ตอนที่27 แล้วนัดอีกคนมาทำอะไรกันในห้อง
“อ้อ! เป็อย่างนี้นี่เอง ไม่เป็ไรค่ะงั้นเอาเฉพาะเท่าที่มีก่อนก็ได้ แล้วเปลี่ยนตัวนี้เป็อีกตัวแทนนะคะ”
ณิชาลอบถอนหายใจด้วยความเสียดายเธอสั่งอุปกรณ์ตัวใหม่ที่คิดว่าตนเองสามารถดัดแปลงเองได้เพราะไม่้าเสียเวลารอคอยอุปกรณ์ชิ้นสำคัญดังกล่าวโดยเธอคาดหวังว่าจะให้หยางจวินช่วยเหลือ แต่เธอก็จำเป็ต้องมีแผนสำรองไว้เช่นกัน
พนักงานขายคนเดิมรู้สึกยินดีที่ณิชาตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์จากทางร้านเพราะทำให้เขาได้รับส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นจึงบริการไปส่งกล่องเครื่องแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ให้กับเธอถึงรถแท็กซี่ที่หน้าห้างสรรพสินค้าโดยตรง
“ขอบคุณมากค่ะฉันถือไปเองได้” ณิชากล่าวขอบคุณเขาอีกครั้งอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็ไรครับผมยินดีบริการ ขอบคุณคุณลูกค้ามาก หาก้าอะไรเพิ่มเติมมาที่ร้านได้นะครับ?
พนักงานขายตอบกลับณิชาอย่างอารมณ์ดีพลางพูดถึงการบริการเธอในอนาคตข้างหน้าซึ่งณิชายิ้มรับอย่างเข้าใจ
..........
ขากลับณิชาแวะข้างทางซื้อบะหมี่ร้อนก่อนเข้าหอพักเพราะชื่นชอบในรสชาติของเนื้อแกะนุ่มหอมกรุ่นโดยเธอพบกับแท็กซี่ชายชราอารมณ์ดีเพราะได้รับเงินค่าโดยสารเพิ่มเนื่องจากเธอไม่้าเสียเวลากลับไปกินที่ร้าน กอปรกับเธอมีสัมภาระพะรุงพะรังโดยเฉพาะกล่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์สำคัญหลายชิ้น
ประการสำคัญคือเธอ้ากลับห้องพักก่อนที่จางซิยี่จะกลับมาเนื่องด้วยไม่้าสนทนาและตอบคำถามเกี่ยวกับข้าวของที่ซื้อมามากมายเช่นนี้
ครั้นรถแท็กซี่มาจอดหน้าหอพักแล้วชายชรารู้สึกเกรงใจณิชาที่รับเงินจากเธอมามากเกินไป จึงแสดงความมีน้ำใจว่า
“แม่หนูให้ฉันช่วยยกของไปหน้าห้องดีไหม?”
“ไม่เป็ไรค่ะคุณลุงเอาวางกองไว้ที่บันไดก็ได้ ฉันยกไปเองได้ค่ะ”ณิชาส่ายหน้าพลางตอบกลับอย่างไม่กังวล
แม่บ้านวั่นจวนได้ยินเสียงสนทนาระหว่างณิชากับคนขับรถแท็กซี่โดยเธอได้รับคำสั่งพิเศษจากกู้เลี่ยงหวงให้ช่วยดูแลณิชาเป็พิเศษ เนื่องจากณิชาตั้งครรภ์โดยที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวทำให้เธอรู้สึกเห็นใจในโชคชะตาของหญิงสาวจึงะโบอกอย่างใจดีว่า
“นี่น้องสาวเหยาให้ตาลุงไปส่งของที่หน้าห้องก็ได้ แค่แป๊บเดียวไม่เป็ไรหรอกไม่ต้องเข้าไปส่งในห้องล่ะ”
ณิชาชะงักครู่หนึ่งก่อนหันหน้าไปตอบวั่นจวนอย่างยินดีว่า“ขอบคุณมากค่ะพี่สาวจวน”
เธอคิดว่าไม่ควรปฏิเสธน้ำใจที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้จึงเลือกที่จะตอบรับอย่างเข้าใจแทนเป็ผลให้ชายคนขับรีบยกของไปส่งเธอที่ชั้นสองอย่างรวดเร็วโดยณิชาถือแค่ถุงใส่บะหมี่ร้อนเท่านั้น
เมื่อเธอเข้าไปในห้องโดยยกของเข้ามาหมดแล้วจึงรีบกินบะหมี่ร้อนก่อนที่จะเย็นชืดไปก่อน
