ยูโตะยิ้มเฝื่อนๆขณะยกมือขึ้นมาลูบหัวเธออย่างแ่เบา
“ทำได้ดีมากจริงๆ”
“ตัวข้ามีประโยชน์กับท่านพ่อ ใช่มั้ยคะ?”
“อื้ม ไม่มีใครทำได้ดีกว่าเธอแล้วล่ะ ถึงได้บอกไงว่าแค่ลูบหัวแค่นี้มันน้อยไป...นี่เฟลิเซียเดี๋ยวหลังจากนี้เธอช่วยหาอะไรที่มันเหมาะ...สม....”
“อุ๊ ฮุๆ ฮ่าๆๆ ข้าเห็นจริงๆ นะอย่างกับว่ามีหางสั่นดุ๊กดิ๊กๆ เหมือนหมาน้อยจริงๆ นะ”
เมื่อหันไปข้างๆก็พบว่าสาวสวยผมทองทางนั้นไม่ได้ฟังหรือแม้แต่จะมองตาเลยสักนิดมือข้างหนึ่งกุมท้องหัวเราะจนไหล่ทั้งสองสั่นขึ้นลงส่วนมืออีกข้างก็ใช้เล็บจิกไปที่ตัวรถศึก
อะไรจะขำขนาดนั้น
ยูโตะถอนหายใจ ถ้าไม่ได้อยู่ในสภาพแบบนี้ เธอก็ดูจะเป็สาวสวยสมบูรณ์แบบแท้ๆตอนนี้คงจะยังใช้ให้ทำอะไรให้ไม่ได้จนกว่าจะหัวเราะเสร็จสินะ
“เอ่อ...เฟลิเซียเป็อะไรไปหรือคะ?”
“ปล่อยไปเถอะโลกใบนี้ยังมีเื่บางเื่ที่เราไม่รู้ไว้จะดีกว่า”
“อ๊ะ! อย่างนี้นี่เอง! คำพูดของท่านพ่อมีความหมายลึกซึ้งแฝงอยู่สินะคะ!”
“อ่ะ...เปล่า ก็ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรขนาดนั้น”
ยูโตะไหล่ตกด้วยความเหนื่อยใจเฟลิเซียมีปัญหาของเฟลิเซีย จีคลูเน่เองก็มีปัญหาของจีคงลูเน่ถึงจะกังวลอยู่บ้างแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากถอนหายใจยอมรับ
จีคลูเน่ก็เป็นักรบคนหนึ่ง
แน่นอนว่าเธอมีพร์อันเยี่ยมยอดอยู่ที่เธอได้รับฉายา “เขี้ยวสีเงิน” ั้แ่วัยเยาว์ก็เพราะเธอนั้นตัดเื่ทางโลกเล็กๆ น้อยๆทิ้งไปจนหมดและอุทิศทั้งชีวิตให้กับศิลปะการต่อสู้

นั่นแหละทำให้เธอเป็คนที่จะเปิดใจให้กับผู้ที่แข็งแกร่งและคนที่เธอยอมรับเท่านั้น อย่างตอนที่ยูโตะเพิ่งมาถึงโลกใบนี้ได้เพียงครึ่งเดือน และยังมียศต่ำกว่าพลทหารตอนนั้นยูโตะถูกปฏิบัติราวกับเป็เศษหินข้างกองไฟอย่างแท้จริงและที่ทำให้ะเืใจที่สุดคือ เขาถูกเธอลืมแม้กระทั่งชื่อ
แต่ผู้หญิงคนนั้นนั่นแหละที่ตอนนี้กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น จดจำยูโตะได้สุดหัวใจ และจงรักภักดีต่อยูโตะอย่างแท้จริง
“เหมือนประชดกันเลยนะ”
ยูโตะพึมพำกับตัวเอง
สองปี...ถึงจะผ่านมาแค่สองปีก็เถอะ แต่อะไรต่อมิอะไรก็ได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายทั้งสิ่งต่างๆ รอบตัว และทั้งตัวยูโตะเอง
สีผิวที่คล้ำขึ้นเพราะแดดเผาร่างกายที่เคยผอมไร้เรี่ยวแรงก็มีกล้ามเนื้อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดแผ่นหลังก็ดูกว้างขึ้นมากทีเดียว
นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้เทคนิคการเอาชีวิตรอดต่างๆบนโลกใบนี้
ผ่านฉากการต่อสู้ในสนามรบมาแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
ทำให้ยูโตะไม่ได้เป็เพียงแค่เด็กชายที่หลงเข้ามาแล้วตื่นตระหนกไปกับทุกเื่อีกต่อไป
ตอนนี้เขาเป็ถึงผู้นำแห่งตระกูล “หมาป่า” ที่คนนับหมื่นฝากทั้งชีวิตและอนาคตเอาไว้
“อ๊ะ...นี่ไม่ใช่เวลามาเหม่อลอยนี่นะ ลูเน่ตอนนี้ผู้นำของตระกูล ‘สัตว์เขา’ที่เธอจับมาได้อยู่ที่ไหน?”
