บทที่ 26
ออกหาวัตถุดิบใหม่
ข้าวสาลี ถั่วลันเตาและลูกเดือยได้รับการเก็บเกี่ยวแล้ว ผลผลิตมหาศาลจากพรขององค์แลนด์บรูห์ ยังคงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคิทได้เสมอ
อาหารการกินของทุกคนจึงหมุนเวียนสลับกันไปทำให้ไม่จำเจเหมือนเก่า เนื้อสัตว์่ฤดูร้อนหาได้ไม่ยากนัก เพราะเหล่าฮันเตอร์ที่ว่างเว้นจากการดูแลไร่นาของตัวเองออกค้นหาอาหารอร่อยอย่างต่อเนื่อง บัณฑิตน้อยที่มีเงินในมือยี่สิบกว่าเหรียญทองจึงปรึกษากับผู้าุโ พร้อมกับออกคำร้องไปยังส่วนกลางของหมู่บ้าน
พวกเขา้าเริ่มเลี้ยงสัตว์เพื่อกินเนื้ออย่างจริงจัง การริเริ่มทำปศุสัตว์ในท้องถิ่นจึงเกิดขึ้น
ไม่นานนัก กระต่ายป่าตัวอ้วนใหญ่หลายตัวก็ถูกนำมาส่งให้กับทางโบสถ์ แน่นอนว่าพวกมันยังมีชีวิตอยู่แม้จะมีความหวาดกลัวปนอยู่บ้าง โรงเลี้ยงสัตว์แบบง่ายทำจากไม้สนขนาดกำลังดีจึงถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยรวมแล้ว คิทจับจ่ายเงินออกไปอีกเพียงสามสิบเหรียญเงิน ซึ่งจ่ายให้เป็ค่ากระต่าย และค่าแรงสำหรับการก่อสร้างเท่านั้น
ไม้จากป่า เป็สิ่งที่เขาขอพรกับเทพีฟอริสโดยตรง จึงไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
ที่พักอันปลอดภัยไร้สัตว์นักล่าตามธรรมชาติ อาหารอุดมสมบูรณ์จากแปลงเกษตรใกล้เคียง และการดูแลรักษาจากเด็ก ๆ ในโบสถ์ที่เอ็นดูสัตว์ขนาดเล็กขนปุกปุยเหล่านี้เป็พิเศษ ทำให้พวกมันเริ่มปรับตัวได้และแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว คาดว่าไม่นานหลังจากนี้ โปรตีนจากเนื้อกระต่ายคงมีให้กินไม่รู้จบ
คิทยังออกความเห็นให้ฮันเตอร์ทั้งหลายพยายามหาไก่ป่า และยังคงปิดประกาศรับซื้อพวกมันเอาไว้ แม้สัตว์ดังกล่าวจะหาได้ยากในดินแดนแถบภาคเหนือก็ตาม
หลังจากนั้นชาวบ้านที่เห็นดีเห็นงามกับการปศุสัตว์ จึงแวะเวียนมาขอความรู้และเยี่ยมชมโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ เพื่อเอาไปสร้างสำหรับใช้งานหาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง หลายบ้านจึงเริ่มเลี้ยงกระต่ายขนปุยด้วยความเอ็นดูยิ่ง แม้จะมีน้ำลายไหลเมื่อนึกถึงอาหารจากเนื้อของพวกมันก็ตาม
.....
