จากพระจันทร์สู่ต้นหลิว
บทที่ 4
เยี่ยเอ๋อร์ออกไปอาหลิวก็ได้อยู่ลำพังเสียที
ิ หรือตอนนี้ก็คืออาหลิว นั่งลงแล้วค่อยๆตั้งสติค่อยๆคิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตที่สองต่อไป ตอนที่ยมทูตหน้าใสบอกว่าเธอจะต้องย้ายมาอยู่อีกร่างในอีกมิติหนึ่งก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นข้ามภพข้ามสัญชาติมาเป็จีนโบราณกันเลยทีเดียว แต่โชคดีที่เื่ภาษาไม่ได้เป็ปัญหาอะไร
‘เอาล่ะเริ่มจากอะไรก่อนดี อืม...เอาเท่าที่มีข้อมูลก่อนละกันเมื่อกี้เยี่ยเอ๋อร์บอกว่าเรามีภารกิจบางอย่างที่สำคัญมากต้องไปทำมีแค่เราเท่านั้นที่ทำได้ แล้วก็ต้องเข้าไปวังหลวงด้วย
จากที่เคยอ่านนิยายข้ามภพข้ามชาติมาถ้ามีฉากเป็วังหลวงละก็...งั้นก็แสดงว่า! เราต้องไปเป็สนมของฮ่องเต้ใช่มั้ยเนี่ย!นี่เราจะได้แต่งตัวสวยๆ มีนางกำนันล้อมหน้าล้อมหลังคอยรับใช้ และที่สำคัญ...เราจะมีสามีแล้วใช่มั้ยว้าว! กรี๊ด! เซอร์ไพร้ส์อ่ะ! จุดพลุเลยจ้า!’
จากคำพูดที่เยี่ยเอ๋อร์ทิ้งเอาไว้ทำให้อาหลิวสรุปว่าตัวเองจะต้องไปเป็สนมในวังหลวงเธอเริ่มรู้สึกดีกับโชคชะตาขึ้นนิดหน่อย เลยลุกขึ้นมาสำรวจห้องนี้บ้าง
ส่วนนี้เป็ห้องโถงมีเพียงโต๊ะเก้าอี้หนึ่งชุดอยู่กลางห้อง มีชุดน้ำชาวางอยู่บนนั้น มีเตาไฟที่แอบเอาไว้อยู่มุมห้องส่วนนี้ไร้การตกแต่งใดๆ เรียบง่ายมาก สำหรับที่ปีกซ้ายเข้าใจว่าเป็ห้องของเยี่ยเอ๋อร์ มีเพียงม่านไม้ไผ่กั้นส่วนที่เป็ประตูเอาไว้ขอแอบเข้าไปดูหน่อยละกัน
เมื่อเดินเข้าไปนอกจากถ้วยชาครอบซาลาเปาบนหัวเตียงที่ออกจะดูผิดที่ผิดทางแล้ว ส่วนอื่นๆก็แสดงชัดเจนว่านี่เป็ห้องของสาวน้อยชัดๆ
ผ้าม่านลายดอกไม้เล็กๆสีชมพูผ้าปูเตียงสีฟ้าสดใสปักลายดอกกุหลาบ ตัดกับผ้าห่มสีฟ้าที่โทนอ่อนลงนิดหน่อยพับไว้เรียบร้อยที่ปลายเตียงที่ผนังด้านหนึ่งมีโต๊ะเล็กๆ ที่น่าจะเป็โต๊ะเครื่องแป้งตั้งอยู่มีของกระจุ๊กกระจิ๊กน่ารักวางไว้หลายชิ้น ในห้องนี้สะอาดสะอ้านและมีกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆดูแล้วก็สมกับเป็ห้องของสาวน้อยเยี่ยเอ๋อร์
ถ้าเช่นนั้นห้องปีกขวาก็ต้องเป็ของอาหลิวสินะว่าแล้วอาหลิวก็รีบเดินข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามทันที แต่พอเปิดม่านเท่านั้นแหละ
