“คุณพร้อมที่จะไปโรงพักกับผมแล้วใช่ไหม”หล่อนมองเขาสักพัก...ก่อนตอบ
“ฉันจะใช้หนี้สองล้านบาทให้กับครอบครัวของคุณ”
“ก็ดีผมจะได้ไม่ต้องไปโรงพักให้เสียเวลา”
“ฉันไม่ได้หลอกลวงเอาเงินคุณมาแต่ ฉันแค่้าคืนเงินที่น้องสาวเอาไป”
หล่อนยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง
“เป็ข้อแก้ตัวที่ดีมากทีเดียว”หล่อนรู้ว่าเขาพูดประชด จากนั้นเขาก็พูดต่อ
“ถ้างั้น เงินสองล้านบาทนั่นอยู่ที่ไหน?”
“ฉัน้าเวลาในการหาเงินเพราะตอนนี้ฉันไม่สองล้านบาทให้คุณหรอกค่ะ” หล่อนเป็เพียงมนุษย์เงินเดือนจะหาเงินที่ไหนมาให้เขาตั้งสองล้านบาทในเวลานี้
เขาขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย...ไม่มีเงินหรือ เอาเงินไปใช้หมดแล้ว?
นั่นคือข้อกังขาของเขาฐานะอย่างเขา เสียไปสองล้านบาทก็คงไม่เป็ไร ขนหน้าแข้งคงไม่ร่วง... แต่เขา้าจะจัดการกับพวกมิจฉาชีพอย่างหล่อน และ น้องสาว มากกว่า...
“คุณ้าเวลานานเท่าไหร่”เขาถามขึ้น
“ห้าปีค่ะ”
“ถ้าคุณหนีขึ้นมาล่ะ ผมจะต้องทำไงกับคุณและ น้องสาว”
“ฉันมีสัจจะพอค่ะ”หล่อนรับปากเขา
“ผมต้องมั่นใจว่าคุณไม่หนีทำตามที่พูด และ คุณจะใช้หนี้แทนน้องสาวภายในเวลาที่กำหนด”
หล่อนทบทวนในสิ่งที่เขาพูดคนอย่างหล่อนไม่คิดจะหนี ไม่เบี้ยวแน่นอน
“คุณต้องเอาเอกสารของคุณให้ผมเก็บไว้เป็หลักฐาน”
“เอกสารอะไรคะ”
“สำเนาบัตรประชาชนสำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารอื่นๆเกี่ยวกับตัวคุณ ”
“คุณกำลังละเมิดสิทธิ์ของฉันนะคะ”
“หรือว่าคุณจะเปลี่ยนใจ”เขากอดอกจะดูว่า หล่อนจะให้คำตอบอย่างไร
“แล้วฉันจะได้หลักฐานคืนเมื่อไหร่คะ”
“เมื่อคุณใช้หนี้หมดผมจะคืนหลักฐานทั้งหมดให้คุณ”
“แค่นี้ใช่ไหมคะ”
“ยังมีอีก”
“อะไรอีกล่ะคะ”ภัคธีมานึกกังขาในใจ เริ่มเหนื่อยหน่ายผู้ชายตรงหน้า และ ภาวินีที่สร้างปัญหาให้หล่อน
“คุณต้องมาปรากฏตัวให้ผมเห็นหน้าทุกวันเพื่อผมเชื่อใจว่าคุณไม่หนีไปไหน”
“แต่…ฉันยอม ให้คุณเอาหลักฐานไปแล้วนี่คะคุณควรจะเชื่อใจฉันบ้าง”
“เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะครับ” เขาทำใจเย็น หล่อนนึกโมโห ที่เขาทำตัวเป็ศาลเตี้ยเสียเอง
“ไหนล่ะ หลักฐานของคุณ”หญิงสาวอ้ำอึ้งไปสักพักใจไม่อยากจะให้หลักฐานเขาสักเท่าไหร่...