การใช้พรจากทวยเทพอย่างต่อเนื่อง ทำให้มานาในร่างกายของเด็กทุกคนมีปริมาณมากขึ้น และพัฒนาอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเด็กในสถานศึกษาตามเมืองใหญ่เสียอีก สำหรับคิทที่ได้พรจากเทพถึงสามองค์นั้น พัฒนาการของเขาก้าวะโไปไกลจนน่าจะมีพลังมานาเท่ากับหัวหน้านักบวชทั้งหลายแล้ว
ความมั่นใจของเด็กหนุ่มที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้เขาเริ่มครุ่นคิดหาทางทำภารกิจหลักที่ได้รับจากเทพทั้งสาม พลังที่เขาได้รับมา ควรจะมีสิ่งตอบแทนกลับไปบ้าง
สิ่งสำคัญที่ต้องขบคิดในตอนนี้... คือ เขาจะทำภารกิจของเทพองค์ใดก่อนดี
ของหวานของเทพีฟอริสที่เขาคิดไว้ ยังต้องคอยคำตอบจากการค้นหาของฟาเธอร์แมทธิวและฟาเธอร์จาคอบ พื้นที่แถบนี้แทบจะไม่มีต้นไม้ที่ให้ผลหวานอร่อย คิทจึงได้แต่รอคอยต้นพันธุ์จากเขตอื่นเพื่อรับมันมาเพาะปลูกต่อไป อย่างไรก็ตาม... เขาควรออกภารกิจหารังผึ้งป่า เพราะไม่ว่าจะได้น้ำผึ้งมาใช้ทำอาหาร หรือได้นางพญาผึ้งมาเลี้ยงเพื่อเป็รังเอาไว้เก็บเกี่ยวน้ำหวานก็เป็เื่ดีทั้งนั้น ชาวบ้านที่หมักเหล้ามี้ดไว้กินเอง คงจะรู้แหล่งทรัพยากรชนิดนี้อยู่บ้าง เพราะน้ำหวานแสนอร่อยเป็ส่วนประกอบหลักของเครื่องดื่มที่พวกเขาชื่นชอบ
เขายังจำได้คลับคล้ายคลับคลาตอนเป็หมีเ้าถิ่น ว่ารังผึ้งแสนอร่อยพวกนั้นน่าจะมีเยอะแถวป่าทิศตะวันออก
ภารกิจของท่านไกเอลผู้เคร่งขรึม ยังต้องรอเวลาให้เขาสามารถรวบรวมปัจจัยแห่งความสนุกสนานได้มากเสียก่อน คิทกำลังนึกถึงการเฉลิมฉลอง่ฤดูใบไม้ร่วงจากการทำมันเผาเหมือนเคย ปีนี้เขาจะจัดให้มันยิ่งใหญ่เพื่อจะได้สมฐานะจ้าวแห่งแผ่นดินของท่านไกเอลมากที่สุด ... สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของกิจกรรมนี้ คือ การจัดงานใน่เวลาที่เหมาะสม ซึ่งห้วงเวลานั้น ยังมาไม่ถึง
ดังนั้นสิ่งที่เขาริเริ่มได้ทันทีในตอนนี้ คือ การทำภารกิจของท่านแลนด์บรูห์ ผู้ที่ภายนอกดูไม่น่าจะชอบของมึนเมา แต่กลับให้ภารกิจรังสรรค์เครื่องดื่มแบบนั้นขึ้นมา เหล้าชนิดแรกที่เขาพอจะทดลองทำได้เป็เหล้าจากการหมักมันหวาน
บัณฑิตน้อยที่ตัดสินใจได้แล้วจึงใช้ปากกาขนนกแต้มหมึกดำ ก่อนจะร่างลงไปบนแผ่นหนังเนื้อเนียนที่ซื้อตุนเอาไว้ใช้แทนกระดาษ ภาพถังไม้มีฝาปิดที่ไม่มีรอยรั่วไหลถูกเขียนขึ้น กระบอกตวงทำจากเหล็ก ท่อหล่อเย็นสำหรับการกลั่นเหล้ารวมไปถึงกรวยกรอกของเหลวถูกร่างเป็ภาพคร่าว ๆ เช่นกัน จากนั้นเขาก็เดินทางเข้าหมู่บ้าน ตรงไปยังบ้านสมิธที่เป็บ้านของช่างตีเหล็กเพียงแห่งเดียวในเขตนี้
