คืนนี้เดือนมืดนอกจากโคมไฟที่แขวนตามทางเดินตามมุมต่างๆของจวนมีจุดอับแสงที่มองไม่เห็นมากมาย ลมพัดเบาๆ ทำให้ใบไม้โยกไหวไปมาเวรยามเดินผ่านมาบ้างเป็ครั้งคราว แต่ละห้องเริ่มดับเทียนบ่งบอกว่าคนภายในเริ่มเข้านอน แต่คนผู้หนึ่งกลับเลือกที่จะเปลี่ยนชุดเตรียมออกไปท่องเที่ยวราตรี เฉินิเยว่ในชุดสีดำสนิทรวบผมเช่นบุรุษสวมกว้านเงินเช่นคุณชายน้อยหากมีคนพบเห็นนางยามนี้ย่อมคิดว่าเป็คุณชายน้อยที่หล่อเหลา เป็ผลจากการปีที่ผ่านมานางได้รับการเอาใจอย่างยิ่งจากพ่อบ้านฉินในการกินอยู่ที่อุดมสมบูรณ์ทุกมื้ออาหาร ที่แตกต่างจากยามที่นางอยู่ลำพังในหุบเขาซึ่งนางจะทานต่อเมื่อหิวเท่านั้น ทำให้ความสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยเกินกว่าสตรีทั่วไปเวลานี้สูงเกินห้าเชียะเล็กน้อย หากแต่ส่วนอื่นๆของร่างกายกลับไม่มีการเติบโตแม้สักเล็กน้อยนางก็มิได้ติดใจใดๆ (สาวใช้สองคนของนางพร่ำบ่นเสมอ)
“คุณหนู ท่านจะออกไปอีกแล้วหรือเ้าคะ”
“พวกเ้าเข้านอนเถิด ไม่ต้องรอข้า”
“ระวังตัวด้วยนะเ้าคะ”
สองสาวใช้สายตาส่งเ้านายของนางออกไป ยามนี้นางอยู่บนหลังคาแล้ว พวกนางไม่เข้าใจนักเหตุใดคุณหนูต้องแอบซ่อนตัวออกจากจวนในยามค่ำคืน ควรออกไปในเวลากลางวันจึงจะถูกต้องแต่นางเป็สาวใช้ประจำกายมิสามารถห้ามปรามคุณหนูได้ นางมักสลับกันรอการกลับมาของคุณหนูเสมอตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยแอบไปนอนพร้อมกัน เมื่อคุณหนูกลับมาจะต้องมีคนหนึ่งค่อยดูแลเสมอ
ตลาดมืด ชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเป็ตลาดที่ไม่ค้าขายยามปกติ ตลาดแห่งนี้มีใครเป็เ้าของนั้นมิมีใครรู้ ในพื้นที่ตลาดแทบทุกฉื่อเต็มไปด้วยคนที่นำสิ่งของมากมายมาวางขาย ของแปลงของหายาก ของที่ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเมื่อมาที่แห่งนี้จะมีขายอยู่แน่นอน ส่วนของจะดีหรือเลวนั้นแล้วแต่ตาเ้าดีหรือไม่ ปกติทุกสามเดือนจะมีการจัดการประมูลสินค้าพิเศษ เฉินิเยว่บังเอิญได้ข่าวมาจึงคิดเข้ามาเที่ยวเล่นในครั้งแรกกลับกลายเป็สถานที่ที่นางใช้ในการหาเงินได้ทางหนึ่ง
หากจะบอกว่าขุนนางค้าขายได้แต่หากมีตำแหน่งสูงมีเงินมากมีบารมีมากกลับไม่ใช่เื่ดี ดังนั้นจวนแม่ทัพจึงมีเพียงเงินเดือนของท่านพ่อ(ที่น้อยนิด) กับร้านค้าไม่กี่แห่งที่นางนำเงินรางวัลที่ได้รับในแต่ละครั้งของตำแหน่งแม่ทัพซื้อหามาเพื่อสร้างรายได้ ดังนั้นทุกครั้งที่มีโอกาสนางจะปลอมตัวออกมาเพื่อนำบางอย่างมาหาเงินที่นี่
