4.สัตว์อสูรหมาป่าเงินก็แค่หมาตัวนึง?
“บรู๊ววววววว”เสียงหอนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของหุบเขาอสูร
หนิงหรงที่ยืนอยู่ข้างโอ่ง สะดุ้งใเสียงนั้นดังใกล้มาก ใกล้เสียจนเธอขนลุก รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังถูกจ้องมองด้วยสายตากระหายเืหนิงหรงค่อยๆหันไปมอง จ้องเข้าไปในป่า ท่ามกลางคืนเดือนมืดไร้พระจันทร์
สัตว์สี่เท้าตัวใหญ่กว่าสองเมตรย่างเท้าออกมาจากเงามืดขนสีเงินของมันสะบัดพริ้วท่ามกลางสายลม ที่กำลังพัดเบาๆดวงตาดุร้ายสีฟ้าของมันจ้องมองมาจนทำให้รู้สึกขนลุกมันส่งเสียงขู่แยกเขี้ยวสีขาววาววับใส่
หนิงหรงยืนกระพริบตามองหมาป่าสีเงินตัวใหญ่พิจารณารูปร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและขนด้วยความสนใจแม้ตอนแรกเธอจะใที่พบสัตว์ตัวใหญ่ขนาดนี้ แต่พอมองไปมองมากลับนึกถึง สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน
“บรู๊วววว”เ้าหมาป่าเงินตัวนั้นหอนดังลั่นหมาป่าตัวอื่นเหมือนถูกเรียก พวกมันก้าวออกจากเงามืดล้อมรอบบ้านเอาไว้
หนิงหรงตัวเล็กนิดเดียวเมื่อเที่ยบกับหมาป่าห้าตัวที่สูงกว่าสองเมตรเธอยกยิ้ม ไม่มีท่าทีเกรงกลัวใดๆ
‘ฮึๆ คิดจะเล่นาประสาทกับเจ๊หรือ’แม้จะมีระยะห่างแค่ห้าเมตรกั้นด้วยรั้วไม้เตี้ยๆก็ไม่ทำให้เด็กน้อยอย่างเธอหวาดกลัวหนำซ้ำเธอยังยืนพิงโอ่งจ้องตอบเ้าจิ้งจอกตัวแรกที่โผล่มาอย่างกวนประสาท
จิ้งจอกตัวนั้นแยกเขี้ยวคำรามใส่นึกโมโหที่เด็กน้อย นอกจากไม่กลัวแล้วยังยืนมองมาอย่างสบายๆ หนำซ้ำยังทำหน้าตากวนประสาทอีกนั่นนางเเลบลิ้นปลิ้นตาใส่แล้ว!
จิ้งจอกเงินถึงกับปวดสมองเส้นประสาทเต้นตุบ ตุบ หากไม่ติดว่าบ้านนี้คือเขตแดนของกิเลนไฟผู้พิทักษ์กฎของเผ่าอสูรละก็จะะโงับนังหนูนี่ให้คอขาดเลย
กิเลนทองเป็พวกหวงอาณาเขตจัดอยู่ในระดับตำนานราชัน ใครละจะกล้ามีเื่ แถมเ้านั่นยังนิสัยอันธพาลด้วย!
แต่น่าประหลาดนัก ทำไมนังหนูนี่ถึงได้จิตแข็งเหลือเกินทั้งๆที่ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธด้วยซ้ำ ร่างกายก็ดูอ่อนแอผอมแห้งถึงเพียงนั้นกลับยืนจ้องตากับหมาป่าอสูรเงินเช่นเขาที่จัดอยู่ในระดับแปดด้วยท่าทางไม่หวั่นเกรง นางไม่ได้เผชิญหน้ากับหมาป่าอสูรตัวเดียวแต่เป็จำนวนถึงห้าตัวเชียวนะ! นั่นเท่ากับทั้งฝูงเลยนะ
จิ้งจอกทั้งห้าที่เดิมทีคิดจะขู่ให้เด็กน้อยกลัวแต่นางกลับยืนเฉย ไม่เกรงกลัวเลยสักนิด ทำให้พวกเขาได้แต่มองหน้ากันอย่างงุนงงพวกเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่านางหนูนี่ใช่เด็กจริงหรือเปล่าเหตุใดจึงไม่มีความกลัวเลยเล่า พวกเขาถึงขั้นไม่มั่นใจว่านางเป็มนุษย์ด้วยซ้ำ!
