เพราะผมดูอ่อนแองั้นเหรอ?
ผมลืมตาขึ้นภายในห้องมืดๆห้องหนึ่ง รู้สึกว่าร่างกายของผมล้าไปซะแทบจะทุกส่วนแต่.....ผมไม่ได้รู้สึกว่าร่างกายของผมนอนอยู่กับพื้น แต่มันเป็...?
ผมรีบลุกขึ้นอย่างไวก่อนจะถูกใครคนหนึ่งดึงตัวให้นอนลงเช่นเดิมไอ้กายลูกพี่ของนักเลงพวกนั้นอุ้มผมไว้บนตัก มันไม่ยอมให้ผมลุกไปไหน
"นายปล่อยเราลงดีกว่าน่า" ผมพูดพร้อมกับเบี่ยงตัวออกแต่อีกฝ่ายก็ดึงตัวผมกลับพร้อมกับรัดตัวผมไว้แน่น
"เดี๋ยวสิ กูช่วยมึงไว้นะ มึงจะไม่ขอบคุณกูซักหน่อยเหรอ"
คนที่ช่วยผมไว้ก็คือ 'กาย'แล้วนี่กายพาผมมาที่ไหนกันนะ ห้องที่ไม่คุ้นเคยนี้ไม่มีแม้แต่แสงจะเล็ดลอดเข้ามามีเพียงแสงไฟเล็กๆที่ไม่ได้สว่างมากสาดส่องลงมาพอให้เห็นสิ่งของภายในห้องรำไร
"นายช่วยเราเหรอ ขอบใจนะ" ผมพูดแล้วรีบลุกออกจากตักอุ่นๆของมันนั่งลงข้างๆกายอย่างเงียบๆ
"อ่าว ทำไมยังไม่ไปอีกล่ะ"
"เรา...ไม่รู้ว่าทางออกอยู่ตรงไหนน่ะ" ผมพูดหน้าเจื่อนก่อนจะเห็นว่าอีกฝ่ายหัวเราะเยาะผม
"กูจะพามึงออกไป แต่มีข้อแม้"
"ข้อแม้อะไรของนาย"
"มึงต้องเข้าแก๊งัขาวของกู "
ผมนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยแต่ก็มาคิดทบทวนเป็อย่างดีแล้วว่า ผมคงต้องเข้าแก๊งของกายจริงๆเพราะไม่อย่างนั้นผมก็จะไม่มีคนคอยดูแล และอีกอย่าง กายก็ช่วยผมไว้แปลว่ามันต้องดูแลผมได้
"อื้ม ได้สิ" ผมตอบตกลงกับอีกฝ่ายในทันทีแต่.......ไม่จบเพียงเท่านั้น
"เดี๋ยวสิ มึงอย่าเพิ่งใจร้อน กูยังพูดไม่จบ"
"อะไรอีกล่ะ" ผมถามอย่างสงสัยเพราะอยากจะออกไปจากที่นี่จนแย่แล้ว
"มึงต้องเป็สายสืบให้กู" ประโยคนี้ทำเอาผมมุ่นคิ้วแน่น
"ห๊ะ ยังไงเหรอ? "
"มึงต้องเข้าไปอยู่ในแก๊งสิงห์ดำ ของไอ้แสบ คนที่มันทำร้ายมึงแล้วล้วงเอาความลับของมันมาให้ได้"
ผมเบิกตากว้างด้วยความใจะให้ผมไปอยู่กับไอ้หมอนั่นน่ะนะ คนที่มันเพิ่งจะทำร้ายผมไป ผมคงไม่ไปแน่ๆ
