หลังจากเดวิสหายไป เซิร์กไม่ได้โจมตีเบาลง กลับกันเพิ่มการโจมตีและรูปแบบของมันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
คาเอลััความเปลี่ยนนั้นก่อนใคร มันไม่ใช่สิ่งที่หน่วยวัดได้จากความดัง ไม่ใช่จำนวนะุต่อนาที หรือเสียงกรีดร้องของพวกมันที่เพิ่มขึ้น แต่เป็ช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างเสียงยิงแต่ละชุด ช่องว่างที่เคยถูกเติมด้วยเสียงแหบ ๆ ของใครบางคนที่ะโสั่งให้ถอยครึ่งก้าว ให้ยิงต่ำ ให้เลิกมองศพแล้วมองตัวที่ยังวิ่งมา ตอนนี้ช่องว่างนั้นถูกแทนด้วยความเงียบสั้น ๆ ที่เหมือนมีรูเกิดขึ้นกลางสนามรบ รูเล็กมาก แต่ลึกพอให้ทุกคนรู้ว่ามีบางอย่างหลุดออกจากตรงนั้นไปแล้ว
เรนาร์ยืนแทนตำแหน่งเดิมตรงช่องขวา เขายิงแม่น ยิงเร็ว และไม่ถอย แต่เสียงปืนของเขาไม่ใช่เสียงเดิม ไหล่เขาเกร็งเกินไปทุกครั้งที่ลั่นไก ปืนสะท้อนกลับเข้าร่างเหมือนกำลังทุบใส่ความโกรธที่ไม่มีที่ไป ะุของเขากวาดต่ำตามจังหวะที่เดวิสเคยสั่งไว้ แต่ไม่มีเสียงหัวเราะสั้น ๆ ไม่มีคำด่า ไม่มีประโยคประชดที่ทำให้คนข้างแนวยังกล้าหายใจต่อ มีเพียงเสียงฟันกรามบดกันผ่านวิทยุเป็ระยะ และเสียงหายใจหนักที่พยายามไม่แตกออกเป็อย่างอื่น
ควันหนาลอยต่ำติดพื้น แสงไฟจากซากรถพยาบาลที่ไหม้อยู่ด้านขวาสะท้อนผ่านม่านฝุ่นเป็สีส้มแดง เศษกระจกที่ยังติดอยู่ตามกรอบหน้าต่างสะท้อนแสงนั้นเป็ประกายสั้น ๆ ก่อนจะถูกควันกลืน กลิ่นผ้ายางไหม้ กลิ่นน้ำมันเครื่อง กลิ่นโลหะร้อน กลิ่นเืสด และกลิ่นคาวชื้นของพวกมันผสมกันจนไม่เหลืออากาศสะอาดให้หายใจ ทุกครั้งที่คาเอลสูดลมหายใจเข้า ความขมเหมือนสนิมจะติดปลายลิ้นและขูดลงไปถึงลำคอ อากาศร้อนจนผิวหน้ารู้สึกตึง แต่ลึกเข้าไปในร่างกลับมีความเย็นบางอย่างค้างอยู่เหมือนเศษน้ำแข็งฝังอยู่ใต้กระดูก
เดวิสไม่อยู่แล้ว
ไม่มีใครพูด
ไม่มีใครกล้าพูด
เพราะถ้าชื่อนั้นหลุดออกมาในเวลานี้ เสียงปืนอาจสะดุดอีกหนึ่งจังหวะ และคืนนี้พิสูจน์แล้วว่าหนึ่งจังหวะอาจพาคนหนึ่งคนหายไปตลอดกาล
คาเอลยืนอยู่หลังแนวกลางไม่ถึงสิบเมตร รองเท้าจมในฝุ่นเปียกเืจนทุกครั้งที่ขยับเท้า พื้นจะดูดส้นรองเท้าไว้เหมือนไม่อยากปล่อย เขามองภาพทั้งหมดพร้อมกัน แนวซ้ายที่โวร่ากำลังค้ำแผงเหล็กไม่ให้ล้ม แนวขวาที่เรนาร์ยืนแทนช่องเดิม แนวกลางที่โรแวนกำลังรวบคนที่ยังสติแตกให้กลับเข้าแนวยิง เต็นท์แพทย์ที่ผ้าใบฉีกเป็รอยยาวและสั่นตามลมร้อนจากไฟ กองะุที่เหลือน้อยลงทีละกล่อง แจ็กซ์ที่นั่งคุกเข่าข้างกล่องควบคุมโดรนจนเข่าทั้งสองข้างเปื้อนเืและดิน คีรอนที่กดหูฟังแน่นเหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยมือ สัญญาณสุดท้ายของโลกจะหลุดหายไป
[อัตราการซิงค์: 57%]
ข้อความขึ้นในหัวเงียบ ๆ
มันไม่ได้กระแทก ไม่ได้เร่ง ไม่ได้ลากเขาลงไปเหมือน่ก่อนหน้า มันเพียงปรากฏอยู่ตรงนั้นอย่างเ็าและรอให้เขาเลือกเอง เหมือนมีดคมมากวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า ถ้าเขาจะหยิบ เขาต้องยื่นมือไปหยิบด้วยตัวเอง
คาเอลหายใจเข้า
กลิ่นเืร้อนเข้าเต็มปอด
เขาไม่เบือนหน้าหนี ไม่กลั้นหายใจ ไม่ปล่อยให้ระบบลดกลิ่นเหล่านี้ลงจนกลายเป็ข้อมูลสะอาด ๆ เขา้าให้มันยังอยู่ ้าให้ความแสบในลำคอและความร้อนบนผิวบอกเขาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ใช่แผนที่ ไม่ใช่ตัวเลข ไม่ใช่เกมจำลอง ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่คำนวณได้อย่างเดียว
มันคือคน
และมีคนหนึ่งเพิ่งหายไปเพราะคำสั่งของเขา…
“พอแค่นี้” เขาพูดในใจ
ไม่ดังพอให้ใครได้ยิน แต่ชัดพอให้ตัวเองรู้ว่าเขายังอยู่ในร่างนี้
[การประมวลผลสนามรบ: เสถียร]
[การควบคุมตนเอง: ตรวจพบ]
[ตัวแปรอารมณ์: ยังทำงาน]
คำว่า “ยังทำงาน” ค้างอยู่ในหัวเขาเพียงเสี้ยวเดียวแล้วหายไป
คาเอลไม่รู้ว่าควรโล่งใจหรือหวาดกลัวที่ระบบใช้คำนั้นกับสิ่งที่ทำให้เขาเจ็บ