“นอกจากหอน กับแยกเขี้ยวพวกเ้าหมดมุกจะเล่นแล้วใช่ไหม?”หงหนิงหรงถามขึ้น นึกรำคาญที่พวกมันทำเป็อยู่สองอย่าง เดี๋ยวก็หอนเดี๋ยวก็แยกเขี้ยว ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวสักนิด โอ๊ะนั่น มันถลึงตาใส่เธอเพิ่มมาอีกอย่างแต่ดูยังไงก็น่ารัก น่าฟัดเหมือนหมาไซบีเรียนแต่เผอิญเป็พันธุ์ที่ตัวสูงถึงสองเมตร!
‘นางเด็กบ้า!’หัวหน้าจิ้งจอกที่ก้าวมาเป็ตัวแรกขู่คำรามใส่สบถด่านังหนูตัวน้อย ทว่าเขาต้องสะดุ้ง
“บ้าตรงไหน เ้าสิบ้า!”หนิงหรงด่ากลับแบบอัตโนมัติ
อ่า...นางหนูนี่รับรู้กระแสจิตอสูรได้!
ปกติมนุษย์ที่ทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรเท่านั้นจึงจะเข้าใจกระแสจิตของสัตว์อสูรสามารถสื่อสารกับสัตว์อสูรได้ แต่เห็นอยู่ชัดๆว่านางเด็กนี่เป็มนุษย์ธรรมดาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ด้วยซ้ำจะไปทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรได้อย่างไร
‘เหตุใดเ้าจึงรับรู้กระแสจิตสัตว์อสูรเ้าไม่ใช่ผู้ใช้สัตว์อสูร และไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ด้วยซ้ำ!’จิ้งจอกตัวนึงถามขึ้นมันมีรูปร่างผอมกว่าตัวอื่นๆเหมือนจะอ่อนแอที่สุดในฝูง แต่กรงเล็บวาววับกับแววตากระหายเืไม่ทำให้หนิงหรงรู้สึกว่ามันอ่อนแอเลยสักนิด
คราวนี้หนิงหรงถึงกับเกาหัว เธอคิดว่าใครๆก็คุยกับสัตว์อสูรได้เสียอีก“ข้าจะไปรู้ได้ไง เกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็นสัตว์อสูรเป็ครั้งแรก”
คำตอบของเด็กน้อยทำเอาหมาป่าอสูรทั้งห้าปวดขมับนางเด็กนี่เพิ่งเคยเห็นสัตวอสูร! แถมเห็นแล้วไม่กลัวอีก นี่พวกเขาทำเผ่าพันธุ์อสูรที่น่าเกรงขามต้องอับอายขายขี้หน้าใช่หรือไม่!
