บทที่9.อารามหรูอี้
“เ้าว่าอย่างไรนะ”เสียงแหลมตะคอกถามพร้อมถลึงตาใส่คนพูดจนแทบถลนออกมานอกเบ้า
“วะ วันนี้มีคนเห็นมู่หรงอ๋องเดินเที่ยวตลาดกับคุณหนูใหญ่ตระกูลหยางเ้าค่ะ”เสียงสาวใช้เอ่ยตอบกลับคุณหนูของคนเองอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เพล้ง! เพล้ง!เมื่อได้ยินคำตอบอีกครั้งก็ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องและคว้างปาข้าวของมากมายเพื่อระบายความโกรธของคุณหนูจวนเสนาบดีจางดังลั่นไปทั่วเรือนจนคนเป็บิดาอย่างเสนาบดีจาง จางฮุ่ยิถึงกับต้องเดินมาที่เรือนของบุตรสาวด้วยตนเองเลยทีเดียว
“หยุดเดี๋ยวนี้นะเ้าโวยวายอันใดฮุ่ยเหมย”เสียงตะคอกออกมาอย่างรำคาญใจเต็มทนกับพฤติกรรมและนิสัยก้าวร้าวน่าเบื่อหน่ายของบุตรสาว
“ทะ ท่านพ่อเมื่อเห็นท่าทางตะคอกใส่ที่น่ากลัวและเสียงตวาดดังลั่นเพราะไม่พอใจของบิดาฮุ่ยเหมยจึงหยุดกรีดร้องและทุบตีสาวใช้เพื่อระบายอารมณ์ทันที
“ท่านพี่ใจเย็นๆ ก่อนเถิดเ้าค่ะฮุ่ยเหมยบอกแม่สิเ้าเป็อันใดไป”จางฮูหยินที่เดินมาพร้อมสามีกล่าวขึ้นด้วยกลัวว่าบุตรสาวจะถูกดุด่าไปมากกว่านี้นั้นเอง
“ฮึกก็ข้าได้ยินข่าวเื่ที่มู่หรงอ๋องไปเดินตลาดกับนังคุณหนูใหญ่ตระกูลหยางนี่เ้าคะทั้งที่ท่านพ่อบอกว่าจะให้ข้าแต่งไปเป็ชายาของมู่หรงอ๋องให้ได้อย่างไรเล่าเื่นี้ท่านพ่อต้องจัดการให้ข้านะเ้าคะ”แม้จะเกรงกลัวบิดาแต่ความเอาแต่ใจก็ยังทำให้เอ่ยปากออกมา
“จัดการๆตอนนี้ข้าจะจัดการอันใดให้เ้าได้ อย่าว่าแต่ส่งเ้าแต่งเข้าตำหนักมู่หรงอ๋องเลยแม้แต่ข้าตอนนี้ยังไม่สามารถเข้าพบท่านอ๋องได้จะเอาอันใดมาจัดการให้เ้ากัน”เสนาบดีจางกล่าวอย่างกระแทกเสียงหน้าตาบึ้งตึง เพราะเริ่มอารมณ์ไม่ดีมากขึ้นเขาก็ร้อนใจไม่น้อยที่ตอนนี้มู่หรงอ๋องเงียบไปทั้งที่ก่อนนี้ยังดูยินดีที่จะรับการสนับสนุนจากเขาและขุนนางที่มีความคิดฝักใฝ่ในสิ่งเดียวกันอยู่เลย
“ฮึก แต่ว่าท่านพ่อ…”
“หุบปาก ไม่มีแต่อันใดทั้งนั้นตอนนี้ข้ามีเื่ให้ต้องคิดและกังวลมากพอแล้วสตรีโง่งมที่ไร้ประโยชน์เช่นเ้าแม่ลูกหัดอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเสียบ้างช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริงๆ”
กล่าวจบก็ก้าวเดินออกจากเรือนของบุตรสาวก่อนสั่งคนให้เตรียมรถม้าเพื่อไปหอสราญรมย์แผนการต่างๆก็ไม่เป็ดั่งใจสตรีในเรือนก็ยิ่งน่าเบื่อน่ารำคาญใจ…การได้ไปปลดปล่อยที่หอสราญรมย์นับเป็เื่ผ่อนคลายที่เสนาบดีเช่นเขาโปรดปรานเป็ที่สุดแล้ว
