ภีมตัดสินใจชวนแซงค์ เพื่อนเล่นสมัยประถมของเขา ที่มีบ้านอยู่ในระแวกเดียวกันไปเก็บเห็ดด้วยกันทีู่เาที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก และเขาจึงถือโอกาสนี้ในการแคมป์ปิ้งด้วยเลย
แซงค์ก็เห็นด้วยที่ชายชาตรีอย่างพวกเขาจะไปแคมปิ้ง แต่การที่ภีมจะไปเก็บเห็ดเขานั้นไม่เห็นด้วยนัก เพราะทั้งเขาและภีมก็ต่างไม่มีความเชี่ยวชาญในเื่ของเห็ดเลย แต่ทางด้านภีมกลับโต้แย้งว่าไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขา
“ไอ้ภีม กูว่าไอ้เห็ดโคนนั่นมึงซื้อจากตลาดก็ได้มั้ง มันคงเหมือน ๆ กันแหละ”
“ไม่ได้เว้ยแซงค์ กูเป็เชฟนะ วัตถุดิบของกูย่อมต้องผ่านการคัดสรรอย่างดี”
“แล้วเห็ดในตลาดไม่ดียังไงวะ?กูว่ามันเหมือน ๆ กันหมดแหละ”
“โนววว ครับเพื่อน มึงรู้จักคำว่า เฟรชไหม?ความสดใหม่มันต่างกันครับ เห็ดที่พวกยาย ๆ ที่ตลาดขายค้างมากี่วันก็ไม่รู้”
“เื่เยอะจังมึง ตามใจมึงละกัน อยากเหนื่อยก็”
แซงค์ได้แต่ส่ายหน้าในความช่างเลือกของเพื่อน ก่อนที่จะนัดวันเข้าป่าหาเห็ดและตั้งแคมป์กันเป็วันพรุ่งนี้เช้า
เมื่อรุ่งสางมาถึง แซงค์ก็ได้เตรียมรถกระบะโฟวิลคู่ใจพร้อมทั้งอุปกรณ์เดินป่ามาจอดรอภีมที่หน้าบ้านก่อนจะบีบแตรส่งสัญญาณเรียกเพื่อน
ปรี้นนนน ปรี้นน!
“มาแล้ว มาแล้ว”
ภีมวิ่งออกมาจากบ้านด้วยความรีบร้อน วันนี้เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าโทนสีเขียวขี้ม้า ดูแล้วเหมือนจะไปล่าสัตว์มากกว่าที่จะไปเก็บเห็ดและตั้งแคมป์ชิวๆ
“โห่ ไอ้ภีม หล่ออย่างกับพระเอกหนังเลยเพื่อน!”
“อ้าว แน่นอนสิวะ ตอนที่เรียนอยู่เมืองนอกกูแม่งโคตรฮอต” ภีมได้ทีก็คุยโวใหญ่พร้อมทั้งทำท่าทางเสยผมใส่เพื่อนของเขา
“มึงเลิกขี้โม้แล้วขึ้นรถได้ละ เดี๋ยวสายพอดี”
“ครับ ครับเพื่อน”
โดยปกติกับคนอื่นแล้วภีมจัดว่าเป็สุภาพบุรุษที่มีมาดสุขุมนุ่มลึก แต่กลับแซงค์ที่เป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็ก เขากลับชอบพูดจากวน ๆ ใส่เพื่อนอยู่เสมอ
ณ ตีนเขาแห่งหนึ่ง
ทั้งสองขับรถมาเรื่อย ๆ ประมาณยี่สิบนาทีก็มาถึงจุดมุ่งหมาย
แซงค์ตัดสินใจจอดรถทิ้งไว้ที่ตีนเขาก่อนที่ทั้งสองหนุ่มจะค่อยๆ ช่วยกันแบกสัมภาระสำหรับแคมปิ้งใส่หลังแล้วพากันเดินเข้าไปในป่า
ทั้งสองตัดสินใจเลือกจุดตั้งแคมป์ตรงลานบริเวณใกล้ลำธาร เพราะตรงนี้น่าจะปลอดภัยจากสัตว์ป่าเ้าถิ่น
ทั้งคู่ช่วยกันกางเตนท์และตอกสมอลงบนดินก่อนที่จะพากันออกสำรวจป่าแถบนี้