อือหือ...ทำไมมันเละตุ้มเป๊ะแบบนี้เนี่ย
ที่นอนยับยู่ยี่ผ้าห่มถูกสุมๆวางไว้ที่มุมหนึ่งของเตียง หมอนสองสามใบกระจัดกระจายผ้าม่านสีน้ำตาลตัดกับเทาดูมอซออย่างที่สุด ปลายเตียงมีโต๊ะที่มีตั้งหนังสือวางไว้อย่างไม่เป็ระเบียบและมีรอยน้ำหมึกแห้งๆเปรอะเลอะเทอะเป็หย่อมๆที่พื้นมุมหนึ่งของห้องดูเหมือนมีเสื้อผ้าใช้แล้วกองๆอยู่ บนเพดานก็มีหยากไย่ขึ้นประปราย
อาหลิวกลั้นใจเดินเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่อยู่ด้านหนึ่งของผนังเอ่อ...อย่างที่คิดเลย ในนี้เละเทะกว่าข้างนอกอีก
หรือว่า...เราจะเข้าใจผิดห้องนี้ไม่น่าจะใช่ห้องของอาหลิวรึเปล่านะห้องนี้มันไม่น่าจะเป็ห้องของผู้หญิงไปได้หากจะบอกว่าเป็ห้องของเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งยังน่าเชื่อมากกว่า
เอ...แต่ป้าฮุ่ยคงไม่ให้เด็กหนุ่มมาพักห้องเดียวกับเด็กสาวน่ารักอย่างเยี่ยเอ๋อร์หรอกมั้ง
อาหลิวเริ่มมองสำรวจชุดที่ตัวเองใส่ชุดนี้ก็เป็สไตล์เดียวกับเหล่าจอมยุทธ์ที่อยู่ในหนังกำลังภายในที่เคยดูตอนเด็กๆเพียงแต่ชุดที่อาหลิวใส่อยู่นี่น่าจะเป็ของผู้ชายมากกว่าผู้หญิงรึเปล่านะสีเขียวเข้มจนเกือบดำ ผ้าหนาหยาบ ไร้ซึ่งลวดลายใดๆ ดูบึกบึนไปหน่อยมั้ย
อาหลิวเปิดดูตู้เสื้อผ้าอีกครั้งแล้วก็หยิบบางชิ้นขึ้นมาพิจารณาก็พบว่ามีชุดแบบเดียวกับที่กำลังใส่อยู่นี่อีกหลายตัว มีสีอื่นอยู่บ้างแต่ก็สไตล์เดียวกันทั้งนั้น พอจับสะบัดออกมาดูก็พบว่าทั้งความยาวและขนาดมันเป็ของเธออย่างไม่ต้องสงสัย
โอย...อาหลิวคนก่อนนี่ไม่รักสวยรักงามไม่รักความเป็ระเบียบเรียบร้อย หรืออย่างน้อยก็รักความสะอาดบ้างเลยเหรอไงทำไมไม่เอาแบบเยี่ยเอ๋อร์บ้างเนี่ย
อาหลิวนั่งลงที่เตียงอย่างหมดแรงนี่ถ้าคนในวังมาเห็นห้องของว่าที่สนมเข้าจะคิดยังไง เฮ้อ...ช่างเถอะไหนๆก็ไหนๆแล้ว ยังไงก็ยังต้องอาศัยอยู่ในห้องนี้จนกว่าจะเข้าวังลุกขึ้นมาเก็บทำความสะอาดสักหน่อยดีกว่า
เอาล่ะ...เริ่มจากตรงนั้นก่อนละกันดูเก็บง่ายสุดแล้ว มีแค่กระจกกับหวีหนึ่งอันเท่านั้นว่าแล้วก็เดินตรงไปที่มุมห้องที่น่าจะเป็โต๊ะเครื่องแป้งกระจกบานนั้นฝุ่นหนาเตอะเลยอาหลิวก้มลงไปหยิบเสื้อผ้าที่กองไว้ที่พื้นขึ้นมาเช็ดถู
