“นั่นสิ เป็นเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งแต่ท่าทางดูไม่อ่อนแอเลยแม้แต่น้อย” ผู้มาเยือนกล่าวออกมาอย่างปลงตก
ในตอนแรกนางพยายามหาทุกคนที่ช่วยได้จริงๆแต่กลับได้พบอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ
หลังกลับไปแก้แค้น นางก็พาคนรับใช้ที่ไว้ใจมายังชนบทห่างไกลเพื่อขอที่พึ่งพิงนางรู้สึกว่านางไม่ธรรมดาเอาเสียเลย วันแห่งการต่อสู้และสังหารผ่านไปแล้วครั้งนี้นางจะอยู่เพื่อตัวเอง และปล่อยให้อดีตกลายเป็นฝุ่นควัน!
“และต่อไปนี้อย่าเรียกข้าว่านายหญิงอีกตอนนี้ข้าก็เหมือนกันกับพวกเจ้า” นางเป็นเพียงเด็กสาวที่มาเพื่อหาที่พึ่งจะไปเป็นนายของพวกนางได้อย่างไรตอนนี้นางไม่ใช่เจ้าหญิงแห่งตำหนักร้อยบุปผาเสียหน่อย
“รับทราบเจ้าค่ะนายหญิง”พวกนางเป็นคนของนายหญิง นายหญิงบอกอะไรก็ต้องทำตาม
“ข้าบอกว่าไม่ต้องเรียกนายหญิงอย่างไรเล่าเหตุใดไม่ฟังกันเสียเลย” นางไม่พอใจที่พวกนางไม่ทำตาม บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้วเหตุใดไม่รู้จักจำเสียบ้างถึงแม้สาวน้อยผู้นั้นจะอายุยังไม่มากแต่ก็เป็นคนเก่งหากพวกนางยังเรียกนางว่านายหญิงซ้ำๆ สาวน้อยย่อมไม่ยอมรับพวกนาง คงไม่มีใครอยากให้นายหญิงที่สูงส่งต้องกลายเป็นทาสทั้งยังกังวลว่านางจะทรยศในภายหลัง
“นาย... ไม่สิ พวกข้ายังปรับตัวไม่ได้ขอเวลาให้พวกข้าหน่อยนะเจ้าคะ” พวกนางต้องเป็นทาสจนชินชาแต่กลับได้พบนายหญิงคนเก่าเป็นครั้งแรก ในใจพวกนางยังยอมรับไม่ได้แต่ในเมื่อนายหญิงตัดสินใจแล้ว จะโน้มน้าวอย่างไรก็คงไร้ประโยชน์จึงทำได้เพียงพยายามยอมรับและปรับตัว
“ข้ายินดีให้เวลาพวกเจ้า แต่...พวกเจ้ายังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ยังไม่รู้อารมณ์ของนาง ข้าเคยสัมผัสมาแล้วถึงแม้จะเพียงไม่นานแต่ก็พอเข้าใจ นางเป็นคนใส่ใจมาก ดูแลข้าอย่างดี” เมื่อคิดถึงครั้งนั้นสาวน้อยก็อดหัวเราะไม่ได้ การได้รู้จักนางช่างเป็นเรื่องน่ายินดี
หลังจากฟังอยู่นานเฉียวซีก็ได้รู้ว่าคนคนนี้เป็นใคร คิ้วที่ขมวดค่อยๆ แยกออกจากคำพูดของอาไหลทำให้รู้ว่านางมาที่นี่เพื่อขอที่พึ่งปัญหาของนางจบลงแล้วงั้นหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงดีแต่คนที่นางพามาด้วยในครั้งนี้ไม่ใช่น้อยๆ เลย ที่บ้านก็มีพื้นที่เพียงเล็กน้อยปัญหาคือจะอยู่กันอย่างไร
แต่นี่ไม่ใช่เวลามาคิดถึงเรื่องนี้ต้องรีบไปก่อนเพราะตอนนี้นางหิวจนไส้กิ่วแล้ว
เฉียวซีกลับไปยังทางเดิมก่อนจะนำกุญแจออกมาไข
เสียงกริ๊กดังผ่านหูของคนที่อยู่ตรงลานบ้านผู้มาเยือนต่างหันหน้าไปยังประตูใหญ่ พร้อมกับยิ้มต้อนรับนายหญิงที่ออกไปได้ไม่นาน
