“ตุ้บ...!” งูควันดำที่โดนอลินตาเฉดหัวออกมาจากห้องม้วนเกลียวกระเด็นมาตามอากาศลอยละล่องตกกระแทกพื้นอย่างแรงพื้นที่ว่าเป็พื้นปูด้วยพรมชั้นดี พรมสีแดงกำมะหยี่ตัดกับหมอกควันสีดำเลื้อยยาวเป็ลำตัวงูดวงตาสีแดงสองจุดเพ่งมองไปยังผู้ที่นั่งสมาธิในชุดสีดำตรงหน้า
“ร้ายกาจนักแม้แต่ลิ่มอาคมของท่านมันยังถอนอาถรรพ์ให้ไอ้ิญญาปู่โสมนั่นได้” งูดำฟ้อง ฟ้อง และก็ฟ้อง โดยอ้าปากพะเยิบพะยาบไปตามเื่ตามราวผู้ที่นั่งสมาธิในชุดดำอยู่นั้นยังคงนั่งนิ่ง ผมยาวสยายเกือบถึงพรมบ่งบอกถึงลักษณะของผู้หญิงและในขณะที่งูนั่นกำลังพล่ามไปเรื่อยว่าไม่ใช่ความผิดของมันแต่เป็ความผิดของนังนั่นมันเก่งกาจเกินไป พลัน...
“ฉึก..!” มีดเล็กลงอาคมขลังก็พุ่งปักกลางตัวงูควันดำเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากปากงูก็หยุดโดยสนิททันทีมือนั้นกำแน่นเกร็งด้วยความโกรธแค้น เ้าของร่างในชุดดำพึมพำด้วยน้ำเสียงดุร้ายราวสัตว์ป่าตัวใหญ่
“มันเป็ใคร? บังอาจลองดีกับข้างั้นรึ!!” เสียงที่เปล่งเหมือนพยายามสุดแรงเกิดที่จะรอดไรฟันออกมา
ในขณะที่ปัจจุบันกาลกำลังพึ่บพั่บไปด้วยเื่ราวของเวทย์มนต์แห่งคุณไสยทางด้านภพแห่งอดีตกาลก็กำลังเร่งรีบด้วยการค้นหาความลับมากมายที่ยังคงถูกปิดบังอย่างมีเงื่อนงำ
“โหรหลวง...”เ้าภูแสนเอ่ยเรียกโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ หลังจากที่ตามหามาถึงทางด้านหลังวัดด้วยตัวเองหนานเมืองอินทร์ที่เพิ่งพูดคุยกับสัปเหร่ออุ่นพรหมเสร็จและได้รับรู้เื่ราวบางอย่างเกี่ยวกับหลานสาวปริศนาของสัปเหร่อมือฉมังในการทำศพเมื่อได้ยินเ้าภูแสนเรียกก็โค้งศีรษะทำความเคารพต่อลูกศิษย์ผู้สูงศักดิ์ของตน
เ้าภูแสนยืนสง่าผ่าเผยโดยมีอวยชัยและชัยยันตร์ยืนอยู่ด้านหลัง หนานเมืองอินทร์เพ่งพิจารณาเ้าภูแสนเงียบๆ เขามองเห็นความสง่าที่ผิดแผกออกไปมันเป็ความสง่างาม อาจหาญและมีอำนาจอย่างบอกไม่ถูก ผิดกับเ้าภูแสนที่เคยรู้จักลิบลับเ้าภูแสนองค์รัชทายาทแห่งเมืองเชียงภูแสนนั้นเอ่ยเรียกตนว่าท่านอาจารย์ทุกคำและไม่เคยเอ่ยคำว่าโหรหลวงเลยแม้จะได้รับตำแหน่งแล้วก็ตาม และจะไม่ยอมให้ตนทำความเคารพเช่นนี้เพราะเ้าภูแสนถือว่าตนเป็ครูบาอาจารย์ของเ้าภูแสนและเป็เ้าภูแสนที่แสดงความเคารพต่อตนแต่เ้าภูแสนในวันนี้นอกจากจะไม่เคารพตนแล้วยังดูหยิ่งผยองและแผ่รัศมีแห่งความน่าเกรงขามอย่างชัดเจน...
สองหนุ่มต่างวัยต่างฐานะมองหน้ากันและกัน และต่างรับรู้ไปถึงความฉลาดที่แต่ละคนมีเ้ารัชทายาทพระองค์นี้ไม่ธรรมดาเช่นเดิมเสียแล้ว แต่โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ก็ยังฉลาดพอที่จะเก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจเพียงคนเดียว
“เ้าเดินทางไปในโลกอนาคตเป็เช่นไรบ้างเ้า?”เมื่อหนานเมืองอินทร์ถามเ้าภูแสนมาถึงตรงนี้ เ้าภูแสนก็กวาดสายตามองรอบๆบริเวณ แล้วก็มองไปทางสัปเหร่ออุ่นพรหมที่ตอนนี้คอพับคออ่อนด้วยฤทธิ์เหล้าจากไหน้อยแต่พลังมอมเมานั้นไซร้.. ราวช้างตกมันก็มิปาน
“โหรหลวงข้ามีเื่น่าแปลกใจจะเล่าให้ท่านฟัง แต่คงจะเล่าตรงนี้ไม่ได้ ขอเชิญไปที่ตำหนักของข้าเย็นนี้”หนานเมืองอินทร์มองหน้าเ้าภูแสนแววตาจริงจัง ดูท่าเ้าภูแสนน่าจะมีเื่สำคัญอยากเล่าให้ฟังจริงๆซึ่งหนานเมืองอินทร์เองก็มีเื่สำคัญที่เพิ่งได้รับรู้มาจากสัปเหร่ออุ่นพรหมหนานเมืองอินทร์นึกไปถึงสิ่งที่สัปเหร่ออุ่นพรหมเล่าให้ฟังเมื่อสักครู่
หญิงสาวสวยเดินทางจากโลกอนาคตมาปราบผีที่เมืองสระอินทร์อันเป็เมืองพี่เมืองน้องกับเมืองเชียงภูแสนบ่อยครั้งที่เ้าหลวงแห่งเมืองสระอินทร์จะทรงเสด็จมาเยี่ยมเยือนและแสดงสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันกับเมืองเชียงภูแสนแต่น่าตะลึงไปกว่านั้นนั่นคือสาวน้อยนางนี้ มิได้กักขังิญญาร้ายหรือกำจัดิญญาอย่างที่หมอผียุคนี้ทำกันแต่แม่นางกลับส่งผีร้ายไปเกิดในภพภูมิที่ควรจะไปเพื่อรับผลบุญกรรมตามทางที่ผีแต่ละตนเคยได้ก่อได้กระทำเอาไว้ซึ่งนี่.. ถือได้ว่า ฝีมือแน่มากจริงๆ
โดยเฉพาะิญญาของผีกะผีปอบก็เป็ที่รู้กันอยู่ว่าเป็ิญญาร้ายมิจฉาทิฐิการจะส่งพวกมันไปเกิดนั้นเป็เื่ยากเพราะดวงจิตนั้นหยาบกระด้างไปเสียแล้วดังนั้นจึงทำได้สองอย่างนั่นคือไม่กักิญญาลงหม้อถ่วงน้ำก็จะต้องกำจัดิญญาให้หายซ่าไปบ้างสักปีสองปี แล้วพวกมันก็จะกลับมาผยองฤทธิ์เดชได้เช่นเดิมและก็ต้องเป็หน้าที่ของหมอผีที่จะต้องกำจัดพวกมันอีก วนเวียนไม่รู้จบสิ้น
จะมีก็เพียงแต่ิญญาผีร้ายที่กลับใจจริงๆเท่านั้นที่จะยอมสมัครใจไปเกิดใหม่ แต่นั่นก็หายากมาก เพราะถ้าจะส่งิญญาไปเกิดใหม่ได้นี่คือต้องให้ิญญานั้นๆยินยอมพร้อมใจอีกด้วย และถ้าหลานสาวต่างยุคต่างภพของสัปเหร่ออุ่นพรหมทำได้จริงหนานเมืองอินทร์ก็พอเห็นทางที่จะปราบใครบางคนที่ตอนนี้แอบแฝงอยู่ในคุ้มเชียงภูแสนซึ่งหนานเมืองอินทร์รู้ด้วยการจับยามสามตา ว่ามันแฝงตัวเข้ามานานแล้วแต่มันอำพรางมิให้อำนาจใดๆ รับรู้ว่ามันเป็ใครและแฝงร่างอยู่กับผู้ใด!
ที่สำคัญกว่านั้นก็คือโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ยังรู้มาว่าธาตุิญญาของมันอีกครึ่งหนึ่งหนีการตามล่าจากจอมเทพสีน้ำเงินไปยังโลกอนาคตอันไกลโพ้นซึ่งตรงนี้หนานเมืองอินทร์ไม่แน่ใจว่าโลกอนาคตที่ว่านั่นจะใช่โลกที่หลานสาวปริศนาของตาอุ่นพรหมอยู่อาศัยหรือไม่
ปีศาจอสูรกายดำมันไม่ได้แค่อยากมีความเป็ะแต่มัน้าเมืองเชียงภูแสนซึ่งเป็เมืองสำคัญที่มีผ้าพันธ์ภพอันศักดิ์สิทธิ์เพราะเมื่อมันได้ผ้าผืนนี้มามันจะครอบงำมนุษย์ให้จมเป็ทาสของพิภพอสูรกายดำของพวกมันได้อย่างง่ายได้และมันก็จะกลับมาผงาดและยิ่งใหญ่เหนือ์และเทพอีกครา มีเพียงผ้าพันธุ์ภพเท่านั้นที่จะสามารถส่งอสูรกายดำนี้ให้ตกสู่อเวจีมหานรกได้แต่ทว่า.. ผ้าผืนนี้ อยู่ที่ใดเล่า? หรืออยู่กับผู้ใด? ซึ่งนั่นก็ยังเป็ปริศนามาที่ต้องตามหาจนถึงทุกวันนี้
ผ้าพันธุ์ภพยังทำหน้าที่ค้ำดวงเมืองและผืนแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมไปถึงอนาคตเอาไว้อีกด้วย ซึ่งถ้าปีศาจร้ายมันได้มันก็จะเป็ใหญ่และยิ่งใหญ่ไปอีกนานแสนนานและมนุษย์จะต้องเดือดร้อนราวกับตกนรกเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็มารขั้นสุดจริงๆ นั่นจึงเป็สาเหตุให้เ้าภูแสนต้องวิ่งรอกระหว่างโลกอดีตและโลกอนาคตเพื่อค้นหาผ้าพันธุ์ภพ
ซึ่งเื่นี้โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ก็รู้เื่และสนับสนุนการตามหาผ้าพันธุ์ภพอีกแรงแม้ว่าเ้าภูแสนจะดูแปลกไปจากเดิมก็ตาม!ซึ่งเื่นี้หนานเมืองอินทร์ก็ยังคิดไม่ตกว่า จะหาใครผู้ใดกันที่วิ่งรอกไปทุกภพชาติทุกยุคสมัย เพื่อค้นหาผ้าพันธุ์ภพ มากำจัดปีศาจมารเสียให้สิ้นซาก หรือที่จริงใครคนนั้นอาจจะมีตัวตนที่ไหนสักแห่งแต่ยังหาไม่พบก็อาจเป็ไปได้
“ข้าต้องขออภัยที่ตามเ้าภูแสนกลับตำหนักไม่ได้ในตอนนี้...”โหรหลวงหนานเมืองอินทร์เอ่ยออกมาในที่สุด นั่นจึงทำให้เ้าภูแสนสงสัยยิ่งนัก
“เพราะอะไร?”หนานเมืองอินทร์ค้อมศีรษะเพื่อเป็การกล่าวขออภัยที่บังอาจปฏิเสธองค์รัชทายาทแห่งเชียงภูแสนแต่เพราะเขามีเหตุผลที่สำคัญ ตอนแรกหนานเมืองอินทร์ก็ลังเลที่จะบอก แต่ในที่สุดก็จำต้องบอกเพราะอย่างน้อยโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ได้ตรวจกระแสพลังธาตุิญญาของเ้าภูแสนดูแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ และไม่พบอาคมชั่วร้ายจากเ้าภูแสน และเ้าภูแสนเองก็ตามผ้าพันธุ์ภพเช่นกันโหรหลวงหนานเมืองอินทร์จึงตัดสินใจบอกในที่สุด
“ข้ามีธุระต้องไปที่โรงเก็บศพของตาเฒ่าสัปเหร่ออุ่นพรหมเ้า”และนี่คือเหตุผลที่สำคัญที่สุดของหนานเมืองอินทร์...