มิเลียยืนอยู่ด้านข้างเขา ระยะห่างยังประมาณสามก้าว ไม่ใกล้พอให้มือแตะกันโดยไม่ตั้งใจ ไม่ไกลพอให้คนอื่นสังเกตว่ามีอะไรเปลี่ยนไป เธอยกปืนขึ้นประทับบ่าแต่สายตาไม่ได้จับแค่ฝูงด้านหน้า มันแวะมาที่เขาเป็ระยะ เหมือนคนที่กำลังเฝ้าดูขอบเหวมากกว่าดูสนามรบ เธอไม่พูดชื่อเดวิส ไม่ถามว่าเขาโอเคไหม ไม่ถามว่าระบบขึ้นอะไรในหัว เพราะบางคำถามหากถามออกไปแล้ว คำตอบอาจทำให้ทุกอย่างพังเร็วกว่าที่ควร
คาเอลรู้ว่าเธอมองอยู่
และเขาไม่หันไป
ไม่ใช่เพราะไม่อยากมองเธอ
แต่เพราะเขากลัวว่าในตาเธอจะมีสิ่งที่เขาไม่พร้อมรับตอนนี้
ฝูงด้านนอกเริ่มเปลี่ยนจังหวะอีกครั้ง
เสียงกรงเล็บที่เคยขูดพื้นกระจัดกระจายลดลงจนกลายเป็เสียงต่ำยาวเหมือนคลื่นทรายไหลใต้คอนกรีต เซิร์กลิง
กลุ่มเล็กด้านซ้ายถอยออกจากแนวยิงทีละนิด ไม่ได้หนี แต่ถอยให้พื้นที่กับบางอย่างด้านหลัง ฝูงด้านกลางชะลอ ตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ลึกในควันเอียงตัวเหมือนปล่อยช่องว่างให้แรงหลักพุ่งผ่าน เสียงหายใจของพวกมันซ้อนกันหนาขึ้น มีกลิ่นเปรี้ยวคาวแทรกมากับลม เหมือนรังที่ถูกเปิดออกใต้พื้น
นิกซ์ยืนอยู่ใกล้เสาไฟหัก มือข้างหนึ่งกดคอไว้จนปลายนิ้วซีด เส้นสีเข้มใต้ผิวเต้นแรงขึ้นเป็จังหวะไม่เท่ากัน เืกำเดาไหลจากจมูกเขาเป็เส้นบาง ๆ แต่เขาไม่เช็ด ดวงตาของเขาไม่ได้มองตรงไปข้างหน้า มองต่ำลงไปที่พื้นเหมือนกำลังฟังเสียงที่คนอื่นไม่มีสิทธิ์ได้ยิน
“มันไม่ดันขวาแล้วครับ” นิกซ์กระซิบ
คาเอลตอบทันที
“กลางใช่ไหม”
นิกซ์เงยหน้าขึ้นมองเขา สีหน้าไม่ใช่ความใ แต่เป็ความเหนื่อยของคนที่ได้คำตอบเดียวกันจากคนละทาง
“ใช่” เขาพูดเบา ๆ
“มันกำลังเปิดทางให้บางอย่างขึ้นจากใต้กลางแนว”
แนวกลาง
โรแวนอยู่ตรงนั้น
เขาไม่ได้ขึ้นเครื่องลำที่สอง เขาถูกทิ้งไว้บนพื้นตอนประตูท้ายปิด แต่เขายังลุกกลับมาได้ด้วยเืเต็มหน้าและเสื้อที่ไหม้เป็รอย เขาเดินไม่ตรงเท่าเดิม ข้างลำตัวแข็งเหมือนทุกก้าวดึงความเจ็บขึ้นมาจากซี่โครง แต่เขายังยืนอยู่ในตำแหน่งที่คนของเขามองเห็น เขายังะโสั่ง ยังผลักคนที่สติหลุดให้กลับเข้าแนว ยังเป็คนที่ไม่จำเป็ต้องเด่นที่สุด แต่ถ้าหายไป แนวนั้นจะรู้ทันทีว่าขาดอะไร
“ต่ำไว้!” โรแวนะโ เสียงแหบจนท้ายคำเหมือนแตกเป็เศษ “อย่าไล่ตัวบน มันหลอก!”
ประโยคนั้นคล้ายเดวิสเกินไปจนคาเอลนิ่งไปเสี้ยวหนึ่ง
เสี้ยวเดียว
แต่พอให้เจ็บ
เขากดช่องสื่อสาร
“โรแวน”
“ได้ยิน” เสียงโรแวนตอบกลับมาพร้อมเสียงหอบที่พยายามซ่อนไว้
“มันจะดันกลาง อย่าขยับออกจากจุดยึด ถ้าพื้นเปิด ให้ถอยเฉียงซ้าย ไม่ถอยตรง”
โรแวนหันมามองผ่านควัน แสงสีแดงจากไฟฉุกเฉินตัดใบหน้าเขาเป็สองด้าน ด้านหนึ่งสว่าง อีกด้านมืดจนดูเหมือนเขากำลังยืนอยู่ระหว่างการรอดกับการถูกกลืน
“ถ้ามีคนล้มตรงหน้าล่ะ?”
คำถามนั้นสั้น
แต่คาเอลรู้ว่ามันไม่ใช่แค่คำถามยุทธวิธี
เขาเห็นภาพของเรนาร์ที่เกือบวิ่งไปหาโรแวนตอนเครื่องสองออก เห็นอลิน่าดึงเขาไว้ เห็นโรแวนชี้ให้เขาขึ้นเครื่องทั้งที่ตัวเองยังอยู่บนพื้น เห็นคำว่า “ผู้ตกค้าง” ที่ระบบเคยใช้เรียกคนที่ยังมีชื่อ มีหน้า มีเสียง
เขาตอบช้ากว่าที่ควรเพียงครึ่งวินาที
“ถ้าช่วยแล้วแนวป้องกันไม่แตก ช่วย” คาเอลพูด
“ถ้าดูแล้วแนวป้แองกันพัง ให้ทิ้ง”
วิทยุเงียบไปเสียงปืนยังดัง แต่ในช่องสื่อสาร เหมือนไม่มีใครหายใจ จากนั้นโรแวนตอบ
“เข้าใจแล้ว”
ไม่มีคำว่าเห็นด้วย ไม่มีคำว่ารับทราบแค่เข้าใจ บางครั้งคำนั้นเลวร้ายกว่า เพราะมันแปลว่าอีกฝ่ายรู้เต็มที่ว่าคำสั่งหมายถึงอะไร และยังยืนอยู่ตรงนั้นต่อ
พื้นแนวกลางสั่นขึ้นทันที
ไม่แรงมากในตอนแรก เป็เพียงการะเืต่ำ ๆ ที่ส่งผ่านฝ่าเท้าเหมือนหัวใจขนาดมหึมากำลังเต้นอยู่ใต้คอนกรีต แต่จังหวะมันผิด มันไม่ใช่แรงจากฝูงวิ่ง ไม่ใช่แรงจากะเิ มันเป็แรงที่ตั้งใจเปิดพื้นจากข้างล่างอย่างใจเย็น ราวกับสิ่งที่อยู่ใต้ค่ายรู้ว่าจุดไหนบางที่สุด
“กลางถอยเฉียงซ้ายเร็ว!” คาเอละโ
“ตอนนี้!”