‘ทำไมเ้าถึงไม่กลัวพวกเราเห็นๆอยู่ว่าตัวเ้าเล็กนิดเดียว อ่อนแอถึงเพียงนั้น วรยุทธก็ไม่มี’หนึ่งในห้าตัวที่ร่างกายสมบูรณ์เต็มไปด้วยกล้ามมัดที่สุดในกลุ่มถาม
“สัตว์อสูรหน้าตาน่ารักแบบไซบีเรียนอย่างพวกเ้าทำไมข้าต้องกลัวด้วย”หนิงหรงตอบจริงจังไม่ได้คิดจะกวนประสาท
‘อะไรคือ ไซบีเรียน’จ่าฝูงถาม
“ก็หมาลากเลื่อนที่คนเอามาเลี้ยงตามบ้านเป็สัตว์เลี้ยงเชื่องๆซุกซนนะสิ”
‘สัตว์เลี้ยง!นี่เ้าหาว่าพวกข้าไม่มีความน่ากลัวเลยสักนิดรึ ถึงกับเอาไปเปรียบเทียบกับพวกสัตว์เชื่องๆ!’เ้าหมาป่าอสูรตัวหนึ่งตะคอกใส่
“แล้วพวกเ้าเห็นข้ากลัวไหมละ!”หนิงหรงถามกลับขณะยิ้มยียวนกวนบาทา“ที่สำคัญต่อให้พวกเ้าแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีกล้าบุกเข้ามาในบ้านข้าได้อยู่ดีแล้วทำไมข้าต้องกลัวด้วยละ!”นั่นคือเหตุผลหลักที่เธอไม่กลัวต่อให้พวกมันกล้าบุก เธอก็แค่วิ่งไปหาเยี่ยนเฟยชายผู้ร้ายกาจที่ฝ่าดงอสูรขึ้นลงเขาได้โดยที่ไม่าเ็เลยสักนิด! หมาป่าแค่ห้าตัวมีหรือเยี่ยนเฟยจะสู้ไม่ได้ ให้เขาจับพวกมันถลกขนมาทำพรมให้เธอก็หมดเื่!แต่เื่นี้เธอคิดในใจก็พอขืนพูดออกไปเกรงว่าพวกมันจะโมโหจนกระอักเืตาย แต่จะว่าไปแล้วขนสีเงินของพวกมันก็สวยจริงๆน่าเอามาทำพรมปูเตียง ไม่ก็เสื้อคลุม!
‘นังหนูเ้าไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดเลยจริงๆหรือ’หม่าป่าตัวนึงถามเสียงจริงจัง‘เ้าไม่หวาดกลัวว่าจะถูกฆ่าหรือแม้บ้านหลังนี้จะเป็อาณาเขตของกิเลนทอง แต่พวกเรายังสามารถก้าวเท้าเข้าไปได้สบายๆที่นี่ไม่ได้มีอาคมเวทกั้นเอาไว้’
หนิงหรงฟังแล้วแอบใจหาย นึกภาพพวกมันบุกมาขย้ำเธอแต่เธอก็มั่นใจว่ากิเลนทองน่าจะเป็มาเฟียประจำถิ่นใหญ่โตพอ ที่จะทำให้สัตว์อสูรทั้งป่าหวาดกลัวจนไม่กล้าก้าวเข้าสู่อาณาเขตของมัน แต่เอ...ก็ใช่ว่าโลกใบนี้จะไม่มีพวกบ้าบิ่นนี่บางทีเ้าหมาป่าพวกนี้ถูกปั่นหัวมากๆเข้า อาจจะฉุนขาดะโงับคอเธอขาดก็ได้!
แม้จะนึกระแวงแต่ปากก็เจรจาต่อไป “แล้วจะให้ข้ากลัวอะไรอีกละในเมื่อแม้กระทั่งความตายข้ายังผ่านมาแล้ว ยังมีอะไรที่ข้าต้องกลัวอีก?”ความตายก็แค่หลับหนึ่งตื่นเท่านั้นเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติ ทิ้งอดีตไป แล้วเหตุใดต้องกลัว เธอเป็คนไม่ยึดติดกับสิ่งใดอยู่แล้ว
‘เ้าเคยตายมาก่อน!’หัวหน้าหมาป่าถามด้วยความประหลาดใจ
