ย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย

    ตอนที่11 อัดเพลง

    “บาร์บีคิวอร่อยจังเลย” แน่ะ เธอยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก เห็นอยู่ว่าบาร์บีคิวที่เพิ่งย่างมาร้อนๆ แทบจะหายไปในปากทั้งหมดของเธอ เจ้าของบาร์บีคิวอย่างดิวรู้สึกละเหี่ยใจไปกับการกระทำอันตะกละตะกลามของ คิม ยูอิน จริงๆ
    แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้เลย เพราะเธอมัวแต่เคี้ยวง่ำๆ จนเเก้มน่ารักๆ ออกเหมือนกับซาลาเปา
    ดิวไม่เคยเห็นผู้หญิงแบบนี้มาก่อน ไม่ใช่อ้วนแบบน่าเกลียด ยูอิน เป็นคนผิวขาวเนียน เธอขาวแบบสาวเกาหลีซึ่งมีความขาวมากกว่าสาวไทยอยู่แล้ว
    โครงหน้า.. หากลดน้ำหนักอาจจะเห็นชัดกว่านี้ ส่วนหน้าอกไม่สามารถบอกได้ เพราะดูเหมือนมันจะกลมกลืนกับหน้าท้อง จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
    “พี่คะ เพลงเมื่อกี้เพราะมากเลยนะ ฉันไม่เคยฟังที่ไหนมาก่อนเลย พี่แต่งเองเหรอคะ” ยูอินหันมาถาม ในขณะที่ปากเลอะซอสเหมือนกับเด็กๆ ดิวเลือกที่จะเมินเธอ ไม่งั้นเขาอาจหลุดขำกับท่าทางตลกๆ ได้
    “เพลงห้าเพลงผมแต่งเอง แต่เพลงแรก...ไม่ใช่”
    “ว้าว จริงๆ หรอคะเนี่ย สุดยอดไปเลยนะคะ ถึงขนาดแต่งเพลงได้!” ยูอินยกนิ้วโป้งให้อย่างชื่นชม เธอเลียริมฝีปากขณะพูด “ฝีมือระดับพี่สามารถเป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลงเองได้เลยนะคะ ถ้าหากพี่เดบิวต์เมื่อไหร่ล่ะก็ พี่จะเปล่งประกายระยิบระยับ เหมือนกับดาวบนท้องฟ้า!”
    “ขนาดนั้นเลยเหรอ?” ในที่สุดเขาก็หลุดขำกับท่าทางของเธอ
    “โธ่! พี่ล่ะก็ นี่ไม่ใช่เรื่องน่าขันนะคะ เรื่องนี้ฉันจริงจังมาก และหากพี่เดบิวต์เมื่อไหร่ล่ะก็ ฉันนี่แหละจะสนับสนุนพี่เอง คอยซัพพอร์ตพี่ ไม่ให้ขาด!”
    เห็นท่าทางจริงจังของยูอิน ดิวก็เผยรอยยิ้มเล็กๆ ซึ่งมันทำให้หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า หัวใจเต้นโครมครามอย่างผิดจังหวะ
    “จริงนะ ถ้าผมเดบิวต์แล้ว ยูอินจะคอยซัพพอร์ตตลอด...”
    “จริงค่ะ สัญญาเลย!” เธอยื่นนิ้วก้อยเกี่ยวคำสัญญาเหมือนกับเด็กสาว ดิวเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะเกี่ยวก้อยสัญหากับเธอ...
    หลังลงมาจากดอยอินทนนท์ ดิวก็กลับไปที่ห้องทันที ทบทวนท่วงทำนองที่ได้เขียน รวมถึงเมโลดี้ของเพลง เมื่อทุกอย่างร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ มันก็ถึงเวลาที่ต้องไปห้องอัดแล้ว
    “พี่อีฟ ห้องอัดของเพื่อนที่ชื่อเต้ยนี่ อยู่ไหนครับ” เห็นว่าเต้ยเป็นเพื่อนกับอีฟ อะไรๆ ก็น่าจะง่าย ดิวจึงไม่คิดจะไปที่อื่น เลยมาที่ร้านบุษบาในช่วงบ่ายของวัน
    ตอนนี้ร้านยังปิด ก็แหงละร้านเหล้าใครจะเปิดเช้าๆ เล่าจริงมั้ย ทันทีที่เห็นดิวเข้ามาในร้าน อีฟรีบปรี่เข้าไปหาดิวทันที ทำเอาเขาตกอกตกใจ
    “มีอะไรเหรอพี่...”
