ตูม!
เมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลง กู่เฟิงจึงไร้ซึ่งทางเลือกอื่น จำเป็ต้องเปิดเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมา
เขาปลดปล่อยตบะบารมีที่ถูกสะกดเอาไว้ กลิ่นอายอันะเืเลื่อนลั่นสั่นคลอนไปทั่วฟ้าดิน ทำให้ทุกคนในที่นั้นตกอยู่ในความตื่นตะลึงอย่างหาที่สุดไม่ได้!
พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่า กู่เฟิงที่มีความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ กลับยังคงซ่อนเร้นความแข็งแกร่งเอาไว้อีก!
"ช่างเป็กายาที่เทียบชั้นได้กับขอบเขติญญาก่อกำเนิดจริง ๆ ในตัวเ้าจะต้องมีความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้อยู่อย่างแน่นอน!" นอกเหนือจากความตกตะลึงแล้ว ดวงตาของกู่ตงก็เต็มไปด้วยเส้นเืฝอย ความโลภเข้าครอบงำจิตใจไปจนหมดสิ้น
กู่เฟิงนั้น เริ่มแรกเขาสามารถควบแน่นกระดูกราชันเซียนออกมาได้ จากนั้นเมื่อถูกทำลายตันเถียนไปก็ยังสามารถฟื้นฟูตบะบารมีกลับมาได้ ในยามนี้ด้วยวัยที่ยังไม่ถึงยี่สิบปี เขากลับฝึกฝนพลังกายาจนเทียบชั้นได้กับขอบเขติญญาก่อกำเนิด!
ปาฏิหาริย์มากมายปานนี้ไปกองรวมกันอยู่บนร่างของกู่เฟิง ย่อมเป็เครื่องพิสูจน์แล้วว่ากู่เฟิงจะต้องได้รับโชควาสนาที่เหนือจินตนาการมาอย่างแน่นอน
โชควาสนานี้ บางทีอาจจะช่วยเติมเต็มกู่ตง ช่วยให้กู่ตงทำลายพันธนาการของขอบเขติญญาก่อกำเนิด และก้าวเข้าสู่ขอบเขตสามตำหนักได้!
กู่ตงติดอยู่ในขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุดมานานนับสิบปีแล้ว แม้แต่ในความฝันก็ยังปรารถนาที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสามตำหนักให้จงได้
"หมัดควบคุมขุนเขา!"
กู่ตงเกิดความโลภขึ้นในใจ การโจมตีก็ยิ่งดุดันรุนแรงมากขึ้น เขาใช้วิชาหมัดระดับกลางอย่างหมัดควบคุมขุนเขาออกมา!
การโจมตีธรรมดา ๆ ของเขาก่อนหน้านี้ ก็ทำให้กู่เฟิงต้องรับมือราวกับเผชิญหน้าศัตรูตัวฉกาจจนได้รับาเ็เล็กน้อยแล้ว
ด้วยความแข็งแกร่งในขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุดของเขา เมื่อใช้วรยุทธ์ออกมา ย่อมนำภัยคุกคามถึงชีวิตมาสู่กู่เฟิงอย่างแน่นอน
"สามหมัดทะลวง์!"
กู่เฟิงตวาดลั่น โคจรเคล็ดวิชากลืนกินาอย่างบ้าคลั่ง ใช้วิชาหมัดระดับกลางที่เรียนรู้มาจากตระกูลกู่อย่างสามหมัดทะลวง์
เขาซัดหมัดใส่กู่ตงติดต่อกันสามหมัด เมื่อเขาปล่อยหมัดที่สามออกไป พลังหมัดทั้งสามก็ผสานรวมเป็หนึ่ง ะเิอานุภาพอันะเืเลื่อนลั่นออกมา พุ่งเข้าปะทะกับหมัดของกู่ตงที่สามารถสังหารขอบเขตแก่นทองคำได้ในพริบตา และทำให้ขอบเขติญญาก่อกำเนิดาเ็สาหัสได้!
