
อิงอัสนีวายุ ขุนพลคู่กายเบื้องซ้ายของชิษณุวายุ ผู้เป็บุตรของยุทธาวายุผู้เป็ใหญ่ หลังยุคของวิรุฬหกวายุผู้เป็ตำนาน
เขาฉงน เหตุใดผู้ร่วมกิจกรรมผู้นี้ ทะยานขึ้นมาโดยไม่บอกกล่าวเป็สัญลักษณ์ ครุฑชั้นกลาง ผู้เป็คนขวางไว้กลางเวหา กล่าว
" เ้าไปเล่นให้จบ เ้าทำภารกิจให้เสร็จสิ้นเสีย ย้อนกลับมาเช่นนี้เ้าเป็นกบ้าไปแล้วรึ"
" ผู้ใดเป็ผู้ยิงสายฟ้า ห่าผี ลงมาแกล้งผู้อื่น" ไตรยเอ่ยอย่างโกรธา
ทหารครุฑเ่าั้ สังเกตเห็นดวงตาผิดแปลก ดวงตาข้างหนึ่งสีเพลิงดุจปักษาวงศาดี อีกข้างกลับเป็สีมรกตสลับกับสีเพลิงปกติ ทำให้ครุฑ 5 ตนนั้น ไม่กล้าโจมตี เพื่อความแน่ใจ กลับหันไปเพื่อจะบอกผู้อื่น ไตรยวายุแหวกตรงกลางเหินขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง กุมภาสุดแรงรั้น บินตามไปเห็นท่าจะเสียการ
แต่อิงอัสนีไม่รอช้า พร้อมปล่อยประกายไฟคล้ายสายฟ้า ออกจากหน้าผากตน ประกายแสงเจิดจ้า ดวงตาไตรยวายุเปลี่ยนเป็สีอัคคีทั้งสองข้าง เห็นการโจมตีดุจเต่าคลานเข้าหา หลบเลี่ยงไปโดยง่าย
อิงอัสนีบินเหิน เข้าใกล้ไตรยมากกว่าเดิม ส่วนชิษณุวายุกลับมองเห็นเป็เื่ขบขัน น่าสนุก น่าติดตาม มองดูอย่างสำราญ
ชี้ไปยังไตรย แล้วเอ่ย
" ข้าจักสั่งสอนเ้า สองครา หากเ้าหลบเบี่ยงได้เช่นเดิม ข้าจะถือว่าเ้าสร้างความสำราญให้กับนายข้า"
สิ้นเสียง อิงอัสนี สะบัดปีกพร้อมยิงออกไปเบื้องหน้า แต่หาใช่การโจมตีไม่ เป็เพียงประกายแสงหลอกตา ครันไตรยวายุขยับหลีกไปด้านหนึ่ง เขากลับใช้สายฟ้าจริงโจมตีดักทางไว้ บัดนี้ เวลานี้ เลี่ยงการถูกโจมตียากเสียแล้ว
ละอองเกสรแปลกประหลาด แทรกมาในอากาศ เป็มนตราของปรางค์นารีทำให้ไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์บริเวณนั้น
แล้วปรากฏศรสีโลหิต พุ่งตรงมาหาอิงอัสนี เขาไหวตัวทัน ถอยห่างออกไป 20 ศอกโดยเร็ว แต่ศรที่พุ่งตรงไปนั้นกลับซ่อนตัว หายไปในอากาศ
ลูกศรปรากฏอีกครั้งเมื่ออยู่ตรงหน้าอิงอัสนี การโจมตีนี้ สุดที่จะป้องกัน แต่ทันใดก็มีเถาวัลย์ฟาดลงมาหาศรโลหิตปริศนา ดับหายไป
ผู้ที่มือข้างหนึ่งยึดถืออาวุธเถาวัลย์ไว้ นามว่า ไพรษาวายุ ขุนพลเบื้องขวาของชิษณุวายุ
" เ้าปลอดภัยใช่ไหมอิงอัสนี " ไพรษาเอ่ยถาม
" ข้าปลอดภัยดี ว่าแต่พวกนั้น..."
ไตรยวายุ พลันหายไปต่อหน้าขุนพลทั้งสอง ทำให้ครุฑทั้งสองต้องหันมามองซึ่งก้นและกัน ด้วยความประหลาดใจ
+++++++++++
ละอองเกสรห่อหุ้ม พลางไตรยวายุลงมาสู่เบื้องล่าง
" ต่อไปเ้าต้องอยู่ในสายตาของพวกข้าแล้ว เ้ารู้หรือไม่ว่าเ้าไปก่อเื่อันใด " ปรางค์นารีกำชับ
นางมองไปที่น้องสาว ที่ยืนเหม่อลอย ห่างออกไป ค่อยๆเดินเข้าไปเพื่อไต่ถาม
" ข่มอารมณ์ไว้น้องพี่"
.....
" อาวุธที่มันถือ คือ..... " เสมอแข
"......." ปรางค์
" นั่นคือสิ่งของ คือ ศาสตราวุธของพ่อ และแม่พวกเรา ข้ามองหน้ามันชัดเจนนัก สักวันข้าจะล้างแค้น เอาร่างมันให้อีแร้งกัดกิน"
นางเอ่ยพร้อมมีน้ำตาคลอ
ทางด้านไตรยวายุ อารมณ์ปกติกลับมา กลับรู้สึกว่าตนเองทำการไม่ควร และรู้สึกสร้างอันตรายให้แก่ผู้อื่น
เสียงนกฮูกเรไร นกฮูกที่มีหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนเื่ต่างๆ ได้ส่งเสียงสัญญาณหนึ่ง
แสงสีขาวบริเวณกว้างปรากฏที่ป่าห่างออกไป แล้วหายดับวูบไป...
เกิดเหตุอันใด...
+++++++++++++
( ติดตามตอน 11 )