โรแวนขยับก่อนเสียงจบ เขาใช้ไหล่ผลักทหารข้างตัวออกไปด้านซ้าย ทหารคนนั้นเซล้มแต่ไม่โดน พื้นตรงที่เขาเคยยืนเปิดออกเป็วง เศษคอนกรีตกระเด็นขึ้นเหมือนถูกแรงดันจากใต้โลก ร่างขนาดใหญ่พุ่งขึ้นมา เปลือกแข็งขูดกับเหล็กจนประกายไฟแตก กรงเล็บยาวฟาดผ่านพื้นที่ว่างห่างจากหลังโรแวนไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือ
โรแวนยิงนัดแรกใส่ช่องคอ ะุกระแทกเปลือกแข็งแล้วเด้งเป็ประกาย เขาไม่เสียเวลาโวยว่ามันไม่เข้า เขาลดปืนลง ยิงเข้าข้อต่อหน้าขา ตัวนั้นเสียจังหวะทันที กรงเล็บที่สองฟาดลงพื้นตรงหน้าเขาจนคอนกรีตแตกเป็รอยยาว เศษหินร้อน ๆ กระเด็นใส่แก้มจนเป็รอยเืใหม่
“กดขา!” โรแวนะโ
“อย่ายิงเปลือก!”
แนวกลางยิงตาม ะุกวาดต่ำ ตัวที่พุ่งขึ้นมาจากหลุมชะงัก ถอยไม่ได้เพราะครึ่งล่างยังติดอยู่ ขยับต่อไม่ได้เพราะขาถูกยิงพัง ชั่วขณะหนึ่ง เหมือนแนวกลางจะคุมมันได้
แล้วเซิร์กลิงตัวเล็กก็พุ่งตามขึ้นมาจากขอบหลุม
จำนวนมากเกินไป
เร็วเกินไป
ตัวแรกวิ่งต่ำติดพื้น ตัวที่สองะโข้ามหลังมัน ตัวที่สามมุดผ่านใต้ซากเปลือกใหญ่เหมือนน้ำดำที่ไหลตามรอยแตก ทุกตัวไม่สนว่าตัวข้างหน้าจะตายหรือไม่ มันใช้ศพเป็สะพาน ใช้เสียงกรีดร้องเป็จังหวะ ใช้แรงปะทะของตัวเองเปิดทางให้ตัวถัดไป
“กลาง้าเสริม!” ทหารคนหนึ่งะโ
เรนาร์หันจากช่องขวาโดยอัตโนมัติ
คาเอลเห็นทันที
“เรนาร์ อยู่ขวา!”
เรนาร์หยุด มือยังอยู่บนปืน แต่ไหล่ของเขาเกร็งจนเห็นชัด เขาหันมองโรแวนเพียงครึ่งวินาที เหมือนภาพตอนเครื่องสองปิดประตูย้อนกลับมาอีกครั้ง เพื่อนอยู่ตรงหน้า ช่วยได้ถ้าขยับ แต่คำสั่งบอกว่าไม่
คาเอลเห็นความลังเลนั้น
และรู้ว่าถ้าปล่อยไว้ เรนาร์จะวิ่ง
“เรนาร์” คาเอลพูดอีกครั้ง เสียงต่ำลง
“ขวาหลุดเมื่อไหร่ เต็นท์แพทย์ตายก่อน”
คำว่าเต็นท์แพทย์ทำให้เรนาร์สะดุด เขามองไปด้านหลัง เห็นผ้าใบสีขาวหม่นที่เต็มไปด้วยเื เห็นเงาคนเจ็บนอนเรียง เห็นอลิน่าก้มอยู่เหนือร่างหนึ่งโดยไม่เงยหน้า เห็นลินาเก็บกล่องยาแน่นเหมือนมันเป็สิ่งเดียวที่กันโลกไม่ให้พัง
เรนาร์กัดฟันจนกรามขึ้นสัน แล้วหันกลับไปยิงลงช่องขวา
เสียงปืนของเขาดังขึ้น หนักกว่าเดิม
ไม่ใช่เพราะเขาเห็นด้วย
แต่เพราะเขาเลือกทำตามคำสั่ง
มิเลียขยับเข้ามาใกล้คาเอลครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แล้วหยุดเอง ระยะสามก้าวเหลือสั้นลงเพียงเล็กน้อย แต่ความเงียบระหว่างพวกเขายังหนาเท่าเดิม
“นายจะไม่ส่งใครไปเลยเหรอ” เธอถาม
เสียงเธอเบาเกือบหายไปในเสียงปืน
คาเอลยังมองสนาม
“ส่งไป คนตายจะมากกว่าเดิม”
“แต่ถ้าไม่ส่ง…”
เธอไม่พูดต่อ
เพราะคำตอบยืนอยู่ตรงกลางควันแล้ว
โรแวนถอยทีละก้าว ยิง สั่ง ดึงคนที่ล้มข้างตัวแล้วผลักกลับเข้าหลังแผงเหล็ก เืไหลจากหน้าผากลงมาเข้าตาข้างหนึ่ง เขากะพริบตาแรง ๆ แต่ไม่มีเวลาปาดออก ะุหนึ่งนัดเฉียดไหล่เขา ไม่รู้จากฝ่ายไหน ฝุ่นแตกใส่ผิวจนเสื้อเขามีรอยใหม่ แต่เขายังไม่ถอยออกจากจุดยึด
คาเอลเห็นเส้นทางอีกครั้ง
ถ้าอีกสิบวินาทีไม่มีแรงเสริม แนวกลางจะพัง
เขาเห็นว่าโวร่าถูกตรึงซ้าย เรนาร์ถูกตรึงขวา แจ็กซ์ต้องคุมโดรนกับไฟ คีรอนต้องคุมวิทยุ ซีนอสต้องกดบอสจากมุมสูง นิกซ์แทบยืนไม่ไหว มิเลียอยู่ใกล้เขาเกินกว่าจะส่งไปโดยไม่เปิดช่องหลัง
ทุกทางมีราคา
และราคาทุกทางเป็คน
เสียงหนึ่งแทรกลงมาจาก้า
ไม่ใช่เสียงปืนของค่าย ไม่ใช่เสียงฝูง ไม่ใช่เครื่องขนส่ง เสียงนั้นคมกว่า แห้งกว่า เหมือนโลหะบางอย่างกรีดผ่านอากาศด้วยความเร็วสูง มันเริ่มจากไกลมาก แล้วลดลงเร็วเกินไปจนหลายคนเงยหน้าตามไม่ทัน
แสงสีขาวฟาดลงกลางฝูง
