ตอนที่ 15 อ้อมกอดที่มาช้า
ไม่รู้ว่าเป็โชคชะตาหรือความบังเอิญวันนั้นที่โจวซ่านซ่านกับเสิ่นจ้านตงได้พบกัน ตรงกับวันตายของเธอในชาติที่แล้วพอดี
ในเวลานั้นเป็่ปลายฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูร้อน เป็่ที่ดอกถงฮวาเบ่งบานพอดีสีม่วงอ่อนๆ คล้ายไม่เร่งรีบและไม่วุ่นวาย เบ่งบานอย่างเงียบๆท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ
โจวหรูไห่กับเหยียนฮุ่ยเดิมทีตั้งใจจะพาโจวซ่านซ่านไปหาครอบครัวเสิ่นแต่เสิ่นจ่างหลินกับภรรยากลับอยากพาเสิ่นจ้านตงมาเยี่ยมที่ครอบครัวโจวเอง พูดอยู่ตลอดว่าต้องพาลูกชายมาไหว้พ่อตาในอนาคต
เหยียนฮุ่ยไปตลาดซื้อเป็ดไก่มาแต่เช้าซื้อผักผลไม้มาเต็มตะกร้า ใช้เงินเดือนครึ่งหนึ่งของเธอจ่ายไป บ่งบอกว่าเธอให้ความสำคัญกับการพบปะกับครอบครัวเสิ่น
วันนี้เป็วันหยุดสุดสัปดาห์พอดี โจวหรูไห่ให้โจวเทารุ่ยช่วยทำความสะอาดบ้านเดิมทีโจวซ่านซ่านก็อยากจะช่วยด้วย แต่กลับถูกโจวหรูไห่แย่งไม้ถูพื้นไป พร้อมพูดว่า“ลูกไปเตรียมตัวดีๆ เื่พวกนี้ให้รุ่ยรุ่ยทำ!”
โจวซ่านซ่านนั่งเงียบๆ อยู่บนเตียงสักพักก็ลุกขึ้นเดินไปหน้าตู้เสื้อผ้าเปิดตู้ออกมา หลังจากเลือกแล้วเลือกอีก สุดท้ายก็หยิบชุดกระโปรงสีขาวลายดอกไม้ออกมา
ผิวของโจวซ่านซ่านละเอียดเรียบเนียน ผมก็ดำขลับและตรงเธอเปลี่ยนชุดกระโปรงส่วนเอวเข้ารูปพอดี ทั้งยังจัดทรงผมให้มีความประณีตมองดูสวยงามสะดุดตา
มองตัวเองในกระจก โจวซ่านซ่านแอบถอนหายใจเบาๆนี่เป็ข้อดีของวัยรุ่นสินะ ไม่ต้องใช้เครื่องสำอางก็สวยได้โดยไม่ต้องแต่งอะไรเลยวัยรุ่นนี่ดีจริงๆ!
ในเวลาไม่นาน เหยียนฮุ่ยก็ซื้อกับข้าวกลับมา
โจวซ่านซ่านได้ยินเสียงของเหยียนฮุ่ยก็ออกมาจากห้องยืนอยู่หน้าประตูพร้อมยิ้มให้แม่ “แม่คะๆ หนูใส่กระโปรงแบบนี้แล้วสวยไหม มันดูใหญ่ไปหน่อยไหม”
ทั้งสามคนในห้องนั่งเล่นมองมาที่โจวซ่านซ่านเป็ตาเดียวโดยเฉพาะโจวเทารุ่ย แววตาของเขาเปล่งประกายออกมาอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ไม่ใหญ่นะพอดีเลย เหล่าโจว คุณดูสิ ฉันบอกแล้วว่าโจวซ่านซ่านใส่กระโปรงตัวนี้แล้วต้องออกมาดูดี!”เหยียนฮุ่ยวางตะกร้าในมือลง ยิ้มออกมาแล้วจัดกระโปรงให้โจวซ่านซ่าน
โจวหรูไห่วางผ้าขี้ริ้วในมือั์ตาเต็มไปด้วยความภูมิใจและพอใจ “พวกเราทั้งหมดในโรงกลั่นน้ำมันนี้ ซ่านซ่านของเราสวยที่สุดแล้วใส่อะไรก็ดูดี ไม่เลว วันนี้ใส่กระโปรงตัวนี้นะ”
น้ำเสียงโจวเทารุ่ยแสดงความไม่ชอบใจออกมาเขาทิ้งผ้าขี้ริ้วในมือแล้วพูดอย่างไม่พอใจ “นี่มันฤดูไหนแล้ว ใส่น้อยชิ้นขนาดนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายไปเปลี่ยนเลย รีบไปเปลี่ยนเลย!”
