เสียงลมพัดผ่านค่ายทหารเมืองโลก
ธงศึกสะบัดแรงกว่าทุกวัน
ในห้องบัญชาการ
พระยาบวรยืนหน้ากระดานแผนที่
“มีคำสั่งจากกรุงศรีอยุธยามาแล้ว”
ทุกคนเงียบ
“หัวเมืองเหนือทั้งหมด…ให้ ‘รั้งทัพ’ อยู่ในที่ตั้งของตัวเอง และรอคำสั่งต่อไป ให้เตรียมพร้อมไว้อยู่ตลอดเวลา และพร้อมเคลื่อนกำลังทุกเวลา”
เสียงถอนหายใจเบา ๆ ดังขึ้น
“แต่—”
สายตาท่านคมขึ้น
“ให้ส่งหน่วยสอดแนม…หาข่าวศัตรู”
ทุกคนเข้าใจทันที
นี่ไม่ใช่การตั้งรับธรรมดา
แต่คือ “รอจังหวะ”
พระยาบวรหันไป
“หลวงภูผา”
ภูผาก้าวออกมา
“ขอรับ”
“กองเสือหมอบแมวเซา…ออกปฏิบัติการ ทุกประการ ให้ตัดสินใจตามสถานการณ์”
คำสั่งสั้น…แต่ชัด
“เ้าเป็ดาบแรกของเรา”
ภูผาก้มศีรษะ
“ขอรับ”
ลานฝึก
ทหารหนึ่งร้อยนายเรียงแถว
ทุกคน—เป็ม้าเร็ว
ทุกคน—ผ่านการคัดเลือก
ภูผาเดินผ่านทีละคน
สายตาเขา…อ่านทุกอย่าง
“พวกเ้าจะไม่ใช่ทหารทั่วไปอีกต่อไป การศึกครั้งนี้ มีบ้านเมืองและชีวิตผู้คนของพวกเราเป็เดิมพัน หากเราไม่ฆ่า พวกมันจะไม่ปราณีเรา พวกมันจะปล้น เผา ฆ่า และทำร้ายลูกเมียของเรา พวกเ้าจะยอมหรือไม่”
“ไม่ยอม ไม่ยอม….” เสียงตอบที่ดังสนั่น ดังขึ้นโดยพร้อมเพรียง กำลังใจดันขึ้นถึงขีดสุด
เสียงเขาดัง
“แต่กระนั้น พวกเราจะไม่กระทำการอันประมาท ระวังให้แก่กันและกัน พวกเราจะมีชีวิตต่อไปทุกคน …. ฆ่าแล้วหนี”
“พวกเราคือสมิงพรายในยามค่ำคืนของสนามรบ”
อาวุธถูกนำออกมา
ท่อเหล็กสั้น—ปืนไฟแบบดัดแปลง
มีดสั้น—เบา คม
เชือก ตะขอ ะเิไฟขนาดเล็ก
พันยิ้ม
“ของเล่นใหม่เพียบ”
ทองขาวพยักหน้า
“ฆ่าได้เงียบ…เร็ว…และหายไป”
ภูผาอธิบาย
“แบ่งเป็หน่วยย่อย”
“หน่วยหน้า—ลอบเข้า”
“หน่วยกลาง—โจมตี”
“หน่วยหลัง—ตัดทางหนี”
เขาหยุด
“และทุกคน…ต้องอยู่รอด”
เสบียงถูกเตรียม
ข้าวแห้ง
เนื้อแห้ง
ยาสมุนไพรผสมสูตรใหม่
น้ำเก็บในถุงหนัง
“เราจะไม่พึ่งใคร”
ภูผาพูด
“เราจะรวดเร็วกว่า แม่นยำกว่า และอยู่ในสนามได้นานกว่าศัตรู”
ก่อนออกเดินทาง
ภูผาไปที่เรือนพัก
เรือนแก้วรออยู่
“เ้าจะไปแล้ว”
“ใช่”
ไม่มีคำอ้อม
“คราวนี้…อันตรายกว่าเดิมใช่ไหม”
ภูผานิ่ง
ก่อนพยักหน้า
เรือนแก้วยิ้มบาง
“ดี…อย่างน้อยเ้าก็ไม่โกหกข้า”
เงียบ
“กลับมาเร็วๆนะ”
คำเดียว
ภูผามองนาง
“ข้าจะพยายาม”
ไม่มีการกอด
ไม่มีคำหวาน
แต่สายตา…บอกทุกอย่าง
รุ่งเช้า
กองเสือหมอบแมวเซา…ออกเดินทาง
หนึ่งร้อยม้า กับสามผู้นำ
เคลื่อนที่เร็ว
เงียบ
ไร้ร่องรอย หาทิศทางติดตามไม่ได้
หลายวันผ่านไป
ชายแดนตองอู
“เจอแล้ว”
ทองขาวเอ่ย
ด้านล่าง—ค่ายเสบียงขนาดใหญ่
ทหารพม่าเดินตรวจตรา
ไม่รู้ตัว
ภูผายิ้มบาง
“เริ่มงาน”
กลางคืน
เงาดำเคลื่อน
ไม่มีเสียง
ไม่มีแสง
หน่วยหน้าลอบเข้า
ตัดยาม
เงียบ
หน่วยกลาง
วางะเิไฟ
จุด
ฟูมมม!!!
