บทที่ 6 คิดว่าบ้านฉันคือโถงไว้ทุกข์หรือไง
รถเอสยูวีแล่นออกไป ห้านาทีต่อมารถวกกลับมาอีกครั้ง มาหยุดอยู่ตรงหน้าโม่เชียน กู้ไป๋เหยี่ยผลักประตูรถเปิดจากด้านในด้วยความโกรธแล้วพูดอย่างเ็า
“ขึ้นรถ!” เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็บ้าอะไร แต่เมื่อเห็นสาวน้อยคนนี้ยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางฝนที่ตกหนักมันก็ทำให้หัวใจของเขารู้สึกแย่อย่างอธิบายไม่ถูก
สาวน้อยคนนี้ช่วยฝูเสวี่ยไว้จริง ๆ แต่เธอก็คือคนที่ห้ามไม่ให้เขาตามภรรยาตนไป ในสภาพอากาศเลวร้ายเช่นนี้ ฝูเสวี่ยก็เป็ใบ้ หากเธอหลงทางในูเาลึกและป่าที่มืดมิดใครจะสามารถช่วยเธอได้
กู้ไป๋เหยี่ยไม่ชอบการกระทำของสาวน้อยคนนี้ ถึงเขาโกรธมากแค่ไหน แต่ไม่มีที่ให้ระบาย โกรธไปก็เท่านั้น ทว่าโม่เชียนไม่ได้ใส่ใจกับความโกรธของเขาเลยแม้แต่น้อย
เธอทำตัวหยาบคายไม่เป็สุภาพชนเลยสักนิด อันดับแรกเธอวางแมวที่อยู่ในอ้อมแขนตรงกลางเบาะรถ แล้วหยิบกระสอบกับรถเข็นคันเล็กของเธอขึ้นมาวางไว้บนพื้นที่ว่างของเบาะรถ และสุดท้ายเธอก็ขึ้นมานั่ง
ทันทีที่โม่เชียนและข้าวของของเธอเข้ามาในรถ เบาะหลังทั้งหมดก็เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ กู้ไป๋เหยี่ยมีใบหน้าเ็าและไม่พูดอะไร ข้างนอกฝนตกหนักท้องฟ้าก็มืดครึ้ม แต่ใบหน้าของเขานั้นมืดมนยิ่งกว่า
เขาสงสัยว่าตนถูกิญญาชั่วร้ายครอบงำหรือเปล่า ถึงคิดบ้า ๆ และถอยรถมารับสาวน้อยคนนี้ ชายหนุ่มกัดฟันและหันออกไปมองนอกหน้าต่างทำเป็เหมือนไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น โม่เชียนที่นั่งลงและปิดประตูรถจากนั้นเธอเตือนคนขับว่า
“พี่ชาย ขับรถช้า ๆ หน่อยนะ แมวของฉันเวลาเมารถแล้วจะอาเจียน” กู้ไป๋เหยี่ยกุมขมับแล้วสบถเสียงเบา
“แม่ง” มั่นใจได้เลยสาวน้อยคนนี้ถูก์ส่งมาเพื่อทรมานเขา การเดินทางที่ปกติจะใช้เวลายี่สิบนาที ในคราวนี้มันใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง เพื่อไปถึงบ้านที่โม่เชียนเคาะประตูเมื่อตอนกลางวัน
รถจอดอยู่ที่ลานบ้าน กู้ไป๋เหยี่ยก็พาโม่เชียนเข้าไปในตัวบ้านหลังเล็ก บ้านหลังนี้ไม่ได้เป็ของเขา แต่เป็ของจิ้งจอกเฒ่าจากตระกูลเฉียว เมื่อคนรับใช้ที่บ้านเห็นว่าเป็กู้ไป๋เหยี่ยมาก็ไม่มีใครกล้าหยุดเขา ชายหนุ่มหาห้องที่ชั้นหนึ่งในให้โม่เชียนและเตือนด้วยหน้านิ่งเสียงเ็าว่า
“เธออยู่ที่นี่และอย่ารบกวนคนป่วยชั้นบน อย่าทำให้เขาขุ่นเคือง เข้าใจไหม” หลังจากที่เขาพูดจบเขาก็ออกจากบ้านไป เมื่อเห็นแบบนี้โม่เชียนจึงะโถามเขาว่า
“พี่หก คุณยังจะออกไปข้างนอกอีกเหรอ” กู้ไป๋เหยี่ยหยุดเดินและกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ เขาหันกลับมาถามอย่างเคร่งขรึมว่า