ทางด้านของภีมก็จัดเตรียมมื้ออาหารไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ชายหนุ่มพกข้าวเหนียวใส่หล่องมาพร้อมกับปลาเค็มทอดและเนื้อแดดเดียว เพราะมันเป็ของตากแห้ง จึงสามารถเก็บไว้กินได้หลายมื้อ
หลังจากที่ทั้งสองทานอาหารกันเสร็จก็พากันออกตามหา “เห็ดโคน” วัตถุดิบที่ทำให้พวกเขาต้องเข้าป่ามาในวันนี้
ถึงแม้ว่าภีมจะเป็เชฟที่มีฝีมือดีคนหนึ่ง แต่เขาก็จะประมาทไม่ได้ การแข่งขันในครั้งนี้เขาจะไม่ยอมแพ้ในเด็ดขาด เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก และเลือกใช้วัตถุดิบเกรดดีและสดใหม่เท่านั้น
“นั้นไงไอ้แซงค์ กูเจอแล้ว”
ภีมมีท่าทางที่ตื่นเต้นพร้อมชี้มือชี้ไม้แล้วร้องะโเรียกเพื่อนให้มาดูเห็ดที่อยู่ตรงหน้าเป็กลุ่มใหญ่
แซงค์รีบวิ่งมาตามเสียงเรียกของเพื่อน ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเพื่อนด้วยความไม่แน่ใจ
“ใช่แน่หรอวะไอ้ภีม?”
ภีมหยุดสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วรีบหันหน้ากลับมาตอบเพื่อนอย่างไว
“ใช่ดิว่ะ เชื่อกู กูเรียนมา”
แซงค์เลิกคิ้วสงสัย เพราะไม่คิดว่าที่เมืองนอกจะมีสอนเื่เห็ดด้วย
“หึ?มึงเรียนจากไหนวะ?”
ภีมที่ได้ยินคำถามของเพื่อนก็หันมายิ้มขำ ๆ แล้วตอบคำถามของเพื่อน จนคนที่ได้ฟังถถึงกับส่ายหัวไปมา
“กูเรียนมาจากกูเกิลครับ บบ”
“จะรอดไหมเนี่ยเพื่อน”
“เอาน่า มาช่วยกูเก็บก่อน พรุ่งนี้จะได้รีบกลับ”
“เออ เออ”
“ดูนี่ เห็ดสีขาวอมน้ำตาลมีหมวกแบบนี้แหละ เขาเรียกว่าเห็ดโคน แม่กูชอบเอามาผัดน้ำมันหอยให้กินตอนเด็ก”
ทั้งสองช่วยกันเก็บเห็ดโคนอย่างเพลิดเพลิน เพราะป่าแห่งนี้มีเห็ดเต็มไปหมด ภีมนั้นนอกจากจะเก็บเห็ดแล้ว ก็ยังสอนเพื่อนไปด้วยว่านี่คือเห็ดอะไรแต่เขาหาได้รู้ไม่ว่า เห็ดที่พวกเขาเก็บนั้นมันไม่ใช่เห็ดโคนแต่กลับเป็เห็ดหมวกจีนพิษ
หลังจากที่ทั้งสองหนุ่มค้างแรมในป่าเป็เวลาหนึ่งคืนแล้วก็พากันออกจากป่าและมุ่งตรงกลับบ้านเพื่อทำเมนูเด็ด
พอถึงบ้าน ภีมก็จัดแจงลวกเห็ดเพื่อทำลาบเห็ดในทันที
ชายหนุ่มปรุงอาหารอยู่สักพักก็เสร็จ ได้ลาบเห็ดโคนมาหนึ่งจาน เขาเตรียมตัวทานพร้อมทั้งชวนแซงค์ทานด้วย
“จัดดิไอ้แซงค์!”
“มึงเอาเลย กูไม่กินผัก ยิ่งเห็ดกูยิ่งไม่กินเลย”
“โห่ ไรวะ! มึงแม่งไม่รู้จักของดี”
หลังจากพูดจบ ภีมก็ตั้งหน้าตั้งตากินลาบเห็ดเข้าไปจนหมดเกลี้ยง
“อร่อยจัด”
แต่พอทิ้งระยะไปได้เพียงสิบห้านาทีในขณะที่ชายหนุ่มกำลังล้างจาน...จู่ ๆ เขาก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะจนยืนไม่อยู่กับที่ ก่อนที่สติของเขาจะค่อย ๆ ดับวูบลง
************************************************************
ขอบคุณที่ติดตามค่า