"ไม่เด็ดขาด"
ผมยืนยันเสียงแข็งและในทันใดนั้น มือหนาก็กระชากผมเข้าไปหาอย่างเต็มแรง อึก!! จนตอนนี้ร่างของผมประชิดไปกับร่างของมันมันค่อยๆกดตัวผมลงแล้วพยายามจะ....จูบ....ผม
"มึงจะทำไม่ทำ ถ้าไม่ทำมึงโดนกูแน่!!! "
เสียงกระซาบทำเอาผมทำอะไรไม่ถูกดูท่าทางมันจะเอาจริงซะด้วย โฮ้ย!! มันไม่มีทางเลือกอะไรที่ดีกว่านี้เลยเหรอเนี่ยมือหนาสอดแทรกเข้ามาภายในเสื้อของผมแล้วลูบคลึงบีบเคล้นบริเวณสีข้างของผมอย่างเอาแต่ใจก่อนที่ริมฝีปากหนาจะค่อยๆโน้มลงมาช้าๆ
"อ่ะ..เออๆ ยอมแล้ว ทำก็ได้"
ผมรีบตอบด้วยว่าไม่มีทางเลือกกายถอยตัวออกจากผมทันทีหลังจากนั้นมันยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างผู้ชนะพร้อมกับจดจ้องผมนิ่ง
"มึงรับปากแล้วนะ อย่าตุกติกล่ะ ไม่งั้นมึงจะโดนยิ่งกว่าวันนี้"
ผมได้แต่พยักหน้าแล้วนั่งเงียบๆไอ้กายไอ้บ้า ทำอะไรก็ไม่รู้ ขวัญเสียหมด เห้อออ!!!
หลังจากนั้นกายก็พาผมออกมาจากห้องทึบที่คล้ายอุโมงค์ใหญ่ทางเดินทอดยาวไปเรื่อยๆในความมืดมีเพียงแสงสว่างจากเบื้องหน้าที่บอกได้ว่านั่นคือทางออก ให้ตายสิมันพาผมมาที่ไหนกัน
เมื่อออกมาด้านนอกผมจึงรู้ว่าที่นี่คืออาคารร้างถูกปิดตายสร้างด้วยอิฐหนา ไม่มีหน้าต่างหรือประตูทางออกอื่นๆเลย ดูคล้ายๆกับ...คุก!!
“นายอยู่ที่นี่เหรอ” ผมหันไปถามคนข้างๆ
“เออ ที่นี่ คือที่ของแก๊งเรา มันเป็คุกเก่าน่ะแต่โรงเรียนยกเลิกกฎการถูกขังคุกไปแล้ว” มันบอกผมพยักหน้ารับ
“แล้ว.....เราต้องมาที่นี่ไหม?”
“ไม่ต้อง อยู่กับไอ้แสบ คอยสืบเื่ของพวกมันแล้วไม่ต้องเสือกมาที่นี่ให้พวกมันจับได้ล่ะ”
“อ่า....เข้าใจแล้ว” ผมตอบ ก่อนจะเดินออกมาจากพื้นที่ตรงนั้นทันทีไม่ได้สนใจหันไปมองไอ้กายอีก
ใครก็ได้บอกผมทีว่าที่นี่คือโรงเรียน........