ประตูใหญ่ค่อยๆ เปิดออกร่างเล็กปรากฏตัวให้แก่ผู้มาเยือนเห็นทีละคน เฉียวซีเงยหน้ามองคนอื่นๆด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ทำให้อาไหลไม่ค่อยสบายใจ ตอนนั้นพูดไว้ดิบดีว่าจะไม่รบกวนพวกเขาแล้วแต่ก็กลับคำทั้งยังพาผู้คนมาสู่หมู่บ้านเล็กๆ อันเงียบสงบนี้
อาไหลมองเฉียวซีอย่างเป็นกังวลเฉียวซียืนอยู่ตรงหน้าและมองกลับมา นางไม่มองคนอื่นๆแม้แต่น้อยราวกับว่าพวกนางไม่ได้อยู่ตรงนั้น
คนกลุ่มนั้นมองเด็กสาวที่เดินเข้ามาโดยไม่พูดอะไรสักคำจริงๆ แล้วนี่ถือเป็นการดูถูกกันอย่างมากทั้งยังมองไม่ออกว่านางมีคุณค่าอะไรให้นายหญิงให้ความสำคัญเป็นเพียงสาวชาวไร่ธรรมดาๆ เท่านั้นไม่ใช่หรือ หรือนายหญิงจะถูกหลอก
แต่พวกนางทำได้เพียงคิดในใจเท่านั้นไม่กล้าพูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียวเพราะกลัวว่านายหญิงจะไล่พวกนางออกไป
เดิมทีพวกนางเองก็ไม่มีที่จะอยู่ต่อมานายหญิงคนเก่าก็พาพวกนางกลับไปที่วัง พวกนางติดตามนายหญิงมาตลอดถ้าหากนายหญิงไม่ต้องการพวกนางแล้วจริงๆ พวกนางก็คงเป็นคนที่ถูกทิ้งอย่างสมบูรณ์
นายหญิงไม่ได้กล่าวอะไรดังนั้นพวกนางก็ควรอยู่เงียบๆ เสียจะดีกว่า
อาไหลมองไปยังเฉียวซีที่ยังไม่พูดอะไรและรู้ว่าเฉียวซีกำลังรอคำอธิบายจากนาง “คุณหนู...” หลังจากเรียกคุณหนูแล้วอาไหลก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรต่อ ในใจทั้งวุ่นวายและเป็นกังวล
“อืม พูดมาเถอะ มีเรื่องอะไร”เฉียวซีกล่าวเบาๆ
อาไหลกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะพูด “คุณหนูข้าต้องการอยู่เคียงข้างท่าน”
“อยู่เคียงข้างข้าปัญหาของเจ้าคลี่คลายแล้วหรือ”
“ใช่ คลี่คลายแล้วต่อไปนี้ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว” นางยุบตำหนักร้อยบุปผาไปแล้วส่วนเรื่องที่ว่าพวกนางจะกลับมารวมตัวกันในภายภาคหน้าหรือไม่ก็เป็นเรื่องของพวกนางแล้ว
“แน่ใจนะว่าเจ้าไม่มีศัตรูที่ไหนอีก”นางไม่อยากให้เกิดเรื่องเช่นว่ารับพวกนางเหล่านี้ไว้ไม่เท่าไรก็มีคนมาหาเรื่องถึงบ้านรบกวนความสงบสุข สร้างปัญหาให้คนหมู่บ้านเฉียวแบบนี้พวกนางก็จะอยู่ที่นี่ไม่ได้เพราะจะทำให้พี่ใหญ่กับน้องสามได้รับผลกระทบไปด้วยในอนาคต
“ไม่มีแล้ว”ถึงแม้เมื่อก่อนนางจะเป็นคุณหนูแห่งตำหนักร้อยบุปผาช่วงเวลาที่ต้องพเนจรอยู่ข้างนอกยังน้อย ไปแต่ละเมืองก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวตนนี่เป็นกฎการอยู่รอดของการใช้ชีวิตพเนจร ไม่อย่างนั้นคงมีศัตรูนับไม่ถ้วน
“แล้วพวกนางเล่า”เฉียวซีชี้นิ้วไปยังกลุ่มคนอีกด้านแล้วถาม
คนเหล่านี้เป็นคนที่นางพามาก็คงไม่มีศัตรูเช่นกันใช่ไหม แต่คนรับใช้ทุกคนต่างก็รับฟังคำสั่งของนายหญิงอย่างดีพวกนางอาจจะมีศัตรูไม่น้อยเช่นกันก็เป็นได้
