หลังจากเคลียร์เอกสารยินยอมการรักษาเสร็จทั้งสองคนก็พากันไปยังห้องพักฟื้นไทม์นั่งลงที่เก้าอี้มองผู้เป็นแม่ที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงก่อนจะเอื้อมไปจับมือ
“แม่เดี๋ยวแม่จะได้ผ่าตัดแล้วนะ ทนเจ็บหน่อยนะเดี๋ยวก็หาย”พูดยังไม่ทันจบประโยคน้ำตามันก็เอ่อออกมาจนไทม์ต้องยกแขนขึ้นมาเช็ดน้ำตาก่อนจะกลั้นไว้ไหวแล้วปล่อยโฮออกมา
ลูซี่เข้ามาปลอบคอยลูบศรีษะน้องเบาๆ“ร้องออกมาเลยค่ะ พี่จะคอยปลอบเราเอง”
“ฮืออออ!!!!”ไทม์ปล่อยโฮออกมาจนลูซี่ต้องลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งปลอบ
ลูซี่พึ่งจะมารู้ทีหลังว่าเมื่อตอนบ่ายไทม์เจอกับเพื่อนเก่าเพื่อนที่เคยทำร้ายเขา ไม่ได้มีเรื่องอะไรมากแต่มันก็ไปทำให้สะกิดปมในใจเขาได้ใจเธอตอนที่ไ้ด้ยินก็แอบห่วงน้อง กลัวว่าจะเกิดอาการซึมเศร้า
ซึ่งมันก็เกิดขึ้นแล้วลูซี่รู้สึกผิดโทษตัวเองถ้าหากเธออยู่กับน้องตั้งแต่แรกน้องก็คงไม่ต้องเครียดมากขนาดนี้
“อือ…”เสียงขยับตัวจากคนบนเตียงให้เราต้องพากันหันไปมองดูเหมือนว่าแม่จะรู้สึกตัวแล้ว
“แม่เป็นไงมั่ง”
“ที่นี่โรงพยาบาลหรอลูก”
“ครับผมโทรเรียกรถพยาบาลมารับ” แม่ยกมือลูบหัวไทม์เบาๆ “แม่ขอโทษน่ะลูกทำให้หนูลำบากอีกแล้ว”
ไทม์โน้มตัวกอดแม่พร้อมกับส่ายหัวเบาๆ“ถ้าผมคอยสังเกตแม่ตั้งแต่แรกแม่ก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้”
“ไม่เอาลูกไม่โทษตัวเองนะ แม่ไม่อยากให้หนูเครียดแม่อยากให้หนูได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นได้อย่างเต็มที่เลยไม่ได้บอก”
“แม่แม่เป็นแม่ผมนะ ผมมีแม่คนเดียวถ้าไม่ดูแลแม่แล้วผมจะดูแลใคร”
“ขอบคุณนะลูกขอบคุณจริงๆ”
ลูซี่ยืนมองสองแม่ลูกที่กำลังพูดคุยกันอยู่ห่างๆไม่ได้เข้าไปแทรกแซง เธอเข้าใจนะ การที่จู่ๆวันนึงคนที่เราอยู่ด้วยกันมาตลอดแล้วทั้งชีวิตแล้วจู่ๆเขาเกิดป่วยด้วยโรคที่รักษาหายยากไม่รู้ว่าเขาจะอยู่กับเราได้นานมั้ยไม่รู้ว่าเขาจะรักษาหายรึเปล่าแล้วเรามีแค่เขาคนเดียวหากเขาเป็นอะไรไปมันก็ไม่ต่างกับโลกทั้งใบถล่มหรอก
เหมือนเธอก็เคยเป็นแบบนี้เหมือนกันช่วงตอนที่ตาป่วย เธอกับลุคก็ไปเยี่ยมทุกอาทิตย์ คอยถามไถ่คอยแกตลอดจนแกเสียยอมรับว่าตอนนั้นเธอก็เคว้งไปอยู่พักใหญ่กว่าจะหลุดพ้นช่วงนั้นมาก็ปาไปตั้งเกือบ 2เดือน
“ลูลูก”แม่หันมาเรียกให้เธอหลุดดออกจากความคิดก่อนจะเดินเข้าไปหา “คะ?”
