แต่งกับผี
ณ รีสอร์ทเวียร์นารินทร์
“กราบเรียนแขกผู้มีเกียรติทุกท่านกระผมได้รับเกียรติจากทางเ้าภาพให้เป็พิธีกรในการดำเนินการแต่งงานในครั้งนี้ เมื่อท่านผู้มีเกียรติทุกท่านมาพร้อมกันแล้วอีกสักครู่ เมื่อถึงเวลาอันดีเราจะเริ่มงานพิธีแต่งงานกันขอแขกผู้มีเกียรติทุกท่านอดใจรอสักครู่”
พิธีกรณ์กล่าวทักทายแขกผู้มีเกียรติที่เข้ามาร่วมในงานพิธีแต่งงานด้วยความสุภาพก่อนเริ่มงานพิธีแต่งงาน
เมื่อเวลาอันเป็มงคลมาถึง 10.00 น. ทางทีมงานก็ได้เริ่มพิธีแต่งงานทันที
ณ ขณะนี้ก็เป็เวลาอันเริกงามยามดี ดังนั้นจะเริ่มเข้าพิธีแต่งงานขอให้ทุกท่านโปรดอยู่ในอาการอันสงบด้วย เมื่อพิธีกรณ์พูดจบ ก็มีเด็กสองคนเดินออกมาเด็กด้านซ้านเป็ผู้หญิงส่วนด้านขวาเป็ผู้ชายทั้งสองเดินขึ้นมาบนแท่นพิธีเพื่อที่จะเริ่มจุดเทียนเพื่อเปิดงาน
เมื่อเด็กทั้งสองได้จุดเทียนเรียบร้อนและเดินออกจากแท่นพิธีเสียงเพลงบรรเลงก็ดังขึ้นเพื่อแสดงถึงความสุขปิติยินดี ความเป็มงคลแก่คู่บ่าวสาว เสียงเพลงบรรเลงเป็เสียงของเปียโนเครื่องหนึ่งที่วางอยู่มุมซ้ายของลานพิธีที่เล่นโดยนังดนตรีซื่อดัง ค่อยๆบรรจงบรรเลงอย่างไพเราะ เสียงเพลงนั้นไม่ได้ดังมากแต่ก็ครอบคลุมไปทั่วปริเวณจัดงานพิธี
เสียงเพลงอันไพเราะเมื่อจบลงทันใดนั้นขบวนเ้าสาวก็เริ่มเดินเข้ามาสู่ลานพิธี โดยมีเด็กถือแหวน และเด็คอยโปรยดอกไม้ เดินตามมาด้านหลังเพื่อเป็เพื่อนเ้าสาว แน่นอนเด็กทั้งสองที่พูดถึงก็หมายถึงเพื่อนทั้งสองของนายนั้นเอง มิกกี๊กับเจน โดยพิธีแล้วเ้าสาวจะต้องเดินควงแขนบิดาเข้าสู่งานพิธีแต่ครั้งนี้ บิดมามารดาของนายนั้นไม่อยู่แล้วนายจึงต้องเดินมาคนเดียว แต่อันที่จริงตำแหน่งตรงนั้นจะต้องเป็ของเพ่อนคนหนึ่งที่ ณ ตอนนี้ไม่อยู่ในงานนั้นก็คือนนท์
ท่ามกลางกลุ่มคนที่มาร่วมงานทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังเ้าสาวที่ตอนนี้ได้เดินเข้ามาในลานพิธีอย่างช้าๆ เบื่องหน้าตรงแท่นพิธีมีเ้าบ่าวยืนรออยู่พร้อมด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขมีบาทหลวงยืนอยู่ข้างๆ
นายค่อยๆเดินไปหาเวียร์ที่ยืนรออยู่ด้านหน้าด้วยหัวใจพองโต เสียงเต้นของหัวใจตอนนี้ดังกลบเสียงปรบมือแสดงความยินดีหรือเสียงต่างๆไปจนหมดสิ้น ถึงแม้ว่าจะมีผ้าสีขาวที่ปิดบังใบหน้าของนายอยู่แต่เป็ที่รู้ๆกันว่าภายใต้ผ้าผืนนั้นเมื่อเปิดออกจะต้องพบเห็นรอยยิ้มเล็กๆของหญิงสาวที่แสนน่ารัก แสนอบอุ่นอย่างแน่นอน นายเดินมาหยุดตรงเบื้อหน้าของเวียร์แล้วตอนนี้
บาทหลวงที่ยืนอยู่ข้างๆคู่ข่าวสาวตอนนี้ให้สัญญานแสดงถึงตอนนี้จะเริ่มอ่านพระคัมภีร์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ เพื่อให้คู่บ่าวสาวรับทราบถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติเมื่อก้าวสู่การใช้ชีวิตคู่ เมื่อบาทหลวงอ่านพระคัมภีร์จบแล้ว ก็กล่าวชักนำให้คู่บ่าวสาวได้กล่าวคำปฏิญาณต่อกันและกันและขึ้นตอนนี้เป็ขั้นตอนที่มีความสำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้
“ผมนายเวียร์ สุขะวรุนทร์ ขอปฏิญาณและสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ไม่ว่าจะในยามสุขหรือยามทุกข์ ในเวลาป่วยหรือสบาย จะรักและยกย่องให้เกียรติต่อนางสาว สัตตบงกซ วรวงค์ จะใช้ชีวิตด้วยกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่”
เมื่อเวียร์พูดจบก็ยื่นกล่องแหวนที่ถือไว้ในมือออกมาเพื่อจะสวมแหวนวงนี้ไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของเ้าสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“เดี้ยวววว…….”
