32-ศัตรูของสามีตามติด
ปวริศาไปทำงานที่บริษัทของครอบครัวเธอทุกวัน แต่่หลังเลิกงานก่อนกลับที่พัก จะมีบุคคลลึกลับมาดักรอแล้วฉุดลากเธอขึ้นรถออกไปด้วยกันบ่อยครั้ง แรกเริ่มปวริศาทั้งรังเกียจตัวเองที่ต้องมาเป็ที่รองรับอารมณ์ใคร่ของผู้ชายซึ่งไม่ใช่สามี อยากจะฆ่าศิวกรให้ตายที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ไม่เคยที่เธอจะหลบเลี่ยงผู้ชายคนนี้ได้พ้น นานวันเข้ากลับเป็เธอที่ชะเง้อคอมองหา
“สวัสดีค่ะคุณเป้ ยังไม่กลับเหรอคะ” พนักงานที่เคยพูดคุยกับปวริศาเข้ามาทักทาย
“อืม ยังค่ะ” เธอเพียงยิ้มน้อยๆ ตอบกลับตามมารยาทไม่มากไม่น้อยเกินไป เื่ของเธอไม่ควรให้คนเอาไปพูดมาก พนักงานคนนั้นจึงทำแค่ยิ้มเจื่อนก่อนเดินออกไป
เลิกงานวันนี้ก็เป็เหมือนทุกวัน หญิงสาวสั่งเชฟให้ทำอาหารสำหรับเธอและสามีไว้ นำไปส่งให้ถึงรถแล้ว รอแค่เพียงนำกลับคอนโด แต่ปวริศายังคงรั้งรออยู่ ‘เขาจะมารับเธอมั้ย หรือ่นี้เขาหายไปเพราะอยู่กับผู้หญิงคนอื่น’ เป็คำถามที่วนเวียนในหัวทุกวันหลังเลิกงาน อารมณ์ทั้งแปรปรวน หงุดหงิด นึกน้อยใจ ก่อนจะระลึกได้ว่าเธอกับเขาอยู่ในสถานะที่อธิบายไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์แม้จะเดินไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างเปิดเผยได้ แต่ไม่นานก็มีรถหรูขับมาจอดตรงหน้า
“รอผมนานมั้ย ขึ้นมาสิ” คนขับลดกระจกลงทักทาย ชักชวนให้หญิงสาวอีกคนรีบขึ้นมาบนรถ
“อืม” ปวริศาตอบรับก่อนหลบสายตา แต่ก็รีบก้าวขึ้นรถไปนั่งข้างคนขับที่สวมแว่นกันแดดยกยิ้มให้เธอใจกระตุก หวั่นไหวไปกับเสน่ห์เหลือร้ายนั้น ทั้งที่เขาเป็ศัตรูของสามีเธอ!
“อยู่กับผมอย่าเหม่อสิ วันนี้อยากไปไหน” หนุ่มหล่อขับรถไปไม่วายยกมือโยกศีรษะร่างบางข้างตัว
“อื้อ อยากทำ ผมฉันยุ่งหมด วันนี้ไม่ไปไหนทั้งนั้น” หญิงสาวยังมีอารมณ์หงุดหงิด นึกถึง่นี้เขามีข่าวกับดาราสาวคนหนึ่ง
“เอ้า คุณผู้หญิงครับ ขึ้นรถผมแต่ไม่ไปไหน ย้อนแย้งนะครับ หรือว่า...คุณอยากไปนอนห้องผม” แล้วเขาก็ยกยิ้ม ส่งสายตาเ้าชู้ให้ภรรยาคนอื่นราวกับเธอเป็สาวโสดไร้พันธะ
“ไม่ได้ค่ะ วันนี้ต้องกลับ เราไปทานไอศกรีมกัน มีร้านเปิดใหม่เพื่อนฉันบอกอร่อย ตกแต่งร้านน่ารัก เราไปที่นั่นกัน”