ถึงจะเพิ่งถูกลูบหัวเป็หมาน้อยอยู่เมื่อครู่แต่เพียงพริบตาเดียวจีคลูเน่ก็กลับมาอยู่ในโหมดองอาจผึ่งผายอีกครั้ง
ถึงเมื่อกี้จะมีโอกาสได้เห็นแค่แวบเดียวก็ตามแต่ในที่สุดก็กลับมาแล้ว ภาพลักษณ์ที่แสนสง่างามของจีคลูเน่ ผู้มีชื่อเสียงเป็ที่กล่าวขวัญกันไปทั่วทั้งตระกูล“หมาป่า”
“ค่ะ! ข้าเป็ห่วงถึงความปลอดภัยของท่านพ่อจึงรีบกลับมาโดยฝากผู้นำของศัตรูไว้กับทหารแถวๆ นั้น ตอนนี้คงกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้อยู่ค่ะ”
“งั้นเรอะ...อืม เอาไงดีนะ”
ยูโตะเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าว่างเปล่าด้วยเหตุผลบางอย่างดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับไปย้อมแผ่นฟ้าทางทิศตะวันตกเป็สีแดงฉานเสียงอีการ้องระงมดังไปทั่วบริเวณ ราวกับเขากำลังถูกท้องฟ้าสีเืนั้นเชื้อเชิญอยู่
แน่นอนว่าสิ่งที่กำลังคิดในตอนนี้คือสิ่งที่เขากำลังจะมอบให้กับผู้นำของฝั่งศัตรู
ยูโตะเหลือบไปมองเฟลิเซียดูเหมือนว่าเธอจะหยุดหัวเราะได้แล้ว
“เขาจะยอมรับ ‘จอกเหล้า’ ของฉันหรือเปล่านะ”
“เป็ไปได้ยากค่ะ ได้ยินมาว่าท่าน ‘ลีเนีย’ ผู้นำแห่งตระกูล ‘สัตว์เขา’ เป็คนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเอามากๆเขาคงร้องขอการตายอย่างสมเกียรติมากกว่าขอมีชีวิตอยู่ต่ออย่างอัปยศอดสู”
“แต่ถ้าจะให้ฆ่าทิ้งไปจริงๆก็จะเป็ปัญหาอีกล่ะนะ”
ยูโตะถอนหายใจอีกครั้ง
ในโลกอิกดราชีลแห่งนี้ผู้นำตระกูลจะเปรียบเสมือน “พ่อแม่” ผู้คนในตระกูลก็เปรียบเป็ “ลูกๆ” เป็โครงสร้างการปกครองโดยใช้ระบบครอบครัวชนิดหนึ่ง
ด้วยพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อว่า“จอกเหล้าปฏิญาณ” ทำให้ผู้นำตระกูลและเหล่าลูกๆของเขาเชื่อมสัมพันธ์กันได้แแ่และมั่นคงผู้นำต้องรักใคร่เอ็นดูและปฏิบัติกับคนของเขาราวกับเป็น้องแท้ๆ ของตน ในขณะที่คนในตระกูลก็ต้องปฏิบัติกับผู้นำราวกับเป็พี่หรือพ่อแม่ที่ตนเคารพนับถือ“จอกเหล้าแห่งความสัมพันธ์ของครอบครัว” นี้ ถือเป็ธรรมเนียมที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของโลกใบนี้เลยทีเดียว
หรือพูดอีกอย่างก็คือ ถ้าผู้นำตระกูลถูกสังหารไปตระกูล “สัตว์เขา” จะไม่มีวันยกโทษให้ตระกูล “หมาป่า” ที่ไปฆ่าพ่อแม่ของพวกเขาอย่างแน่นอนสุดท้ายก็จะเก็บไปเป็ความอาฆาตแค้นเกลียดชัง และกลายเป็เื่ใหญ่โตไปในที่สุด
“รู้สึกว่าขุนพลเอกของศัตรู จะไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยสินะ”
“ค่ะดูเหมือนว่าจะได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่อื่น”
“ข้าเคยพบกับขุนพลเอกของตระกูล ‘สัตว์เขา’ มาแล้วครั้งหนึ่งใน่ที่รับใช้ผู้นำรุ่นที่แล้วจึงยังจำหน้าตาของเขาได้อย่างแม่นยำข้ามั่นใจว่าเขาไม่ได้ร่วมรบในครั้งนี้ด้วยแน่นอน”
นี่แหละจีคลูเน่
รายงานผิดๆ ในสนามรบ จะส่งผลให้รูปแบบการรบเกิดความสับสนอยู่บ่อยๆแต่คำพูดจากปากของผู้ออกคำสั่งในแนวหน้าของสนามรบนั้น สามารถเชื่อถือได้อย่างแน่นอน
“แต่ถึงอย่างนั้นดูเหมือนว่าฝั่งศัตรูยังมีการออกคำสั่งอะไรกันอยู่เลยนะนั่นน่ะรู้สึกจะยุ่งยากขึ้นซะแล้วสิเนี่ย”
ยูโตะเกาศีรษะ