เส้นแสงแคบ ๆ ตัดผ่านควันเหมือนมีดไร้ด้าม เซิร์กลิงสามตัวที่กำลังพุ่งเข้าแนวกลางล้มพร้อมกัน ร่างของมันไม่ได้กระเด็นจากแรงะเิ ไม่ได้ขาดจากแรงปะทะ แต่มันหยุด แล้วแยกออกตามรอยตัดสะอาดเกินกว่าจะเป็ะุธรรมดา เืสีดำพุ่งออกมาช้ากว่าร่างที่ล้มหนึ่งจังหวะ ก่อนสาดลงพื้นร้อนเป็เสียงฉ่า
ทุกคนชะงัก
แม้แต่ฝูง
เงาหนึ่งตกลงมาจากควันเหนือค่าย กระแทกพื้นห่างจากแนวกลางไม่ถึงสิบเมตร เกราะสีเข้มรับแรงตกจนพื้นใต้เท้าแตกเป็วง แต่ร่างนั้นไม่เสียสมดุลแม้แต่นิดเดียว เขายกอาวุธขึ้น ยิงสองนัดอย่างรวดเร็ว ตัวที่กำลังพุ่งเข้าหาโรแวนถูกะุเจาะตรงข้อต่อคอแล้วล้มทับตัวข้างหลัง
อีกสองร่างลงตามมา ร่างหนึ่งเบากว่าและเร็วกว่า เท้าแตะพื้นแทบไม่มีเสียง ก่อนเงาของเขาจะเปลี่ยนตำแหน่งจากซ้ายไปขวาในพริบตา ใบมีดพลังงานในมือวาดเส้นสีฟ้าจาง ๆ ผ่านคอของตัวที่พุ่งมา อีกคนลงห่างออกไป ยกอาวุธยาวที่มีแสงพลังงานไหลตามลำกล้องขึ้นเล็งโดยไม่พูด
วิทยุทั้งช่องแตกพร่าหนึ่งครั้ง
แล้วเสียงผู้ชายคนหนึ่งแทรกเข้ามา
“หน่วยแบล็กแองเคอร์ลงพื้นที่”
เสียงนั้นแห้ง สั้น และไม่มีความลังเล
เขาพูดเหมือนไม่ได้ขออนุญาตใคร
“แนวกลางอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา ถอยคนของคุณออกจากแนวยิง”
ทหารบางคนหันมองคาเอลทันที
ไม่ใช่เพราะรอคำสั่งอย่างเดียว แต่เพราะเสียงนั้นไม่ได้พูดเหมือนมาช่วย มันพูดเหมือนเข้ามารับอำนาจ
คาเอลมองพวกเขาเพียงเสี้ยวเดียว
ชายเกราะหนักที่ลงเป็คนแรกน่าจะเป็หัวหน้า ท่วงท่าไม่เสียจังหวะ สายตาประเมินสนามเร็ว แต่ไม่มองคาเอลนานพอจะยอมรับตำแหน่งของเขา สัญลักษณ์บนอกเกราะเป็รูปสมอสีดำทับวงกลมแตก หน่วยแบล็กแองเคอร์ ชื่อไทยที่คาเอลแปลขึ้นในหัวโดยไม่รู้ตัว
คนที่เคลื่อนเร็วถูกเรียกผ่านวิทยุโดยหัวหน้าสั้น ๆ
“รูค ซ้าย”
ร่างนั้นพุ่งออกไปทันที ไม่ตอบกลับ
มือยิงพลังงานอีกคนมีเสียงผู้หญิงแทรกในช่องสื่อสาร
“เวลมองเห็นเป้าหมายระดับกลางสามตัว”
หัวหน้าหน่วยตอบ
“เคดรับกลาง ยิงเมื่อเห็นช่อง”
คาเอลจำชื่อได้ทันที
เคด หัวหน้า
รูค ตัวจู่โจม
เวล มือยิงพลังงาน
หน่วยพิเศษจริง
แต่พวกเขาไม่รู้สนามนี้
“อย่ายิงตอนนี้” คาเอลพูด
ไม่มีใครในหน่วยแบล็กแองเคอร์หันมา
เคดยิงทันที
ะุพลังงานหรือะุเจาะเกราะจากอาวุธของเขากระแทกฝูงแถวหน้า เปิดช่องว่างเป็เส้นตรง ดูเหมือนสำเร็จในครึ่งวินาทีแรก เซิร์กลิงหลายตัวล้มลงพร้อมกัน ร่างขาดจากแรงยิงตรงจุดสำคัญ
แต่คาเอลเห็นสิ่งที่อยู่หลังช่องนั้น
ฝูงไม่ได้แตก
มันเปิดตาม
เหมือนถูกยิงแล้วตั้งใจให้เกิดช่อง
“อย่าดันเข้าไป” คาเอลพูด
รูคไม่ฟัง
เขาพุ่งผ่านช่องที่เคดเปิดอย่างรวดเร็ว หวังตัดตัวกลางที่ยืนหลังฝูง เท้าของเขาแตะซากศัตรูหนึ่งครั้ง ะโข้ามรอยแตก แล้วหมุนตัวฟันตัวที่อยู่ข้างหน้าอย่างแม่นยำ
ในจังหวะเดียวกัน พื้นใต้ช่องนั้นเปิด
กรงเล็บสองชุดแทงขึ้นจากใต้ศพที่เพิ่งล้ม
รูคหลบได้ชุดแรก แต่ชุดที่สองเกี่ยวเกราะข้างลำตัว เขาถูกดึงเสียสมดุลครึ่งก้าว ตัวที่ซ่อนอยู่ด้านข้างพุ่งเข้าใส่ทันที
“รูค!” เวละโ
เธอยิงลำแสงสีฟ้าตัดตัวที่พุ่งเข้าใส่เขา ร่างมันขาดกลางอากาศ แต่แรงยิงทำให้ควันเปิด และเปิดให้เห็นฝูงอีกชุดที่กำลังวิ่งต่ำเข้าหาแนวกลาง
เคดยิงซ้ำเพื่อปิดช่องที่ตัวเองเปิด
ฝูงไม่หยุด
มันไหลเข้ามาแทนที่เร็วกว่าเดิม
คาเอลไม่ขึ้นเสียง
“รอจังหวะสอง”
เคดหันมามองเขาครั้งแรก ดวงตาหลังหมวกเกราะมองไม่เห็น แต่ท่าทางของเขาบอกชัดว่าไม่พอใจ
“เราไม่ได้อยู่ใต้คำสั่งนาย”
“งั้นก็อย่าตายใต้ความมั่นใจของตัวเอง”
คำตอบของคาเอลทำให้รอบตัวเงียบไปครึ่งจังหวะ แม้เสียงปืนยังดัง
รูคดึงตัวเองหลุดจากกรงเล็บ ใช้มีดพลังงานฟันข้อต่อของมันจนขาด แล้วถอยกลับมาหนึ่งก้าว เกราะข้างลำตัวมีรอยลึกเป็เส้นยาว ถ้าลึกกว่านี้อีกนิด มันคงเข้าถึงเนื้อ
