ตอน 10อลเวง
"อร๊ากกกก !!"
วิ่งหนีเสือปะจระเข้... ยังไม่ทันไรความอลหม่านก็เริ่มขึ้น
นางวิ่งชนพรวดอย่างจังเข้ากับมู่หรงตันภรรยารองจวนหราน น้ำแกงร้อนที่นางตั้งใจปรุงั้แ่เช้าตรู่เพื่อมอบให้สามีสาดกระเซ็นหกเกลื่อนไม่มีชิ้นดี มิหนำซ้ำน้ำร้อนยังลวกหลังมือจนแดงแฉ
"แม่นาง ข้าขอโทษข้าไม่ได้ตั้งใจ" นางไม่รู้ว่านี่คือเมียรอง ศัตรูคู่แค้นเบอร์หนึ่งในจวนกลับเข้าประคองแบบไม่ถือตัวพร้อมขอโทษขอโพย
"เหอะ!! ท่านนี้มันร้ายจริงๆจงใจทำให้ข้าาเ็ ยังจะเข้ามาลูบหลังข้า!!" เมียรองก็แรงใช่ย่อยผลักนางออกห่างจนลืบเจ็บ
"หน็อยแน่ นังนี่คนอุตส่าห์ช่วย ทำแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ " เสี่ยวเยว่ไม่รอจ้าจิกมือถอกหนังหัวเมียรองจนหัวสั่นหัวคลอน เจอของจริงเข้าไปต่อให้มีบ่าวติดตามมาหลายคนก็ทำอะไรไม่ได้ แหกปากร้องกรี้ดๆอย่างเดียว
ทันใดนั้น สามีผู้หน้าตายเดินมาอย่างร้อนใจเพราะได้ยินเสียงดังลั่นไปถึงหน้าจวน...
"นี่พวกเ้าทำอะไรกันน่ะ" เสียงเย็นๆดังไกลมาก่อนตัว ทันทีที่ได้ยินเสียงของเขา เสี่ยวเยว่ตัวดีแสร้งล้มตัวลง ตบหน้าตัวเองหนึ่งครั้งให้มีรอยแดงแสยะยิ้มมุมปากเย้ยเมียรองอย่างสะใจ
"ฮูหยินน้อยท่านทำบ้าอะไรของท่าน " ตัวร้ายฝึกหัดอะไรจะมาร้ายเท่าตัวแม่...
วงการละครเขาเล่นกันแบบนี้ค่ะ ดีดนิ้วสปอตไลต์ส่องหน้า
มือเล็กๆคว้ากอดขาหนึ่งข้างของสามีน้ำตาไหลนองเป็หยดๆ ความฉลาดสั่งให้นางเอียงคอ 45 องศา ให้สามีเห็นรอยนิ้วมือแดงเด่นชัด
"ห่ะ นี่เ้า!! "เฮ่าฉินสังเกตเห็นรอยนิ้วมือ ก็สันนิษฐานตัดสินไปเองว่า นางถูกรังแกโดยไม่ไถ่ถามภรรยารองแม้แต่ประโยคเดียว
เพื่อจบความวุ่นวายนี้เขาเลือกยกมือช้อนร่างของนางขึ้นทาบอกตั้งหน้าเ็าพานางจากไปเพื่อบรรเทารอยฟกช้ำ
เพิ่งออกจากห้องหนังสือได้ไม่กี่นาทีก็ถูกอุ้มร่างเข้าห้องนอน
"เ้านี่นะ!! อยู่ดีไม่ว่าดีอยู่สุขไม่เป็สักเวลา จำต้องหาเื่ให้ข้าร้อนใจได้ตลอด น่ารำคาญจริงๆข้าคิดผิดที่แต่งเ้าเข้าจวน!!" คำพูดดูสวนทางกับการกระทำ แม้ปากแซ่บบ่นเป็ฉาดๆ แต่มือสองข้างก็ยังลูบทายาดีประคบช้ำที่ข้างแก้มอย่างนุ่มนวล...
