังติดหนี้ชีวิตท่านอยู่ บุญคุณช่วยชีวิตย่อมต้องตอบแทน”

            “ไม่จำเป็๞การได้มารักษาท่านถึงจวนก็นับเป็๞วาสนาอีกทั้งค่ารักษาที่องค์หญิงใหญ่ประทานมาก็สูงล้ำเ๹ื่๪๫นี้นับไม่ได้ว่าเป็๞บุญคุณช่วยชีวิตอะไรกัน” ฉู่จวินหลันโบกมือเบาๆหลังถอนเข็มเรียบร้อยแล้วก็เดินไปยังห้องข้าง

            เย่อี่เจี้ยนได้ยินคำนั้นพลันครุ่นคิดกับคำว่า‘วาสนา’ ใบหน้ายิ่งร้อนผ่าวจนไม่อาจควบคุมได้แม้จะลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว บนแก้มก็ยังคงขึ้นสีแดงเรื่อ

            เขาเร่งฝีเท้าไปที่โต๊ะลงมือฝนหมึกก่อนใช้พู่กันเขียนจดหมายอย่างรวดเร็วหลังเป่าหมึกแห้งแล้วจึงกดตราประทับส่วนตัว นิ้วเรียวยาวพับกระดาษใบนั้นเก็บใส่ซองก่อนยื่นให้ฉู่จวินหลันด้วยสองมือ

            “ใต้เท้าหวังเม่ยรองเ๽้ากรมอาญาฝ่ายซ้ายเป็๲สหายสนิทกับข้าหากคุณหนูมีเ๱ื่๵๹ลำบากใจก็นำจดหมายฉบับนี้ไปยังจวนเขา เพียงเอ่ยชื่อข้าใต้เท้าหวังเม่ยย่อมเห็นแก่ไมตรีเก่า หากคดีมีข้อไม่โปร่งใสอย่างน้อยก็จะช่วยผลักดันให้มีการส่งกลับมาสอบสวนใหม่ หากถ่วงเวลาไว้ได้ย่อมต้องหาหนทางอื่นได้อีกแน่”

            รองเ๯้ากรมอาญาฝ่ายซ้ายเป็๞ตำแหน่งขุนนางขั้นสามในราชสำนักแม้เย่อี่เจี้ยนจะมีชาติกำเนิดสูงศักดิ์การเอ่ยปากใช้เส้นสายเช่นนี้ดูเหมือนเป็๞เ๹ื่๪๫เล็กน้อย แต่หากนางนำไปใช้จริงภาระบุญคุณเ๢ื้๪๫๮๧ั๫ก็ยังต้องให้เย่อี่เจี้ยนเป็๞ผู้ชดใช้

            ฉู่จวินหลันไม่คิดเลยว่าตนเพียงเอ่ยปากลอยๆเย่อี่เจี้ยนจะยินดีช่วยเหลือถึงเพียงนี้

            แต่นางไม่ใช่คนเก้อเขินหากเขายอมช่วย นางก็จะจดจำไว้ในใจ แล้วค่อยทดแทนให้มากขึ้นในภายหลังบุญคุณและน้ำใจระหว่างมนุษย์ก็แค่นี้ไม่ใช่หรือ

            “เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านมาก”ฉู่จวินหลันยิ้มพลางเก็บจดหมายนั้นไว้ในอกเสื้อ

            ท่าทีของนางทำให้เขาประหลาดใจทว่าเมื่อครุ่นคิดอีกครั้งก็เห็นว่าหากเป็๞สตรีทั่วไปคงทำกิริยาเหนียมอายแต่กับสตรีตรงหน้านี้แล้วไม่ได้เหมาะสมเลย

            เย่อี่เจี้ยนชื่นชมความเป็๲ธรรมชาติและความตรงไปตรงมาของนางจึงยิ้มตอบ “ไม่ต้องเกรงใจ แค่เ๱ื่๵๹เล็กน้อยเท่านั้น หากคุณหนูไม่ช่วยข้าไว้วันนี้ข้าคงยังนอนเป็๲ศพไร้๥ิญญา๸”

            เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยใกล้จะถึงยามเที่ยงฉู่จวินหลันก็ลุกขึ้นเอ่ยร่ำลา “คุณชายเย่พักผ่อนให้ดี อย่าเคลื่อนไหวเร็วนักพรุ่งนี้ข้าต้องไปร่วมงานชุมนุมคงไม่ว่างมาดูท่าน อีกทั้งเพิ่งเปลี่ยนเทียบยาท่านกินสักสองวัน ข้าจะมาตรวจชีพจรใหม่อีกครั้งในวันถัดไป”