“อยู่ห้องคุณใช่ไหม ผมจะรอที่นี่หวังว่า ไม่นานคุณจะลงมาและ ไม่ะโหนีไปทางหน้าต่าง” เขาดักคอ
“ฉันไม่ใช่โจรนะคะ และ ไม่มีพฤติกรรมแบบนี้ แน่นอน”
“ผมต้องระวังไว้ก่อนเกิดคุณชิ่งหนีทำไงล่ะ ผมยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดพวกคุณเลยนะ”
หล่อนเม้มปากแน่นจะต้องให้บอกกี่ครั้งนะว่าหล่อนไม่ใช่มิจฉาชีพ ไม่ใช่โจร คำพูดของภาวินี พลอยทำให้เขาคิดเหมารวมว่าหล่อนอยู่ในขบวนการหลอกลวง หรือ นักต้มตุ๋น เหมือนน้องสาว
“ผม้าหลักฐานของคุณทั้งหมดตอนนี้”เขายังคงยืนยันคำเดิม
ในที่สุดหล่อนก็เดินขึ้นไปเอามาให้เขาชาคีลยืนรอด้านล่างอพาร์ทเม้นท์ของหล่อนสักพักหญิงสาวก็เดินลงมาพร้อมกับเอกสารสีน้ำตาลยื่นให้เขา
เขารับมาเปิดเอกสารออกมาดูทีละใบหลักๆมี สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เขาอ่านวันเดือนปีเกิด ของหล่อนตามสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนประเมินคร่าวๆ อายุหล่อนคงประมาณยี่สิบกลางๆ
“ผมยัง้าหลักฐานอีกสองชิ้นของคุณ”
“ฉันคิดว่าฉันให้คุณครบแล้วนะคะ”หญิงสาวพยายามทำใจเย็นแม้จะไม่พอใจ
“สัญญาการเช่าอพาร์ทเม้นท์และ ที่อยู่ที่ทำงานของคุณ ถ้าหากคุณมีเอกสารสัญญาจ้างงาน ก็ควรเอามาด้วย”
เขาอธิบายเหตุผลว่าที่ต้องเก็บไว้เพราะจะรู้ว่าหล่อนหมดสัญญาตอนไหน และ ตามหาที่อยู่ใหม่ของหล่อนได้ทั้งยังตามหาจากที่ทำงานของหล่อนได้ด้วย...
ภัคธีมาชักสีหน้าไม่พอใจมากกว่าเดิม เขี้ยว!ยิ่งกว่า สถาบันการเงินอนุมัติเงินกู้ทั้งหลายอีก
“ฉันคิดว่าคุณละเมิดเื่ส่วนตัวของฉันมากเกินไปแล้วนะคะ”
“ก็ในเมื่อคุณบอกว่า้าจัดการใช้หนี้แทนน้องสาว ก็ควรยอมรับกฎของเ้าหนี้สิคุณ”
“นี่ไม่ใช่หนี้เงินกู้คุณ้าหลักฐานอะไรจากฉันตั้งมากมาย”
“ถึงไม่ใช่หนี้เงินกู้แต่เป็เงินที่น้องสาวคุณ เอาไปด้วยการฉ้อโกงหลอกลวง ผมถึง้าหลักฐานแ่ามากกว่าหนี้ประเภทอื่น” เขาพูดเสียงเข้ม...
หล่อนรู้สึกโมโหและ โกรธแต่แล้ว ในที่สุดหญิงสาวจำใจเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเอง นำหลักฐานสองฉบับ ถ่ายเอกสารแยกเป็สองชุดหล่อนเก็บไว้หนึ่งชุด และ ให้เขาอีกชุด เมื่อเขาได้หลักฐานเรียบร้อย ดูเหมือนว่าเขาจะพอใจขึ้นมาบ้าง
“หวังว่าพรุ่งนี้คุณจะไม่หนีนะครับ ส่วนเื่น้องสาวคุณ ถ้าคุณอยากจะตามหาบอกผมได้”
เขารอคำตอบจากหล่อนหญิงสาวนิ่งไปสักพัก หากมีการแจ้งความต้องมีการตาม หาและออกข่าว ย่าอาจจะรู้เข้า หล่อนไม่อยากให้ย่ารู้ว่าภาวินีมีพฤติกรรมแบบนี้เลย...หญิงสาวคิดไม่ตก จะพูดได้ว่าไม่พอใจที่ภาวินีทำแบบนี้ก็ถูก
แต่ครั้นจะปล่อยให้เื่นี้แพร่ข่าวออกไม่ดีต่อย่าแน่นอน...
“ฉันไม่อยากให้เื่นี้รู้ถึงย่า”
เขามองตาหล่อนมีอะไรบางอย่างทำให้จิตใจของเขาอยากคิดว่า หล่อนไม่ได้เป็คนสร้างเื่...ทว่าอีกใจหนึ่ง ก็คิดว่าอะไรหนอทำให้หล่อนตัดสินใจเก็บเื่นี้ไว้... หรือ อาจเป็เพราะตัวเองและน้องสาวไม่อยากโดนจับ!...