“ดาบ กระบี่เนื้อดีตัดหินได้ง่ายเหมือนตัดเนื้อ มาทางนี้เลยจ้า”
“สมุนไพรเพิ่มพลัง สมุนไพรรักษาทุกโรค ทางนี้ขอรับ”
“แป้งชาด เครื่องประทินโฉมร้านข้าดีสุดในตลาดนี้ มาชมดูได้เ้าค่ะ”
เสียงคนที่นำของมาขายต่างพยายามดึงดูดคนให้เข้าไปซื้อ บางร้านมีคนมุงดูมากมาย บ้างร้านไร้ผู้คน เฉินิเยว่เดินตามทางเล็กๆ ที่มีแสงเล็กน้อยคนที่เข้ามาซื้อขายที่นี่ทุกคนต้องสวมหน้ากากสีขาวประหนึ่งดวงิญญา ไร้หน้าไร้อารมณ์ ไม่มีการตรวจสอบใดๆ คนที่เข้ามาต้องดูแลตัวเอง แต่ทั่วทั้งตลาดมีคนที่คอยดูแลสินค้าอย่างดี ไม่มีการหายหรือลักขโมยได้หลายๆครั้งก็มีคนทะเลาะวิวาทกัน จุดจบคงไม่ต้องบอกนางี้เีสนใจแต่ละครั้งแค่เดินผ่านไป จุดหมายปลายทางคือ หอดับแสง เรียกว่าหอแต่ส่วนหนึ่งสร้างจากหินขนาดใหญ่ อีกสองส่วนเป็ไม้เนื้อแข็งให้ความรู้สึกแข็งแกร่งมาก ทางเข้ามีเพียงด้านหน้าหาก้าเข้าไป ลูกค้าต้องผ่านการตรวจสอบและมีป้ายเช่นเดียวกันกับนางจึงผ่านเข้าไปได้ถือว่าเป็การควบคุมระดับสูงที่ลดความวุ่นวายได้เป็อย่างมาก เมื่อชูป้ายสีดำเป็ัที่มีอักษรกำกับ"หลง" องค์รักษ์เฝ้าประตูก็ปล่อยนางผ่านเข้าไปป้ายนี้นางได้มาโดยบังเอิญเมื่อหกเดือนก่อน นางเดินเลาะตามทางผ่านซุ้มไม้ด้านหน้าพบประตูสีดำก็ผลักเข้าไป มีโต๊ะสูงที่มีฉากกั้นเกือบสูงกว่านาง
“ซื้อหรือขาย”
“ขาย”
“สิ่งใด”
นางยื่นขวดกระเบื้องไปวางบนโต๊ะสูงสามขวด แต่ละขวดสูงกว่าจอกชาเล็กน้อยมีตัวอักษรเขียนแปะไว้ขวดละหนึ่งแผ่น โอสถเพิ่มพลังิญญาระดับหนึ่ง(สูงสุด) โอสถชะล้างกระดูกระดับหนึ่ง(สูงสุด) โอสถพิษละลายกระดูก
“ได้โปรดรอสักครู่ขอรับ ของเหล่านี้จำเป็ต้องได้รับการตรวจสอบก่อนออกประมูล”
สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างเดินเข้ามาเชิญนางเข้าไปพักในห้องรับรองอีกห้องหนึ่ง ประตูทางเข้ามีเพียงลูกปัดสีดำแวววาวห้อยลงมา ส่วนผู้ดูแลรีบนำขวดทั้งสามเข้าไปด้านหลัง นางกะเวลาไว้ก่อนล่วงหน้าสำหรับการยืนยัน จึงมาก่อนเวลาประมูลหนึ่งชั่วยาม การที่หอประมูลมีโอสถเข้ามาประมูลถือเป็เื่พิเศษ เพราะผู้ปรุงโอสถมีน้อยมากทั้งคุณภาพที่มาขายทั่วไปเป็ระดับหนึ่งต้น หรือระดับหนึ่งกลางเท่านั้น ระดับสูงหาได้ยากยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับสองระดับสาม วันนี้นางคงได้เงินกลับไปไม่น้อย บนโต๊ะมีของว่างผลไม้น้ำชาชั้นดีวางไว้มีสาวใช้ยืนอยู่ด้วยหนึ่งคน มองดูก็ดูออกว่าพอมีฝีมือบ้าง