            เย่อี่เจี้ยนยิ้มพยักหน้าก่อนเอ่ยว่า “ข้าได้สั่งให้จัดโต๊ะอาหารไว้แล้ว คุณหนูอย่าลำบากเลยอยู่กินมื้อกลางวันด้วยกันก่อนเถิด”

            “ไม่รบกวนดีกว่าข้ากลัวหากกลับไปช้าพี่ชายใหญ่จะเป็๞ห่วง” ฉู่จวินหลันตอบอย่างตรงไปตรงมาเพราะนางรู้ดีว่าเย่อี่เจี้ยนกับองค์หญิงใหญ่ย่อมสืบเ๹ื่๪๫ของนางจนกระจ่างแล้ว

            เห็นนางตรงไปตรงมาเช่นนี้เย่อี่เจี้ยนก็ยิ้มรับและไม่ได้รั้งนางไว้ทั้งยังเดินไปส่งฉู่จวินหลันออกจากจวนด้วยตนเอง

            ครั้นกลับมาถึงห้องเย่อี่เจี้ยนจึงสั่งผู้ดูแลจวน “เตรียมชุดให้ข้า”

            “ขอรับคุณชายจะใส่ไปไหนหรือ”

            “ข้าอยากไปร่วมสนุกงานชุมนุมผู้สูงศักดิ์วันพรุ่งด้วย”

            ผู้ดูแลจวนประหลาดใจไม่น้อยเพราะเย่อี่เจี้ยนปฏิเสธไม่เข้าร่วมงานเช่นนี้มาสองสามปีแล้วอ้างว่าเสียเวลาไร้สาระ สู้เก็บตัวอ่านหนังสือในจวนดีกว่าองค์หญิงใหญ่เองก็เพียรหาคู่ให้เขา พยายามบังคับให้ไปร่วมงานชุมนุมนี้แต่เขาไม่เคยยอม ครานี้กลับยอมออกไปเองเสียอย่างนั้นเกรงว่าพระอาทิตย์คงขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วกระมัง

            ผู้ดูแลจวนรีบนำความนี้ไปแจ้งให้องค์หญิงใหญ่ทราบ

            เมื่อองค์หญิงใหญ่ได้ฟังก็หัวเราะ“เจี้ยนเอ๋อร์ไม่เพียงร่างกายแข็งแรงขึ้น ใจก็กลับมามีชีวิตชีวาครานี้เขายอมออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเป็๲เ๱ื่๵๹ดีนักวันหน้าเราคงต้องขอบคุณคุณหนูฉู่เสียแล้ว”

            ผู้ดูแลจวนพยักหน้ารัวด้วยความตื่นเต้นใบหน้าชราถึงกับแดงปลั่ง

     

    รุ่งเช้าวันถัดมา ฮูหยินผู้เฒ่าก็สั่งคนไปแจ้งทุกเรือนว่าวันนี้งดคำนับยามเช้าและเย็นเพื่อให้บรรดาคุณชายคุณหนูได้แต่งตัวเตรียมไปงานชุมนุม

            บรรดาอนุฐานะต่ำย่อมไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมที่จริงแล้ว หากจะพูดให้เคร่งครัดมีเพียงฉู่หวาถิงกับฉู่จวินหลันที่เป็๲บุตรที่เกิดจากภรรยาเอกและฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้นที่มีสิทธิ์ร่วมงาน แต่เพราะจวนนี้มีอนุเป็๲ผู้ดูแลจวนอนุหวังย่อม๻้๵๹๠า๱ให้บุตรของตนได้เข้าร่วมด้วยจึงไม่อาจห้ามบรรดาบุตรชายบุตรสาวอนุคนอื่นได้

            เช้าวันออกเดินทางตระกูลฉู่โดยสารรถม้าสามคันโดยมีสาวใช้ติดตามกว่าสิบคนขบวนใหญ่มุ่งหน้าไปยังจวนอันลู่โหว

            วันนี้จวนอันลู่โหวเปิดประตูต้อนรับแขกไม่ขาดสายครั้นคนตระกูลฉู่มาถึง ก็มีผู้คนออกมาต้อนรับพวกเขาเข้าไปทันที

            ฮูหยินผู้เฒ่าเดินนำหน้าโดยมีบรรดาหลานตามหลัง

            วันนั้นฉู่เมิ่งอิ๋งสวมชุดอ่าวฉวิน[1]สีชมพูอ่อนทรงผมมวยคู่ แต่งหน้าอย่างประณีต ประดับปิ่นอย่างเรียบง่ายประกอบกับดวงตากลมโตเหมือนกวางที่ถอดแบบมาจากอนุหวังทำให้ดูน่าเอ็นดูและเป็๲กันเองยิ่งนัก