เวลยกอาวุธเตรียมยิงอีกครั้ง
คาเอลพูด
“ยัง”
เธอชะงัก
ไม่ใช่เพราะเชื่อ
แต่เพราะเพิ่งเห็นว่าเมื่อครู่รูคเกือบตายจากการเปิดช่องผิดจังหวะ
ฝูงชุดถัดมาพุ่งเข้ามา
คราวนี้ตัวแรกวิ่งสูงเพื่อดึงสายตา ตัวหลังมุดต่ำแทบติดพื้น หัวของมันอยู่ต่ำกว่าระดับซากศพ ถ้าคนยิงตามตัวแรก จะพลาดตัวจริงทันที
คาเอลรอ
รอให้ตัวล่างพ้นควัน
รอให้ขาหน้ามันแตะพื้นที่เปียกเื
รอให้ตัวบนะโขึ้นจนไม่สามารถเปลี่ยนทิศได้
แล้วเขาพูด
“ตอนนี้”
เวลยิงก่อน ลำแสงสีฟ้ากวาดต่ำ ตัดขาหน้าของตัวล่างสองตัวพร้อมกัน เคดยิงตาม เจาะหัวตัวที่สามซึ่งกำลังพุ่งผ่านช่องว่าง รูคที่เพิ่งถอยกลับมาไม่พุ่งลึกอีก เขาเพียงขยับครึ่งก้าวด้านข้าง ฟันตัวบนที่ตกลงมาตรงจุดที่มันหลบไม่ได้
แนวฝูงขาดจริงครั้งแรก
ไม่ใช่ช่องล่อ
แต่ขาด
ทหารแนวกลางยิงซ้ำตามทันที ะุกวาดเข้าไปในช่องที่เกิดขึ้น โรแวนใช้โอกาสนั้นดึงคนเจ็บคนหนึ่งออกจากหน้าหลุมแล้วผลักไปด้านหลัง
เคดไม่พูด
เขาหันกลับไปยิงต่อ
แต่ครั้งนี้ เมื่อคาเอลพูดว่า “รอ” เขาไม่ได้ยิงทันที
การยอมรับของหน่วยพิเศษไม่ได้มาในรูปคำว่า “รับทราบ”
มันมาในรูปของการหยุดนิ้วบนไกปืนครึ่งวินาที
คาเอลเห็น
และใช้มันทันที
“หน่วยแบล็กแองเคอร์คุมกลาง แต่ไม่ดันลึกเกินสามเมตร” คาเอลพูด “ถ้าฝูงถอย อย่าตาม มันล่อใต้พื้น”
เคดตอบกลับหลังเงียบไปหนึ่งจังหวะ
“นายเห็นอะไร”
“มากพอจะบอกว่านายเพิ่งเกือบเสียคน”
รูคหัวเราะสั้น ๆ ในช่องสื่อสาร เสียงเหนื่อยแต่มีแววท้าทาย
“เคด ฉันไม่ชอบเด็กนี่ แต่เขาพูดถูก”
“เงียบ” เคดพูด
เวลยิงอีกนัดก่อนเสริมเสียงเรียบ
“รูปแบบฝูงตรงกับที่เขาเตือน”
เคดไม่ตอบ
แต่เขาปรับตำแหน่งตามคำสั่ง
โวร่าที่แนวซ้ายเห็นทั้งหมด เธอไม่พูด แต่ริมฝีปากกดแน่นขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่ไม่พอใจ เธอรู้สึกได้เหมือนคนอื่นว่าอำนาจในสนามกำลังไหลเข้าหาคาเอล ทั้งที่หน่วยใหม่ไม่รู้จักเขา ทั้งที่เขาไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาของพวกนั้น ทั้งที่เขายังเป็คนที่เพิ่งถูกโยนลงา
เพราะเขาเห็นถูก
และสนามรบไม่สนยศ
มันสนว่าใครทำให้คนยังรอด
มิเลียยังยืนอยู่ใกล้เขา ระยะสามก้าวยังไม่เปลี่ยน แต่ความเงียบของเธอหนักกว่าเดิม เธอมองหน่วยแบล็กแองเคอร์ทำตามจังหวะของคาเอล มองเคดหยุดยิงตามคำว่า “รอ” มองรูคเปลี่ยนมุมตามคำว่า “ไม่ดันลึก” มองเวลกวาดต่ำตามคำสั่ง เขาไม่ได้บังคับพวกนั้นด้วยอำนาจ เขาบังคับด้วยความถูกต้อง
นั่นควรเป็เื่ดี
แต่มิเลียกลับไม่ยิ้ม
คาเอลรู้ว่าเธอมองอยู่
และเขาไม่หันไป
เพราะถ้าหัน เขาอาจเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็นบนหน้าเธอ
หรือแย่กว่า
เขาอาจเห็นว่าเธอกำลังกลัวเขา
สนามเริ่มเปลี่ยน
หน่วยแบล็กแองเคอร์ช่วยค้ำแนวกลางได้จริง รูคเคลื่อนเร็วในระยะสั้น ไม่พุ่งลึกตามสัญชาตญาณอีก แต่ใช้การตัดมุมเพื่อบังคับฝูงให้หันด้านที่อ่อนที่สุดออกมา เวลยิงเหมือนคนที่ไม่เสียะุโดยไม่จำเป็ ลำแสงของเธอตัดจุดที่คาเอลเรียกก่อนที่ฝูงจะถึงแนวเสมอ เคดยืนเหมือนเสาหลักใหม่ตรงกลาง เกราะหนักรับแรงกระแทกที่ทหารธรรมดารับไม่ได้ แล้วสวนกลับด้วยการยิงที่ไม่สวยแต่แน่นอน
แนวกลางที่เกือบพังเริ่มหายใจได้
แรงกระแทกหนึ่งหลุดผ่านแนวกลาง เฉียงต่ำเข้าด้านหลังเร็วกว่าที่ใครจะหันตาม
เป้าหมายคือเต็นท์พยาบาล
อากาศตรงหน้าผ้าใบ “บางลง” เพียงเสี้ยววินาที เส้นแสงสีฟ้าแคบจัดวาบขึ้น
ไม่ได้พุ่ง
ไม่ได้กวาด
แต่มัน “ตัดผ่าน”
กรงเล็บที่กระแทกลงถูกแยกออกกลางจังหวะเหมือนชนเข้ากับคมที่มองไม่เห็น แล้วหยุดอยู่กับที่ ไม่ใช่เพราะมันพลาดแต่เพราะมัน “ไปต่อไม่ได้” เสียงอากาศถูกบีบดังอู้อี้ก่อนแรงจะบิดออกด้านข้าง ผ้าใบสั่น แต่ไม่ขาด