    ดิวยังไม่ลืมคำพูดของอีฟ ว่าต้องการเอาเขาไปเป็นผัว ถ้าถามว่าอีฟสวยมั้ยหากเทียบกับฝ้าย ดิวคงตอบเลยว่ามาก แต่อีฟมีครอบครัวแล้ว ลูกยังไม่กี่ขวบ จะให้เขาเล่นชู้ไม่เอาด้วยหรอก
    “เห้ย! ในที่สุดก็มาสักที” อีฟเข้ามากอดคอดิว จนหน้าอกของเธอโดนแขนเน้นๆ
    “เอ่อ...คือว่าไง?” ดิวทำเป็นมองไม่เห็นหน้าอก
    “อ้าว ไม่รู้เลยเหรอ ลองดูนี่สิ ว่ายอดวิวมันปาไปเท่าไหร่แล้ว แถมตอนนี้ยังมีคนอัพโหลดลงยูทูปแล้วด้วย!” เห็นว่าดิวงุนงง อีฟจึงยื่นโทรศัพท์ให้ดู
    ดิวรับโทรศัพท์ที่กำลังเล่นคลิปวีดีโอ เขาได้เห็นภาพที่คุ้นเคย สายลม บทเพลงที่เปล่งออกมา...จากเสียงร้องของเขาเอง
    “เห้ย! นี่มันผมเองนี่นา!”
    “ใช่ดิ ตกใจไรวะ?”
    อีฟอาจจะไม่เข้าใจดิว ตอนนั้นเขาตกอยู่ในช่วงทำนองของเสียงเพลง ไม่รู้กระทั่งคิม ยูอิน เดินเข้ามา แถมยังไลฟ์สดลงเฟสบุ๊คยอดวิวตอนนี้ปาไปหนึ่งล้านวิว โดยเวลาเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น คอมเมนต์ปาไปสามล้าน โดยแต่ละคนที่เข้ามาส่วนใหญ่คือผู้หญิง แต่ใช่ว่าจะไม่มีผู้ชายเลย
    ดอกไม้หน้าบาน “ใครก็ได้บอกฉันทีว่าเขาเป็นใคร!”
    นักฆ่าเจ็ดสี “เสียงของเขามีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะเสียงกีตาร์ของเขา มันเพราะจับใจเหลือเกิน”
    น้องน้อย “ชอบมากเลยอ่ะ เพลงนี้เขาแต่งเองเหรอ ทำไมถึงไม่เคยได้ยิน เขาเป็นนักร้องค่ายไหน?”
    ยายกุ๊กกุ๊ก “เขาเป็นใครกันนะ? เห็นแล้วใจสั่นเลยอะ”
    สาวหน้าแดง “ฉันจำเขาได้ นั่นพี่ดิว! เขาอยู่ที่เชียงใหม่!”
    ผิงผิง “พี่ดิวของฉัน!!! ฮือออ ในที่สุดพี่ก็เปล่งประกายแล้วสินะ เสียงของพี่ อ๊าาา!”
    คอมเมนต์จำนวนมากต่างหลั่งไหลกันเข้ามา มีคลั่งไคล้ไปจนถึงพ่นคำหยาบ ซึ่งก็ไม่แปลกนัก คนพวกนี้เห็นใครดีกว่าตัวเองไม่ได้ พวกเขาเหมือนเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งหลังคีย์บอร์ด
    ณ ค่ายเพลงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ชายวัยกลางคนที่กำลังดูคลิปอยู่มีสีหน้าเคลิ้มไปกับเสียงเพลง เมื่อเพลงจบเขาถึงได้เรียกชายคนหนึ่งเข้ามา
    “มีอะไรเหรอครับ ท่าน”
    ชายวัยกลางคนเล่นคลิปอีกครั้ง
    “ผมอยากให้คุณจับเขาเซ็นสัญญา ไม่ว่าจะต้องใช่วิธีใดๆ ก็ตาม ผมต้องได้เขามาเป็นนักร้องในค่ายให้ได้!”