เปลวไฟลุกท่วมค่าย
เสียงะโโกลาหล
“ไฟไหม้!”
แต่—
มันไม่ใช่อุบัติเหตุ
ปัง! ปัง! ปัง!
ปืนไฟจากเงามืดยิงเข้าใส่
ทหารศัตรูล้มทีละคน
ไม่รู้ว่าศัตรูอยู่ที่ไหน
ภูผาพุ่งเข้า
ดาบคู่กวาดล้าง
เร็ว…แม่น…โหด
ทองขาวเก็บตัวสำคัญ
พันพังแนวป้องกัน
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม
ค่าย…พัง
“ถอย!”
ภูผาสั่ง
ทุกคนหายไปในความมืด
แต่—
นี่แค่เริ่ม
เช้าวันถัดมา
กองม้าทหารศัตรูร้อยนายไล่ตาม
โกรธ…สับสน
“มาตามที่เรา้า”
ภูผามองจากที่สูง
“ล่อมัน”
หน่วยย่อยกระจาย
ล่อ
ตัด
ซุ่ม
ศัตรูที่ตามมา
หายไปทีละกลุ่ม
ทีละสิบ
ทีละยี่สิบ
ไม่มีศพให้เห็นชัด
มีแต่ “ความกลัว”
ทองขาวยิ้ม
“ตอนนี้…มันเริ่มกลัวแล้ว”
พันหัวเราะ
“ยังไม่พอ”
ภูผามองไปไกล
“เราจะไม่ให้มันพัก”
กองเสือหมอบแมวเซา
ไม่ได้สู้เพื่อชนะในครั้งเดียว
แต่—
“จะกัดกินศัตรู…ทีละน้อย”
จนกว่ามันจะล้มทั้งกองทัพ
และในเงามืดของป่า
ศัตรูเริ่มรู้แล้วว่า—
พวกมันไม่ได้สู้กับกองทัพ
แต่กำลังถูก “ล่า”
หลังการบุกจู่โจม ไปสามครั้ง ภูผาพากองกำลังหนีเข้าเขตอยุธยา เติมเสบียงและพักผ่อน
“คราครั้งนี้ พวกเราจะตัดตรงกลางขบวนของกองทัพพวกมัน สักหนึ่งครั้ง แล้วอีกครั้งค่อยย้อนกลับไป ที่ท้ายขบวนทัพอีกครั้งหนึ่ง”
“แต่…ครานี้ต้องระวังให้มาก พวกมันรู้ตัวแล้ว ต้องหาทางแก้ไขไว้แล้ว ไม่แน่อาจพบเจอยอดฝีมือ”
ในกระโจมทัพพม่า
“นี่ไม่ใช่เื่เล็กน้อยแล้ว เสบียงถูกเผาไปห้าครั้ง สูญเสียทหารไปเกือบสี่ร้อย”
“แต่ไม่สามารถจับพวกมันได้แม้แต่คนเดียว”
“เื่นี้ต้องรีบจัดการอย่างเร่งด่วนและรัดกุม”
“เนเมียว เื่นี้ให้เ้าไปจัดการ”
“ขอรับ”
เสียงตอบรับเบาๆ จากชายหนุ่มผู้สุขุมและหล่อเหลา ในมือถือธนูที่สวยงาม ที่เอวจัดไว้ด้วยดาบด้ามยาว ดูน่ากริ่งเกรง
“มีรายงานด่วน”
เสียงจากข้างนอก ดังเข้ามา
“เสบียงถูกลอบเผา ประมาณสิบเกวียน เมื่อประมาณหนึ่งชั่วยามที่แล้ว ่กลางขบวนทัพ ขอรับ”
ทุกคนมองตากัน
“มันมาแล้ว”
“เนเมียว ไปเถอะ”
สิ้นคำ ก็ทิ้งไว้เพียงความเงียบ ร่างนั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเกินไป เร็วแต่เงียบ
…..
ออกไปแล้ว ยอดทหารแห่งเมืองอังวะ ทหารหนุ่มไฟแรง ที่มีพร้อมสมบูรณ์ ฝีมือ มันสมอง ประสบการณ์ หาผู้ใดเทียบยากแล้วในดินแดนแห่งนี้…
ภูผาเอ๋ย…คู่ต่อสู้ที่แท้จริงของเ้า ปรากฏตัวแล้ว และมันผู้นี้ กำลังไปหาเ้า…