กู่เฟิงทุ่มเทพลังทางกายาที่แข็งแกร่งที่สุด พลังิญญาภายในร่างก็ไหลทะลักราวกับน้ำหลาก ห่อหุ้มหมัดเอาไว้ ภายใต้การจับจ้องของคนในตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลง หมัดของเขาได้เข้าปะทะกับหมัดของกู่ตงอย่างตรงไปตรงมาอย่างไร้ลูกไม้ใด ๆ
ระหว่างกู่เฟิงและกู่ตง คนหนึ่งกำลังห้าวหาญ อยู่ใน่วัยรุ่นหนุ่มแน่น ส่วนอีกคนหนึ่งหลังค่อม ผมขาวโพลน
เมื่อดูจากภาพตรงหน้าแล้ว ดูเหมือนว่ากู่เฟิงจะแข็งแกร่งกว่า ทว่าความเป็จริงกลับกลายเป็ว่า ในพริบตาที่หมัดของทั้งสองคนปะทะกัน กู่ตงที่ดูผอมบางอ่อนแอ กลับแข็งแกร่งดั่งัและพยัคฆ์ ซัดร่างของกู่เฟิงกระเด็นออกไปด้วยท่วงท่าที่ไร้ผู้ใดทัดเทียม
ร่างของกู่เฟิงปลิวละลิ่วออกไปราวกับว่าวที่สายป่านขาด ระหว่างทางเขากระอักเืออกมาอย่างบ้าคลั่ง แขนเสื้อของแขนขวาถูกกระแทกจนขาดวิ่นไปจนหมดสิ้น
ตึง!
กู่เฟิงร่วงหล่นลงบนพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง กลิ่นอายอ่อนล้าจนถึงขีดสุด ทำให้กู่ตงมองดูด้วยรอยยิ้มเบิกบานใจ
"ท่านผู้นำตระกูลช่างน่าเกรงขาม การสังหารกู่เฟิงง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ!" เมื่อกู่ต้าซานเห็นฉากนี้ ก็เป็คนแรกที่วิ่งออกมาร้องะโพลางเต้นแร้งเต้นกาด้วยความดีใจ
"หึ คิดว่าได้รับโชควาสนามาแล้วจะสามารถต่อกรกับข้าได้อย่างนั้นหรือ? ช่างน่าขันสิ้นดี" กู่ตงแค่นเสียงหัวเราะเ็า ต้องยอมรับว่าพลังการต่อสู้ของกู่เฟิงทำให้เขาประหลาดใจจริง ๆ
แต่ทว่า ก็เพียงเท่านั้น เขาเชื่อมั่นว่าหมัดเมื่อครู่นี้ของตน ต่อให้เป็ผู้ฝึกตนในขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นต้นที่แท้จริงถูกซัดเข้าไป หากไม่ตายก็ต้องาเ็สาหัสอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดกู่เฟิงก็เป็เพียงผู้ฝึกตนในขอบเขตแก่นทองคำขั้นปลายเท่านั้น เมื่อรับการโจมตีนี้ของเขาเข้าไป ย่อมไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้อีกต่อไปอย่างแน่นอน
"ท่านผู้นำตระกูล ดูเหมือนว่าเขาจะยังมีลมหายใจเฮือกสุดท้ายอยู่นะ" กู่ต้าซานปลดปล่อยจิตสำนึกออกไป เมื่อเห็นว่ากู่เฟิงยังไม่ตาย ก็เอ่ยเตือนกู่ตง
"รอให้ข้าเค้นถามความลับทั้งหมดในตัวเขาออกมาก่อน แล้วค่อยสังหารเขาก็ยังไม่สาย"
เมื่อกู่ตงกล่าวจบ เขาก็ก้าวยาว ๆ เดินตรงไปยังกู่เฟิง เขาจงใจละเว้นชีวิตกู่เฟิงเอาไว้ ก็เพื่อ้าจะจับเป็กู่เฟิง และบีบบังคับเค้นความลับทั้งหมดในตัวของกู่เฟิงออกมา