ขุนพลเอก เรียกได้ว่าเป็อีกคนของตระกูลที่สำคัญถือเป็ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดเป็อันดับสองรองจากผู้นำถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบางอย่างขึ้นกับผู้นำ เป็ธรรมดาที่ขุนพลเอกจะขึ้นเป็ผู้นำรุ่นต่อไปแทน
และการสืบทอดมอบตำแหน่งให้ขุนพลเอก ก็ไม่ได้ “สืบทอดโดยสายเื” แต่เป็การ “คัดเลือกจากความสามารถ” ดังนั้นจะไม่มีขุนพลเอกที่ไร้ฝีมืออย่างแน่นอน
“กลยุทธ์ที่ 14 ของกลศึกสามก๊ก ‘ยืมซากคืนชีพ’ งั้นเรอะ ถ้างั้นคงต้องหาวิธีดีๆมารับมือหน่อยล่ะนะ”
ยูโตะหยิบ “สมาร์ทโฟน” เครื่องโปรดของเขาออกมาจากกระเป๋าแล้วกดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้ก่อนที่มันจะค่อยๆ ทำงาน
ต้องขอบคุณแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่น จึงทำให้พวกเขาคิดค้นแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์แบบนี้ขึ้นมาทำให้เขายังสามารถใช้สมาร์ทโฟนที่หลงติดมายังโลกนี้ด้วยได้ แม้จะผ่านไปแล้วถึงสองปี
อย่างไรก็ตามมือถือเครื่องนี้มันก็ยังเล็กเกินไป ถึงจะปล่อยให้มันเติมพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งวันก็ยังใช้ได้มากที่สุดเพียงแค่สามสิบนาทีเท่านั้น กระจ้อยร่อยจริงๆดังนั้นจึงจำเป็ต้องคิดให้ดีก่อนที่จะใช้สักครั้ง
ครู่หนึ่งหน้าจอโฮมสกรีนก็ปรากฏออกมาก่อนที่ยูโตะจะกดไปที่ไอคอน Hindle ต่อมาก็ปรากฏเป็รูปธงรบ“ฟูรินคาซัน” ประจำกองทัพของทาเคดะ ชินเง็น มันคือ E-book “ตำราพิชัยา” ของ “ซุนวู” ในยุครณรัฐจีนที่เป็ที่รู้จักกันโดยทั่วไปแม้ในศตวรรษที่21
ยูโตะดาวน์โหลดมันมาหลังจากได้ขึ้นเป็ผู้นำตระกูลแล้วและเขาก็อ่านมันจบซ้ำไปมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ
“รู้สึกโกงนิดๆ จริงๆ นั่นแหละนะใช้สมาร์ทโฟนเนี่ย”
ยูโตะไม่ใช่ทั้งทหารที่เชี่ยวชาญด้านการรบอีกทั้งมีสิ่งต่างๆ มากมายบนโลกใบนี้ที่เขาไม่คุ้นเคยนอกจากนี้ยังอ่านและเขียนได้ไม่คล่องอีก แต่ก็มีคำที่เขาพูดกันว่าแม้แต่สิ่งที่ไร้ประโยชน์ที่สุดก็ยังมีข้อดีอยู่
ยังมีอยู่สิ่งหนึ่งสิ่งที่ถ้าไม่ใช่ยูโตะแล้วก็ไม่มีใครสามารถทำได้อาวุธที่มีเพียงยูโตะเท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้
นั่นคือ “ความรู้จากศตวรรษที่ 21”
แน่นอนว่าในความเป็จริง เขาอาจจะเป็แค่เด็กนักเรียนคนหนึ่ง แต่ความรู้กับภูมิปัญญาที่เขามีมันก็ยังถือว่าสูงเกินไปสำหรับโลกใบนี้ ยกตัวอย่างเช่นว่าถึงแม้จะมีความรู้ในการสร้างคอมพิวเตอร์แต่มันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะให้สร้างขึ้นจากสิ่งที่มีอยู่ที่นี่
ถึงอย่างนั้นในโลกที่อารยธรรมยังไม่รุ่งเรืองแบบนี้ก็ยังมีหลายสิ่งที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีหรือภูมิปัญญามากมายในการสร้างมันขึ้นมา
หอกยาวที่ใช้ในการรบครั้งนี้ก็เช่นกัน ถ้าเขาไม่เคยเล่นเกมแนววางแผนการรบมาก่อนเขาก็คงจะคิดไม่ถึง
บ่อยครั้งที่มีไอเดียหรือสิ่งใหม่ๆ เช่นนี้ออกมา มันไม่ใช่เื่ยากที่จะทำหรือสร้างอะไรพวกนี้ขึ้นมาเลยที่ยากคือการนึกวิธีให้ออกเท่านั้นเอง อย่างในเื่ “ไข่ของโคลัมบัส” นั่นแหละ