“โอเค คุณบอกทาง” ศิวกรเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ น้อยครั้งที่อีกฝ่ายจะจัดแจงสถานที่ที่อยากไป วันนี้คงรีบกลับไปหาสามีที่บ้านสินะ แววตาไม่พอใจวาบผ่าน เขาคิดเพียงว่าผู้หญิงคนนี้เป็ของเล่นชิ้นหนึ่งที่แสดงว่าเขาอยู่เหนือกว่ารังสรรค์ แต่การกระทำของเขานั้นเรียกว่าเสพติดปวริศาไปแล้ว ต้องได้เจอหน้ากัน อยู่ด้วยกันเกือบทุกวัน ต่อปากต่อคำกันตลอดไม่งั้นจะรู้สึกไม่สบายใจ กระสับกระส่ายจนนอนไม่หลับได้
“ช่วยเช็คตรงนี้อีกทีนะคะ พี่ว่ามันยังไม่สมูธ ลองดูว่ามีคำไหนที่เป็กระแส ประโยคฮิตๆ ที่หยิบมาใช้กับคอนเทนต์เราได้”
“ค่ะพี่ลิ้นจี่/ครับพี่” ลลิตาให้คำแนะนำน้องๆ ทีมงานของตน เธอยังคงทำงานอยู่แผนกการตลาด และตอนนี้ได้เลื่อนขั้นมาเป็หัวหน้าทีมดูแลงานวางแผนการตลาดอย่างเต็มตัว
“ขยันจริงๆ เพื่อนใครเนี่ย ทำแบบนี้คนคอยทานข้าวเที่ยงด้วยทุกวันไม่หนีหายเร้อออ” เมษยากอดอกพิงกรอบประตูห้องประชุมแผนกเอ่ยแซวเพื่อนสาวยิ้มๆ
“อ้าว พี่น่านมาเหรอ ยังไม่เที่ยงเลยนะ อีกตั้ง 10 นาที”
“รู้ดีเลยนะว่าเป็ใคร เห้อ อิจฉาคนจะมีความรักจริ๊งงง พี่เค้าก็ใจสู้มาก เมื่อไหร่คนแถวนี้จะใจอ่อนน้า”
“เหอะ ว่าแต่คนอื่น ทีตัวเองเถอะ ไปนั่งทานข้าวกับนายลักษณ์ทุกวัน ถามจริงไม่คิดจะคบจริงๆ เหรอ” เมษยาถูกถามจี้ก็ปากอ้าๆ หุบๆ อยู่แบบนั้น หญิงสาวไม่รู้จะพูดแก้ต่างอะไร ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงเรื่อก่อนเดินสะบัดออกไปอย่างขัดเขิน ลลิตามองตามได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ แต่พอคิดเื่หัวใจตนเองรอยยิ้มก็จืดจางลง เื่ราวของรังสรรค์นั้นเธอปล่อยวางได้บ้างแล้ว ลึกๆ แม้ยังมีความรู้สึกดีให้เขา เป็ความรู้สึกที่ตัดได้ไม่ขาดจริงๆ รังสรรค์เป็คนสำคัญของเธอมานาน เป็ทั้งแรงใจและแรงขับเคลื่อนให้พัฒนาตนเองจนมาถึงจุดนี้ได้
หลังกลับมาทำงานที่แผนกการตลาดอีกครั้งหญิงสาวก็ทำงานคล่องแคล่วกว่าเดิม เรียนรู้ได้รวดเร็วจนมีผลงานโดดเด่น ไม่นานมานี้จึงได้รับการโปรโมทให้เป็หัวหน้าทีมวางแผนการตลาด เป็ตำแหน่งที่ถูกส่งมอบโดยยุทธกับโรสรินรุ่นพี่ที่เคยสอนงานกันมา จากประสบการณ์ทำงานของรุ่นพี่ทั้งสองคนบริษัทจึงไว้วางใจให้ไปช่วยริเริ่มวางแผนการตลาดของบริษัทในเครือที่ต่างจังหวัด นานทีถึงจะเข้ามาที่บริษัทสาขาใหญ่บ้าง ทุกคนต่างเชื่อมั่นในตัวลลิตา เมื่อมีหญิงสาวดูแลทางนี้หัวหน้าเก่าเช่นพวกเขาก็เบาใจได้แล้ว
หลักฐานมากมายที่รังสรรค์จ้างนักสืบสะกดรอยตามภรรยาของตนเองถูกวางบนโต๊ะภายในห้องทำงานของเขา ซ้ายขวามีบอดี้การ์ดยืนคุมเชิงอยู่เงียบๆ เฝ้ามองท่าทีของผู้เป็นายเกรงว่าจะโมโหจนฆ่าคนได้