การมาถึงของหน่วยพิเศษไม่ได้ทำให้บอสล่าถอย
แต่มันทำให้บอสสนใจมากขึ้น
เงาสูงในควันขยับอีกครั้ง แขนข้างที่เป็เกราะชีวภาพยกขึ้นช้า ๆ เส้นแสงใต้ผิวของมันไหลรวมไปยังปลายแขน อากาศรอบตัวมันบิดเบี้ยว ฝุ่นถูกดึงไปข้างหน้าเหมือนมีแรงดูดลึก ๆ ตรงจุดเดียว
ซีนอสยิงทันที
หนึ่งนัด
สองนัด
สามนัด
ะุกระแทกไหล่ คอ และใกล้ดวงตา มันชะงักเล็กน้อย แต่ไม่หยุด
“มันจะยิงกลาง” ซีนอสพูด
คาเอลตอบทันที
“ไม่ใช่แนวกลาง มันเล็งคนที่ช่วยคนเจ็บ”
ทุกคนในช่องสื่อสารเงียบ
คาเอลมองเส้นทางของแขน มุมของหัวไหล่ ทิศที่ฝูงรอบตัวมันถอยออก และช่องว่างที่เปิดอย่างผิดธรรมชาติ
มันไม่ได้เล็งแนวกลาง
มันใช้คนเจ็บเป็เหยื่อล่อคนที่มาช่วย
“โรแวน ถอยออกจากคนเจ็บ!” คาเอละโ
โรแวนหันไปมองด้านข้าง
มีทหารคนหนึ่งล้มอยู่ใกล้ขอบหลุม มือเขาพยายามคลานออกแต่ขาถูกซากเหล็กทับไว้ โรแวนอยู่ใกล้ที่สุด
เขาเข้าใจคำสั่ง
และในเวลาเดียวกัน เขาก็เห็นคนคนนั้น
ความเงียบเกิดขึ้นสั้นมาก
สั้นจนคนอื่นอาจไม่ทันเห็นว่าโรแวนเลือก
เขาไม่ถอย
เขาก้มลงคว้าสายเกราะของทหารคนนั้น
“โรแวน!” คาเอละโ
แรงกระแทกสีซีดพุ่งผ่านควันมาในวินาทีเดียวกัน มันไม่ใช่ลำแสงตรง ๆ แต่เป็คลื่นอัดแน่นเหมือนอากาศทั้งก้อนถูกโยนใส่พื้น เสียงของมันต่ำและทึบจนหน้าอกสั่น ก่อนจะะเิใส่จุดที่โรแวนอยู่
เคดยกแขนขึ้นป้องกันตามสัญชาตญาณ ม่านเกราะบางอย่างจากชุดของเขาสว่างวาบ แต่เขาอยู่ไกลเกินไป เวลยิงตัดแรงปะทะได้บางส่วน ลำแสงสีฟ้ากรีดผ่านขอบคลื่น แต่ไม่พอ รูคพุ่งเข้าไปเร็วเกินกว่าคนธรรมดาจะตามทัน แต่ถึงแค่ครึ่งทาง
โรแวนผลักทหารคนนั้นออกจากซากเหล็กได้สำเร็จ
แล้วคลื่นก็กระแทกเขาเต็ม ๆ
ร่างของเขาถูกยกขึ้นจากพื้นเหมือนไม่มีน้ำหนัก กระแทกแผงเหล็กด้านหลังจนมันงอ เสียงกระดูกหรือโลหะบางอย่างแตกดังปนกัน เขาตกลงบนพื้นคอนกรีตใกล้แนวกลาง ปืนหลุดมือไปไกล เืกระจายเป็เส้นตามแรงกระแทก
คราวนี้เขาไม่ลุกทันที
เรนาร์หันมา
“โรแวน!”
เขาก้าวออกจากช่องขวา
คาเอลพูด
“เรนาร์ อยู่ขวา”
เสียงนิ่งเงียบ
เรนาร์เหมือนถูกตรึงอยู่กับที่
เขาหันมามองคาเอล ดวงตาแดงก่ำ ฝุ่นกับเหงื่อทำให้เส้นเืบนหน้าชัดขึ้น
“เขายังขยับอยู่!”
คาเอลมองสนาม
ช่องขวายังมีฝูงกดอยู่ ถ้าเรนาร์ออก ช่องจะเปิด เต็นท์แพทย์อยู่หลังช่องนั้น นิกซ์ยืนแทบไม่ไหว แจ็กซ์กำลังคุมโดรนสองตัวพร้อมกัน โวร่าถูกตรึงซ้าย หน่วยแบล็กแองเคอร์คุมกลางแต่กำลังรับแรงจากบอส
เขาเห็นทางเลือก
ช่วยโรแวนหรือเสียแนวป้องกันขวา
คงที่แนวป้องกันขวา
แต่เสียโรแวน…
ระบบยังไม่ทันขึ้นข้อความ
คาเอลก็รู้คำตอบก่อนแล้ว
นั่นแย่กว่าเดิม
เพราะครั้งนี้เขาไม่สามารถโทษระบบได้เลย
“อยู่ขวา” เขาพูดอีกครั้ง
เรนาร์ส่ายหน้าเล็กน้อย เหมือนร่างกายเขาปฏิเสธก่อนสมองจะยอมรับ
โรแวนบนพื้นขยับมือ เขาไอออกมา เืไหลจากปาก เขาเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก มองเรนาร์ มองคาเอล แล้วค่อย ๆ ยกมือขึ้นให้เห็นไม่มาก แค่พอให้เห็น
นิ้วของเขาชี้ไปที่ช่องขวา
ไปคุมช่อง
ไม่ต้องมา
เรนาร์นิ่ง…
เสียงปืนรอบตัวเหมือนหายไปจากหน้าเขา
แล้วเขากรีดเสียงออกมาผ่านฟันที่กัดแน่น ไม่ใช่คำพูด เป็เสียงของคนที่ไม่มีทางเลือกให้ชนะ เขาหันกลับไปยิงช่องขวา ะุชุดนั้นรุนแรงกว่าทุกชุดก่อนหน้า
คาเอลมองโรแวน
เขายังไม่ตาย
แต่เส้นทางในหัวของคาเอลบอกว่าเขากำลังจะตายถ้าไม่มีคนไปช่วย
และไม่มีคนให้ส่ง
มิเลียขยับ
ครั้งนี้เธอก้าวออกจากระยะสามก้าวจริง ๆ มือของเธอจับปืนแน่น ดวงตาจับโรแวน
คาเอลพูดก่อน
“มิเลียอย่า หยุดเดี๋ยวนี้!!”