เวลาผ่านไปเกือบสามเค่อ ผู้ดูแลถือถาดวางขวดกระเบื้องเข้ามาวางลงบนโต๊ะ
“ท่านทราบเงื่อนไขการประมูลของเราหรือไม่ขอรับ หนึ่งของที่นำมาประมูลเป็สิทธิ์ของหอดับแสง สองส่วนแบ่งท่านได้เจ็ดส่วนสามส่วนเป็ของหออับแสง หากท่านยินดีของเหล่านี้ประมูลได้ขอรับ”
“ข้ายินดีรับเงิื่อนไข”
“เช่นนั้นท่านได้สิทธิ์เข้าชมการประมูล และสามารถร่วมประมูลสิ่งของในวันนี้ได้ เชิญห้องรับรองชั้นสองขอรับ"
หอประมูลเมื่อมองจากห้องของนาง มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นสองมีห้องหลายห้องล้วนสามารถมองลงไปเห็นเวทีที่ยกสูงขึ้นมาเท่าความสูงของคนโตเต็มวัย ชั้นหนึ่งมีการจัดวางโต๊ะเก้าอี้ สามด้านด้านหลังมีประตูหนึ่งบานรอบเวทีมีองค์รักษ์รูปร่างสูงใหญ่มีดาบหรือกระบี่ติดตัว ชั้นหนึ่งและชั้นสองเต็มไปด้วยผู้คนที่สวมหน้ากาก เมื่อถึงเวลาเริ่มเปิดประมูล มีสาวๆ และชายหนุ่มสวมหน้ากากหลายคนทยอยยกสิ่งของเดินเรียงแถวขึ้นมาบนเวที ตามมาด้วยสาวงามแต่งกายค่อนข้างเปิดเผยเห็นแขนขาเรียวยาว ลำคอขาวผ่องริมฝีปากสีแดงจัด
“หอดับแสงยินดีต้อนรับทุกท่านวันนี้มีสินค้าจำนวนมากหลายรายการ และพิเศษสุดมีโอสถจำนวนสามรายการหากท่านใด้าสิ่งใดขอเพียงท่านเสนอราคาสูงสุด ท่านจะได้สิ่งของที่ท่าน้ากลับไปอย่างแน่นอน”
นางเพียงขยับปากเท่านั้นแต่เสียงของนางได้ยินไปทั่วบอกได้ว่าวรยุทธ์ของนางไม่ธรรมดาแน่นอน
“เริ่มการประมูลได้”
หลังจากคำพูดนั้น เฉินิเยว์ก็ละความสนใจจากเวทีนางหาสนใจซื้อสิ่งใดจากสถานที่นี้เป้าหมายเพียงสิ่งเดียวคือหาเงินกลับจวน สายตานางค่อยๆเลื่อนไปเรื่อยๆ มิได้หยุดที่ใดเป็การเฉพาะ นางมองชั้นสองในจุดที่แต่ละห้องกำลังสนใจสิ่งที่อยู่บนเวทีการเสนอราคายังคงดุเดือด ส่วนใหญ่ผู้มีเงินมักเป็ผู้มีอิทธิพลมีชื่อเสียงหรือมีตำแหน่ง(ซึ่งนางไม่รู้จักใครสักคนในที่นี้และคงไม่มีใครรู้จักนางเช่นกัน) และที่ขาดไม่ได้คือบรรดาคนจากยุทธภพคนที่ฝึกยุทธ์ นางคาดหวังว่าวันนี้จะมีคนในยุทธภพมากันมากๆโอสถของนางคนธรรมดาไม่สนใจซื้อในราคาสูง แต่คนในยุทธภพกลับกลายเป็สิ่งที่้าทั้งมีการแย่งชิงในที่ลับและที่แจ้ง ทั้งนางเองก็มั่นใจในโอสถของนางมาก สุดท้ายอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองชั้นสามที่มิได้มีไว้สำหรับรับแขก มีคนจากชั้นสามกำลังก้มหน้ามองลงมาเช่นกันทั้งสองสบตากันพอดี เสียงะโจากเบื้องล่างทำให้นางละสายตากลับมามองที่เวที เวลานี้กำลังขานราคาที่สูงขึ้น