“แม่ขอบคุณหนูมากนะลูกที่ออกค่ารักษาให้ก่อน”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะแม่แม่แฟนกำลังเดือดร้อนก็ต้องช่วยกันสิคะ แค่นี้เองค่ะ”แม่เลิกคิ้วมองลูกชายที่กำลังเช็ดน้ำตาสลับกับๆ เด็กสาวก่อนจะยกยิ้ม
“ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยห๊ะ”
“เมื่อมะรืนค่ะ”
“ยินดีด้วยนะลูกแม่ตามเชียร์มาตั้งนานเห็นแบบนี้แม่ก็ดีใจ ลูกแม่จะได้หายเครียดด้วย”แม่ยกมือลูบศรีษะลูกชายเบาๆ “แม่ฝากไทม์ด้วยนะ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะแม่หนูจะดูแลน้องให้ได้มากเท่าที่ทำได้ค่ะ”
หลังจากพูดคุยคุณหมอก็เข้าคุยเรื่องการรักษาก่อนจะปล่อยให้แม่ได้พักผ่อนไทม์กับลูซี่ออกมาเดินที่สวนสาธารณะข้างโรงพยาบาลเพื่อให้ไทม์ได้ผ่อนคลายจากความเครียด
“ดีขึ้นบ้างรึยังคะ”ไทม์หันมายกยิ้มน้อยๆ “ดีขึ้นเยอะแล้วครับ ขอบคุณมากๆ นะครับถ้าไม่มีพี่ลูซี่ป่านนี้ผมคงอาจจะคิดสั้นไปแล้วก็ได้”
“พี่ทำได้ดีขนาดนั้นเลยหรอคะ”
“ทำไมถึงถามแบบนั้นหรอครับ”ไทม์คิ้วขมวดสงสัยหันมองคนข้างๆ
ลูซี่เอื้อมไปจับมือคนข้างๆมาไว้ก่อนจะใช้นิ้วเรียวลูบมือน้องเบาๆ
“พี่น่ะนิสัยเสียมาตลอด เวลาพี่เศร้าหรือหรือเวลาพี่โกรธพี่จะโทษทุกอย่างโทษสิ่งรอบตัวไปหมดแต่ไม่เคยโทษตัวเองเลยแต่พอมาวันนี้พอพี่มีหนูพี่ก็อยากทำให้หนูมีความสุขแต่ทุกครั้งที่เห็นหนูเศร้าพี่ยอมรับว่าพี่ทำอะไรไม่ถูก พี่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงทำอะไรไม่ได้นอกจากคอยอยู่กับเราข้างๆ”
ไทม์เอนศรีษะพิงไหล่พร้อมกับคล้องแขนของเธอ
“ใครบอกว่าพี่ลูซี่ไม่ได้ทำล่ะครับแค่นี้มันก็มากพอแล้ว แค่นี้มันก็ทำให้ผมใจฟูมากพอแล้วครับ”
“อ้อนพี่อยู่รึเปล่าเนี่ยหืม?” ลูซี่กดจมูกลงที่กลุ่มผมพลางฟัดอย่างหมั่นเขี้ยวไทม์เงยหน้าขึ้นยกยิ้มก่อนจะเอาหน้าซุกกับไหล่ของเธออย่าเขินๆ
“คงงั้นมั้งครับ”ลูซี่หันมองแฟนหนุ่มที่ตอนนี้กำลังซุกหน้าเขินกับไหล่สวย แม่งเอ้ย!น้องแม่งน่ารักชิบ! ถ้าเธอคว้าน้องมากอดตรงนี้เลยได้มั้ยเนี่ย
“ไทม์”
“ครับ?”