“คุณหนูวางใจเถิดข้ารู้ว่าคุณหนูกลัวจะมีปัญหา แต่ข้าก็ไม่มีทางนำปัญหามาให้ท่านพวกนางไม่มีศัตรูที่ไหน เหตุผลที่ข้าต้องมาพร้อมพวกนางก็เพราะหากไม่มีพวกนางอยู่ข้างกาย คนคนนั้นก็คงสามารถทำแผนร้ายได้สำเร็จแต่อย่างไรเรื่องพวกนี้ก็จบไปแล้ว ข้าจะลืมเรื่องพวกนี้ให้หมด”นางกำจัดปัญหาใหญ่ที่สุดในใจออกไปแล้ว เรื่องราวเก่าๆ พัดผ่านไปกับสายลมนางจะไม่จดจำเรื่องพวกนี้อีก ถ้าหากปล่อยวางสถานะเก่าไปไม่ได้นางคงไม่มาที่นี่อย่างมั่นใจ วิธีการชดใช้หนี้มีมากมายวิธีที่เร็วที่สุดก็คือการจ่ายเงิน ถ้าหากเป็นคนทั่วไปก็คงใช้วิธีนี้แต่นางรู้ดีว่าสาวน้อยคนนี้แตกต่างออกไป ทั้งเก่งเรื่องยาและเรื่องการต่อสู้เบื้องหลังของนางย่อมมียอดฝีมือแนะนำเป็นแน่ และยอดฝีมือผู้นั้นก็คงจะปกปิดตัวตนหรือไม่ก็เป็นคนนิสัยประหลาดเป็นแน่ความสามารถของแม่นางคนนี้เป็นสิ่งที่นางได้เห็นเองกับตา สัมผัสเองกับตัวการติดตามนางย่อมไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
“เจ้ามาหาข้าที่นี่เพื่ออยู่กับข้าชัดเจนอยู่แล้วว่าเจ้าต้องการทำอะไร!แต่พวกนางจะทำตามที่เจ้าสั่งอย่างเต็มใจงั้นหรือ”ดวงตาของอาไหลเปล่งประกายและมุ่งมั่น ไม่มีลับลมคมในแม้แต่น้อยเช่นเดียวกับที่นางเคยพูดไว้นางทิ้งทุกอย่างในอดีตไปหมดแล้วและต้องการจะเริ่มต้นใหม่แต่กลุ่มคนที่ติดตามนางมาไม่ได้คิดเช่นนั้น ถ้าหากไม่ได้เต็มใจจะยอมเป็นทาสนางก็คงยอมรับพวกนางไว้ไม่ได้นางไม่ต้องการให้ชีวิตของพี่ใหญ่และน้องสามต้องอยู่กับความกังวลใจ
“พวกนางเต็มใจ” บางทีตอนแรกจะไม่เต็มใจแต่นางมั่นใจว่าถ้าพวกนางได้รู้จักแม่นางคนนี้แล้ว พวกนางคงจะไม่แคลงใจ
“อาไหล เจ้าไม่ใช่พวกนางเจ้าตอบแทนพวกนางไม่ได้หรอกนะ” เฉียวซีมองอาไหลอย่างเย็นชาจากนั้นก็หันกลับมามองหญิงสาวทั้งสี่คน
หญิงสาวที่มาเพื่อรับใช้นายหญิงถูกสายตาของเฉียวซีจ้องมองรู้สึกเหมือนถูกงูจ้องมองไม่มีผิดความเย็นแผ่ซ่านออกมาตั้งแต่ฝ่าเท้า ทำให้รู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัวไม่แปลกใจที่นายหญิงบอกว่าอย่าประมาทนาง เป็นจริงเช่นนั้นมองเพียงปราดเดียวก็เห็นตัวตนของพวกนางแล้ว
“บอกมาเถิดว่าในใจพวกเจ้าคิดอย่างไรที่นี่เราไม่รับคนที่ไม่เต็มใจ” เฉียวซีไม่อยากรับใครเอาไว้แล้วทำให้นางมีปัญหาอีก
ทั้งสี่คนหันไปมองนายหญิงแต่นายหญิงไม่มองพวกนางเลย นางกลืนน้ำลายก่อนจะค่อยๆ พูดออกมา “คุณหนูพวกเราเต็มใจจะอยู่ที่นี่ และขอรับปากว่าจะไม่สร้างปัญหาให้ท่าน”นายหญิงตัดสินใจว่าจะอยู่ ส่วนพวกนางก็เชื่อมั่นในนายหญิงเพียงเห็นสายตาของแม่นางเมื่อครู่ พวกนางก็เข้าใจได้อย่างชัดเจนถ้าหากพวกนางไม่เต็มใจ แม่นางผู้นี้ย่อมไม่ให้พวกนางอยู่ที่นี่พวกนางคงจะต้องกลับไปใช้ชีวิตพเนจรที่ไม่มั่นคงอีก