    ค่ายเพลงกำลังอยู่ในช่วงขาลง ตอนนี้มีนักร้องผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด ชายวัยกลางคนจึงคิดจะจับดิวมาเซ็นสัญญาทาส เพื่อนำค่ายกลับมาลุกผงาดอีกครั้ง ก่อนจะล้มละลายเพราะไม่มีกำไร
    “เงินที่เขาจะได้หลังจากเป็นนักร้องคือ 20 เปอร์เซ็นต์ เข้าใจมั้ย!”
    แต่น่าเศร้า ชายวัยกลางคนเป็นคนโลภเกิน รายได้ส่วนหนึ่งจะหักให้ทางค่าย หากว่ากันบางระดับแล้วค่ายได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่นักร้องได้เพียง 20 เปอร์เซ็นต์ แบบนี้คงมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ตกลงเซ็นสัญญา
    “เข้าใจแล้วครับ!” ชายคนนั้นถอนหายใจ เขารู้ว่ามันเปล่าประโยชน์ที่จะดึงคนในคลิปมาร่วมงานด้วย แต่ยังต้องทำตามหน้าที่ อย่างน้อย ขอให้ได้เงินเดือนสุดท้ายก่อนออกงานก็แล้วกัน
    “เห้อ...ยายอ้วนยูอิน ทำไปแล้วสินะ” ดูผลตอบรับจากอินเตอร์เน็ต ดิวคิดว่าไม่ต้องเดงบงเดบิวต์อะไรแล้วล่ะมั้ง เพราะตอนนี้ใครหลายคนต่างก็รู้จักเขา แต่ว่ามันยังจำกัดวงที่แคบอยู่ ดิวต้องเปิดตัวเพลงของตัวเองอย่างเป็นทางการ
    “สุดยอดไปเลยนะ เพลงที่ร้องเนี่ย กินใจชะมัด”
    “ขอบใจนะครับ ว่าแต่ห้องอัดของเต้ยเนี่ยอยู่ที่ไหน” ดิวพูดเข้าเรื่อง หากปล่อยให้นานกว่านี้บางทีอาจจะธาตุไฟแตก
    “อ๋อ เดี๋ยวฉันพาไปเอง ขึ้นรถมาเลยสิ!”
    ดิวไม่มีทางเลือกอื่น จำต้องขึ้นรถไปกับอีฟ ห้องอัดของเต้ยอยู่ในซอยลึก ไม่ต่างจากร้านบุษบา เห็นแบบนี้ดิวก็ร่ำร้องในใจว่าแย่แล้ว เขาจินตนาการไปว่า ด้วยสภาพการเป็นอยู่ข้างนอก ข้างในห้องอัดจะทันสมัยได้อย่างไร
    แต่กลับผิดคลาด ข้างในดูดีเป็นอย่างมาก เป็นห้องอัดราคาแพงที่ซ่อนอยู่ในซอยลึก ไม่บอกไม่รู้เลยนะเนี่ย เพราะมองจากภายนอก มันเหมือนกับซ่องโจรอย่างไงอย่างงั้น
    “เห้ยเต้ย คนที่กูเคยบอกมาแล้วว่ะ” อีฟทักทายหนุ่มหน้ามล เขาสวมเสื้อกล้ามสีขาว โชว์แขนที่เป็นลอยสัก เจาะหูเจาะลิ้น ดูเท่ห์ไม่หยอก
    เต้ยพยักหน้า ก่อนจะสำรวจดิวเล็กน้อย ดิวไม่รู้สึกประหม่า เพราะการอยู่บนเวทีทำให้เขารู้สึกได้ถึงสายตาจำนวนมากที่มองมา มันขัดเกลาประสบการณ์ให้เขาได้เป็นอย่างดี
    “ไม่เลวนี่ ว่าแต่อยากจะอัดกี่ชั่วโมง โดยปกติผมคิดชั่วโมงละหนึ่งพันห้าร้อยบาท แต่เห็นว่าเป็นเพื่อนกับอีฟ จะลดให้ห้าร้อยแล้วกัน”