“อืม เคยตาย!”หนิงหรงตอบราวกับเป็เื่ธรรมดาจนตัวเองประหลาดใจตอนแรกเธอยังนึกเศร้าใจที่ตัวเองโดดเดี่ยวไร้ญาติขาดมิตร แต่พอเธอล้างตัวให้เยี่ยนเฟยเสร็จก็ดูเหมือนว่าเธอปลดปล่อยความเศร้านั้นไปหมดแล้วบางทีอาจเป็เพราะว่ามีอีกคนนึงที่รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนเธอจนทำให้เธอรู้สึกได้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่เธอที่เศร้าใจกับเื่นี้ก็ได้
หม่าป่าห้าตัวที่เดิมทีตั้งใจจะมาขู่ขวัญให้เด็กหญิงกลัวกลายเป็ว่าล้อมวงกันเข้ามา เหมือนตั้งใจฟังเื่เล่ามากกว่ามาหาเื่
‘เ้าตายอย่างไร’หัวหน้าหมาป่าซักถามแววตาอยากรู้อยากเห็น น่ารักน่าชังเหมือนไซบีเรียนไม่มีผิด
“เฮ้อ”หนิงหรงถอนหายใจเธอคิดจะเล่าความจริงให้สัตว์อสูรเหล่านี้ฟัง ไม่ว่าพวกเขาจะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่อย่างน้อยพวกเขาก็ตั้งอกตั้งใจจะฟังมันในนิยายคนที่ทะลุมิติล้วนไม่คิดจะเล่าความจริงว่าตัวเองไปสิงร่างคนอื่นกลัวถูกหาว่าเป็บ้า แต่สำหรับเธอหากใครอยากรู้ขึ้นมาจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเธอไม่เหมือนเดิมเธอก็พร้อมจะเล่าถึงอย่างไรเธอก็ไม่ใช่หงหนิงหรง
หงหนิงหรงเดินไปหยุดอยู่ตรงรั้วบ้านนั่งลงตรงหน้าหมาป่าทั้งห้าอย่างใจกล้ามองในระยะใกล้แบบนี้เธอต้องแหงนหน้าจนคอแทบเคล็ดเพื่อสบตาพวกเขาแต่ช่างเถอะ ไม่มองหน้าก็ได้ สุดท้ายเธอจึงนั่งลงบนพื้น ตรงหน้าหมาป่าตัวโต เธอเริ่มรู้สึกว่าอากาศข้างนอกหนาวเล็กน้อยทว่าร่างนี้อ่อนแอเหลือเกินอากาศเช่นนี้กลับนิ้วเย็นเชียบ เธอเอามือถูๆกันให้ปลายนิ้วอบอุ่นทว่าต้องแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงลากกิ่งไม้ดังขึ้นนอกรั้วบ้านหมาป่าที่เป็จ่าฝูงเอากิ่งไม้มากองสุมๆกันแล้วมันก็อ้าปากพ่นไฟ
ที่แท้มัน้าก่อกองไฟให้เธอนั่นเองไม่น่าเชื่อว่าสัตว์อสูรเองก็ละเอียดอ่อนไม่แพ้มนุษย์
“ขอบใจ”เธอเอ่ยเสียงเบา
หัวหน้าหมาป่ากระพริบตาให้เธอสองสามทีทำแววตาราวกับจะบอกว่าให้เธอเริ่มเล่าเื่ได้
“ความจริงแล้วเด็กคนที่อยู่ตรงหน้าเ้าได้ตายไปแล้ว”เปิดเื่มาก็ทำให้หมาป่ากระพริบตาปริบๆงุนงงกันหมด
‘เ้าคืนชีพ สินะ’
“ไม่ใช่...”ปฎิเสธเสียงแ่เบา เธอลดเสียงลงให้ฟังดูลึกลับเหมือนเล่าเื่ผี“เ้าของร่างนี้ิญญาออกจากร่างตายถาวร”คราวนี้เธอได้ยินเสียงสูดหายใจถ้วนหน้า แต่ดูเหมือนได้ยินมากกว่าห้าเสียงบางทีอาจเป็พวกสัตว์อสูรตนอื่นที่ซุ้มอยู่