วันที่ชายาตัวน้อยของเขาจะเดินทางไปไหว้พระที่อารามหรูอี้ก็มาถึงดวงตาคมกริบก้มมองแหวนหยกขาวลายเมฆเมฆาที่ติดนิ้วเขาอยู่ไม่น่าเชื่อว่าแหวนวงนี้จะตามติดตัวเขามาด้วยได้นิ้วเรียวยาวลูบไล้ที่แหวนบนนิ้วไปมาด้วยสายตาล้ำลึกแหวนที่นางสวมให้นี้เขาจะไม่มีวันถอดและคิดว่าที่เขาสามารถย้อนกลับมาได้ส่วนหนึ่งนั้นก็เพราะแหวนหยกวงนี้แน่นอนการไปเยือนอารามหรูอี้นอกจากจะ้าเข้าหาซินโหยวแล้วก็นับว่าเป็การดีที่จะถือโอกาสขอพบท่านเ้าอาวาสเผื่อว่าจะสอบถามเื่เกี่ยวกับแหวนวงนี้ได้บ้าง
“เรียนท่านอ๋องวันนี้ว่าที่พระชายาสวมอาภรณ์สีฟ้าพ่ะย่ะค่ะ”
“อื้มหลิวกงกงเตรียมชุดสีฟ้ากับผ้าคลุมขนกระต่ายสีน้ำเงิน” เมื่อได้รับรายงานจากเงาแล้วก็หันไปสั่งหลิวกงกงทันที
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”หลิวกงกงรับคำอย่างนอบน้อมในใจคิดว่าแม้แต่เสื้อผ้าท่านอ๋องก็ยังประสงค์ให้มีความคล้ายคลึงกันกับว่าที่พระชายา แม้ว่าสีโปรดของท่านอ๋องส่วนใหญ่จะเป็สีเข้มเสียมากกว่าแต่ก็เลือกที่เปลี่ยนมาสวมสีให้เหมือนกันเช่นนี้นับว่าที่พระชายาช่างเป็ที่โปรดปรานยิ่งนักแล้วหลิวกงกงคิดอย่างยินดียิ่งนักที่จะมีสตรีที่สามารถทำให้จิตใจของท่านอ๋องที่เขาดูแลมาั้แ่เล็กอ่อนโยนลงได้
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากตำหนักชิงอ๋องมุ่งตรงสู่อารามหรูอี้เขาตั้งใจเดินทางตามไปทีหลังแต่ระยะห่างระหว่างรถม้าไม่ได้ไกลกันมากเพราะเขา้าดูแลเื่ความปลอดภัยให้นางด้วยนั้นเองแต่จะให้ออกตัวโจ่งแจ้งก็เกรงว่ากระต่ายตัวน้อยจะใจนหนีไปเสียก่อน คงต้องค่อยๆว่างกับดักหลอกล่อแล้วค่อยตะครุบเหยื่อตัวน้อยมาไว้ในอ้อมกอดก็ไม่สายถึงยามนั้นจะกอดไว้ให้แน่นจนดิ้นไม่หลุดเลยคอยดู
อารามหรูอี้เป็อารามศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ที่มีอายุยาวนานนับร้อยปีอยู่บนเขาิซานการจะขึ้นไปได้นั้นจะต้องเดินขึ้นบันไดไปทีละขั้นๆจนกว่าจะถึงยอดเขาสูงที่เป็ที่ตั้งของอารามตัวมู่หรงซีเหมินนั้นเขาไม่เคยมาอารามแห่งนี้มาก่อน จำได้ว่าก่อนตายซินโหยวของเขาบอกว่าก่อนนี้ได้ไปไหว้พระและได้รับแหวนหยกวงนี้มาจากที่นี่จึงเก็บเอาไว้เพื่อมามอบให้เขานั้นเอง