หลี่เสี่ยวเยว่ รู้สึกว่าเขาน่ารักเป็บ้าเป็ผู้ชายประเภทที่ตรงความ้า จมูกโด่งเป็สัน คิ้วหนาเรียงเส้นรูปหน้าเรียวไข่ ริมฝีปากกระจับอวบอิ่ม ทรวดทรงดุดันแม้ใบหน้าเคร่งขรึมแต่ปากหมาใจดี คนทำนองนี้มักซื่อตรงแน่วแน่ รักใครรักจริง
หลายวันเข้าที่ได้ัั แม้จะไม่ถึงสิบวันก็เถอะตัวแม่ในวงการผ่านคนมาเยอะก็พอจะดูออก
ในเมื่อมาเกิดใหม่ที่นี่เป็ภรรยาที่สามีเกลียดชัง ช่างไร้ทางเลือกแต่นางกลับหลงเสน่ห์ของเขาเข้าเสียแล้วนี่สิ คงยากจะเปลี่ยนใจ
"หรานเฮ่าฉิน... ข้ารักท่าน!!"คำพูดสื่อรัก แววตาออดอ้อน หวังมัดใจอีกหน... ทว่ามันกลับไม่ได้ทำให้เขาหลงใหลมือไม้ที่หยิบจับขอดยาบรรเทาปวด แข็งเกร็งทิ้งตำรับยาร่วงพื้น
"ปากไม่มีหูรูด...เ้าคงใช้วิธีนี้สินะ หว่านล้อมบุรุษไปทั่ว!!อย่าหวังใช้ร้อยเล่ห์ให้เหนื่อยเปล่าเลย ในสายตาข้าเ้าเป็แค่สตรีหลายผัวไร้ประโยชน์ ไม่มีผลอะไรกับใจข้าทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นข้าขอเตือนไว้ก่อน ว่าอย่าได้เสียเวลาทำเื่พันนี้"
ในใจเกิดไหวหวั่นแต่ยังหนักแน่นเอาใบหน้าและโทนเสียงขึ้นข่ม อาศัยปากคอเราะร้ายด่าทอไว้ก่อนกลบเกลื่อนความสั่นละส่ายของใจ...
"หึ!! ข้าจะไม่ไยดีเ้าอีกอยากอยู่จวนหรานก็อยู่ไป ไม่อยากหย่าก็ไม่หย่า คอยดูซิว่า!!เ้าจะทนไปได้สักกี่น้ำ!!" เขาเลือกใช้ประโยครุนแรง พร้อมหันหลังให้นางปิดประตูเรือนเสียงดังกลบเกลื่อนทุกอย่าง
ยามบ่ายของวัน
งานราชการไม่รัดตัว พักผ่อนดื่มชาหอมชมสระมรกตท้ายจวน...
ตรงหน้าเป็บัวบานหลายดอกกลิ่นหอมเบาบางบรรเทาความเหนื่อยล้า นกกระจอก นกกระจิบโผบินคาบเศษหญ้าสร้างรัง...
ธรรมชาตินี้งดงามเหนือปรุงแต่ง ทว่าทิวทัศน์ตรงหน้าแสนงามปานนี้เขากลับสลัดเื่นางออกจากหัวไม่ได้เลย...
"อย่างนางน่ะหรอจะรักข้าด้วยใจจริง มันคงสายไปแล้วล่ะ "
"บอกรักข้างั้นเหรอ เห๊อะอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง!!"
"ทำทีราวสำนึกผิดเพื่อให้ข้าใจอ่อน แต่ขอโทษทีนะสาวน้อย ข้าหรานเฮ่าฉินเป็ถึงยอดปราชญ์วัยเยาว์มิได้โง่เขลาเพียงนั้น" ยิ่งพูดถึงยิ่งจี้หัวใจจากชาหอมเห็นทีคงต้องเปลี่ยนเป็ไหเหล้าเสียนี่กระมัง
เฮ่าฉินแข็งใจสุดทน ไม่อาจวางใจอภัยให้นาง ประตูใจทั้งสี่ปิดกั้นด้วยทิฐิไม่ว่านางทำดีอย่างไร เขามองจะมองเพียงผิวเผิน นางสมควรแก่การเกลียดชังนอกจากนี้เขายังให้ค่านางต่ำเตี้ยเรี่ยดินกล่าวหาว่าทุกสิ่งอย่างที่นางจงใจกระทำต่อไปนี้ เพื่อ้าสร้างเื่ไปวันๆหวังให้มีเวลาลัดเลาะออกไปหาชายอื่น
หารู้ไม่ว่าเมียเอกนั้นไซร้เปลี่ยนไปเป็คนละคนผู้หญิงที่จะไม่มีวันหักหลังรักแท้ และไม่หันหลังให้กับคำครหาอย่างเช่นภาพจำครั้งก่อนมา...
สาวใช้ประจำตัวคนใหม่ถูกซื้อตัวเข้าจวน... เดิมทีนั้นอิงเว่ยมิได้มีสาวใช้ติดตามข้างกายเป็คนที่รั้งอยู่ด้วยประจำนางเพียง้าเรียกใช้ ก็เรียกใช้ เพราะ้าความเป็ส่วนตัวง่ายต่อการหลบหนีออกหาชายอื่น มิสู้ตัดผู้คนที่จะมีส่วนรู้เห็นออกไป มันง่ายที่สุด
เพียงเพราะเกิดใหม่คราวนี้ สติไม่สมประกอบดูผิดเพี้ยนไปจากเดิม หรานเฮ่าฉิน้าค้นหาคำตอบ
จึงซื้อทาสสาวคนใหม่นี้ สั่งสอนกำชับให้นางคอยติดตามจับตามองและรายงานทุกย่างก้าวของภรรยาเอก...