จากนั้นค่อยสังหารกู่เฟิงทิ้ง แล้วเดินทางไปพบกู่เว่ยที่เมืองชางเซียน เพื่อไปรับรางวัลเป็โอสถิญญาระดับหกและอาวุธิญญาระดับหกอันแสนล้ำค่า
"ท่านผู้นำตระกูล คนผู้นี้เป็เพียงเสือสิ้นลายไปแล้ว ไฉนเลยจะต้องให้ท่านลงมือด้วยตนเอง ให้ข้าเป็คนจัดการเขาก็พอแล้ว" กู่ต้าซานเสนอตัวต่อผู้นำตระกูล เขา้าจะเป็คนทรมานกู่เฟิงด้วยตนเอง
ก่อนหน้านี้ กู่อวิ๋นได้ตบหน้าตนเองไปหนึ่งฉาดเพราะเื่ของกู่เฟิง ทำให้เขาเสียหน้าเป็อย่างมาก
เขาเก็บความแค้นนี้เอาไว้ในใจ จึงอยากจะทรมานกู่เฟิงต่อหน้ากู่อวิ๋น เพื่อทำให้กู่อวิ๋นรู้สึกสะอิดสะเอียนเ็ป
"ก็ได้ เ้าจำไว้ว่าต้องลงมือให้รู้จักหนักเบา หากยังไม่ทันได้เค้นความลับในตัวเขาออกมา แล้วเ้าทำเขาตายเสียก่อน ข้าจะเอาเื่กับเ้า" กู่ตงพยักหน้า
"ท่านผู้นำตระกูลโปรดวางใจ ข้ารับรองว่าจะเค้นความลับในตัวเขาออกมาให้หมดอย่างแน่นอน" กู่ต้าซานตบหน้าอกรับคำ เมื่อกล่าวจบก็ยังจงใจส่งสายตาเยาะเย้ยไปให้กู่อวิ๋นที่มีสีหน้าย่ำแย่อย่างยิ่ง
จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เดินทีละก้าวตรงไปยังกู่เฟิงที่ล้มพับลุกไม่ขึ้นอยู่บนพื้น
กู่ตงเอามือไพล่หลัง วางท่าทีสุขุมเยือกเย็นราวกับผู้ทรงศีล เฝ้ารอคอยเสียงร้องโหยหวนของกู่เฟิงที่กำลังจะดังขึ้น
ฟุ่บ!
ทว่า ในขณะที่กู่ต้าซานกำลังจะเข้าใกล้กู่เฟิงนั้นเอง กู่อวิ๋นที่เอาแต่นิ่งเงียบมาตลอดก็พุ่งตัวออกไปอย่างกะทันหัน เขาแซงหน้ากู่ต้าซานไปด้วยความเร็วสูงสุด มุ่งตรงไปยังกู่เฟิง
เขา้าจะช่วยเหลือกู่เฟิงและพาคนหลบหนีไป!
"เ้าคนทรยศ บังอาจนัก กล้ากำเริบเสิบสานต่อหน้าข้าเชียวหรือ!" กู่ตงใกับการกระทำอันกะทันหันของกู่อวิ๋น ก่อนจะโกรธเกรี้ยวจนผมขาวชี้ชัน เขาชกหมัดแฝงโทสะพุ่งฝ่าอากาศเข้าใส่กู่อวิ๋น
ตบะบารมีของกู่ตงสูงส่งเกินไป และบนโลกใบนี้ ก็ไม่ได้มีทุกคนที่จะมีความสามารถในการสู้ข้ามระดับขั้นอันฝืนลิขิตฟ้าเฉกเช่นกู่เฟิง
ท่ามกลางเสียงกระอักเืด้วยความเ็ปที่ดังขึ้น กู่อวิ๋นยังไม่ทันจะได้ช่วยเหลือกู่เฟิงหนีไป ก็ถูกกู่ตงชกจนร่างปลิวละลิ่วออกไปเสียก่อน ระหว่างทางเขากระอักเืคำโตออกมาอย่างต่อเนื่อง โลหิตย้อมเสื้อบริเวณหน้าอกจนแดงฉาน
"ดีนักนะกู่อวิ๋น แม้แต่คำสั่งของผู้นำตระกูลเ้าก็ยังกล้าขัดขืน คอยดูเถิด ข้าจะเหยียบเ้าให้ตาย!" กู่ต้าซานเห็นกู่อวิ๋นถูกผู้นำตระกูลซัดจนล้มลงกองกับพื้นก็รู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก เขารีบพุ่งเข้าไปใช้เท้ากระทืบกู่อวิ๋น กระทืบจนแขนของกู่อวิ๋นหักไปหนึ่งข้าง