“นายจะให้ผมไปสืบต่อมั้ยครับว่าไอ้บ้าที่ไหนมันกล้าขนาดนี้” กล้ามาเป็ชู้กับเมียเ้านายเขา! ประโยคหลังวีระคนพูดมากทำได้เพียงคิดในใจ พูดออกไปก็กลัวจะได้ไปนอนโรงพยาบาลหลายคืน
“ไม่ต้อง ของอย่างนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง” รังสรรค์พูดแค่นั้น บอดี้การ์ดทั้งสองคนลอบสบตากัน ผิดคาดที่เ้านายยังคงนิ่งสงบไม่เหมือนที่พวกเขาคิดไว้ สายตาคมไล่ดูข้อมูลบนโต๊ะอย่างใจเย็น ทั้งหมดเป็รูปถ่ายของปวริศาที่มักไปเจอกับหนุ่มปริศนา ซึ่งไม่เห็นหน้าฝ่ายชายเลยซักรูป!
“แบบนี้ผิดปกติเกินไป ผู้ชายคนนั้นระมัดระวังและมีอำนาจในมือพอตัว” เ้าของห้องขมวดคิ้วเป็ปม มือข้างหนึ่งเคาะโต๊ะอย่างใช้ความคิดทำราวกับนี่คืองานที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ เพียงแต่นั่นคือภรรยาเขามีชู้ ทั้งคู่ไปพบกันสถานที่ต่างๆ ทั้งห้าง ร้านอาหาร โรงหนัง แม้กระทั่งโรงแรม คอนโดหรู เธอเข้าไป่ค่ำ แล้วออกมาอีกทีในตอนเช้าวันถัดมา...เป็อย่างนี้อยู่หลายครั้ง คนเป็สามีอย่างรังสรรค์ย่อมเกิดอารมณ์ทั้งผิดหวัง เสียใจอยู่ไม่น้อย ไปพูดกับใครคงถูกหัวเราะเยาะ ถูกตราหน้าว่าเป็ไอ้โง่ที่เมียสวมเขาให้ ริมฝีปากสวยยกยิ้มเหยียดหยัน แววตาลุ่มลึกซับซ้อน แลดุดันขึ้นมาแล้ว
“เื่นี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ถ้ามีหลุดออกไป ก็เตรียมหลุดจากการเป็บอดี้การ์ด ไปนอนคุกได้เลย” สายตาคมตวัดมองลูกน้องอย่างจริงจัง คนถูกมองขนลุกซู่ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ้ำ พวกเขาก็คิดว่าเ้านายจะวางเฉยได้ ยังแปลกใจอยู่เลย พอรังสรรค์แสดงความโมโหออกมาบ้างกลับเบาใจ อย่างน้อยก็ไม่ได้ตายด้านอย่างที่คุณนายชอบว่า ทางนั้นบ่นอยากอุ้มหลานทุกคราที่เจอหน้าลูกชาย
“คุณไม่กลับไม่ได้เหรอ ผมยังอยากมีเพื่อนดูหนังด้วยนะ เื่นั้นอยากดูนานแล้ว แต่มันสยองไป ไม่กล้าดูคนเดียว” ศิวกรพูดออดอ้อนขณะกำลังนอนหนุนตักปวริศาดูหนังด้วยกันอยู่ในคอนโดของเขา ชายหนุ่มไม่อยากให้เธอกลับไปเลย เขางอแงแบบเด็กที่เอาแต่ใจ เปิดเผยด้านที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อนกับเธอ
“ไม่ได้หรอก ตอนนี้เย็นมากแล้ว ฉันว่างงานั้แ่เที่ยงก็มาหาคุณเลย เราอยู่ด้วยกันมาครึ่งวันแล้วไม่ใช่รึไง” ปวริศานึกอ่อนใจ แววตาสวยเฉี่ยวดื้อรั้นอ่อนแสงลง เธอเรียนรู้ว่ายิ่งตนเองพยศเท่าไหร่ ผู้ชายคนนี้จะพยศมากกว่าเธอเสมอ ถึงในใจปวริศาก็อยากอยู่กับศิวกรเหมือนกัน