“ทำแบบนี้พี่จะตะบะแตกเอานะ”พูดจบไทม์ก็เด้งตัวมองหน้าเธอด้วยสีหน้าสงสัย “เอ่อ…มันคืออะไรหรอครับ”
ค่อยๆขยับใบหน้าเข้าไปใกล้พลางยกยิ้มมุมปากอย่างเล่ห์ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบ“งั้นลองดูมั้ยคะ จะได้รู้ว่าไอ้ตะบะแตกมันคืออะไร
“ตรงนี้ไม่ได้นะครับคนเยอะ” ยกมือดันตัวอีกคนด้วยความเขินอาย “งั้นแสดงว่าถ้าไม่มีคนก็ได้ใช่มั้ยคะ”
“มะ-ไม่ใช่ครับคือ…แบบว่าไงดี อันนี้มันที่สาธารณะผมกลัวคนอื่นมองพี่ลูซี่ไม่ดี”
มุมปากยกยิ้มอัตโนมัติก่อนจะกดจมูกลงที่แก้ม“งั้นติดไว้ก่อนล่ะกันค่ะ แต่ครั้งหน้าพี่ไม่ปล่อยแล้วนะคะ”
ไทม์ยกมือปิดแก้มที่ค่อยๆแดงระเรื่อพร้อมกับทำปากมุบมิบๆ “ครับ”
ตอนนี้เป็นเวลา21.00ไทม์นอนเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลตอนแรกลูซี่ก็จะอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนแต่ตามกฏโรงพยาบาลให้เฝ้าเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นเลยทำให้เธอจำเป็นต้องกลับ
“งั้นพี่กลับก่อนนะคะ”
“ครับถึงแล้วทักบอกด้วยนะครับ”
“ค่ะ”กำลังจะหันหลังกลับจู่ๆ ก็เกิดนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ไทม์”
“ครับ? อ่ะ-”ยังไม่ทันจะพูดจบลูซี่ก็เข้าสวมกอด “มีอะไรก็บอกพี่นะคะ”
“ครับขอบคุณมากนะครับ”
“แค่นี้เองพี่ยินดีค่ะ งั้นพี่ไปก่อนนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะแวะมาหาใหม่”
“ครับขอบคุณอีกครั้งนะครับ”
รถยนต์คันดำเทียบจอดที่ลานจอดรถซุปเปอร์มาเก็ต24 ชม. ตอนแรกเธอก็จะตรงกลับบ้านเลยนั่นแหละแต่เมื่อกี้แม่โทรมาบอกว่าของสำหรับทำอาหารสำหรับอาทิตย์นี้หมดเลยฝากซื้อของเข้าให้หน่อย
สองขาเดินไปตามโซนของสดกับเครื่องเคียงเลือกหยิบวัตถุดิบที่คิดว่าที่บ้านน่าจะทำกินกันพร้อมกับคำนวณงบไปด้วย
ขณะที่กำลังเข็นรถเข็นอยู่เธอก็ต้องหยุดเมื่อจู่ๆก็มีใครบางคนมาหยุดยืนขวางทางหน้ารถเข็น
“หวัดดี”คนตรงหน้าไม่ใช่นอกจากเจเจเพื่อนสมัยเด็กและเป็นคนที่กำลังจีบเธอลูซี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่เขายังไม่จบอีกหรอเนี่ย ขี้เกียจอธิบายแล้วนะเฮ้ย
“มีไร”
“ขอคุยหน่อยได้มั้ย”
“ไม่ว่าง”
“ลู”
“ก็บอกว่าไม่ว่าง”เลือกปฏิเสธไปเพราะเธอก็ขี้เกียจอธิบายแล้วเธอรู้นะว่าที่เขาบอกว่าจะคุยเนี่ยมันก็คือเรื่องที่เธอคบกับน้องซึ่งเธอก็บอกไปหมดแล้ว ไม่อยากพูดซ้ำสองแล้ว