เหยียนฮุ่ยจ้องไปที่โจวเทารุ่ย หันไปบอกกับโจวซ่านซ่านว่า“อย่าไปฟังที่น้องพูดเลย วันนี้ข้างนอกออกจะร้อน แม่ก็ใส่แขนสั้น ลูกก็ใส่กระโปรงตัวนี้เถอะ”
โจวเทารุ่ยกำลังจะพูดออกมา ก็ได้ยินเสียงของเสิ่นจ่างหลินดังมามาจากด้านนอกทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูบ้าน
โจวหรูไห่รีบไปเปิดประตู เหยียนฮุ่ยเช็ดห้องนั่งเล่นต่ออีกสองสามทีก่อนนำไม้ถูพื้นและผ้าขี้ริ้วไปเก็บในห้องน้ำแล้วนำตะกร้ากับข้าวไปวางไว้ในครัว
“เหล่าโจวฉันมาแต่เช้าเลย ไม่รบกวนพวกคุณใช่ไหม”
เสิ่นจ่างหลินอยู่ในกองทัพมาหลายปี มีชื่อเสียงโด่งดังเขาก้าวเข้ามาในบ้าน ตบบ่าโจวหรูไห่อย่างดีใจ
โจวหรูไห่ ยิ้มกว้างก่อนจะพูดตอบอย่างสุภาพ “พวกเราเป็พี่น้องกันรบกวนอะไรกัน เข้ามาๆ ฉันรอนายมาตั้งนานแล้ว! อีกเดี๋ยวค่อยมาดวลกันดีไหม”
เสิ่นจ่างหลินดีใจะโออกมา “ดวลสิ ต้องดวล ครั้งที่แล้วนายชนะฉันไปสามครั้งฉันขายหน้าจะแย่แล้ว ครั้งนี้ฉันต้องชนะกลับไปให้ได้!”
เหยียนฮุ่ยออกมาจากห้องครัว หัวเราะก่อนจะพูดออกมา“เหล่าโจว คุณอย่ามัวแต่ยืนอยู่ที่ประตู รีบให้เหล่าเสิ่นเข้ามานั่งพักเร็ว!พวกคุณสองคนนี่ติดเกมหมากรุกกันเหลือเกินเชียว”
โจวหรูไห่หันรีหันขวาง “ฉันนี่โง่จริงๆ รีบเข้ามาตงจื่อรีบเข้ามานั่งก่อนเร็ว กี่เดือนแล้วนี่ที่ไม่เจอกัน ตงจื่อดูโตขึ้นเยอะนะซ่านซ่าน รีบมาทักทายตงจื่อเร็ว!”
โจวซ่านซ่านยืนอยู่ข้างหลังโจวหรูไห่ เมื่อเห็นใบหน้าที่แปลกตาแต่คุ้นเคยของเสิ่นจ้านตงทันใดนั้นดวงตาของเธอก็พร่ามัว ความทรงจำในชาติที่แล้วฉากในฝันที่เสิ่นจ้านตงกอดเธอเอาไว้ ย้อนกลับมาในหัวเธออีกแล้ว
“เสิ่น...เสิ่นจ้านตง”
โจวซ่านซ่านพูดติดขัดราวกับมีคนมาขัด ขณะที่เธอเรียกชื่อนี้ออกมาเธอก็ไม่สามารถบังคับน้ำตาของตัวเองไม่ให้ไหลออกมาอาบแก้มของเธอได้อีกต่อไป
เสิ่นจ้านตงถือของอยู่เต็มสองมือ ขณะที่เขาเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นโจวซ่านซ่านที่ไม่ได้พบกันมานานมากแล้วได้เห็นท่าทางทั้งเศร้าโศกทั้งมีความสุขของเธอ และได้เห็นน้ำตาของเธอเอ่ออยู่ในดวงตา
เมื่อเธอเรียกชื่อของเขา หัวใจของเขาก็เต้นแรงราวกับมีบางสิ่งที่อยู่ภายในใจถูกโจวซ่านซ่านััรู้สึกเจ็บ รู้สึกจั๊กจี้ รู้สึกคาดหวัง รู้สึกสูญเสีย
“ซ่านซ่าน นี่ลูก...เป็อะไรไปทำไมลูกมองตงจื่อแล้วร้องไห้ล่ะ”
เสิ่นจ่างหลินเอ็นดูโจวซ่านซ่านดูแลโจวซ่านซ่านดีกว่าเสิ่นจ้านตงเสียอีก ครั้งนี้เห็นเด็กน้อยร้องไห้ออกมาเขาก็เ็ปเช่นกัน
“เสิ่นจ้านตง ลูกไปรังแกอะไรซ่านซ่านพ่อสอนลูกว่าอย่างไร ซ่านซ่านเป็เด็กดีขนาดนี้ ลูกยังกล้าทำเธอร้องไห้อีกหรือพ่อจะตีให้ตายเลย!”
