บทที่ 12 เล่นแง่พลิกคดี
"คุณหนูใหญ่คะ ฉันนำคีย์การ์ดของโครงการวิลล่ามาให้แล้วค่ะ ตอนนี้จะพาคุณหลิวไปดูบ้านเลยไหมคะ?"
พนักงานขายเอ่ยขัดจังหวะการสนทนาของคนทั้งคู่ เธอเดินเข้ามาด้วยท่าทีประจบประแจง พร้อมกับคอยส่งสายตาหยาดเยิ้มให้หลิวอวี่เป็ระยะ ๆ
หลี่รั่วหลานเก็บโสมกลับลงกล่อง ดวงตาคู่สวยเหลือบมองคีย์การ์ดพลางตัดสินใจในทันที
"เอาคีย์การ์ดของวิลล่าหลังที่ติดทะเลมาด้วยเลย แล้วก็จัดการเื่โอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้"
เมื่อนึกว่าตนกำลังจะได้วิลล่าวิวทะเล หลิวอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาตัดสินใจหยิบบัตรธนาคารออกมา
"นี่คือเงินเก็บทั้งหมดของผมครับ มีอยู่สิบล้านกว่า ๆ ไม่รู้ว่าจะพอจ่ายค่าบ้านหรือเปล่า..."
"คิก ๆ..." เสียงหัวเราะใสราวกับระฆังแก้วของหลี่รั่วหลานดังขัดคำพูดของเขา
"ก็แค่วิลล่าหลังเดียวเอง ฉันยกให้คุณฟรี ๆ เลย ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ ในเมื่อที่นี่เป็ที่ดินของบ้านฉันเอง เื่เงินไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด"
'นี่น่ะเหรอที่เขาเรียกว่าวิถีคนรวยจริง ๆ...' หลิวอวี่คิดในใจพลางลอบถอนหายใจ
ใช้เวลาเพียงไม่นาน พนักงานขายก็จัดการเอกสารทุกอย่างจนเสร็จสิ้น ก่อนจะส่งมอบโฉนดให้ถึงมือหลิวอวี่
"คุณน่าจะยังไม่ชำนาญเส้นทาง ให้ฉันขับรถไปส่งดีกว่านะ" พูดจบ หลี่รั่วหลานก็จูงมือหลิวอวี่เดินออกไปทันที
ทางด้านโจวทงที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้าง ๆ เขาอาศัยจังหวะที่ประตูเปิดออก ก็รีบเผ่นออกไปอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนู
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ กว่าจะตั้งสติวิ่งตามไปได้เพียงไม่กี่ก้าว อีกฝ่ายก็สลัดหลุดจนคลาดสายตาไปเสียแล้ว
"คุณหนูใหญ่... ขออภัยด้วยครับ" หัวหน้าเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบวิ่งเข้ามาก้มหน้าเตรียมรับคำตำหนิ
แต่กลับเป็หลิวอวี่ที่โบกมือให้อย่างไม่ถือสา "ไม่เป็ไรหรอกครับ เื่มันจบไปแล้ว ผมเองก็อยากจะรีบไปเห็นบ้านใหม่จะแย่"
หลี่รั่วหลานได้แต่พยักหน้าตามใจเขา ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าไปยังโครงการวิลล่าวิวทะเล
ในตรอกซอกซอยไม่ไกลจากโชว์รูม โจวทงวิ่งหนีมาอย่างทุลักทุเลจนเสียหลักล้มคะมำอยู่ข้างถังขยะ เขาหยุดหอบหายใจอย่างหนักโดยไม่สนใจฝูงแมลงวันที่บินว่อนรอบตัว
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าของคนสามสี่คู่ก็ค่อย ๆ ดังใกล้เข้ามา
"ดูไม่ออกเลยนะว่าไอ้หมอนี่จะฝีเท้าไวขนาดนี้ ถ้าพวกเราไม่ขับรถตามมา มีหวังคลาดกันแน่ ๆ!"