คืนนี้ผมต้องนอนที่นี่เป็คืนแรกยังคงไม่คุ้นชินกับอะไรอีกหลายๆ อย่างตึกนอนดูอย่างกับปราสาทผีสิงในละครอย่างไรอย่างนั้นเลยล่ะครับส่วนห้องนอนน่ะเหรอครับ เป็ห้องสำหรับนอนได้คนเดียวถูกจัดเตรียมไว้ให้ผมแล้วที่ชั้นสามของตึก ตอนนี้เป็เวลาเตร่ เป็่พักผ่อนอาจารย์ผู้ควบคุมจะปล่อยให้นักเรียนพักผ่อนตามอัธยาศัยเพียงแต่ต้องอยู่ภายในตึกเท่านั้น
"นายมงคล"
เสียงใครบางคนเรียกผมจากทางด้านหลังผมรีบหันไปมองยังที่มาของเสียง สตรีสูงวัยยืนจ้องผมด้วยสายตาไม่เป็มิตรเขาคือมาดามใหญ่ของโรงเรียนนี้ หน้าที่ของเขาคือ คนที่คอยออกกฎเกณฑ์ต่างๆและเป็ผู้ที่คอยควบคุมดูแลในเื่ความเป็อยู่ของเด็กนักเรียนที่นี่ ลืมบอกไปใช่ไหมครับว่าที่นี่มีแต่เด็กผู้ชายและเป็เด็กผู้ชายที่.....ทำแต่เื่มากันทั้งนั้น
"ครับมาดามแมรี่" ผมมองหน้าสตรีสูงวัยใบหน้าฝรั่งอย่างนิ่งๆ
"ช่วยนำสิ่งนี้ไปให้อาจารย์แดนหน่อยสิ" มาดามแมรี่ออกคำสั่งพร้อมกับยื่นซองเอกสารบางอย่างมาให้ผมหน้าซองเขียนถึงอาจารย์ 'แดน' อาจารย์แดนคืออาจารย์ผู้ควบคุมนักเรียนทั้งหมดและเป็ผู้ที่คอยจัดการเด็กๆ ที่นี่ทุกคน เขาเป็ชายหนุ่มรูปร่างใหญ่โตบึกบึนสายตาเฉียบน่ากลัวอย่างกับนักฆ่า และไม่ค่อยมีใครอยากจะยุ่งกับเขาสักเท่าไหร่ก็คงจะรวมถึงมาดามแมรี่ด้วย ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ฝากซองนี้ให้ผมมาหรอกผมรีบเดินไปยังชั้นสี่ของตึก ชั้นที่สี่เป็ห้องพักสำหรับอาจารย์ทุกคนผมเดินไล่ไปเรื่อยๆ จนถึงห้องอาจารย์แดนผู้น่ากลัว แต่ยังไม่ทันจะได้เคาะประตูผมก็ต้องชะงักนิ่ง เพราะภายหลังบานประตูนี้มีเสียงเล็ดลอดออกมาเป็ระยะ ๆเสียงครวญครางของชายหนุ่มที่ดูเร่าร้อนนั้นทำให้ผมถึงกับขมวดคิ้ว ผมค่อยๆใช้มือผลักประตูให้แง้มออกเพียงเล็กน้อย และภาพตรงหน้าที่ผมได้เห็นก็คือเด็กหนุ่มตัวขาวในสภาพเปลือยเปล่ากำลังเริงระบำอยู่บนร่างของอาจารย์แดนอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักร่างบางนั้นตกอยู่ภายใต้อาณัติของคนตัวใหญ่ที่กำลังขย่มโรมรัดเขาอยู่มือหนาและวงแขนแกร่งที่รวบรัดและปิดริมฝีปากของเด็กตัวขาวนั่นเอาไว้จนแน่น
ครึก!! ให้ตายสิผมทำซองเอกสารหลุดมือไปซะแล้ว เป็จังหวะเดียวกันกับเสียงครวญครางนั้นหายไป
"ใครน่ะ" เสียงทุ้มน่าเกรงขามเอ่ยขึ้นผมรีบก้มลงหยิบซองเอกสารแล้วกลั้นใจเปิดประตู ตอนนี้ทั้งอาจารย์แดนและเด็กตัวขาวอยู่ในสภาพผ้าขนหนูห่มกายอยู่อาจารย์แดนมองหน้าเด็กนั่นเหมือนบอกว่าให้ออกไปก่อนเด็กนั่นที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนักค่อยๆ เดินออกมาอย่างโซซัดโซเซ และตอนนี้ในห้องก็เหลือแค่เพียงผมกับ....อาจารย์แดน