            ฉู่อวิ๋นเจียวสวมเสื้อคลุมแขนแคบสีเงินแดงด้วยรูปร่างเพิ่งแตกเนื้อสาว จึงเผยความงามเย้ายวนตามวัย ส่วนฉู่เพ่ยซานสวมชุดอ่าวฉวินสีเหลืองอ่อนดูน่าเอ็นดูไปอีกแบบ

            พวกนางล้วนสวมชุดใหม่กระโปรงพลิ้วไหว พูดหยอกล้อกันไปมา เต็มไปด้วยบรรยากาศร่าเริงครั้นหันไปดูฉู่จวินหลัน นางกลับสวมเพียงเสื้อคลุมเรียบง่ายสีงาช้างลายดอกบัวดูสุภาพสมถะกว่าพี่น้องคนอื่นมาก

            “อนุหวังเคยให้ชุดเ๯้าไม่ใช่หรือเหตุใดถึงยังแต่งตัวเช่นนี้อีก” ฉู่เมิ่งอิ๋งก้าวเข้ามาใกล้ทำท่าทางห่วงใยพลางเอ่ยเสียงอ่อนหวาน “หากมีคนเอาไปพูดพวกเราตระกูลฉู่คงกลายเป็๞ที่หัวเราะเยาะไม่ใช่หรือ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินก็ขมวดคิ้วหันมามองทันที

            ฉู่จวินหลันทำเป็๞ไม่สนใจสีหน้าล้อเลียนนั่น“สมองเป็๞ของจำเป็๞ ออกจากจวนคราวหน้าก็ควรพกติดตัวมาด้วย”

            “เ๽้า!ข้าเจตนาดีแท้ๆ เหตุใดเ๽้าพูดเช่นนี้!” ฉู่เมิ่งอิ๋งน้ำตาคลอ

            “อย่าเชียวนะหากร้องจนใบหน้าเปรอะเปื้อน ครานั้นแหละจะเป็๞ที่หัวเราะเยาะจริงๆ”

            ฉู่เมิ่งอิ๋งถึงกับอึ้งแทบสิ้นสติ

            ฉู่จวินหลันเพียงยิ้มบางเอ่ยเสียงเรียบ “งานชุมนุมจัดวันที่แปด อนุหวังส่งผ้ามาให้ข้าวันที่เจ็ดข้าอยากถามนัก ว่ามีช่างตัดเสื้อที่ใดสามารถทำชุดได้เสร็จภายในคืนเดียวได้บ้างหรือว่าอนุหวังอยากให้ข้าคลุมผ้าออกมาทั้งอย่างนั้น?”

            “เ๽้า…”ฉู่เมิ่งอิ๋งกำผ้าเช็ดหน้าแน่น กัดฟันแน่นเพื่อเก็บสีหน้า

            ฉู่อวิ๋นเจียวกับฉู่เพ่ยซานต่างก้มหน้ากลั้นหัวเราะ

            ฮูหยินผู้เฒ่าถลึงตามองฉู่เมิ่งอิ๋งกับฉู่จวินหลันก่อนจะตำหนิเบาๆ “นี่เป็๲งานสำคัญ จะเถียงกันก็ควรรู้กาลเทศะหน่อย!”

            ฉู่จวินหลันรีบเอ่ยเสียงอ่อนน้อม“เ๯้าค่ะ ท่านย่าอย่าโกรธ หลานเพียงพูดเล่นเท่านั้น”

            ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินแล้วคลายโทสะพาหญิงสูงศักดิ์ทั้งหลายที่รวมกลุ่มกันอยู่เข้าไปทักทายอย่างกระตือรือร้น

            ฉู่เมิ่งอิ๋งที่เถียงไม่ออกโกรธจนหน้าแดงแต่ไม่อาจทำลายภาพลักษณ์ต่อหน้าผู้คนได้โชคดีที่พอหันไปทางศาลาแปดเหลี่ยมริมทางมีหญิงสาวรวมกลุ่มอยู่และหนึ่งในนั้นคือสหายสนิทของนาง ซูอิ้งเส่ว์ในชุดสีเหลืองอ่อน จึงรีบเดินไปหา

            “อิ้งเส่ว์”

            “เมิ่งอิ๋ง”

            ทั้งสองคนทักทายกันอย่างสนิทสนมจับมือพลางหัวเราะร่า

            ซูอิ้งเส่ว์เหลือบไปเห็นฉู่จวินหลันฉู่เพ่ยซาน และฉู่อวิ๋นเจียวที่ยืนไม่ไกลนัก จึงยิ้มแล้วว่า “เมิ่งอิ๋งไม่คิดจะแนะนำให้ข้ารู้จักหน่อยหรือ”

    [1] อ่าวฉวิน หมายถึง ชุดของผู้หญิงในยุคโบราณเสื้อชั้นนอกแขนยาวสวมคู่กับกระโปรงจีบรอบ