“น่าเสียดายจังที่ไม่มีอุปกรณ์ตัวนั้นแต่ระดับเอสเปอร์อย่างฉันที่มีความรู้ติดสมองอยู่ เื่แค่นี้จะทำไม่ได้เชียวหรือ? อาจ
ใช้เวลาหน่อยก็ช่างมันอย่างน้อยฉันจะได้มีเครื่องมือไว้หากินแล้ว จะว่าไปอยู่ที่นี่ก็สะดวกดีเหมือนกันแต่คงต้องหาที่ใหม่ด้วย ถ้าคลอดลูกแล้วคงอยู่ที่นี่ไม่สะดวกแน่ๆ”
“ส่วนงานในอนาคตให้พี่ชายทั้งสองเป็คนทำแทนก็ได้นี่นาเหยาเหยาเธอช่างเก่งเสียจริง เหมาะกับคนี้เีอย่างเธอมากแต่อย่างน้อยฉันก็ขยันกว่ายัยเว่ยเว่ยละกัน”
ณิชาพูดวางแผนอนาคตสำหรับตัวเองเธอจำเป็ที่จะต้องอยู่ร้านจินหลงต่อเพื่อตามหาความลับของหยกปริศนาของแม่รวมทั้งสร้างโอกาสให้กับตัวเองในการทำธุรกิจภายนอกไปด้วยโดยเธอวางแผนให้สองพี่น้องแซ่ต้าเป็คนดำเนินธุรกิจแทน
หลังจากณิชากินอิ่มแล้วเธอเริ่มต้นแกะเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใส่อุปกรณ์เสริมเข้าไปโดยบางตัวต้องทำการดัดแปลงใหม่ให้เรียบร้อยก่อน สุดท้ายค่อยเป็การเขียนระบบปฏิบัติการใหม่ที่ไม่ใช่วินโดวส์เพราะเธอรู้เป้าหมายของตนเองแล้วว่าควรเริ่มหารายได้จากสิ่งใดซึ่งเป็หนึ่งในแผนทำลายเครือข่ายธุรกิจของสองแม่ลูกอย่างแเี
‘รวยดีนักใช่ไหมเมย์กับสุภัสสร ฉันไม่ใช่คนดีอยู่แล้วฉะนั้นฉันจะช่วยณิชาแก้แค้นกับสองคนนี้ให้เอง ส่วนพ่อนะหรือ? ปล่อยให้รับกรรมไปเอง ถึงยังไงก็เป็พ่อจะอโหสิกรรมให้ก็แล้วกัน’
ณิชาเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียมขณะดัดแปลงอุปกรณ์อย่างขะมักเขม้นเธอไม่จำเป็ต้องทำตัวเป็นางเอกใจดีใสซื่อบริสุทธิ์ทว่าใช้ทักษะที่ถนัดในการทำลายศัตรูดีกว่าปล่อยไว้ให้คาราคาซัง
ณิชาทำงานเพลินจนลืมพักผ่อนด้วยความที่ได้ใช้ทักษะเก่าอันคุ้นเคย ทำให้เธอทำงานไปเรื่อยๆ อย่างมีความสุขรวมทั้งไม่ได้ใช้พลังเอสเปอร์ช่วยเร่งความเร็วจึงไม่รู้สึกว่าถูกดูดพลังหายไปเหมือนเช่นที่ผ่านมา
“เฮ้อ! ทำตั้งนานได้แค่หนึ่งในห้าเอง ไม่เป็ไรยังไม่พรุ่งนี้ให้ทำต่อ นอนดีกว่า ไม่ไหวแล้ว”
ณิชาหาวหวอดๆด้วยความง่วงนอนผสมอ่อนเพลีย เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าผ่านหน้าต่างหลังห้องซึ่งพบว่าเป็เวลามืดค่ำแล้ว กอปรกับอากาศหนาวเย็นเพราะมีหิมะโปรยปรายมากขึ้นจึงรีบไปทำความสะอาดร่างกายและแปรงฟันก่อนจะเข้านอนด้วยชุดเต็มยศที่มีทั้งหมวกไหมพรม เสื้อกันหนาว ผ้าห่มหนาถุงมือและถุงเท้าครบชุด
……….
อย่างไรก็ตามณิชาหลับสนิทโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพื่อนข้างห้องลอบพาแฟนหนุ่มเข้ามาทำอะไรกันอีกทว่าคราวนี้มีเสียงดังมากขึ้น จนทำให้ห้องถัดไปได้ยินเสียงปริศนาแล้วโทรแจ้งแม่บ้านอย่างไม่พอใจพร้อมหลักฐานสำคัญซึ่งเป็คลิปเสียงของจางซิยี่และแฟนหนุ่ม
“ยี่ยี่...ยี่ยี่จ๋า....ยี่ยี่หอมไปทั้งตัวเลย”
“อย่าคะ.....ที่รัก.....อย่า”
“อูย.......ยี่ยี่....ผมทนไม่ไหวแล้ว....ให้ผมเถอะนะคนดี”
“อื้อ.....อย่าคะ.....มันจะเสียงดัง”
“ผมจะทำเบาๆ......ไม่ดังหรอก.....นะ.....นะ”
“อื้อ.....อ๊า.......ซี๊ด.........”