“ข้ามาจากอีกโลกหนึ่งที่นั่นแตกต่าง ไม่มีสัตว์อสูร ไม่มีผู้ฝึกยุทธ มีแต่มนุษย์ธรรมดาๆ บุรุษและสตรีล้วนต้องทำงานหาเงินเลี้ยงชีวิตตัวเอง พวกเขาสามารถทำงานได้ทุกอย่างอย่างเท่าเทียมสตรีเองก็รับราชการเป็มหาเสนาบดีได้ เป็ทหารได้ ทุกอย่างที่บุุรุษสามารถเป็ได้ สตรีก็เป็ได้เช่นกันส่วนเด็กๆทั้งหญิงและชายมีหน้าที่เข้าเรียนที่สถานศึกษาั้แ่หกเจ็ดขวบเมื่อจบมาก็ต้องทำงานหาเงิน ข้าเองก็เช่นกัน”
‘ข้าได้ยินมาว่าพวกมนุษย์ ผู้หญิงไม่สามารถรับราชการได้ยิ่งไม่อาจเป็มหาเสนาบดีได้ และยังไม่ถูกอนุญาตให้ออกไปทำงานนอกบ้านด้วยซ้ำพวกนางมีหน้าที่อยู่กับบ้านดูแลบ้าน ส่วนเื่ออกไปทำงานข้างนอกก็ทำไม่ได้โลกที่เ้าจากมากับที่นี่ช่างแตกต่างกันยิ่งนัก’หมาป่าตัวที่ดูบึกบึนที่สุดในกลุ่มกล่าว
“ที่นั่นแตกต่างมากจริงๆแทบไม่มีอะไรเหมือนโลกนี้เลย ในเวลานั้นข้าอายุยี่สิบห้าปีแล้ว ข้ามีหน้าที่เรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่ถูกรังแกจนคดีล่าสุด ครอบครัวของคนร้ายแก้แค้นข้าที่ทำให้หัวหน้าครอบครัวพวกเขาติดคุกโดยการส่งคนมาลอบสังหารข้า ขณะที่ข้ากำลังเดินทางไปทำงานในเช้าวันนึง ข้าจำได้ว่าบิดามารดายังบอกให้ข้ารีบทำงานแล้วกลับไปทานอาหารเย็นด้วยเช้าวันนั้นข้ายังไปไม่ถึงที่ทำงาน ก็ถูกลอบสังหาร ข้าต่อสู้กับพวกเขาสุดท้ายถูกทำร้ายจนร่างตกลงไปในแม่น้ำ...ตอนนั้นข้ารู้แล้วว่าตัวเองไม่รอดแน่นอนข้าาเ็สาหัสมากสุดท้ายข้าก็ตาย แต่แทนที่ข้าจะไปปรโลกหรือเกิดใหม่เป็เด็กทารกแต่ข้ากลับตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กน้อยสี่ขวบที่อยู่ตรงหน้าพวกท่าน”
หมาป่าทั้งห้าตัวฟังเื่เล่าแล้วแววตาของพวกมันดูประหลาดใจอย่างมาก‘นี่ใช่ที่พวกมนุษย์เรียกว่าผีสิงหรือไม่’หมาป่าตัวที่ผอมที่สุดกล่าว
“คล้ายๆกันแต่ผีสิงร่างพวกมันจะสิงได้แค่ชั่วคราว และคนถูกสิงก็ยังมีชีวิตอยู่แต่ของข้าเ้าของร่างได้ตายจากไปแล้ว ิญญาข้าเข้าแทนที่ยึดร่างเป็ของตัวเองเรียกได้ว่าสิงถาวร”
“อ่า...”เสียงอุทานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบหมาป่าทั้งห้าตัวมีท่าทีงุนงงเสียงนั่นเป็เสียงของมนุษย์ไม่ได้มาจากกระแสจิตพวกมัน และยิ่งไม่ได้มาจากเด็กหญิงตัวน้อย
หนิงหรงหันขวับไปมองข้างหลังเห็นองค์รักษ์ทั้งหกยืนหลบมุมตามมุมบ้าน ต้นไม้ คุกเข่าอยู่ข้างโอ่งและที่ต่างๆเหมือนกำลังแอบฟังเื่เล่า มีเพียงเสี่ยวเมิงที่ยืนอยู่ในที่โล่งที่ในมือถือถาดใส่ขนมเหมือนว่าบังเอิญเดินผ่านมาได้ยิน ดูเหมือนเสี่ยวเมิ่งจะเป็คนอุทาน...เพราะยังอ้าปากค้างเธอเห็นเสี่ยวเมิ่งสีหน้าเ็ป น้ำตาเริ่มไหล ดูท่าคงก็ได้ยินเื่ทั้งหมดแล้วเช่นกันแต่ก็ดีเหมือนกัน เสี่ยวเมิ่งจะได้ไม่ต้องมาร้องไห้ ให้เธอปวดหัวทุกครั้งที่พูดเื่ชวนรันทดใจของคุณหนูหนิงหรง