“ขวดสุดท้ายสำหรับโอสถระดับหนึ่ง(ขั้นสูงสุด) ราคาเริ่มต้นที่ห้าร้อยตำลึงทอง”
“ห้าร้อยห้าสิบตำลึงทอง”
“หกร้อยตำลึงทอง”
“เจ็ดร้อยตำลึงทอง” เสียงจากห้องชั้นสองฝั่งตรงข้ามดังขึ้นหลังจากด้านหน้าเวทีที่ขั้นหนึ่งเริ่มไปได้สองรอบ
“ข้าให้หนึ่งพันตำลึงทอง” เป็เสียงชายในชุดม่วงที่อยู่ห้องชั้นสองถัดจากห้องของนางไปสองห้อง
“สองพันตำลึงทอง” ฝั่งซ้ายที่อยู่ติดกับนางเอ่ยด้วยเสียงสตรี
“ห้าพัน เปาจูหนิงเ้ายอมให้ข้าเถอะ วันนี้ถือว่าข้าติดค้างเ้า”
“เก้าพันตำลึงทอง โอสถขวดนี้ต้องเป็ของสำนักปักษา์ของพวกเรา”
“เช่นนั้นพวกเรามาดูว่าใครจะได้ไป หนึ่งหมื่นตำลึง”
นี่ นี่กลายเป็การแข่งขันระหว่างสำนักไปแล้วดียิ่งนางยิ้มกว้างขึ้นทุกครั้งที่มีเสียงเสนอราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ดูแล้ววิชาปรุงโอสถที่ท่านพ่อและท่านแม่ถ่ายทอดมาจะสามารถใช้เลี้ยงชีพน้อยๆ นี้ให้สุขสบายได้ หนึ่งหมื่นตำลึงหักออกสามส่วนนางเหลือเจ็ดพันตำลึง รวมอีกสองขวดนางมิกลายเป็เ้าสัวน้อยหรือไร แค่คิดก็มีความสุขแล้ว
“หนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง” เสียงสตรีชุดดำกล่าวทวน ครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สองและครั้งที่สาม ในที่สุดโอสถขวดสุดท้ายขายออกไปในราคาหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง
“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานประมูลในครั้งนี้ และหวังว่าพวกท่านทั้งหลายจะมาร่วมงานครั้งถัดไปด้วยนะเ้าคะ”
หลังเสร็จสิ้นการประมูลราวสองเค่อ ผู้ดูแลเข้ามาในห้องเพื่อรวมยอดและแจ้งให้นางทราบ
“มิทราบว่าเงินทั้งหมดท่าน้าให้เราจ่ายในรูปแบบใด”
“ตัวแลกเงินห้าพันตำลึงทอง ส่วนที่เหลือข้าฝากหอดับแสงไว้ก่อนได้หรือไม่” ถึงแม้นางดีใจที่ได้เงินมากแต่ก็จำเป็ต้องระมัดระวังตัวด้วยเช่นกัน
“นายท่านเช่นนั้นท่านรับตั๋วเงินห้าพันตำลึงทอง นี่เป็ป้ายหยกของหอดับแสง เงินส่วนที่เหลือของท่านเพียงท่านนำป้ายหยกนี้ไปที่ร้านแลกเงิน“หลงเป่า”เพื่อรับเงิน ส่วนใหญ่ลูกค้าที่นำสินค้ามาประมูลจะใช้มันเวลา้ารับเงินส่วนที่เหลือท่านมิต้องกังวลจำนวนเงินของท่านจะถูกบันทึกไว้ทุกสาขา ไม่ว่าท่านเบิกออกไปเท่าไหร่จำนวนจะหักออกตามนั้นทุกครั้งจนหมดยอดเงิน"
ที่แท้มีร้านแลกเงินเป็กิจการของตนเองด้วย นางใช้นามอวิ๋นสยาในการฝากเงินกับร้านแลกเงิน เมื่อได้รับตั๋วแลกเงินแล้วก็ตามสาวรับใช้ที่เดินนำออกจากหอดับแสง