“เมื่อไหร่คุณจะหย่ากับมัน คุณหย่าเถอะ แล้วเรามาใช้ชีวิตร่วมกัน” ชายหนุ่มพลิกตัวกลับมานั่ง แววตาเปลี่ยนเป็จริงจังขณะกุมมือเรียวสวยคล้ายกำลังขอร้อง เขากล่อมให้เธอรีบไปหย่ากับรังสรรค์แล้วมาอยู่ด้วยกันเร็วๆ จะได้คบกันอย่างเปิดเผยไม่ต้องคอยระแวงเจอคนรู้จักเอาไปพูดให้เสียชื่อเสียง เขานั้นชื่อเสียงอะไรก็เสียหายมาบ่อยครั้งจนชินชาแล้ว แต่กับปวริศาไม่เหมือนกัน เมื่อ้าเธอมาอยู่ข้างกายเขาต้องไม่ทำให้เธอถูกสังคมตราหน้าว่าร้าย ทั้งหมดที่เลยเถิดถึงทุกวันนี้ล้วนเป็เขาที่ดันทุรังจะเอาคืนผู้ชายคนนั้นให้เจ็บแสบ แต่กลายเป็เขาเองที่ไม่สบายใจทุกครั้งเวลานัดเจอปวริศา กลัววันไหนพลาดแล้วโลกนี้จะใจร้ายกับเธอ เขาขอเป็ความโหดร้ายเดียวในชีวิตที่หญิงสาวได้พบเจอ
“คุณอย่าพูดง่ายๆ แบบนั้นเลย เราทำผิดกับพี่ตั้งกันจริง แต่พี่ตั้งเขาไม่ได้ผิดอะไร คุณจะให้เป้ไปขอหย่าด้วยเหตุผลอะไร” พูดก็ง่ายแต่ทำจริงมันคนละเื่กัน หลังจากแต่งงานกันเขาให้เกียรติ ให้อิสระเธอในทุกๆ อย่าง จะใช้เหตุผลอะไรไปหย่ากับเข้าได้ เดินไปบอกว่าเธอมีชู้รีบเซ็นใบหย่าซะอย่างนั้นก็ดูจะเกินไป
“ผมอยากคบกับคุณเปิดเผยแล้ว อยากพาไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยวเมืองนอก ไปหาร้านอร่อยแบบที่คุณชอบ เมื่อไหร่เราจะได้ไปด้วยกันครับ” แววตาศิวกรตัดพ้อแต่ยังทอประกายความหวังจนคนมองน้ำตาคลอตาม เขาเป็ผู้ชายที่ขี้อิจฉา ชอบแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆ ไม่มีอะไรดีสู้สามีเธอได้เลย แต่สิ่งเดียวที่คนตรงหน้าให้เธอได้คือความรัก เธอััมันได้จากผู้ชายคนนี้ คนที่ไม่ใช่รังสรรค์
“ฉันขอเวลาอีกหน่อยนะ อีกไม่นานเื่นี้ต้องมีทางออก เราจะได้ไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างเปิดเผย คุณอย่าน้อยใจไปเลย” หญิงสาวกุมใบหน้าหล่อเหลาอย่างปลอบโยน ตอนนี้เธอยังไม่มีความกล้าหาญถึงขนาดนั้น ถึงจะให้กำลังใจศิวกรแต่ในใจนั้นกลัดกลุ้มคิดไม่ตกว่าบทสรุปของเื่ยุ่งยากพวกนี้จะไปจบที่ตรงไหน
__________
แงง มีศัตรูที่รัก ตัวร้ายที่รักเธออยู่ตรงนี้ค่าาา เขาร้ายกับทุกคน แต่ยอมลงให้เธอแค่คนเดียว โอ้ยยย นี่มันวาสนาหรือเวรกรรมน้อออ ให้รีบไปหย่ากับคุณสาในนามซะ ก่อนเธอจะโดนแหกค่ะ!