พอฝุ่นถูกเช็ดออกไปกระจกบานนั้นก็กลับมาใสสะอาด ส่องสะท้อนให้เห็นคนที่อยู่ตรงหน้ามันอย่างชัดเจนเมื่ออาหลิวเห็นภาพที่ปรากฏบนกระจก ก็ถึงขั้นต้องปาผ้าเปื้อนฝุ่นทิ้งไป แล้วมาเพ่งมองภาพใบหน้านั้นอย่างไม่วางตา
ผู้หญิงที่ปรากฏในกระจกคือคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักแน่นอนว่าิเตรียมใจไว้แล้วว่ารูปลักษณ์จะต้องเปลี่ยนแปลงเพียงแค่หวังว่าให้ร่างกายของร่างใหม่นี้แข็งแรง มีอวัยวะครบสามสิบสอง สติสตางค์สมประกอบก็พอ
ทว่าสิ่งที่ทำให้ิเกิดความไม่พอใจขึ้นมาไม่ใช่เพราะใบหน้าใหม่นี้ขี้เหร่พิกลพิการแต่อย่างใดถึงจะไม่ได้มีดวงหน้าสวยเลิศเลอ แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทั่วๆไป
แต่สิ่งที่ทำให้ิอยากจะกรี๊ดก็คือสิวเกรอะกรังทั้งสิวหัวดำ สิวอุดตัน มันกระจายอยู่เต็มทั่วใบหน้า บางจุดมีความแห้งกร้านจนเกือบจะเป็ขุยอีกทั้งส่วนทีโซนก็ยังมันเยิ้มจนอยากเอาไข่ไปทอดบนหน้าตัวเอง
ยัง...ยังไม่พอ ผมเผ้าแม้จะรวบไว้กระจุกเดียวแต่มันก็ช่างกระเซอะกระเซิง รังแคมีให้เห็นประปราย ลองเอามือขึ้นไปลูบอื้อหือ...นี่มันหัวคนหรือจาระบี!
.........
.........
.........
‘กรี๊ดดดดดดดดดดด’
ไม่ไหวแล้วโว้ยยยยย!!ขอกรี๊ดหน่อยเถอะ!! แม้จะเค้นเสียงเพียงลอดออกมาแค่ไรฟันแต่ก็ขอกรี๊ดหน่อยเถอะ! อีอาหลิว นี่เธออายุเพิ่งจะ 19 เองนะยะทำไมปล่อยปละละเลยตัวเองขนาดนี้!!
ความไม่ใส่ใจนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าความไม่งดงามคนเราถ้าสุขภาพผิวดี สะอาดสะอ้าน ผมเผ้าเรียบร้อย รอยยิ้มสดใสแล้วละก็ จะหน้าตาอย่างไรก็ดูมีเสน่ห์ได้ทั้งนั้น
ยิ่งพอมองไปรอบกายเห็นสภาพห้องก็ยิ่งตอกย้ำกับนิสัยสกปรกไร้ระเบียบแบบสุดๆของอาหลิวคนก่อนเข้าไปอีกพวกสิวเกรอะกรังกับความขี้ริ้วทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ ล้วนมาจากการปล่อยปละละเลยทั้งสิ้น!
ฉันอายุ 32 ต้องต่อสู้กับริ้วรอยที่เริ่มจะมีแทบตายผมหงอกก็เริ่มจะมาต้องหายามาย้อมกลบตลอด แต่เธอ!อีอาหลิวคนก่อน! ทำไมถึงทำหน้าตัวเองให้พังได้ขนาดนี้!ฉันจะไม่ทนอยู่กับหน้าพังๆที่เกิดจากความซกมกของเธอหรอกนะยะ!ฮึ่ยๆ!!