เสิ่นจ่างหลินแสดงความเป็ทหารออกมา เขาพูดอย่างเฉียบขาดพูดไปก็เตรียมจะตีเสิ่นจ้านตงไป
โจวหรูไห่รีบห้ามเสิ่นจ่างหลินเอาไว้ จับไหล่ของเขาแล้วลากไปนั่งลงบนโซฟาหัวเราะพลางพูดออกมา “เหล่าเสิ่นนายจะทำอะไรเนี่ย มาๆ มานั่งก่อน ฉันจะเล่ารายละเอียดให้ฟังเองให้เด็กทั้งสองคนคุยกันเองเถอะ”
เหยียนฮุ่ยก็ดึงแขนหลัวซูเสียนแม่ของเสิ่นจ้านตงให้เข้ามาข้างในเช่นกันหัวเราะพลางพูดว่า “พวกเรามาคุยกันเงียบๆ ดีกว่า ดูแล้วเหล่าเสิ่นกับเหล่าโจวน่าจะเตรียมดวลหมากรุกกัน!”
หลัวซูเสียนหัวเราะไปก็บ่นไป “เหล่าเสิ่นเล่นหมากรุกได้แย่มากเขาบ่นว่าอยากดวลกับเหล่าโจวอยู่ทุกวัน ถ้าเหล่าโจวไม่อ่อนข้อให้นะ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนก็ไม่รู้”
ตอนที่เข้ามาในห้องเหยียนฮุ่ยหันไปเห็นโจวซ่านซ่านที่ยืนมองเสิ่นจ้านตงอยู่ตรงประตู “ซ่านซ่านลูกกับรุ่ยรุ่ยอยู่เป็เพื่อนตงจื่อไปนะ รุ่ยรุ่ย พูดกับตงจื่อดีๆ ละ อย่าทำอะไรไร้สาระละ”
โจวซ่านซ่านสูดหายใจเข้าลึกๆ พูดอย่างตะกุกตะกัก “พี่ตงไม่เจอกันนานเลย ฉัน...ฉันกอดหน่อยได้ไหม”
ขณะที่เสิ่นจ้านตงพยายามห้ามใจอยู่ก็ถูกคำพูดของโจวซ่านซ่านทำให้ใยิ่งขึ้น ในปีนี้ถึงแม้หนุ่มสาวจะถูกกำหนดให้คู่กันทว่าก็ไม่กล้ามากอดต่อหน้าพ่อแม่หรอกนะ!
เขารู้ว่าตัวเองควรจะปฏิเสธโจวซ่านซ่านไป แต่ในใจลึกๆ กลับมีอีกเสียงดังขึ้นมาว่า‘กอดเธอสิ กอดเธอ!’
ใน่เวลาที่กำลังสับสน โจวซ่านซ่านก็ก้าวเข้ามาใกล้ไม่สนใจอะไร เอื้อมมือไปโอบเอวเสิ่นจ้านตงเอาไว้ ซบหน้าลงบนหน้าอกของเขา ฟังเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจเขา
เมื่อเห็นโจวซ่านซ่านกับเสิ่นจ้านตงกอดกัน โจวหรูไห่กับเสิ่นจ่างหลินที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ชะงักไปเหยียนฮุ่ยกับหลัวซูเสียนที่กำลังคุยกันก็เบิกตากว้างอย่างใ
นี่มัน...มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเด็กสองคนนี้กันแน่ ทำไมถึง...ถึงกอดกันแล้วล่ะ
ทันใดนั้นโจวหรูไห่ก็รู้สึกว่าดวงใจของเขาถูกพรากจากไปเขายืนขึ้นทันที คิดจะไปดึงโจวซ่านซ่านออกมาอยู่ข้างตัวเอง เสิ่นจ่างหลินที่สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกลับห้ามเขาเอาไว้
“เด็กๆ ก็โตกันแล้วพวกเราจะใอะไร มาๆ เล่นหมากรุกกันต่อ! นายไม่ต้องพูดตงจื่อช่างกล้ารุกในเวลาสำคัญ ดีจริง ดีจริงๆ!”
โจวหรูไห่โมโห “ดีอะไรกันล่ะ นายไม่เห็นหรือว่าลูกชายนายฉวยโอกาสกับลูกสาวฉัน”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/47bf20e5d76e59aa0c6e1272c50d9d1a