โจวทงสะดุ้งสุดตัว เขาคว้าก้อนอิฐแถวนั้นขึ้นมาถือไว้มั่นพลางจ้องมองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดระแวง
"พวกแกตามฉันมาทำไม? เป็หมาของตระกูลหลี่เหมือนกันงั้นเหรอ? ไสหัวไปซะ ไม่งั้นอิฐในมือฉันไม่ไว้หน้าใครแน่!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดก็หัวเราะเยาะอย่างดูแคลน
"กล้าขัดใจตระกูลหลี่ด้วยความบ้าบิ่นแบบนี้ ไม่รู้หรือไงว่าตัวเองไม่มีทางรอดแน่! แต่ดูเหมือนว่าแกน่าจะมีประโยชน์กับคุณชายของเรานะ"
โจวทงทำหน้าฉงนกับคำพูดนั้น ทว่าอีกฝ่ายกลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออกทันที
หลังจากการสนทนาสั้น ๆ จบลง เขาก็ยื่นโทรศัพท์ส่งให้โจวทง
โจวทงรับมาอย่างระมัดระวัง ทันทีที่โทรศัพท์แนบหู เสียงที่คุ้นเคยก็ดังลอดออกมา
[เพื่อนเก่า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ]
เสียงนี้มัน... "เติ้งเจียหรง?" โจวทงถึงกับยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง
[อย่ามัวแต่พล่ามเสียเวลา ฉันไม่มีธุระจะคุยกับนายนานหรอก ถ้าอยากจะร่วมมือกันจัดการไอ้หลิวอวี่นั่น ก็ตามคนของฉันมาซะ] พูดจบ เติ้งเจียหรงก็ตัดสายไปทันที
กลุ่มคนตรงหน้าทำท่าเชิญชวน "ยังจะยืนบื้ออยู่อีกเหรอ?"
โจวทงขบกรามแน่นพลางครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเดินตามพวกนั้นไป
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลิวอวี่ก็เดินทางมาถึงวิลล่าวิวทะเล
เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาพบว่าลานบ้านกว้างขวางมีตู้กระจกติดตั้งอยู่มากมาย ซึ่งมันเหมาะสำหรับการเลี้ยงปลาเป็ที่สุด
ส่วนภายในบ้านก็ตกแต่งเสร็จสรรพอย่างไร้ที่ติ พร้อมด้วยเฟอร์นิเจอร์ครบครัน
"วิลล่าหลังนี้ฉันเตรียมเอาไว้ให้คุณโดยเฉพาะ หวังว่าคุณจะชอบนะ"
หลิวอวี่พยักหน้ารับ วิลล่าหลังนี้มันยอดเยี่ยมเกินกว่าจะใช้คำว่าชอบเสียด้วยซ้ำ
หลี่รั่วหลานยื่นกุญแจส่งให้หลิวอวี่ "ั้แ่วันนี้ไป คุณคือเ้าของวิลล่าหลังนี้อย่างเป็ทางการ มีอะไรขาดเหลือก็บอกฉันได้ตลอดเลยนะ"
ในตอนนี้จะยังมีอะไรขาดเหลือได้อีก? หลิวอวี่จึงได้แต่กล่าวขอบคุณเธอสั้น ๆ
...
ขณะเดียวกัน ณ โรงน้ำชาอีกฟากหนึ่ง
โจวทงผลักประตูเข้าไปด้านใน พบว่าเติ้งเจียหรงกำลังจิบชาอยู่กับชายร่างใหญ่ที่มีรอยสักเต็มแขน
"เพื่อนเก่า... การตัดสินใจของนายครั้งนี้ถูกต้องที่สุดแล้ว"
โจวทงเข้าประเด็นทันทีโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม "บอกมาเลยดีกว่าว่าแผนการจัดการหลิวอวี่คืออะไร ฉันต้องทำยังไงบ้าง?"
"อย่าเพิ่งรีบร้อนสิ" เติ้งเจียหรงรินชาให้โจวทงพลางเอ่ย "ฉันได้ยินมาว่านายทำงานที่กลุ่มบริษัทเฟิ่งเสียง? งั้นนายก็น่าจะชำนาญเส้นทางในย่านวิลล่านั่นดีสิ?"
"แน่นอนอยู่แล้ว" โจวทงตบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ "วิลล่าพวกนั้นน่ะ ฉันเดินสำรวจมาจนทั่วทุกซอกทุกมุมแล้ว"
"แบบนั้นแหละดีที่สุด!"
เติ้งเจียหรงฉีกยิ้มเหี้ยม "จริง ๆ แล้วฉันจับตาดูมันมานานแล้ว การจะจัดการหลิวอวี่ต้องใช้มาตรการที่รุนแรงหน่อย ไม่งั้นมันไม่ะเืหรอก!"
เฮยเสอที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบิดี้เีพลางขยับร่างกาย
"คุณชายเติ้งครับ นี่คือเหตุผลที่พวกผมมาที่นี่ไม่ใช่เหรอ? เื่ใช้กำลังพวกผมถนัดอยู่แล้ว ขอแค่มีโอกาส ผมรับรองว่าจะทำให้คุณชายสะใจแน่นอน!"