อาหลิว (คนใหม่)โกรธจนต้องมานั่งหอบแฮกๆที่เตียง เธอยอมปล่อยให้ตัวเองอารมณ์พลุ่งพล่านครู่หนึ่งแล้วก็ตั้งสติสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆสองสามที
‘หน้าพังขนาดนี้แต่ต้องเข้าวังไปเป็สนมของฮ่องเต้จะไหวเหรอแล้วจะสู้กับสาวงามคนอื่นได้อย่างไร เฮ้อ...โมโหอารมณ์เสียไปก็เท่านั้นสู้หาวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าดีกว่า ลุงหวังบอกว่าอีกสามวันจะต้องเข้าวังเอาล่ะ...ยังพอมีเวลา เราไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆนี่หน่า’
เมื่ออาหลิวตั้งสติได้เธอก็เริ่มจัดการกับปัญหารอบตัวเท่าที่ทำได้ก่อน ความสะอาดเป็สิ่งสำคัญในห้องนี้มีทั้งฝุ่น มีทั้งเชื้อรา ทุกสิ่งล้วนส่งผลทำให้เกิดสิวฝ้าและปัญหาสุขภาพถ้าอย่างนั้นก็เริ่มจากเก็บกวาดในห้องนี้ก่อนก็แล้วกัน
พลังของออแกไนส์เซอร์เริ่มก่อตัวแม้จะเป็แค่งานบ้าน แต่ทุกอย่างต้องถูกจัดการอย่างเป็ระบบดำเนินไปอย่างเป็ขั้นตอน ทุกย่างก้าวทุกการกระทำจะต้องไม่เสียเปล่า
ในวันที่แดดดีก็ต้องเอาเสื้อผ้าผ้าปูที่นอน ผ้าม่าน ไปซักตาก หมอนผ้าห่มเอามาตีฝุ่นออกแล้วผึ่งแดดให้ไรฝุ่นตายจากนั้นก็ค่อยมาทำความสะอาดห้องที่ละจุด พับผ้าในตู้ให้เป็ระเบียบ
เพราะว่าแดดและลมดีมากเมื่อในห้องเสร็จสะอาดเรียบร้อย ตกเย็นผ้าที่ซักไว้ก็แห้งดี ขนเก็บมาใช้งานพร้อมกับกลิ่นแดดหอมฟุ้งปิดท้ายโดยการไปหาดอกไม้แถวๆนั้นมาใส่กระบอกไม้ไผ่ตกแต่งห้องอีกสักหน่อยให้พอมีสีสันชื่นตาชื่นใจ เอาล่ะ...เรียบร้อย!
อาหลิวยืนเท้าเอวมองห้องนอนของตัวเองที่บัดนี้เป็ระเบียบสะอาดเรียบร้อยด้วยความพอใจอีกทั้งยังมีชีวิตชีวาด้วยดอกไม้ประดับตกแต่งอีกนิดหน่อย ค่อยยังชั่วคืนนี้จะได้นอนหลับอย่างสบายใจ
“โอโห! พี่หลิว! เกิดอะไรขึ้น นอกจากความทรงจำที่หายไปแล้วการสำลักซาลาเปายังทำให้ท่านลุกขึ้นมาทำงานบ้านได้ด้วยหรือ!”
เป็เยี่ยเอ๋อร์นั่นเองนางเปิดม่านไม้ไผ่เข้ามาในห้องของอาหลิว สายตาแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็นแต่อาหลิวทำเป็ไม่สนใจอาการตกตะลึงของนางเพราะการแก้ปัญหาเื่ต่อไปจำเป็ต้องพึ่งพาเยี่ยเอ๋อร์
“มาก็ดีแล้วข้ามีเื่ต้องให้เ้าช่วยเหลือ”
-โปรดติดตามตอนต่อไป -
#เกิดใหม่อีกทีดันเป็ขันทีของสนมไม่เอาไหน