รถม้าทั้งสองมาถึงที่หมายในเวลาไล่เลี่ยกันร่างสูงรีบเดินออกมาจากรถม้าอย่างรวดเร็วดวงตาคมกริบมองไปที่ด้านหน้าเป็บันไดหินทอดยาวถึงยอดเขาเมื่อได้มาเห็นกับตาว่ายอดเขาที่ตั้งอารามนั้นอยู่สูงเพียงใดก็ยิ่งทำให้หัวใจที่เคยแห้งผากชุ่มฉ่ำไปด้วยความอบอุ่นเมื่อได้รู้ว่านางในชาติก่อนนั้นรักและทุ่มเทเพื่อเขามากมายเพียงใดยอดเขาสูงเพียงนั้นนางยังอุตส่าห์เดินขึ้นไปทีละก้าวด้วยขาน้อยๆ นั้นได้
รถม้าของคนที่้าขึ้นไปไหว้พระสักการะเพื่อความเป็สิริมงคลต้องจอดอยู่ที่ด้านล่างเท่านั้นโชคดีเหลือเกินที่วันนี้คนที่มาไหว้พระมีเพียงน้อยนิดเท่านั้น
ทางด้านหยางซินโหยวเมื่อคนขับรถม้าแจ้งให้ทราบว่าถึงที่หมายแล้วร่างบางแต่อวบอิ่มสวมชุดฮั่นฝูกระโปรงสีฟ้าอ่อนดูสดใสงดงามก้าวลงจากรถม้า แต่จังหวะที่ก้าวลงมีสายลมหนาวพัดมาระลอกหนึ่งจนมือบางต้องยกขึ้นป้องดวงตาที่ถูกลมเย็น จึงทำให้เสียจังหวะตอนก้าวลงอิงอิงสาวใช้ข้างกายรีบผวาจะเข้าไปช่วยรับร่างของคุณหนูของตนแต่ก็ยังช้ากว่าอีกคนที่ใช้วิชาตัวเบาทะยานออกไปรับร่างนุ่มตกลงสู่อ้อมแขนอย่างพอดิบดี
“เจอกันทีไรข้าก็ต้องมีเ้าอยู่ในอ้อมกอดเสมอเลยนะซินโหยว”เสียงทุ้มที่เอ่ยทำนองคล้ายหยอกเย้าทำให้ซินโหยวรีบลืมตาขึ้นมามองจนได้สบตากับคนที่อุ้มนางอยู่ในอ้อมแขน
“ทะ ท่านอ๋อง”
“หึ หึ” ซีเหมินหัวเราะเบาๆในลำคออย่างพึงพอใจในความนุ่มนิ่มและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของคนในอ้อมแขนเป็อย่างมากก่อนจะค่อยๆ วางนางลงแล้วคลายมือออกช้าๆ อย่างแสนเสียดายเหลือเกินหากได้กอดนางทุกวันจะดีเพียงใดนะ
“ช่างบังเอิญยิ่งนักที่ได้มาเจอกันในวันนี้ที่อารามหรูอี้”
“เพคะหม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นช่างบังเอิญนัก”แม้เป็สตรีในห้องหอที่ไม่ค่อยได้ออกไปนอกจวนแต่นางยังรู้ว่าเื่นี้ดูแล้วจะมีบางอย่างผิดปกติอยู่ก่อนนี้พบเจอที่ตลาด ตอนนี้พบเจอที่อารามหรูอี้มันจะไม่แปลกเกินไปหรือถึงก่อนหน้านี้นางจะเอ่ยปากบอกเขาว่าจะไปไหว้พระแต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะไปไหว้พระที่ใดการที่ได้เจอกันเช่นนี้นับว่าเป็ความบังเอิญเกินไปยิ่งนัก
“ไหนๆเราทั้งสองก็ใจตรงกันเพราะ้ามาไหว้พระที่นี่เหมือนกันแล้ว เช่นนั้นเราค่อยๆเดินขึ้นอารามด้วยกันดีหรือไม่”เอ่ยชวนพร้อมส่งสายตาอย่างคาดหวังไปให้อย่างเต็มเปี่ยมจนซินโหยวไม่กล้าเอ่ยคำปฏิเสธอันใด
“ได้เพคะ” จากนั้นทั้งสองค่อยๆเดินเคียงข้างกันขึ้นบันไดหินไปด้วยกันทีละขั้นๆ ช้าๆโดยมีคนของสนิทของทั้งสองฝ่ายและทหารองครักษ์บางส่วนที่ติดตามขึ้นไปด้วย…..