"นายมีเื่อะไร" อาจารย์แดนเอ่ยถามขึ้นแต่เสียงลมหายใจยังคงกระหืดกระหอบราวกับว่ายังคลั่งค้างในอารมณ์เมื่อตะกี้อยู่
"คือ.....มาดามแมรี่ฝากไอ้นี่มาให้ครับ" ผมตอบก่อนจะยื่นซองเอกสารให้อาจารย์แดนในทันที
"อืม ขอบใจนะ"
ผมโค้งตัวลงเล็กน้อยเป็การให้ความเคารพแล้วก็รู้ทันทีว่าต้องรีบเดินออกไปจากห้องนี้ให้ไวที่สุด
"เดี๋ยว"
ผมชะงักฝีเท้าเมื่ออาจารย์แดนพูดขึ้นแล้วหันกลับไปมองอาจารย์อย่างหวาดๆ
"ครับ" ผมสั่นจนเกร็งไปหมดแล้วเนี่ย
"นายมาใหม่เหรอ ฉันไม่ยักจะเคยเห็น"
"ครับ เพิ่งมาวันนี้ครับ"
ผมพูดจบอาจารย์แดนก็เดินเข้ามาประชิดร่างของผมเขาไล่มองผมั้แ่หัวจรดปลายเท้า ก่อนจะใช้มือหนาใหญ่งับเข้าที่ต้นคอของผมแต่ไม่ใช่ััที่รุนแรงอะไร ใบหน้าหล่อเข้มนั้นก้มลงมาเกือบจะถึงแก้มของผมพร้อมกับลมหายใจอุ่นระรัวที่รดลงแ่บริเวณแก้มและต้นคอของผม
"นายรู้ใช่มั้ยว่าฉันเป็ใคร"
"ครับ" ผมตอบเสียงสั่น
"อย่าดื้อก็แล้วกัน" อาจารย์แดนพูดแล้วประชิดใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้อีกสายตาอันน่ากลัวนั้นจ้องมองผมไม่กะพริบ
"นายนี่ดูไม่เหมือนไอ้พวกนั้นเลยนะ ผิวขาว หน้าตาน่ารักดูแล้วไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่เลย"
อาจารย์แดนพูดพลางกระเถิบตัวเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆจนตอนนี้ผมกลัวแทบจะเป็บ้าอยู่แล้ว มือหนาใหญ่แข็งแรงล็อกเอวผมไว้แน่นจนผมขยับตัวไม่ได้
"นายนี่.......น่าฟัดชะมัด"
อาจารย์แดนพูดก่อนจะบีบคลึงเข้าที่เอวของผมเต็มแรงเขาดูคลั่งค้างในอารมณ์ก่อนหน้านี้ และ ผมคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเอาตัวรอด
"เอ่อ...ผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีว่าผมนัดฟาเธอร์เอาไว้น่ะครับ" ผมเลี่ยงโดยแอบเอาชื่อของอาจารย์ใหญ่มาอ้างฟาเธอร์ก็คืออาจารย์ใหญ่นั่นเองครับ เด็กทุกคนที่นี่จะเรียกอาจารย์ใหญ่ว่า ฟาเธอร์ซึ่งเท่ากับว่าเป็พ่อ หรือ คนสูงสุดของที่นี่ และก็ดูเหมือนว่าจะได้ผลเมื่ออาจารย์แดนยอมปล่อยผมออก ชายบึกบึนในสภาพนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวเดินถอยตัวออกห่างจากผมช้าๆแล้วยิ้มปริ่มให้ผมอย่างมีเลศนัย ในตาฉายแววเ้าเล่ห์และไม่น่าไว้ใจเอาซะเลยผมโค้งตัวอีกครั้งเป็การทำความเคารพก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกมาจากห้องของอาจารย์แดนอย่างไวที่สุด เห้อออ!! เกือบไปแล้วไงผม นี่มันอะไรกันเนี่ย บ้าที่สุดวันนี้ทั้งวันผมต้องเจอกับอะไรก็ไม่รู้ ผมรีบเดินดุ่มๆ มาจนถึงห้องนอนของผมคืนนี้ผมคงจะนอนไม่หลับเป็แน่ ภาพบ้าๆ นั่นยังติดตาผมอยู่เลย ฮื่อออออ!!!!!