เสียงตีเหล็กดังไปทั่วบริเวณเมื่อคิทเดินเข้ารั้วบ้าน ถ้าจำไม่ผิด... นายช่างใหญ่ที่เป็เสาหลักของบ้านจากไปเมื่อหน้าหนาวที่แล้ว ขณะนี้ลูกชายคนโตคงกำลังฝึกฝนฝีมือการตีเหล็กกระมัง? หนุ่มน้อยจึงไม่เดินไปเคาะประตูบ้าน แต่กลับอ้อมไปด้านหลังที่เป็สถานที่ทำงานของนายช่างคนใหม่
ไอร้อนระอุโชยมาจนคิทต้องกะพริบตาหลายทีเพื่อปรับตัว ท่ามกลางแสงสีส้มแดงจ้าของถ่านไม้ดำที่กำลังลุกไหม้ มีร่างชุ่มเหงื่อกำลังตีเหล็กรูปร่างประหลาดตาอย่างขยันขันแข็ง
ดูจากฝีมือการตีเหล็กให้กลายเป็ของรูปร่างประหลาดของนายช่างคนนี้แล้ว ภาพร่างของคิทคงจะเป็จริงในเร็ววัน
“อ้าว เดวิดใช่ไหมนั่น มาั้แ่เมื่อไหร่?” ชายหนุ่มตัวโตที่มีหนวดเคราเล็กน้อยหันมาเจอกันเด็กหนุ่มที่กำลังจ้องมองมาสักพักใหญ่โดยที่เขาไม่รู้ตัว
“แหะ ๆ สวัสดีครับพี่ฮิว ข้ากลัวว่าจะรบกวนสมาธิเลยยืนดูได้สักพักแล้วล่ะครับ” คิทยิ้มทักทาย ก่อนจะพูดเกี่ยวกับธุระที่ตน้าไหว้วาน ไม่ใช่สิ... ต้องเรียกว่าว่าจ้างมากกว่า
“ข้าอยากสั่งทำของในแบบวาดพวกนี้ พี่ลองดูให้หน่อยได้ไหมครับ” แผ่นหนังพับที่ลงน้ำหมึกเอาไว้ถูกยื่นออกไป ช่างเหล็กมือใหม่จึงมองดูสักพัก แต่เพราะอ่านตัวอักษรไม่ออก คิทจึงต้องอธิบายเพิ่มเติม
“ถังไม้? ดามด้วยเหล็กล้อมรอบ แบบไม่ให้มีรอยรั่ว อืม... ข้าคิดว่าทำได้นะ แต่... เครื่องกลั่นสุราของเ้า คงต้องใช้เวลาสักพักใหญ่เลยล่ะ” แม้โครงสร้างละเอียดยิบจะดูเหมือนว่าทำได้ยากยิ่ง แต่อุปกรณ์ชิ้นนี้กลับให้ความรู้สึกตื่นเต้นแบบที่เขาไม่เคยััมาก่อน ถ้าทำได้สำเร็จ ชื่อเสียงของตนคงเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน
“ถังไม้สองขนาด ขนาดใหญ่ห้าถัง ขนาดเล็กสิบถังสินะ ข้าขอเวลาสักสองสัปดาห์แล้วกัน ไม้สนแดงคงต้องถูกบ่มไล่น้ำมันออกเสียหน่อย ไม่เช่นนั้นของที่เก็บอาจมีรสชาติเปลี่ยนจนไม่น่ากินได้”
“ตกลงครับ เื่ราคา... พี่พอจะประมาณให้ก่อนได้หรือไม่”
“ถังใหญ่น่าจะตกที่ใบละสิบเหรียญเงิน ส่วนใบเล็กน่าจะอยู่ที่ห้าเหรียญ เอ่อ... มันจะมากไปสำหรับเ้าหรือเปล่า” นายช่างมือใหม่ยังคงมีความไม่มั่นใจในตนเองอยู่มาก แต่เท่าที่คิทคาดคะเนเอาไว้ ราคาของพวกมันน่าจะอยู่ที่ระดับนั้นจริง ๆ แค่แผ่นเหล็กคุณภาพดีสำหรับดามถังไม้สองชิ้น กับส่วนที่ต้องทำขอบบนล่างให้เป็ตัวล็อกแ่า ก็น่าจะกินต้นทุนมากกว่า 7 ใน 10 ส่วนแล้ว