"พอได้แล้ว" เสียงอันน่าเกรงขามของกู่ตงดังขึ้นอย่างถูกจังหวะ จึงทำให้กู่ต้าซานหยุดการกระทำอันป่าเถื่อนลงได้
ถึงอย่างไรกู่อวิ๋นก็เป็อัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่คนรุ่นเยาว์ของตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลง กู่ตงยังคาดหวังให้กู่อวิ๋นไปสร้างหน้าตาให้กับตระกูลในเส้นทางิญญา จึงไม่อาจทนดูกู่ต้าซานกระทืบกู่อวิ๋นจนตายได้ แค่มอบบทเรียนให้กู่อวิ๋นเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว
"ถือว่าเ้ายังดวงแข็ง!" กู่ต้าซานไม่กล้าขัดคำสั่งของผู้นำตระกูล แม้จะไม่ยินยอมพร้อมใจนัก แต่ก็หยุดมือลง แล้วหันหลังเดินไปหากู่เฟิง
ด้วยนิสัยอันชั่วร้ายของเขา หากไม่ใช่เพราะผู้นำตระกูลห้ามปรามเอาไว้ เกรงว่ากู่อวิ๋นคงจะถูกเขากระทืบตายทั้งเป็ไปแล้วจริง ๆ
แต่ทว่า เมื่อกู่ต้าซานเห็นสภาพอันเ็ปรวดร้าวปางตายของกู่อวิ๋นที่ถูกตนเองกระทืบ เขาก็ยังคงรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง
เขารู้สึกว่านี่แหละที่เรียกว่าทีใครทีมัน
ในสายตาของเขา กู่อวิ๋นในอดีตอาศัยว่าตนเองมีพร์อันแข็งแกร่ง วางท่าทีสูงส่ง ไม่ว่าเื่ใดตนก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขาไปเสียหมด หากพูดจาไม่เข้าหู ก็ยังลงมือตบหน้าตนไปอีกหนึ่งฉาด
โชคดีที่์มีตา ทำให้กู่อวิ๋นล่วงเกินผู้นำตระกูล เขาจึงมีโอกาสได้ล้างอาย เหยียบแขนของกู่อวิ๋นจนหักไปหนึ่งข้าง
เมื่อความแค้นได้รับการชำระ เขาก็เบนความสนใจทั้งหมดไปที่กู่เฟิง
ตึก ตึก!
เขาก้าวเท้าด้วยจังหวะที่เบิกบานใจเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้ากู่เฟิง ก้มหน้ามองดูกู่เฟิงที่ล้มพับอยู่บนพื้น บนใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มอันน่าเกลียดน่าชัง
"เ้าหนู เ้าอย่าได้มาโทษว่าข้าเนรคุณตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้นเลย หากจะโทษก็ต้องโทษที่หัวของเ้ามันมีมูลค่ามากจนเกินไป"
กู่ต้าซานแค่นเสียงหัวเราะเ็า เตรียมที่จะปลุกกู่เฟิงที่สลบไศลให้ตื่นขึ้นมา เพื่อเริ่มต้นการทรมานกู่เฟิง
เขาค่อนข้างจะเชี่ยวชาญเื่การทรมานผู้คนอยู่บ้าง จึงมีความมั่นใจว่าจะสามารถทรมานกู่เฟิงให้เ็ปเจียนตาย และทำให้กู่เฟิงยอมคายความลับในตัวออกมาจนหมดสิ้น
เพียงแต่กู่ต้าซานที่กำลังเตรียมจะลงมือปลุกกู่เฟิงให้ตื่นขึ้นมา จู่ ๆ ก็ต้องเบิกตากว้าง ด้วยสีหน้าหวาดผวาราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน