ตอน 10 ความมืดดำในใจเ้าให้ข้าได้ปลอบประโลม
ณ วังหลวง สระบัวสถานที่พักผ่อนจากงานราชสำนักของฝ่าา
"ฝ่าาขอรับ องค์หญิงเสด็จ"ต้าเชียงกล่าวรายงานทันควัน ในขณะที่ฝ่าากำลังบรรทมริมสระบัว
"อืม... ให้นางเข้ามาเถอะเด็กคนนี้ไม่ว่าจะโตขนาดไหนยังเป็เด็กน้อยในสายตาข้า มาหาข้าถึงสระบัวคงมีสิ่งที่้าร้องขออีกตามเคย"ลู่เปียนดำเนินแต่ละวันผ่านไปด้วยความน่าเบื่อ
"หากวังหลวงของข้ามีเ้าเติ้งถูนั่นมาอยู่เป็เพื่อนข้าทั้งวันทั้งคืนเช่นเมื่อก่อนข้าเองคงไม่ต้องทนเหงา" ฝ่าาผู้สูงส่งกลับนึกถึงอดีตที่ผ่านไปแสนนานพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ แววตาละห้อยดุจกระต่ายรอเข้าโรงเชือด
"เสด็จพี่ !!! ท่านทำแบบนี้ได้อย่างไรท่านยังเห็นข้าเป็น้องหญิงของท่านอยู่หรือไม่คุณชายโม่เติ้งถูคือรักแรกของเยว่่ชาง "
"ข้าต้องเฝ้ารอมาเนิ่นนานขนาดไหนกว่าจะได้พบเขาอีกครั้งเสด็จพี่ก็รู้ดีว่าเยว่ชางปรารถนาแต่งกับเขาั้แ่ไหนแต่ไรบัดนี้ท่านกลับประทานงานมงคลให้เขาในรุ่งเช้าเช่นนั้นตำแหน่งฮูหยินใหญ่คงไม่มีวันเป็ของเยว่ชางแล้ว"องค์หญิงผู้เอาแต่ใจอย่างอวี๋เยว่ชาง โวยวายมาแต่ไกล เสียงแว๊ดๆๆ แสบแก้วหู
"เยว่ชาง... นับประสาอะไรกับที่เ้ารอเขาข้าเองก็รอเขาไม่ได้ต่างอะไรกับเ้าเพียงแต่ว่าเราเองก็ต้องเข้าใจธรรมชาติของความไม่คู่ควร โม่เติ้งถูเองก็เป็รักแรกของข้าเช่นกัน"ฝ่าาอย่างก๋านลู่เปียนพึมพำในใจตัวเอง แสดงใบหน้าเ็านิ่งเพราะคำพูดที่องค์หญิงพูดมานั้นมันจี้จุดในใจ
**ก๋านลู่เปียน ฝ่าาปกครองเมืองลั่วหยางมีความ้าทางกามอารมณ์ที่แปลกใหม่เขาไม่ได้รู้สึกใจเต้นกับสตรีนางใดแม้แต่น้อยเขากลับใจเต้นทุกครั้งที่เห็นโม่เติ้งถู ราวกับว่าหัวใจเรียกร้องหา **
ลู่เปียนเองรู้ดีว่าตนได้ตกหลุมรักเติ้งถูเข้าแล้วด้วยเหตุที่ว่าในยุคนั้นชายรักชายไม่เป็ที่ยอมรับ อีกทั้งตำแหน่งาาที่ค้ำคอมิอาจทำให้เขาต้องคิดเื่นอกรีตพันนั้นได้
จึงต้องตัดใจร่วมหลับนอนกับเหล่าสตรีที่วังหลังหามาบำเรอเพื่อสร้างโอรสน้อยไว้สืบเืเนื้อเชื้อไข
เพื่อพูดให้เป็กลาง และปลอบใจน้องหญิงให้อยู่หมัดเขาคิดหาคำพูดสารพัด กลั่นกรองตลอดทั้งคืนเพราะเขารู้แน่ว่าเยว่ชางจะต้องไม่พอใจเอามากทีเดียว
อีกทั้งคำขอของเติ้งถู เขาเองก็ไม่อยากมีใจขัดโชคดีที่ลู่เปียนเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ มีรักก็ต้องมีจาก มีทุกข์ก็ต้องมีสุขแม้จะมีใจรักใคร่เติ้งถูปานใดแต่เขานั้นไม่คิดในใจคิดแต่เพียงว่าขอให้ได้เห็นเขามีความสุขก็เพียงพอแล้ว
ความรักที่มีต่อโม่เติ้งถู มันช่างเป็ความรักที่บริสุทธิ์ และเป็ความสัมพันธ์เชิงมิตรตะพ๊าบบบ!!!ที่แสนอบอุ่นจริงๆ
"เยว่ชางน้องข้า ฐานะของเ้าสูงส่งนักเพื่อความมั่นคงของบ้านเมือง เ้าไม่อาจเลี่ยงหนีชะตา ละหน้าที่ได้ข้าเองก็จนปัญญา จำต้องส่งเ้าแต่งเข้าแดนทุ่งหญ้า"
"เื่นี้ได้ทำพันธสัญญากันไว้นมนานั้แ่เสด็จพ่อยังไม่สิ้นข้านั้นรู้ว่าเ้าต้องไม่พอใจแน่ จึงแอบทำหนังสือขอยกเลิกพันธะ "
"แต่ทว่าเผ่าทุ่งหญ้าไม่รับคำขอของข้า ยืนยันว่าหากไม่ส่งองค์หญิงเยว่ชางแต่งเข้าแดนทุ่งหญ้าทัพสองแดนคงต้องปะทะกันจนเกิดความสูญเสียแน่"
"ดี ดีนี่ เสด็จพี่ เื่สำคัญขนาดนี้ท่านไม่คิดจะบอกข้า อีกทั้งเื่ที่ข้าปรารถนาที่สุดท่านก็ให้ข้าไม่ได้มองข้ามหัวใจของข้า เยี่ยงม้าในคอก เยี่ยงเต่าในเรือนเช่นนั้นองค์หญิงเช่นข้ายังจะต่อรองอะไรได้อีก "
เยว่ชางสุดอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างดูเหมือนจะขัดใจนางไปหมดนางร้องไห้ระงม คุกเข่าลงต่อหน้าลู่เปียนร้องไห้ยกใหญ่
"น้องหญิงโทษข้าข้าเป็พี่ใหญ่ที่ผิดต่อเ้าจริงๆ" ลู่เปียนเข้าประคองนาง พร้อมโอบกอดปลอบใจ
"ปล่อยข้า ต่อไปนี้ข้าไม่มีคนอย่างท่านเป็พี่" เยว่ชางสะบัดแขนลู่เปียนอย่างแรงจนเขาล้มลง
แน่นอนว่า ฝ่าาล้มกระแทกพื้นอย่างแรงขนาดนั้น เป็เื่ผิดมหันไม่ว่าผู้ใดกระทำก็ไม่ควรให้อภัย ต้องถูกสังหารสถานเดียว
ต้าเชียงผู้ภักดีมือไวดั่งวายุ ชักดาบจ่อคอองค์หญิงอวี๋เยว่ชางเตรียมพร้อมเฉือดเพียงแค่รอคำสั่ง
ไหนเลยจะมีใครรู้ว่าต้าเชียงผู้นี้มีใจชมชอบองค์หญิงเยว่ชางมาั้แ่นมนานหากด้วยตำแหน่งที่แสนต่ำต้อยแล้วนั้น จึงได้แต่เก็บงำเอาไว้ในใจ
ทันทีที่ได้ยินว่าเยว่ชางจะถูกแต่งไปนอกเมือง ณ เผ่าทุ่งหญ้าภายในใจของเขาสั่นคลอนปานถูกคมมีดกรีดนับพันเล่ม แต่มิอาจปริปากเอ่ย
"เอาเลยนะ เอาเลย เฉือดคอข้าซะอย่างไรข้ามันก็คนไร้ประโยชน์ ชาตินี้ชีวิตไม่สมหวังยังต้องโดนฝืนใจไปแต่งนอกเมือง มีชีวิตอยู่ก็เหมือนตาย"เยว่ชางตัดพ้อด้วยความน้อยใจ ไม่ว่าด้วยบันดาลโทสะหรืออย่างไร เยว่ชางเอียงคอเข้าใกล้คมดาบจับมือถือแขนต้าเชียงหวังงัดให้บั่นคอเดี๋ยวนั้น
"อย่านะ อย่าาาาาา " เสียงฝ่าาสั่งห้าม
ต้าเชียงราชองครักษ์ผู้ภักดี แม้จะยั้งมือออกก็คงไม่ทันเขาจึงต้องเอาแขนตนเองหมุนเข้าบังรับคมดาบแทน
แขนของต้าเชียงถูกคมดาบของตัวเองเฉือนเข้าลึกพอสมควรจนเืสดๆไหลเป็ทาง นองต่อหน้านาง
"ใครก็ได้ เรียกหมอหลวงเร็ว ราชองครักษ์ของข้าจะปล่อยให้เป็อะไรไปมิได้!!!" เื่ปั่นป่วนในวังมีมาให้ลู่เปียนปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน
***********************
ณ ตำหนักที่ประทับขององค์หญิงอวี๋เยว่ชาง
เพื่อระบายความโกรธเคือง เยว่ชางผู้เืเย็นไม่รู้จะเอาโทสะนี้ไปลงที่ใด เพียงแค่สาวใช้นางเล็กๆทำไม่ถูกใจนางก็หยิบปิ่นทองเสียบกลางลำคอ จนนางตายต่อหน้าต่อตา
เพื่อสนองความมืดดำในใจของตน กล้าสังหารแม้กระทั่งสาวใช้คนสนิทเสร็จแล้วนางก็กรี้ดๆๆออกมาแล้วหัวเราะด้วยความสะใจอารมณ์แปรปรวนสวิงขึ้นลงเสียจนสาวใช้นางเล็กๆหวาดผวา
ต้าเชียงรู้จักนิสัยของนางดี หลังจากได้รับาเ็เขารีบให้หมอหลวงทำแผล เร่งติดตามมาที่ตำหนักของนางด้วยการย่องเบา
"องค์หญิงเพคะท่านราชองครักษ์ต้าเชียงมาเยี่ยมเยือนท่าน" สาวใช้กล่าวรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากหน้าตำหนัก
"เยี่ยมเยือน? เยี่ยมเยือนงั้นหรือฟังดูช่างน่าขัน !!! "
"ต้าเชียง!!! าแแหวะหวะที่รับแทนข้ามันยังไม่พอหรืออย่างไร ถึงได้รนหาที่ถึงตำหนักของข้า"เยว่ชางเริ่มคลุ้มคลั่ง ไม่ต่างอะไรกับคนเสียสติ
"แย่แล้ว พวกเ้าช่างไร้ประโยชน์ปล่อยให้องค์หญิงเสียสติถึงขนาดนี้ได้ยังไงกัน" ต้าเชียงไม่ลืมตำหนิสาวใช้แล้วจึงผลักประตูตำหนักอย่างแรงก้าวเท้าเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัวความอำมหิตของนางแม้แต่น้อย
"ลากศพนางออกไปฝังท้ายวังและเก็บเื่นี้ให้เงียบมากที่สุด หากผู้ใดแพร่งพรายออกไป ข้าจะสังหารคนผู้นั้นด้วยตัวข้าเอง"ต้าเชียงเปิดประตูเข้าไปถึงกับต้องผงะเมื่อพบศพสาวใช้คนสนิทของเยว่ชางนอนตายอย่างอนาถ พร้อมปิ่นทองปักหลายอันกลางลำคอ
สิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ที่ทำให้เขาต้องใหนักกว่าเดิมคือสภาพไม่สู้ดีของเยว่ชาง ที่นั่งกอดเข่า ข้อมือมีเืสดๆไหลเป็สาย
"องค์หญิง เหตุใดท่านทำเื่เช่นนี้ "ต้าเชียงโผตัวเข้าไปใกล้ พร้อมหาผ้ามัดข้อมือของนางแน่นเป็การห้ามเืเบื้องต้น
เยว่ชางเห็นท่าทีอันอ่อนโยนของต้าเชียง อยู่ดีๆก็ทิ้งตัวพิงอกโอบกอดร่างกำยำของเขาแน่น
"ต้าเชียง ข้าไม่อยากแต่งไปเมืองอื่นข้าอยากแต่งกับท่านแม่ทัพใหญ่โม่เติ้งถู" เยว่ชางกอดเขาแน่นร้องไห้จวนจะขาดใจ น้ำตาไหลอาบสองข้างแก้มยาวลงมาถึงลำคอน้ำมูกไหลหยดยาวน่าเกลียดไม่สมความสูงส่งที่นางมี
"หากท่านปรถานาจะแต่งกับท่านแม่ทัพใหญ่โม่เติ้งถูเื่นั้นเป็ไปได้ยากยิ่ง แต่หากท่านไม่ปรารถนาจะแต่งเข้าแดนทุ่งหญ้าสิ่งนั้นไม่เกินมือข้า ต้าเชียงจะหาวิธีช่วยท่านจนสุดกำลัง"ต้าเชียงให้คำมั่นสัญญาที่แสนหนักแน่นเพื่อเป็การปลอบประโลมนาง
"ต้าเชียง... ข้าไม่เหลือใครให้พึ่งได้อีกแล้วเ้าอย่าทิ้งให้ข้าต้องอยู่อย่างอักยศนอกเมืองได้หรือไม่"เยว่ชางร้องไห้กระซิก กระซิก
"องค์หญิง ความหนักหนาที่ท่านมีให้ผู้ต่ำต้อยอย่างต้าเชียงแบกรับร่วมกับท่านได้หรือไม่"ต้าเชียงค่อยๆกอดเยว่ชางกลับ ลูบปลอบนางเบาๆเขาเองก็ยังมีความน้อยเนื้อต่ำใจในความต่ำต้อยของตน จึงได้พึมพำออกมาจากลำคอ