“คุณกำลังจะพูดอะไร”
“หากเป็ไปได้ขอให้คุณไม่ต้องแจ้งความ” สายตาขอหล่อนบ่งบอกว่า กำลังอ้อนวอน
“เพื่อที่น้องสาวคุณจะลอยนวลและ ไปทำกับคนอื่นต่อ?” เขายิ้มหยันเมื่อนึกถึงสภาพภูษิตไม่ต่างจาก หมาเน่าไม่เป็อันกินอันนอน วันๆพร่ำเพ้อถึงแต่ภาวินี...
ความจริงเขาอยากให้ผู้หญิงคนนั้นมาเห็นสภาพน้องชายของเขา...หล่อนช่างอำมหิต หลอกให้รักยังไม่พอยังหลอกเงินอีก...ถึงแม้เจอพี่สาวแต่น้องสาวก็ไม่ควรลอยตัว!รอดไปอย่างสบาย...
“หรือว่า คุณกลัวว่าเื่จะแดงขึ้น เพราะคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินสองล้าน ทั้งๆที่คุณปฏิเสธมาตลอด”
แววตาของเขาเป็ประกายแข็งกร้าว ไม่พอใจ ยามเมื่อนึกถึงน้องชายขึ้นมา มันทำให้หญิงสาวหวาดวิตกอย่างบอกไม่ถูก... หากย่ารู้ข่าวเื่ ภาวินีหลอกเงินคนอื่นเข้าย่าจะรับได้ไหม?
หากไม่มีย่า หล่อนก็อยากจะให้มีการไล่ล่าหาตัวภาวินีมาดำเนินคดี... เพราะน้องสาวก็สร้างปัญหาให้หล่อนไม่น้อย...หล่อนกำลังชั่งใจ...ระหว่างความรักที่มีต่อภาวินี และ เื่ไม่ถูกที่น้องสาวทำ หล่อนคิดไม่ตก! และแล้วคำว่าบุญคุณจากพ่อแม่บุญธรรมกลับค้ำคอหล่อนไว้...
ภาวินียอมหน้าด้านทวงถามเื่บุญคุณอ้างเงินสองล้านบาท แลกกับการเลี้ยงดูพี่สาวบุญธรรมมาทั้งชีวิต...แทนของพ่อแม่แท้ๆของตัวเอง...
เมื่อคิด ก็รู้สึกขมขื่นกับโชคชะตาของตัวเอง ผู้ชายตรงหน้าคงไม่เข้าใจหล่อนหรอก ... หล่อนไม่เห็นแววตาของความเป็มิตรจากเขานอกจากมีแต่แววตาของการเย้ยหยัน
“ปล่าวค่ะ ฉันไม่อยากให้เื่นี้เกิดฉันไม่อยากให้ภาวินีทำแบบนี้อีก และ ฉันไม่อยากให้ย่ารู้เื่นี้ด้วย”
‘ไม่อยากให้ย่ารู้เื่นี้ หรือ ไม่อยากให้ย่ารู้จักความเลวของตัวเอง’
เขาโต้แย้งหล่อนในใจหญิงสาวมองแววตาของเขา รู้ว่าเขากำลังอ่านความคิดของหล่อน ...
“ตกลงแต่ตลอดระยะเวลาที่คุณยังติดค้างหนี้ คุณต้องมาให้ผมเห็นหน้าอย่าคิดหนีไม่เช่นนั้นผมจะเอาเื่นี้ไปบอกย่าคุณเอง” หล่อนมองตาผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาแววตาดุดัน เค็มเขี้ยวลากดินคนนี้ ไร้ความเห็นใจ...
“ฉันไม่ใช่นักโทษ”
“หรือจะเปลี่ยนใจ”เมื่อไม่มีทางเลือกหล่อนจึงเลือกที่จะนิ่ง...
“ผมไม่ได้พิศวาสอยากเห็นหน้าคุณเพียงแต่ อยากจะดูว่าคุณจะรักษาสัจจะได้แค่ไหน”
พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกจากบริเวณนั้นภัคธีมามองตามร่างของเขาจนพ้นสายตา ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้สร้างความหนักใจให้หล่อนไม่น้อย