เธอหยุดเดิน ไม่ใช่เพราะคำสั่งแรง แต่เพราะเสียงของเขานิ่งเกินไป
“ฉันไปช่วยเขาได้นะ” เธอพูด
“ไม่ได้”
“ให้ฉันไป ฉันช่วยเขาได้”
“ถ้าเธอไป แนวป้องกันกลางจะแตก”
“แต่หน่วยแบล็กแองเคอร์ก็อยู่ตรงนั้น”
“หน่วยแบล็กแองเคอร์กำลังต่อสู้กับบอส”
เธอมองเขา สายตานั้นไม่มีน้ำตา ไม่มีคำด่า แต่เจ็บกว่าทั้งหมด
“นาย… จะปล่อยเขาจริง ๆ หรอ…”
คาเอลหายใจเข้า กลิ่นเื กลิ่นไหม้ ความร้อน เสียงปืนทุกอย่างยังอยู่ เขายังคงรู้สึกและอยากบอกเธอว่า ไม่ปล่อย แต่คำว่าไม่จะเป็คำโกหกเสียก่อน
“ฉันจะไม่ยอมให้มีคนตายเพิ่มอีก การพาเขาออกมาในตอนนี้ เป็ไปไม่ได้” เขาพูด
มิเลียเงียบ มือเธอกำปืนแน่นขึ้น แล้วค่อย ๆ ลดลง ระยะห่างระหว่างพวกเขาไม่ใช่สามก้าวอีกต่อไป มันกลายเป็สิ่งที่วัดด้วยจำนวนคนที่เขาเลือกทิ้งไว้ข้างหลัง
รูคพุ่งเข้าไปหาโรแวนโดยไม่รอฟัง
“รูค อย่า!” เวละโ
เขาเร็วมาก แต่บอสเหมือนรออยู่แล้ว พื้นด้านหน้าโรแวนแตกขึ้นเป็แนว กรงเล็บสองชุดพุ่งขึ้นมาขวาง รูคต้องหมุนตัวหลบกลางอากาศ สูญเสียจังหวะ ถ้าเขาฝืนต่อ เขาจะถูกตัดครึ่งจากด้านล่าง
“ถอย” คาเอลพูด
รูคไม่ฟัง
เขาพยายามอีกครั้ง
เคดะโใส่ช่องสื่อสาร
“รูค กลับมา!”
คราวนี้รูคหยุด
เพราะไม่ใช่คำสั่งของคาเอล
เขาถอยกลับมาอย่างโกรธจัด ใบมีดในมือสั่นเล็กน้อยจากแรงบีบ
“เขายังหายใจอยู่!” รูคพูด
คาเอลมองเขา
“ใช่”
คำตอบสั้นมากและโหดร้ายมาก รูคเหมือนจะพุ่งใส่เขาแทน แต่เวลก้าวมาขวางครึ่งก้าว ไม่มาก แค่พอให้เห็นว่าเธอไม่ให้เขาเสียจังหวะเพิ่ม
เคดมองคาเอลนานขึ้นผ่านหมวกเกราะ
“นายสั่งแบบนี้ได้ยังไง”
คาเอลตอบโดยไม่ละสายตาจากสนาม
“เพราะถ้าไม่สั่ง ทุกคนตรงนี้ตายทั้งหมด”
เคดไม่พูดต่อ เพราะเขาเองก็เห็นด้วย แม้ว่าอาจไม่ชอบ
โรแวนบนพื้นขยับอีกครั้ง คราวนี้ช้ากว่าเดิม ฝูงเริ่มเข้าใกล้เขา ไม่ได้รีบ มันเหมือนตั้งใจให้ทุกคนเห็น ความโหดร้ายของบอสไม่ใช่การฆ่าเร็ว แต่คือการทำให้มนุษย์ต้องมองคนของตัวเองค่อย ๆ หลุดจากระยะช่วยเหลือ
คาเอลเห็น
และรู้ว่ามันทำอะไร
มันกำลังสอนเขากลับ
ถ้าเขายอมแลก มันจะให้เขาเห็นสิ่งที่แลกชัด ๆ
[อัตราการซิงค์: 59%]
ระบบขึ้นข้อความ
คาเอลไม่ปล่อยให้มันขึ้นต่อ
“พอ”
เขาพูดออกมาเบามาก
ไม่มีใครได้ยินนอกจากมิเลียที่อยู่ใกล้พอ เธอหันมามองเขา คาเอลไม่ได้อธิบาย เขากำลังคุมตัวเองไม่ใช่เพื่อโรแวนไม่ใช่เพื่อมิเลีย เพื่อไม่ให้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกลายเป็แค่ตัวเลข
โรแวนยกปืนสำรองจากข้างเอวขึ้นช้า ๆ มือเขาสั่นมาก เืไหลลงมาตามแขน เขายิงนัดหนึ่งใส่ตัวที่เข้าใกล้ที่สุด ะุโดนคอ มันล้มลงทับอีกตัว เขาไอ เืกระเด็นลงพื้น
เขาไม่เรียกใคร
ไม่ขอให้ใครมา
นั่นทำให้แย่กว่าเดิม
เรนาร์ยิงช่องขวาเหมือนกำลังพยายามฆ่าทั้งสนามด้วยปืนกระบอกเดียว
โวร่าฟันตัวตรงซ้ายแรงขึ้นทุกครั้ง ราวกับถ้าเธอฟันแรงพอ โลกจะคืนคนที่หายไปให้
มิเลียยืนนิ่ง
แจ็กซ์สบถไม่เป็คำขณะควบคุมโดรนให้ส่องไฟไปยังกลางสนาม แต่เขาไม่ยิงะเิ เพราะคาเอลยังไม่สั่ง
เคดยืนอยู่กลางแนว หน่วยแบล็กแองเคอร์ไม่พูด ไม่ขัด และไม่ยอมรับ แต่เขายิงตามจังหวะของคาเอล
“เวล กดต่ำด้านขวาของโรแวน” คาเอลสั่ง
“ไม่ต้องช่วยเขา ยิงตัดฝูงที่ใช้เขาเป็เหยื่อ”
เวลเงียบไปเสี้ยวหนึ่ง
คำว่า “ไม่ต้องช่วยเขา” ทำให้หลายคนเหมือนหยุดหายใจ
แต่เธอยิง
ลำแสงสีฟ้ากวาดต่ำ ตัดขาของฝูงสองตัวที่กำลังเลื้อยผ่านร่างโรแวนไปยังแนวกลาง รูคตามเข้าไปจบตัวที่เหลือโดยไม่ก้าวลึกเกินเส้นที่คาเอลเคยห้าม เคดยิงปิดช่องเหนือหัวพวกเขา
โรแวนยังอยู่ตรงนั้น
แต่ฝูงใช้เขาเป็ทางผ่านไม่ได้อีก
เขาเหมือนเข้าใจ
ริมฝีปากเขาขยับ
คาเอลอ่านไม่ออก
หรืออาจไม่อยากอ่าน
บอสก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว
พื้นที่ทั้งสนามสั่นะเื
หน่วยพิเศษช่วยให้แนวไม่พัง แต่ไม่ได้เปลี่ยนความจริงว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามีกำลังมากกว่าพวกเขามาก และมันยังไม่ได้ใช้ทุกอย่าง
เสียงวิทยุของคีรอนแตกพร่าดังขึ้น
“สัญญาณ…สัญญาณเข้ามา!”
คาเอลหันไปทันที
คีรอนกดหูฟังแน่น หน้าซีดแต่ดวงตาสว่างขึ้น
“มีเครื่องอีกลำกำลังเข้าพิกัด…ไม่ชัด…ซ้ำอีกที!”
เสียงในวิทยุแทรกด้วยสัญญาณรบกวน แต่ได้ยินบางคำ
“…ลำสุดท้าย…เข้าจากทิศเหนือ…้าพื้นที่ลง…”
คำว่า “ลำสุดท้าย” ทำให้สนามทั้งสนามเหมือนมีบางอย่างเปลี่ยน
ไม่ใช่ความหวังที่อบอุ่น
แต่เป็ความหวังที่คมเหมือนมีด
เพราะลำสุดท้ายแปลว่า หลังจากนี้ไม่มีอะไรอีกแล้ว
คาเอลมองสนามรบ
มองโรแวน
มองตำแหน่งที่เดวิสเคยยืน
มองคนที่ยังยืน
มองเครื่องที่ยังมาไม่ถึง
ในหัวของเขา เส้นทางใหม่เริ่มวาดตัวเอง ต้องเปิดพื้นที่ลงจอด ต้องคุมบอส ต้องกันหลุมใต้พื้นต้องเคลื่อนคนเจ็บที่เหลือ ต้องถอยแนวเป็ชั้น ต้องยอมรับว่าคนบางคนไปไม่ถึง….
เขาหายใจเข้า กลิ่นเืยังอยู่ ความร้อนยังอยู่ เสียงปืนยังอยู่เขายังอยู่และนั่นคือปัญหา
เพราะตราบใดที่เขายังอยู่ เขาต้องสั่งต่อ
“ทุกแนวฟัง” คาเอลพูด เสียงเขานิ่งขึ้นจนแม้แต่เคดก็หันมา
“เครื่องลำสุดท้ายกำลังมา เราจะไม่ดันเพื่อชนะ แค่ดันเพื่อเปิดลานแล้วถอยขึ้นเครื่องเท่านั้น”
ไม่มีใครพูด
คาเอลมองกลางสนามที่โรแวนยังหายใจอยู่
คำถัดไปหนักกว่าทุกคำก่อนหน้า
“ห้ามใครออกจากตำแหน่งเพื่อช่วยคนที่อยู่นอกเส้นถอย”
ความเงียบตกลงมาหนักกว่าเสียงะเิ มิเลียหลับตาลงครึ่งวินาที เรนาร์ยิงต่อโดยไม่หันมา แต่ไหล่ของเขาสั่น เคดพูดในวิทยุครั้งแรกด้วยน้ำเสียงที่ไม่แข็งเท่าเดิม
“เส้นถอยอยู่ตรงไหน”
คาเอลยกมือ ชี้ผ่านควันไปยังซากรถขนส่ง เสาไฟหัก และแนวคอนกรีตแตก
“เส้นหนึ่ง ตรงซากรถขนส่ง เส้นสอง หลังแนวคอนกรีต เส้นสาม ลานเครื่อง”
เคดมองตาม
“แล้วคนที่อยู่หน้าเส้นหนึ่ง?”
คาเอลมองโรแวน
โรแวนเหมือนจะได้ยิน เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ หรืออาจเป็เสียงไอที่ขาดกลางคอ เืไหลจากปากเขามากขึ้น
คาเอลตอบ
“พวกเขาซื้อเวลาให้เรา”
ไม่มีใครพูดอะไรอีก บอสยกแขนขึ้นให้สัญญาณ ฝูงพวกมันพุ่งเข้าโจมตีทันที
หน่วยดำยิงพร้อมแนวค่าย โวร่าดันซ้าย เรนาร์คุมขวา เวลากวาดต่ำ รูคตัดมุม เคดรับแรงตรงกลาง แจ็กซ์เปิดไฟโดรน คีรอนะโพิกัดเครื่องสุดท้าย นิกซ์ยืนฟังพื้นทั้งที่เืกำเดาเริ่มไหล มิเลียยกปืนขึ้นข้างคาเอลโดยไม่แตะเขา
และโรแวน
โรแวนยังอยู่หน้าเส้นหนึ่ง
เขายิงนัดสุดท้ายของตัวเองใส่ฝูงที่กำลังจะพุ่งผ่านร่างเขา
ะุโดน
ฝูงสะดุด
หนึ่งจังหวะ
พอให้แนวกลางตั้งใหม่
พอให้คาเอลออกคำสั่งถัดไป
พอให้เครื่องลำสุดท้ายมีโอกาสมาถึง
คาเอลเห็นทุกอย่าง
จำทุกอย่าง
และสั่งต่อไป
“เส้นหนึ่ง ถอย!”
สนามทั้งสนามขยับตามเสียงเขา
ไม่ใช่เพราะเชื่อเขาทั้งหมด
ไม่ใช่เพราะรักเขา
แต่เพราะคืนนี้พิสูจน์แล้วว่าเสียงของเขาอาจเป็สิ่งเดียวที่ยังพาพวกเขาไปถึงลำสุดท้ายได้
ฝุ่นลอยขึ้น ควันถอยกลับ เสียงเครื่องยนต์ไกล ๆ เริ่มดังขึ้นจากทิศเหนือ
และใต้เสียงนั้น โรแวนค่อย ๆ หายไปในควันหน้าเส้นถอยแรก โดยไม่มีใครวิ่งออกไปหาเขาอีก…