เมื่อก่อนพวกนางใช้ชีวิตตามใจไม่ได้การใช้ชีวิตชีวิตร่อนเร่พเนจรในตอนนี้ก็ไม่ง่ายเลยพวกนางควรได้ใช้ชีวิตอย่างราบรื่น เมื่อก่อนพวกนางก็ใช้ชีวิตอย่างทาสเพียงแต่เปลี่ยนสถานที่เท่านั้นขอเพียงได้อยู่กับนายหญิง ให้ทิ้งความหยิ่งยโสก็ย่อมได้
“ได้แต่พวกเจ้าจะต้องให้สัญญาว่าจะขายตนเองให้กับข้า แต่พวกเจ้าวางใจได้ข้าเป็นเพียงสาวชาวไร่ ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร สิ่งที่ข้าต้องการเป็นของธรรมดาแต่ทำได้ยากมาก คือต้องภักดีต่อข้า ไม่ทรยศ นอกจากนี้ข้าก็ไม่ขออะไรอีกพวกเจ้าทำได้หรือไม่” ประโยคนี้ไม่เพียงแต่พูดกับแม่นางสี่คนนั้นแต่ยังพูดให้อาไหลได้ฟังด้วย
ความคิดนายบ่าวแบบนี้ฝังเข้าไปถึงกระดูกดำของพวกนางไม่จำเป็นต้องบอกเลย สิ่งที่นางต้องการมีเพียงความภักดีและไม่ทรยศเท่านั้น
ส่วนอาไหลเพราะนางเต็มใจจะทิ้งสถานะเดิมไปแล้ว เฉียวซีจึงให้โอกาสอาไหลหนึ่งครั้งถ้านางทำได้ก็จะได้อยู่ที่นี่จริงๆแต่เฉียวซีไม่ได้พูดออกไปเพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายฉลาดเช่นเดียวกับนางจะไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่นางพูดได้อย่างไร
“ได้เจ้าค่ะ”พวกนางรู้ดีว่าการทรยศนั้นน่ากลัวเพียงใด จึงไม่มีทางทำสิ่งนั้นแน่นอน
“หวังว่าเจ้าจะจำคำพูดในวันนี้ได้นะหาวันหนึ่งพวกเจ้าทำผิดต่อข้าหรือครอบครัวข้า ข้าไม่ปล่อยไว้แน่แล้วเจ้าจะรู้ว่าตนเองรับผลที่ตามมาไม่ได้อย่างแน่นอน” เฉียวซีเตือนด้วยคำพูดที่เฉียบคม
“คุณหนูโปรดวางใจ ข้าน้อยเข้าใจแล้ว”อาไหลและแม่นางทั้งสี่พูดออกมาพร้อมกัน
“ดี พวกเจ้าบอกชื่อตัวเองมาสิ”
“คุณหนูช่วยตั้งชื่อให้เราด้วยได้ไหมเจ้าคะ”เมื่อตัดสินใจจะลืมอดีตให้หมดแล้ว ก็เริ่มต้นใหม่เลยแล้วกันชื่อเก่าที่เคยใช้ก็ให้เป็นเพียงชื่อเก่า และใช้ชื่อใหม่เพื่อต้อนรับอนาคตใหม่
“อย่างนั้นก็ใช้แซ่เฉียวเหมือนข้าแล้วกันอาไหลให้ชื่อฝูหรง ส่วนพวกเจ้าก็ชื่อไป่เหอ เฉียงเวย สุ่ยเซียน และหมู่ตาน”ผู้หญิงก็ต้องตั้งชื่อความสวยงามตามดอกไม้ถึงจะเหมาะสม
“ขอบคุณคุณหนูที่ตั้งชื่อให้เจ้าค่ะ”
“พวกเจ้ามีความสามารถอะไรหรือ”ในเมื่อรับพวกนางมาอยู่ด้วยแล้ว ก็ต้องให้พวกนางแสดงความสามารถที่มีออกมา
“ข้าน้อยสามารถ...”
“เดี๋ยวก่อน ไม่ต้องพูดว่าข้าน้อยหรอกใช้คำว่าข้าเฉยๆ ก็พอ” ได้ยินพวกนางแทนตัวเองว่าข้าน้อยแล้วไม่ค่อยสบายใจนางเคยชินกับคำว่าข้า อีกทั้งยังสบายใจกับการเรียกขานแบบเทียนเฉามากกว่า
“ได้เจ้าค่ะคุณหนูข้าถนัดเย็บปักถักร้อยที่สุด”
“ข้ารักษาโรคได้”
“ข้าชอบทำอาหารที่สุด”
“ข้าคิดคำนวณได้"
“ข้า...” ฝูหรงกระอักกระอ่วนกว่าใครเมื่อก่อนนางรับหน้าที่ออกคำสั่งบัญชาการ จะบอกว่านางถนัดการบัญชาการงั้นหรือก็คงไม่ได้เป็นแน่ นางกำลังของานแม่นางทำไม่ใช่หรือ “แม่นาง ข้าเรียนรู้ได้”
เฉียวซีย่อมรู้ถึงความลำบากใจของฝูหรง“อืม ข้าจะให้เวลาเจ้า ค่อยเป็นค่อยไปเถิด”