    ดิวไม่รู้สึกว่าเเพงเลย โดยปกติเรทราคาจะอยู่ที่ห้าร้อยบาทต่อชั่วโมง แต่ที่นี่ไม่ใช่ห้องอัดไก่กาอาราเร่ ราคาที่กล่าวมาถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว
    “น่าจะสามชั่วโมงครับ” ดิวรู้เพียงการเล่นดนตรีเท่านั้น เขายังไม่เคยอัดเพลงหรือทำอะไรทำนองนี้ จึงคิดว่าเวลาสามชั่วโมง น่าจะพอกับเพลงหนึ่งเพลง
    “แล้วคนอื่นล่ะ?” เต้ยถาม
    “ผมคนเดียวไง ทำไมต้องมีคนอื่น”
    “หา...นายจะบอกว่า ต้องการเล่นเครื่องดนตรีทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวเนี่ยนะ!” เต้นเจอคนมาก็เยอะ แต่ไม่เคยมีใครเหมือนดิวเลย ถ้าหากไม่รู้จักกับอีฟเป็นการส่วนตัว เขาคงสั่งให้ดิวไปเล่นที่อื่นแล้ว ข้อหากวนประสาท
    “เห้ย อย่าเพิ่งอารมณ์เสียน่า ดิวน่ะเจ๋งสุดยอดไปเลยนะ แค่นี้ชิลๆ” เห็นว่าเต้ยมีสีหน้าไม่ดี อีฟจึงเข้าไปคลอเล็กน้อย
    ดิวที่เห็นอย่างนั้นไม่รู้จะพูดอะไร ให้ตายสิ พี่น้องคู่นี้เจ้าชู้เหมือนกันชะมัด
    “ก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้รอก่อนสักสิบนาทีนะ เด็กๆ กำลังเล่นกันอยู่ข้างในน่ะ” เต้ยจับก้นของอีฟลูบไล้อย่างลุ่มหลง เขาไม่สนใจแล้วว่าดิวจะทำอะไร ตอนนี้สนใจเพียงก้นกลมกลึงนี่เท่านั้น
    ดิวทำเป็นมองไม่เห็น เขาเดินไปที่หน้าห้องอัด เห็นนักเรียนกำลังซ้อมอยู่ข้างใน พวกเขาใส่ชุดโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง มีอยู่ด้วยกันสี่คน โดยมีผู้หญิงเป็นนักร้องนำ
    เสียงร้องของเธอไม่ดีเท่าที่ควร มันไม่เข้ากับเสียงเพลงหนักๆ ที่รุนแรง เหมาะกับเสียงเพลงฟังสบายๆ แนวหวานมากกว่า
    “เห้ย หมดเวลาแล้วว่ะ” ข้าวหอมมองนาฬิกา ก่อนจะบอกเพื่อนที่กำลังเล่นดนตรีอย่างเมามันส์
    “เร็วจังวะ รู้งี้น่าจะเหมาสักสองชั่วโมง” เต๋อรู้สึกหงุดหงิด กำลังตีกลองสนุกๆ เชียวดันหมดเวลาซะได้
    “เออนั่นสิ แม้งน่าหงุดหงิดชะมัด เหลือเงินหรือเปล่าวะแหลม ยืมหน่อยดิ จะต่อชั่วโมง” ชัยหันไปยืมเงินเพื่อนที่ชื่อว่าแหลม
    แหลมเป็นเด็กหนุ่มสวมแว่น ท่าทางของเขาที่จับกีตาร์ดูไม่เข้ากับรูปลักษณ์ภายนอกเลย
    “เออ ยังมีอยู่เว้ย เดี๋ยวกูจัดการเอง” แหลมเป็นลูกคนมีเงินระดับหนึ่ง เเละเขาก็เห็นว่าที่นี่ดีมากจึงแนะนำทุกคนมาทำเพลง แต่พอออกไปคุยกับเต้ยเป็นต้องผิดหวัง
    “เห้ยพวก ไม่ได้ว่ะ มีคนมาต่อแล้ว”
    “ใครวะ ไม่รู้หรือไงว่าเพลงของเรา มันเจ๋งแค่ไหน!” ข้าวหอมที่ถือไมโครโฟนอยู่รู้สึกหงุดหงิด เธอมองไปที่คนข้างนอกด้วยอารมณ์คุกรุ่น