เสียงะโของใครบางคนดังขึ้นขั้นจังหวะสำคัญในงานพอดิบพอดีก่อนที่เ้าบ่าวจะสวมแหวนให้กับเ้าสาวเพียงเสี้ยววินาที ทำให้ทุกสายตาในลานพิธีต้องหันไปมองบุคคลดังกล่าวในทันที
นายที่ตอนนี้เกือบจะสวมแหวนแต่งงานลงไปบนนิ้วนางข้างซ้ายอยู่แล้วเมื่อได้ยินเสียงตะโดนดังออกมาทางด้านทางเข้าลานพิธี ทำให้ใบหน้าของหญิงสาวรู้สึกขุ่นเขืองขึ้นว่าทันทีแต่สีหน้านั้นก็หายไปอย่างรวดเร็วเช่นกันนั้นเป็เพราะเสียงนั้นเป็เสียงที่นายคุ้นเคย เป็เสียงที่นายอยากให้คนคนนี้มาเป็เพื่อนควงแขนเดินเข้าลานแต่งงานเมื่อก่อนหน้านี้
“นนท์” นายพึมพำในใจและรีบหันไปทางต้นเสียงที่ะโออกมา
ตรงบริเวณด้านหน้าลานพิธีนายเห็นนนท์เดินเข้ามาอย่างรีบร้อนโดยไม่หันไปทายใครทั้งสิ้นเดินตรงเข้ามาหานายทันทีโดยไม่รอช้าแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ใบหน้าของนนท์ตอนนี้ดูเหมือนคนทำงานหนักขอบตาล่างออกสีดำนิดหน่อยซึ่งแสดงถึงอาการไม่ได้นอนหลับอย่างเพียงพอ ทั่วใบหน้ามีเม็ดเหงื่อผุดออกมาเต็มใบหน้า ดวงตาบ่งบอกถึงความรีบร้อนอย่างมาก
นนท์เดินเข้ามาหานายด้วยความว่องไวและจับมือนายเพื่อจาพานายออกไปจากงานแต่งงานนี้ทันทีโดยไม่สนไม่แคร์สายตาใครทั้งสิ้น แต่ทว่ามือของนายอีกข้างกลับถูกจับไว้โดยมืออีกข้างหนึ่งของเ้าบ่าวอย่างแน่น
นายด้วยความใในการกระทำของนนท์อยู่กำลังจะเอิ่ยปากถามนนท์ว่า ทำแบบนี้ทำไมอยู่นั้นองก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้นมาจากด้านฝูงชน และแน่นอนเสียงนี้ก็เป็เสียงของใครไปไม่ได้นอกจาก มิกกี๊
“นนท์มึงจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ มึงรักนายก็รู้แต่มึงทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องปล่อยนายไปเถอะ อย่างน้อยมันก็เพื่อนมึงนะ” เสียงของมิกกี๊ ดังขึ้นด้วยความไม่พอใจต่อการกระทำของนนท์อย่างชัดเจนแต่ทว่าเมื่อมิกกี๊กำลังจะพูดขึ้นอีกประโยคนั้นเองนนท์ก็ได้สวนกลับไปอย่างรวดเร็วทันที
“มึงดูรูปในกลุ่มแชทยัง รีบดูเดี้ยวนี้และพาเจนออกไปรอกูที่รถ อย่าถามอะไรตอนนี้ ไป” สีหน้าของนนท์ที่พูดและน้ำเสียงรวมถึงอาการแสดงออกมาทำให้มิกกี๊และเจนถึงกับตกตลึง เพราะอาการแบบนี้ของนนท์ไม่ค่อยได้เจอบ่อยนักถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงจริงๆ นนท์จะไม่เกิดอาการแบบนี้แน่นอน ทานด้านมิกี๊และเจนรู้ทันที่ว่าเกิดเื่อะไรใหญ่โตขึ้นแน่นอนเลยรีบกลับไปที่รถและเปิดแซดเพื่อดูรูปที่นนท์บอกไปเมื่อสักครู่