“สาวน้อย ไม่มีใครเคยสอนให้เธอพูดอย่างถูกต้องเลยหรอ”
“คุณจะออกไปทำอะไร” โม่เชียนไม่ได้สนใจคำพูดของเขาเลย เพียงถามในสิ่งที่เธออยากจะรู้เท่านั้น กู้ไป๋เหยี่ยพบว่าเขาไม่สามารถสื่อสารกับสาวน้อยคนนี้ได้เลย
เขาเหนื่อยจะเสียเวลาอีกต่อไป จึงหยุดคุยกับเธอแล้วเดินออกไปข้างนอกทันที โม่เชียนเดาได้ว่าเขากำลังจะไปไหน เธอะโบอกเขาเสียงดัง
“คุณไม่จำเป็ต้องออกไปหาหรอก ฉันให้เครื่องรางสุขสงบกับฝูเสวี่ยเอาไว้เพื่อให้เธอปลอดภัยแล้ว” ถุงสีแดงใบเล็ก ๆ นั้นได้รับพรจากบรรพจารย์เต๋าทั้งสิบเจ็ดรุ่น มันเป็สมบัติที่สามารถปกป้องผู้ที่พกมันติดตัวจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและภัยพิบัติที่มนุษย์สร้างขึ้นได้
การที่ฝูเสวี่ยพกมันติดตัวไว้จะช่วยให้เธอปลอดภัยจากผู้คนที่หมายปองร้ายเธออย่างแน่นอน เมื่อได้ยินเช่นนี้กู้ไป๋เหยี่ยก็มองดูโม่เชียนอย่างสงสัย
“มันใช้ได้จริงงั้นเหรอ”
“แน่นอน” โม่เชียนมั่นใจพร้อมตบหน้าอกเพื่อยืนยัน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีความมั่นใจมาก หัวใจของกู้ไป๋เหยี่ยก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อยโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้ว่าสาวน้อยคนนี้จะดูประหลาด แต่เธอก็มีความสามารถจริง ๆ ถึงกระนั้นกู้ไป๋เหยี่ยยังไม่กล้าฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเธอ
“ต่อให้เครื่องรางของเธอจะได้ผล ฉันก็ยังต้องออกไปตามหา”
“เดี๋ยวก่อน” โม่เชียนมองไปที่กู้ไป๋เหยี่ยแล้วเรียกหาในขณะที่เขากำลังจะจากไป
“ฉันจะให้ยันต์คุ้มกันภัยคุณ”
เธอนั่งลงแล้วหันไปหาถุงกระสอบใบใหญ่ที่ถูกโยนลงพื้น รีบหยิบกระดาษสีเหลืองที่เปียกชุ่มกองหนึ่งออกมา ยันต์สีเหลืองเปื่อยยุ่ยจนเกือบกลายเป็เศษกระดาษ และคราบหมึกก็ติดอยู่เต็มถุงและมือเธอ
โม่เชียนพลิกดูพวกมันทีละใบ และพบว่าเธอไม่สามารถหายันต์ที่สมบูรณ์ได้เลย หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอย่างเสียใจและมองไปที่กู้ไป๋เหยี่ย
“มันพังหมดแล้ว ใช้ไม่ได้หมดเลย ฉันคงต้องทำพวกมันใหม่”
“...” กู้ไป๋เหยี่ยนิ่งเงียบ เขาบ้าไปแล้วใช่ไหมที่เชื่อเื่ไร้สาระของเธอ ยันต์ของเธอไม่กันน้ำด้วยซ้ำ แล้วของที่มอบให้ฝูเสวี่ยจะยังใช้ได้หรือเปล่าเนี่ย หมัดของกู้ไป๋เหยี่ยกำแน่นเมื่อเขาคิดถึงสิ่งนี้
ใจของเขาตึงเครียดอีกครั้งทันที เขาพ่นลมหายใจด้วยความโกรธ หันหลังกลับแล้วเดินออกจากบ้าน โม่เชียนมองไปที่กระดาษยันต์ในมือของเธออย่างรู้สึกเป็ทุกข์ เธอมีโอกาสน้อยมากที่จะได้ใช้ยันต์เหล่านี้ ไม่เคยคิดที่จะทำกระดาษยันต์กันน้ำมาก่อน...