“ราคาเหมาะสมแล้วพี่ ไม่ต้องห่วง ข้าขอวางมัดจำไว้ห้าสิบเหรียญเงินก่อนเลยครับ เสร็จแล้วรบกวนไปส่งให้ที่โบสถ์หน่อยนะ”
การว่าจ้างครั้งใหญ่ของบ้านสมิธจึงสำเร็จไปได้ด้วยดี คิทยังใช้โอกาสนี้ไปติดต่อขอซื้อหัวเชื้อหมักเหล้ามี้ดจากชาวบ้านมาอีกจนได้วัตถุดิบสำคัญเต็มถุงผ้า แถมยังได้ลิ้มลองเหล้าหมักสด ๆ ที่มีรสหวานแสบคอยิ่ง
ภารกิจตามหาน้ำหวานและรังผึ้งถูกบอกต่อให้กับเหล่าฮันเตอร์และชาวบ้านผู้หมักเหล้าได้ทราบ นอกจากนี้คิทยังตัดสินใจซื้อน้ำผึ้งบรรจุในขวดไม้ขนาดกลางที่ชาวบ้านพอจะแบ่งขายได้ในราคาห้าเหรียญเงิน มันเป็ของที่มีราคาค่อนข้างสูง แต่ดูจากปริมาณแล้ว เขาคงทดลองทำเหล้าหมักหรือของหวานได้เยอะทีเดียว อีกสิบห้าวันเมื่อถังไม้มาส่ง ทุกอย่างคงเป็รูปเป็ร่างมากขึ้น
ระหว่างรอคอยข่าวดีที่ตนว่าจ้างผู้อื่นไว้ การเล่าเรียนเขียนอ่านของคิทก็ยังดำเนินต่อไป พืชไร่ชุดที่สองเริ่มเขียวชอุ่มและเติบโตเต็มที่แล้ว อีกไม่ถึงเดือนพวกเขาคงได้เก็บเกี่ยวเป็ครั้งที่สอง ปัญหาขาดน้ำสำหรับการเพาะปลูกยังไม่เกิดขึ้น แต่ไม่มีใครทราบเช่นกันว่าพื้นที่รอบนอก โดยเฉพาะในเมืองที่อยู่ทางใต้จะเป็อย่างไร
ภัยร้ายที่องค์แลนด์บรูห์บอกผ่านนิมิตเอาไว้ล่วงหน้าจะรุนแรงขนาดไหนกันหนอ
หิมะบนยอดเขาสูงละลายจนเกือบหมดแล้ว น้ำในลำธารสายเล็กใหญ่จึงลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัด กลางหน้าร้อนแบบนี้ควรมีเมฆฝนตกโชยลงมาสู่ผิวดินให้พืชพรรณได้ชุ่มฉ่ำบ้าง แต่ท้องฟ้ากลับปลอดโปร่งจนน่าใจหาย แสงแดดเองก็แรงจัดยิ่ง ทุ่งข้าวและธัญพืชส่วนใหญ่จึงเหี่ยวเฉากว่าที่เคยเป็
มีเพียงเถามันหวานที่ยังคงชูช่อใบอวบอิ่มสวยงาม พืชพวกนี้ทนแล้งได้ดี และ้าน้ำน้อยกว่าที่คิด ชาวบ้านจึงยังคงใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย และไม่เครียดกับอนาคตมากนัก
ไม่นานหลังจากนั้น ถังไม้จำนวนสิบห้าใบก็ถูกนำมาส่งที่โบสถ์เรดวู้ดก่อนเวลานัดถึงสองวัน งานไม้ประณีต ผิวราบเรียบขัดมันด้วยน้ำยางเคี่ยวเหนียว ฝาปิดแน่นไม่มีรูรั่ว แสดงถึงความใส่ใจของนายช่างฮิวที่ทุ่มเทสุดฝีมือ เขายังหยิบยื่นกรวยที่ดัดขึ้นรูปจากเหล็กแผ่นบางพร้อมกับถังไม้ใบเล็กจิ๋วอีกสองใบให้เป็ของแถม มันดูเหมาะมือกับการทดลองทำเหล้าหมักสำหรับเด็ก หรือไม่ก็... เป็บรรจุภัณฑ์ที่ดูดีมาก สำหรับการถวายเทพเ้า