จากนั้นเป็เสียงครางของชายหนุ่มและหญิงสาวสลับกันพร้อมกับเสียงคล้ายเนื้อกระทบเนื้อดังลั่น จนทำให้หญิงสาวข้างห้องจางซิยี่ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“หน็อยแน่! จางซิยี่!เธอกล้ามากนะ ที่กล้าขัดคำสั่งพี่สาวจวน ฉันทนไม่ไหวแล้ว”
เจี่ยฉีกดส่งคลิปเสียงเข้าวีแชตของวั่นจวนและกลุ่มหอพักต่อจากนั้นโทรหาวั่นจวนอีกทีด้วยความโมโหกับพฤติกรรมอันน่าอัปยศของห้องข้างๆที่เสียงรุนแรงและดังมากขึ้นอย่างไม่เกรงใจใคร ซึ่งเธอคิดว่าทั้งคู่คงไม่สามารถสะกดกลั้นอารมณ์หื่นได้อีกต่อไป
“อะไรกันฉีฉี? ฉันนอนแล้วนะ”วั่นจวนรับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย เนื่องจากเป็เวลายี่สิบสามนาฬิกาแล้ว
“ไม่รู้ละค่ะพี่สาวจวนเปิดคลิปเสียงฟังดูสิค่ะ หรือจะเดินมาฟังเสียงนอกห้องก็ได้ตอนนี้เสียงมันดังชัดมากเลย”
วั่นจวนขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเธอกดคลิปเสียงที่เจี่ยฉีส่งเข้ามาให้เพื่อฟังด้วยความสงสัยพอฟังได้ครู่หนึ่งพลันตาโตเบิกกว้างอย่างโมโห
เธอผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วสวมเสื้อกันหนาวตัวใหญ่คลุมทับอีกทีพลางโทรเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยของหอพัก ซึ่งพวกเขาอาจไปพักผ่อนแล้วว่า
“เหลาหู่! เหลาโจว!ตื่นได้แล้ว! มีเหตุฉุกเฉิน!มีพนักงานหญิงทำผิดกฎ ไปลากคอพวกมันกับฉัน เดี๋ยวนี้!”
ยามทั้งสองคนพลันตื่นขึ้นทันทีทันใดเพราะคำสั่งของวั่นจวนถือว่าเด็ดขาดและเป็ที่สุดในอาณาเขตหอพักแห่งนี้หากพวกเขายังโอ้เอ้อยู่ มีสิทธิ์ตกงานโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากวั่นจวนถือได้ว่าเป็ผู้คุมกฎคนสำคัญของธุรกิจในเครือขายโบราณวัตถุทั้งสามแห่ง
ยามทั้งสองคนรีบรับคำสั่งจากวั่นจวนแล้ววิ่งตรงไปอาคารหอพักที่อยู่ด้านหน้าในทันทีส่วนวั่นจวนเดินขึ้นบันไดชั้นสองมาด้วยอารมณ์โมโหและโกรธแค้นจางซิยี่ที่เป็ต้นเหตุสร้างเื่วุ่นวาย
ประการสำคัญคือเสียงปริศนาอันล่อแหลมยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่องคล้ายกับคนสร้างปัญหาไม่ได้รับรู้เลยว่าพายุใหญ่จะกำลังมา
เจี่ยฉีปราดเข้าไปหาวั่นจวนพลางกล่าวฟ้องด้วยความฉุนเฉียวว่า
“ดูสิคะพี่สาวจวนพวกเขายังไม่หยุดเลย เสียงมันดังมากขนาดนี้ ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่นเสียเลยทำไมเหยาเหยายังนอนอยู่ได้?”
ท้ายประโยคเจี่ยฉีแสดงความสงสัยเป็คำถามเกี่ยวกับณิชาออกมาเนื่องจากเสียงดังขนาดนี้จนทำให้หญิงที่พักชั้นสอง ต่างพากันทยอยออกจากห้องมาดูเหตุการณ์วุ่นวายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ปล่อยเหยาเหยาเถอะคงเพลียกระมัง ไม่ต้องไปรบกวนเธอหรอก”
วั่นจวนโบกมืออย่างไม่กังวลพลางกำชับทุกคนที่เดินมาเพื่อไม่ให้ไปปลุกหรือรบกวนณิชาเพราะเธอคิดว่าหากณิชาพร้อมก็คงบอกกับคนอื่นเองว่าตั้งครรภ์ ทว่าเธอไม่ใช่คนพูดมากในเื่ส่วนตัวของคนอื่นจึงนิ่งเฉยเื่ของณิชาไปก่อน
วั่นจวนยกคางบอกยามทั้งสองคนให้ทุบประตูห้องของจางซิยี่โดยไม่สนใจว่ากิจกามของอีกฝ่ายเสร็จสิ้นหรือยังเนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็การผิดกฎอย่างชัดเจนฉะนั้นมีแค่การลงโทษตามกฎเท่านั้น จึงไม่จำเป็ต้องปล่อยให้กิจกามเสร็จสิ้นก่อน
“ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!”
เสียงทุบประตูหน้าห้องจางซิยี่ดังสนั่นกลางดึกส่งผลให้ชายหนุ่มทั้งหลายที่พักอยู่ในชั้นสามสี่ห้า ต่างพากันออกมาจากห้องเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติด้วยความสงสัยโดยมีเสียงสอบถามกันอย่างวุ่นวายว่า
“ทุบประตูทำไม? เกิดอะไรขึ้นหรือครับ?”
“เอ๊! เกิดอะไรขึ้นที่ชั้นสองหรือ? พวกเราไปดูกันเร็วถ้ามีโจรจะได้ช่วยกันจับ”
“นั่นสิ! ไปกันเถอะ เดี๋ยวโจรหนีไปได้ก่อน”
“อ๊ะ! มีพวกยามอยู่แล้วนี่นา เกิดอะไรขึ้น? นั่นมันห้องซิยี่ไม่ใช่หรือ?”
“อ๊ะ! เกิดอะไรขึ้นกับยี่ยี่? ผมเป็ห่วงเธอ ขอทางผมหน่อยครับ”
ชายหนุ่มเ้าของรถยนต์ที่จางซิยี่เคยนั่งด้วยรีบแหวกทางฝูงชนเพื่อไปหาแฟนสาวด้วยความกังวลใจ ทว่าเขาถูกเพื่อนข้างห้องคนหนึ่งดึงไหล่ไว้อย่างตั้งใจพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดคลิปเสียงให้เขาฟัง แล้วพูดอย่างเห็นใจแกมสมเพชว่า
“อะนี้! ฟังซะ!จะได้หูตาสว่างขึ้นบ้าง จะได้รู้ว่าแฟนนายคบกี่คน?แล้วนัดอีกคนมาทำอะไรกันในห้อง?”
ตงเฟิงชะงักก่อนที่จะยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเมื่อได้ฟังเสียงพูดกระเส่าของชายหญิงจากคลิปเสียงที่เจี่ยฉีส่งเข้าในกลุ่มหอพักเขาหูอื้อไปหมดเพราะไม่คาดคิดว่าแฟนสาวจะทำตัวเช่นนี้ทั้งที่เขาปรนเปรอและซื้อข้าวของราคาแพงให้หลายชิ้นโดยเขาคาดหวังว่าปีใหม่นี้จะพาจางซิยี่กลับบ้านไปเปิดตัวกับครอบครัวเสียทีหลังจากที่มั่นใจในความรู้สึกของตนเองแล้ว
“ไม่จริง.....ไม่.....ยี่ยี่.....ไม่ใช่คนแบบนั้น......ต้องไม่ใช่ยี่ยี่....ไม่ใช่แน่นอน”
ตงเฟิงพูดซ้ำไปมาเหมือนคนเลื่อนลอยที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเขาหันหลังเดินกลับขึ้นห้องชั้นห้าดั่งคนใจลอย ซึ่งเพื่อนที่เปิดคลิปให้ฟังได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเห็นใจพลางพึมพำว่า
“ฉันบอกแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไว้ใจไม่ได้แกไม่เชื่อฉันเองนี่หว่า พอรู้ความจริงก็เงิบไปเลยสิ”
ยามทั้งสองคนทุบประตูอยู่นานหลายนาทีประตูจึงค่อยๆ ถูกเปิดออกมา โดยมีร่างของจางซิยี่ที่มีน้ำตานองหน้าเพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากทุกคนทว่าเธอไม่คาดคิดว่าจะมีผู้คนยืนออกันเต็มระเบียงหน้าห้องทำให้เธอยืนนิ่งอึ้งอยู่ชั่วขณะ
“เป็ไงละ? มีความสุขกันแล้วจะร้องไห้ทำไม? เธอจะให้ฉันลากแขนออกมาหรือจะเดินออกมาดีๆ เอง เหลาหู่เหลาโจว เข้าไปจับไอ้ผู้ชายส่ำส่อนนั่นที หน็อยแน่! บังอาจมาลูบคมฉันถึงที่เชียวหรือ? ลากตัวมันออกมาให้ฉันดูหน้าสิ”
วั่นจวนยืนเท้าเอวพลางชี้นิ้วกระดิกเรียกจางซิยี่ให้เดินออกมาจากห้องพร้อมสั่งการเพื่อนยามให้ไปลากตัวผู้ชายอีกคนในห้องออกมา