ทางด้านนายที่ตอนนี้มือข้างหนึ่งถูกนนท์จับไว้อย่างแน่นและพยายามดึงนายให้ออกมาห่างจากเวียร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ส่วนมืออีกด้านก็ถูกเวียร์จับเอาไว้ไม่ให้ไปไหน เมื่อนายได้เห็นท่าทางน้ำเสียงและปฏิกิริยาของนนท์ที่เกิดขึ้นก็ใเช่นกันไม่ต่างจากมิกกี๊และเจนเลยแต่ตอนนี้ สถานะของนายกับเพื่อนทั้งสองนั้นแตกต่างกันคือ นายเป็เ้าสาวจึงไม่สามารถออกจากงานแต่งได้แตกต่างจากเพื่อนที่เป็เพียงคนโปรยดอกไม่และถือกล่องแหวนเท่านั้น
นายมองหน้านนท์อยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ได้ตริคืนมาเนื่องจากอาการเจ็บที่เกิดขึ้นบริเวณฝ่ามือทั้งสองข้าง นายรีบถามนนท์ทันที “ทำไมมันเกิดอะไรขึ้น นนท์” นนท์ไม่รอช้าและไม่อยากอธิบายอะไรมากมาย เพียงแค่เอามืออีกข้างล้วงลงไปยังกระเป๋าเสื้อตรงหน้าอกด้านขวาเพื่อคว้าอะไรบางอย่างออกมา
“พระ”
คำแรกที่นายอุทานออกมาเมื่อเห็นสิ่งที่นนท์หยิบออกมาจากกระเป๋าเสื่อตรงหน้าอก
โดยไม่รอช้านนท์นำพระที่ว่าไปแขวนคำของนายไว้โดยเร็วนายที่ถูดสวมพระที่คอก็ทำหน้ามึนงงและ้าถามอะไรบางอย่างกับนนท์แต่ทว่าทันใดนั้นเองก็มีเสียงดังมาจากด้านข้างของนาย เสียงดังกล่าวแสดงถึงความเ็ป ทรมาณ คล้ายกันถูกน้ำร้อนเทสาดทั่วร่าง หรือน้ำเสียงเหมือนกันคนที่ถูดไฟครอบทั้งตัวร้องอย่างหวยหวน
นายรีบหันกลับไปดูทางต้นเสียงก็เห็นภาพที่ทำให้นายถึงกับปากค้าง แขนขาสั่น ดวงตาเบิกโตกว้างเท่าไข่ห่าน เป็อาการที่เหมือนกับคนที่เจอกับสิ่งที่ไม่น่าจะเป็ไปได้ เจอกับสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ณ ตอนนั้น ด้านหน้าสายตาของนายตอนนี้ ปรากฏเวียร์ยืนอยู่ห่างออกไปสองสามก้าว จากที่มือของเวียร์จับมือของนายไว้แน่นเมื่อครู่
สถาพของเวียร์ตอนนี้จากที่เคยเป็เ้าบ่าวที่หล่อเหลากลับกลายเป็บางสิ่งที่แตกต่างออกไป ทั่วทั้งร่างกายของเวียร์ไม่ได้สวมชุดเ้าบ่าวอีกต่อไปแต่ตอนนี้กำลังสวมชุดสีเทาขาดๆ บางบริเวณมีหอยเกาะอยู่บ้าง ตะใคร่น้ำเกาะบ้าง ใบหน้าของเวียร์จากเดิมที่ดูดีตอนนี้แทบจำไม่ได้ใบหน้านั้นพองอืดอย่างมากดูคล้ายกับสัตว์อะไรบางอย่างดวงตาโตปูดศีรษะมีก้อนหินฝังอยู่ตรงบริเวณกลางหน้าผาก ทว่าที่ไม่น่าเป็ไปได้คือตรงกลางลำตัวของเวียร์มีลักษณะเป็รูขนาดใหญ่ เมือนกับเคยมีอะไรแทงทะลุกลางลำตัวมาก่อน
นายที่สายตามองไปยังเวียร์เพียงไม่นายก็หันกลับมาหานนท์ทันทีโดยไม่รอให้นนท์อธิบายอะไรกับนายให้รู้แม้แต่เพียงนิด ดวงตาของนายที่มองมาทางนนท์เป็สายตาที่หวาดกลัว ทั้งใและเสียสติไม่อาจควบคุมร่างกายของตัวเองได้ในตอนนี้เลย ขาของนาย ณ ตอนนี้อ่อนเรี่ยวแรงไม่สามารถยืนขึ้นหรือวิ่งได้เลย นายตอนนี้หลงเหลือสติเพียงน้อยนิด เอนตัวไปทางที่นนท์ยืนอยู่และหมดสติไปทันที
………………………………………………………………………………………………………………………………....