คิทเกิดไอเดียสร้างสรรค์งานฝีมือชั่วขณะ จึงรีบอธิบายให้ฮิวได้ฟัง จากนั้นก็สั่งถังไม้ใบเล็กสูงเพียงแค่คืบ แต่ลงลวดลายสวยงามบนเหล็กขัดอีกถึงสิบใบ ถังหกใบจะถูกทำถวายทวยเทพที่ให้พรกับเด็ก ๆ ทุกคนในโบสถ์ สามใบจะถูกทำถวายองค์แลนด์บรูห์ ส่วนอีกใบหนึ่งนั้น เขาจะเก็บไว้ทดลองกินเองเพื่อต่อยอดความรู้ในการพัฒนาเครื่องดื่ม เงินอีกสามสิบเหรียญเงินจึงถูกจ่ายล่วงหน้า ขณะเดียวกันนายช่างฮิวก็ยิ้มจนแก้มปริที่ได้รับงานค่าจ้างสูงอีกครั้ง
แม้แต่พ่อของเขา...ยังไม่เคยหาเงินได้ถึงหนึ่งเหรียญทองในเวลาไม่ถึงเดือนเช่นนี้ ความมั่นใจในตัวเองจึงเพิ่มสูงขึ้นเป็เท่าทวี
เมื่อหลุดพ้นจากเงาของอดีต ฝีมือก็เพิ่มพูนรวดเร็ว อีกไม่นานนัก ครอบครัวสมิธคงเป็ที่พึ่งของใครอีกหลาย ๆ คน
วันถัดมา โบสถ์ใหญ่ก็มีกิจกรรมที่แสนจะชุลมุน มันคือการทำเหล้าหมักจากมันหวาน เพื่อใช้ถวายเหล่าทวยเทพ
เด็ก ๆ ร่วมมือร่วมใจกันช่วยทำความสะอาดหัวมันที่เปื้อนดิน พร้อมปอกเปลือกออก ก่อนคิทและแอนนาจะใช้มีดคมกริบที่ซิสเตอร์แอนทำจากกรงเล็บของหมีจันทร์เสี้ยวเพื่อหั่นให้เป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย หม้อเหล็กใบใหญ่ที่เคยใช้เคี่ยวน้ำซุปทำอาหารถูกล้างอย่างสะอาดเอี่ยม ก่อนจะนำมาต้มหัวมันจนสุก
ถังไม้ใบใหญ่ที่โดนลวกน้ำร้อนจัดมากกว่าสามรอบถูกใช้รองรับหัวมันที่ถูกต้มจนเละ ของเหลวร้อนที่กรองกากออกแล้วจัดถูกเทลงไปจนเกือบเต็มปริ่มขอบถัง ก่อนฝาไม้ลวกน้ำร้อนจะถูกปิด้าอย่างแ่า จุกไม้ถูกเปิดเอาไว้เล็กน้อย เพื่อรอให้ของที่อยู่ภายในเย็นตัวลง มันหวานหลายกระสอบจึงถูกนำไปต้มและทำเช่นนี้จนถังไม้ใหญ่เต็มไปสามถัง
อีกสองถังที่เหลือ คิทมีแผนจะลองทำเหล้ามี้ดแบบใหม่ที่ผสมผลเบอร์รี่หอมหลากชนิดจากภายในป่าหรือไม่ก็หมักเบียร์จากกระสอบบาร์เลย์ เครื่องดื่มหลากหลายที่กำลังจะเกิดขึ้นคงเพิ่มสีสันให้มื้ออาหารได้ดีทีเดียว
ถังไม้ที่มีอุณหภูมิกลับมาเป็ปกติแล้ว ถูกใส่หัวเชื้อยีสต์ลงไป
เ้าบัณฑิตน้อยได้แต่หวังว่า การทำความสะอาดฆ่าเชื้อของพวกเขาจะดีพอและน้ำหมักพวกนี้คงจะสำเร็จ
เวลาหนึ่งเดือนหลังจากนี้ พวกเขาจะรอคอยอย่างมีความหวัง