“ขอล่ะแป๊บนึง นะ” เจเจทำหน้าตาราวกับกำลังขอร้องอ้อนวอนนั่นทำให้ลูซี่เลือกไม่ได้“ก็ได้ แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ
“ขอบใจนะ”
ลูซี่เดินช็อปปิ้งอยู่อีกสักพักไปเก็บของขึ้นรถก่อนจะพากันไปนั่งคุยที่คาเฟ่ที่เปิด24 ชม.บรรยากาศโดยรอบเงียบสนิทขนาดที่ว่าสามารถได้ยินเสียงเพลงที่ร้านเปิดคลอได้อย่างชัดเจนคงเพราะตอนนี้ 4 ทุ่มกว่าแล้ว
“แล้วสรุปว่ามีอะไร”
“เรื่องเมื่อตอนบ่ายขอโทษนะ”
“อืมไม่เป็นไร” ไม่ได้พูดอะไรต่อทำให้เกิดแดดแอร์ไปจังหวะหนึ่ง
ยอมรับว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยากคุยกับเจเจสักเท่าไหร่มันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เคยสนิทกันที่เคยพูดคุยเล่นกันได้แต่ตตอนี้มันกลับมีแต่บรรยากาศอึดอัด เลี่ยงได้ก็อยากจะเลี่ยงแต่เพราะเขาคือเพื่อนไง ต่อให้รู้สึกอึดอัดก็คงยังเป็นเพื่อนกันอยู่
“ลู”
“ว่า”
“เรื่องจริงหรอที่ว่าคบกับน้องอ่ะ”
“จริง”เจเจสูดหายใจลึกเพื่อสะกดอารมณ์ ดูก็รู้ว่าเขากำลังจะร้องไห้
“โกรธกันมั้ยเนี่ย”เจเจส่ายหัวเป็นคำตอบก่อนจะเริ่มเห็นน้ำตาที่กำลังระรื้น
ลูซี่แอบช็อคเล็กน้อยเพราะตั้งแต่ที่รู้จักกันมาเธอไม่เคยเห็นเขาร้องไห้มาก่อนแอบรู้สึกผิดเหมือนกันนะเนี่ย
เอื้อมมือไปจับมือเขาเพื่อเป็นการปลอบใจเจอแบบนี้เธอก็ไปไม่เป็นเหมือนกันนะ
“โอเคมั้ยเนี่ย”
“ฮ่าๆแบบนี้คงโอเคมั้ง” เจเจหัวเราะไปพลางเช็ดน้ำตาไปอยากจะบอว่าโอเคอยู่หรอกแต่มันเจ็บจนพูดว่าโอเคไม่ได้เลย
“ขอโทษนะ”รู้สึกผิดจนสุดท้ายต้องพูดขอโทษไป
“ขอโทษอะไรเล่าฉันต่างหากที่ผิด ขอโทษนะที่พูดถึงแฟนลูไม่ดี”
“อือไม่เป็นไร แค่นายขอโทษก็พอแล้ว”
“เฮ้อ~ เจ็บว่ะ”
“แล้วนายจะเอาไงต่อ”
“ถามได้ก็ต้องตัดใจสิ”
“ไหวหรอ”ถามไปเพราะความเป็นห่วงต่อให้เขาจะมองเธอในอีกสถานะแต่ยังไงสุดท้ายพวกเขาก็เพื่อนกัน “ก็ต้องไหวแหละชอบเองก็ต้องเคลียร์เอง”
เสียงสั่นจากมือถือให้ลูซี่ต้องละหันไปหยิบขึ้นมาเช็คพบว่าเป็นแม่ทักมาตามกลับบ้าน
“กลับเถอะนี่ก็ดึกมากแล้ว” ดูเหมือนว่าเขาจะรู้นะว่าแม่เธอตามแล้ว “แล้วนายล่ะ”
“ก็คงกลับ”
“งั้น…เจอกัน”
“อืมเจอกัน” ลูซี่ลุกเตรียมเก็บของแต่ก็โดนเรียกเอาไว้จนต้องหันไปหาอีกคน “ลู”
“หืม?” เจเจทำท่าจะพูดก่อนจะช่างใจอยู่ครู่ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมาหนึ่งคำ
“โชคดีนะ”ลูซี่ยกยิ้มให้น้อยๆ “ขอบใจนะ”