โชคดีที่เครื่องรางของฝูเสวี่ยนั้นจะไม่พังเพราะน้ำแน่ ดังนั้นไม่ต้องกลัวอะไร โม่เชียนนอนหลับอย่างสบายใจ พอถึงเวลาหกโมงครึ่งเธอก็ตื่นนอา
เธอเข้าห้องน้ำและพบว่าของใช้ที่นี่มีระดับมากเป็พิเศษ หญิงสาวทำการศึกษามันอยู่พักหนึ่งก่อนจะทำความสะอาดตัวเอง ทุกวันเวลาเจ็ดโมงเช้าจะเป็เวลาจุดธูปบูชาบรรพจารย์
อารามที่เธออยู่เป็อารามลัทธิเต๋าที่ยากจนมาก ถ้าโม่เชียนไม่จุดธูปบูชาให้ บรรพจารย์ที่อยู่บน์อาจยากจนเกินไปจนไม่มีข้าวปลากิน โม่เชียนหยิบยาเม็ดออกมาจากกระสอบใบใหญ่ทีละเม็ด และจัดเรียงไว้อย่างเรียบร้อยสำหรับบรรพจารย์ตามลำดับ
จากนั้นจึงตั้งกระถางธูปเล็ก ๆ ไว้ข้างหน้าและจุดธูปสามดอก
“นักพรตเต๋าสิบเจ็ดท่าน ณ อารามต้าต้าว ศิษย์ผู้นี้ขอจุดธูปบูชาพวกท่าน ทำเลทองสุดยอดฮวงจุ้ยนั้นหายาก ดังนั้นจึงมีเพียงของเหล่านี้ที่สามารถนำมาบูชาให้ได้ อย่าตำหนิศิษย์เลย”
“อย่างไรก็ตาม ฮวงจุ้ยที่นี่ดีกว่าอารามเต๋าของเรามาก ดังนั้นพวกท่านควรจะพอใจมากกว่านะ”
“อย่ากังวลไปเลย รออีกสองสามปี หลังจากที่ศิษย์ผู้นี้สืบทอดธุรกิจของครอบครัวแล้ว ศิษย์จะบูรณะอารามเต๋าของเราใหม่ทั้งหมดและจะสร้างรูปปั้นทองคำให้กับพวกท่านทุกคน” โม่เชียนกราบไหว้บรรพาจารย์ทั้งสิบเจ็ดรุ่นอย่างเคร่งครัด เธอไม่ได้สนใจการเคลื่อนไหวนอกประตูเลยทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก
“เธอเป็ใคร?” เสียงเข้มของชายคนนั้นดังขึ้น ด้วยการเคลื่อนไหวนี้ แมวดำที่นอนอยู่บนเตียงก็ใจนรีบะโลงไปซ่อนตัวใต้เตียงทันที โม่เชียนหันกลับไปมองที่ประตู
เธอเห็นชายร่างกำยำแข็งแรงมีรอยแผลเป็บนใบหน้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าดุร้าย มองแวบแรกก็ดูรู้เลยว่าเป็คนที่ไม่ควรหาเื่ด้วย นี่คือเยี่ยเฟย บอดี้การ์ดส่วนตัวของนายน้อยเฉียว
เยี่ยเฟยเดินเข้าหาโม่เชียนและเห็นป้ายิญญาสามแถวตั้งอยู่บนโต๊ะ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ขนาดเสือบนูเายังไม่ดุร้ายเท่าเขา
“เธอบุกเข้ามาในบ้านคนอื่นแล้วกราบไหว้ป้ายชื่อคนตายอยู่เนี่ยนะ ป้ายิญญาสิบเจ็ดอันคิดว่านี่คือโถงไว้ทุกข์ของบรรพบุรุษเธอหรือไง” เสียงของเขาดังมากจนทำให้โม่เชียนหูชา เธอลูบหูและพูดอย่างใจเย็น
“กู้ไป๋เหยี่ยเป็คนพาฉันมาที่นี่ ลดเสียงลงหน่อยเถอะ คุณกำลังทำให้แมวของฉันกลัวนะ” แน่นอนว่าเสี่ยวเฮยกำลังแอบอยู่ใต้เตียงขดตัวเป็ลูกบอล ดวงตาสีเขียวข้างหนึ่งฟ้าข้างหนึ่งเบิกกว้างมองตรงมาที่พวกเขา เมื่อเยี่ยเฟยได้ยินว่ามีแมว เขาก็เลิกคิ้วด้วยความโกรธ
“แมวอยู่ที่ไหน! นายน้อยของฉันแพ้แมว รีบเอามันออกไปเดี๋ยวนี้!” เขาพูดและเริ่มมองหามันไปทั่วทั้งห้อง หลังจากมองได้ไม่นานเยี่ยเฟยก็เห็นร่างของเสี่ยวเฮยใต้เตียง เขาคุกเข่าลงบนพื้นทันทีและเอื้อมมือออกไปคว้ามัน
แต่เสี่ยวเฮยเคลื่อนไหวเร็วกว่า มันหลุดออกจากมือของเยี่ยเฟยแล้วก็หายไป ชายร่างใหญ่โกรธมากจนหัวของเขาแทบลุกเป็ไฟ เขาเรียกคนรับใช้ในบ้านทันทีและสั่งให้ทุกคนแยกกันตามหาแมว
หลังจากจัดการภารกิจตามหาแมวแล้ว เยี่ยเฟยก็เดินกลับมาหาโม่เชียนอีกครั้ง เขาหยิบป้ายิญญาบนโต๊ะขึ้นมายกค้างกลางอากาศ
“เก็บข้าวของแล้วออกไปจากที่นี่ซะ!”