เติ้งเจียหรงหันไปมองโจวทงอีกครั้ง
"ไม่ต้องห่วง ถึงฉันจะถูกไล่ออกมา แต่คอนเนคชั่นของฉันยังอยู่ การจะพิกัดที่อยู่ของมันไม่ใช่เื่ยากเลย!"
พูดจบ โจวทงก็กดโทรศัพท์ออกไปทันที...
สองชั่วโมงต่อมา หลิวอวี่ตั้งใจจะกลับไปที่ห้องเช่าเดิมเพื่อขนย้ายข้าวของส่วนตัว
ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นโครงการ เขาก็สังเกตเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งคอยจับจ้องเขาอยู่ เมื่อเดินมาถึงจุดที่ผู้คนเริ่มเบาบางลง กลุ่มชายฉกรรจ์เจ็ดแปดคนก็พุ่งเข้ามารุมล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง
หลิวอวี่กวาดสายตามองคนเ่าั้พลางบิดี้เีอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ตามฉันมาตั้งนาน ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวออกมาสักทีนะ"
่นี้หลิวอวี่รู้สึกเหมือนถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา และในที่สุดพวกมันก็ปรากฏตัวออกมาเสียที
'ที่แท้ฉันก็ถูกจับได้ั้แ่แรกแล้วสินะ'
เฮยเสอแค่นเสียงหัวเราะ "เ้าเด็กนี่มันมีพิษสงจริง ๆ แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก!"
สิ้นคำสั่ง เขาก็โบกมือให้ลูกน้องควักไม้กระบองออกมา ดวงตาแต่ละคู่จ้องมองมาที่หลิวอวี่ด้วยความดุร้าย
เมื่อเห็นสายตาอาฆาตของเฮยเสอและพวก หลิวอวี่ก็รู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย
แต่เมื่อนึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ความกลัวเ่าั้ก็มลายหายไปสิ้น เขาพุ่งตัวออกไปรวดเร็วราวกับลูกศร
'สมกับคำว่าเด็ดหัวหัวหน้าก่อนจริง ๆ!'
หมัดของหลิวอวี่พุ่งเข้าใส่ปลายคางของเฮยเสออย่างจัง แรงปะทะทำให้ร่างของอีกฝ่ายกระเด็นไปไกลกว่าสามเมตรและสลบเหมือดคาพื้นทันที
พวกอันธพาลที่เหลือเห็นดังนั้นก็กรูเข้าใส่พร้อมกันเป็กลุ่ม
ทว่าหลิวอวี่ในยามนี้ราวกับมีเทพาเข้าสิง เขาสามารถจัดการทุกคนให้ล้มลงไปนอนร้องโหยหวนด้วยความเ็ปได้อย่างง่ายดาย
ด้านหลังถังขยะที่อยู่ไม่ไกล โจวทงเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา
เมื่อเห็นหลิวอวี่จัดการทุกคนราบคาบ เหงื่อกาฬก็ไหลซึมเต็มหน้าผากของเขาไม่หยุด
'ให้ตายสิ! มันไปเก่งขนาดนี้มาั้แ่เมื่อไหร่กัน?' โจวทงเริ่มมีความคิดที่จะเผ่นหนี
ทว่าในจังหวะนั้นเอง รถตำรวจก็แล่นมาจอดลงใกล้ ๆ ดวงตาของโจวทงวาววับขึ้นพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปหาเ้าหน้าที่
"เ้าหน้าที่ครับ ช่วยด้วย! ตรงนั้นมีคนคลุ้มคลั่งทำร้ายคนอื่น มีคนาเ็ระนาวเลยครับ!"
"ว่าไงนะ?!"
เ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายรีบรุดไปยังทิศทางที่โจวทงชี้ทันที
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ สภาพทุกอย่างก็เป็ไปตามที่โจวทงกล่าวอ้าง หลิวอวี่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมท่ามกลางกลุ่มคนที่นอนกองอยู่บนพื้น
"พวกคุณ! ยกมือขึ้นแล้วนั่งยอง ๆ ลงเดี๋ยวนี้!"
เ้าหน้าที่ตำรวจะโก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว หลิวอวี่ทำหน้าฉงนพลางชี้มือเข้าหาตัวเอง "เ้าหน้าที่ครับ... คุณกำลังพูดถึงผมเหรอครับ?"
"ยังจะมาทำเป็ไขสืออีก! ทำร้ายร่างกายคนอื่นในที่สาธารณะจนาเ็ขนาดนี้ ไปกับเราเดี๋ยวนี้!"