"ฮูหยินน้อยเ้าคะนี่คือเรือนไม้ประจำตัวของท่าน ส่วนนี่คือห้องนอนของท่าน ทางฝั่งนั้นคือเรือนนอนของนายท่าน" โต้หยา สาวใช้วัยแรกแย้มที่ดูเป็การเป็งานกระฉับกระเฉง เขาปรนนิบัตินายคนใหม่อย่างคล่องแคล่วไม่น่าเชื่อว่านี่คือสาวใช้คนใหม่
"ต่อไปเราต้องตัวติดกันแบบนี้ตลอดเลยหรอ" เสี่ยวเยว่รู้สึกไม่เป็ส่วนตัว...แต่ก็ไม่รู้ต้องทำยังไงได้แต่จำใจยอม
"เ้าค่ะนายหญิง"สาวใช้ก้มลงพยักหน้าตอบรับ
"เห๊อนี่มันผู้จัดการส่วนตัวชัดๆ "
"อืม... งั้นต่อไปนี้ข้าเรียกเ้าว่าโตโต้ก็แล้วกัน " เสี่ยวเยว่ฉลาดร่าเริง เป็ตัวของตัวเองทำใจยอมรับชะตากรรม พยายามตีหน้ายิ้มไม่ถือตัว เพื่อให้เข้ากันได้กับทุกคน
และในตอนนี้ก็เหมือนกันนอกจากจะไม่คิดว่าเป็นายบ่าว ยังคิดว่าโตโต้เป็เพื่อน เป็พี่ เป็น้องคนใกล้ชิดที่คอยช่วยเหลือกัน สิ่งที่เธอแสดงออกมันต่างกับที่โตโต้คิดไว้มาก
"อะ เอ๋... ข้าทาส บ่าวหนุ่มหรือแม้แต่สาวใช้ในเรือนอย่างข้า จะต้องถูกกดขี่มิใช่หรือ"คำพูดอู้อี้ของนางดังเข้าหูผู้เป็นาย...
"จะบ้าเหรอแม้เราจะอยู่ในยุคโบราณ แต่เราก็ไม่ควรจะมีนิสัยโบราณๆ ตาม่เวลาถูกไหมล่ะเป็ตัวของตัวเองดีที่สุด ทุกคนเท่าเทียม ใครจะว่ายังไง จะไปแคร์มันปะไร"ในเมื่อมีเรือน และเตียงใหญ่เป็ที่ซุกหัวนอน เสี่ยวเยว่ไม่รอช้าเดินเฉิดฉายสับเท้าปังๆเข้าเรือน ประหนึ่งว่านี่คือรันเวย์
"คะ คะ แคร์ "คำพูดช่างแปลกใหม่นัก ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือว่า จะเป็คำพูดของคนชั้นสูงเช่นนั้นคนอย่างเราๆคงไม่เข้าใจสินะ
แม้คำพูดของนางจะประหลาดไปบ้างแต่ก็ยังพอเข้าใจได้
"อุ๊ย โทษทีก็ข้าไม่ค่อยชินนี่นะเอาเป็ว่าข้าจะพยายามพูดภาษาที่นี่ให้กลมกลืนได้มากที่สุดก็แล้วกัน"เสี่ยวเยว่พึมพำออกมา
ตะวันคล้อยลง แสงสีส้มสาดผ่านม่าน ลมเบาๆพัดหวิวนกน้อยเริ่มกลับเข้ารัง...
"นายหญิงเ้าคะวันนี้ฮูหยินใหญ่ชวนทุกคนทานอาหารเย็นที่ห้องโถง " สาวใช้เตือนสตินายหญิง
"งั้นเหรอ เช่นนั้นไปกันเถอะข้าพร้อมแล้ว" เสี่ยวเยว่ตั้งใจจะเดินตัวเบาออกไปโดยไม่แต่งตัว เปลี่ยนอาภรณ์
"หยุดเลยเ้าค่ะไปแบบนี้ไม่ได้ นายหญิงต้องชำระล้างร่างกาย และเลือกชุดก่อนเพื่อเป็การให้เกียรติผู้าุโ" ที่สาวใช้กล่าวมานั้นไม่ผิดสักข้อ
"อืมงั้นเหรอไปเอาชุดมาสิ" นางยืนครุ่นคิด รอเลือกชุด
เลือกอยู่นานสองนานก็ไม่เข้าตา...แฟชั่นนิสต้าสาวเนรมิตชุดเสียใหม่ แหวกแนว เปรี้ยวจี๊ดสุดๆ