ณ รถของนนท์ที่จอดอยู่หน้าทางเข้ารีสอร์ทเวียร์นารินทร์
มิกกี๊และเจนตอนนี้ก็ได้วิ่งมาถึงรถของนนท์แล้ว โดยไม่รอช้าเปิดประตูขึ้นไปบนรถทันที
“เจนมึงว่าที่ไอ้นนท์มันเป็แบบนี้มึงว่ามันหลอกเราหรือป่าววะ กูแค่กลัวความไรเหตุผลของมันเพียงแค่เป็ไปตามอารมณ์อยากพานายออกจากงานแต่งแค่นั้น” มอกกี๊ถามเจนที่วิ่งหน้าตั้งขึ้นมาบนรถด้วยกันด้วยอาการหอบเนื่องจากความเหนื่อยจากการวิ่งออกมาจากรีสอร์ท ทว่าเจนที่วิ่งมาด้ายกันแท้ๆกลับไม่ตอบคำถามที่มิกกี๊ที่ถามไปแม่แต่นิดเดียวมิกกี๊จึงรู้สึกหงุดหงิดและหันไปหาเจนที่อยู่ทางเบาะหลัง แต่แล้วสิ่งที่มิกกี๊คิดก็ไม่ได้เป็ไปตามที่คิด ตอนแรกที่เจนไม่ตอบคิดว่าเจนเหนื่อยไม่อยากตอบหรือกำลังพักควบคุมลมหายใจอยู่ และลแ้วภาพที่เห็นเพื่องหน้าของมิกกี๊คือ ภาพของเจนที่อ้าปากค้าง ดวงตาโต เหมือนกับอาการคนโดนผีหลอกยังไงอย่างงั้น
“เจน! เจน! เจนนนน”
มิกกี้เรียกเจนอีกสองสามครั้งทำให้เจนดึงสติกลับมาได้และหันมองหน้ามิกกี๊ และไม่เพียงแค่หันหน้ามาทางมิกกี๊เท่านั้นแต่ยังเอาโทรศัพท์ยื่นมาทางมิกกี๊เพื่อให้ดูอะไรบางอย่าง
มิกกี๊ก็นึกได้ทันที่ว่านนท์เคยบอกให้ดูในช่องแชทด้วย ทันใดนั้นเองมิกกี๊ก็ดูภาพที่นนท์ได้ภ่ายงาน pre-widding ของนายพร้อมทั้งประวัติข้อมูลที่นนท์หาได้เกี่ยวกับสึนามิท่วมประเทศไทยเมื่อครั้งก่อน
“เซี้ย…..”
มิกกี๊อุทานออกมาทันทีโดยไม่รู้ตัวเมื่อดูภาพและข้อมูลที่นนท์ให้ไว้ในกลุ่มแชท และในข้อความสุดท้ายนนท์ได้ทิ้ง ข้อความบางอย่างไว้ “ถ้านายกลับไปแล้วกูไม่ได้ไปด้วยหายผ่านไป 5 นาทีให้ออกรถทันทีไม่ต้องรอ ไปบ้านกูทุกอย่างที่ต้องรู้อยู่ที่นั้น”.
……………………………………………………………………………………………………………………………..