“เฮ้อ”หนิงหรงตัวปลอม หันหน้ากลับมาถอนหายใจก่อนจะเงยหน้ามองหมาป่าทั้งห้า“ข้าต้องไปแล้วละดูเหมือนมีเื่จะต้องคุยกับพวกเขายาวเลย”เธอลุกขึ้นปัดเศษดินเศษใบไม้ออกจากชุดแบบลวกๆ
‘พวกเขาคงไม่รู้มาก่อนว่าเ้าสิงร่างคนอื่นและเ้าของร่างได้ตายจากไปแล้ว’หัวหน้าหมาป่าถามขึ้น
“อืม...ข้าไปละ”เธอบอกลา“พวกเ้าก็ดับไฟด้วยละ ระวังไฟจะไหม้ป่า”เธอยังไม่ลืมที่จะกำชับพวกมันเห็นมันใช้อุ้งเท้าขุดๆดินสามสี่ทีก็กลบกองไฟจนมิดก็วางใจ เดินกลับไปหาคนเจ็ดคนที่ทำสีหน้าแตกต่างกัน ทหารส่วนใหญ่ บ้างก็ดูเหลือเชื่อ บ้างก็งุนงงส่วนเสี่ยวเมิ่งมีสีหน้าเศร้าโศกใจสลายส่วยเยี่ยนเฟยกลับส่งยิ้มน้อยๆมาให้เหมือนเขาเชื่อว่าเป็เื่จริงและคาดการณ์เอาไว้แล้ว....
“เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ”หนิงหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจเดินนำทุกคนไปยังห้องหนังสือ เธอไม่สนใจจะหันกลับไปมองว่าพวกเขาจะตามมาไหมเพราะเธอรู้ดีแก่ใจพวกเขาต้องตามมาแน่
“จริงหรือเปล่าที่คุณหนูหงตายไปแล้ว”คนแรกที่เริ่มเปิดฉากก็คือจ้าวอี้หานครูฝึกทหารร่างบึกบึน
ทุกคนจ้องมองมาที่หนิงหรงตัวปลอมรอคอยคำตอบ
เธอถอนหายใจ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเธอเองก็ไม่สามารถแสแสร้งเป็คุณหนูหรงได้ ที่สำคัญเธอไม่มีความทรงจำใดๆเลย
“คิดว่าพวกเ้าทุกคนคงได้ยินมาหมดแล้ว”พูดในขณะกวาดตามองทุกคน “ข้าคิดว่าหงหนิงหรงตัวจริงคงตายไปแล้วอย่างที่ข้าเล่าให้พวกหมาป่าเงินฟัง ข้ามาจากอีกโลกหนึ่งและได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน”
“ฮือๆคุณหนู”เสี่ยวเมิ่งปล่อยโฮออกมา ทรุดลงร่ำไห้กับพื้น
ทุกคนมองเธออย่างประหลาดใจพวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเื่เช่นนี้บนโลก แต่เสี่ยวเมิ่งที่เป็คนสนิทเชื่อบางทีเสี่ยวเมิ่งที่รู้จักคุณหนูหงเป็อย่างดีคงรู้ว่านิสัยคุณหนูที่ตื่นขึ้นมาผิดปกติ
“ก็ดีที่เ้าไม่ใช่คุณหนูหง”เยี่ยนเฟยกล่าวขึ้นทำให้ทุกคนตกตะลึง
“เ้าบ้าเยี่ยนเฟยพูดอะไรนะ”หลิวอานชายหนุ่มหน้าตาซื่อสัตว์โง่งมแต่ร่างกายสูงใหญ่ มากไปด้วยพละกำลังกล่าวขึ้น
“หากเป็คุณหนูหรงที่ฟื้นขึ้นมาพวกเ้าคิดว่านางจะเปลี่ยนชะตากรรมตัวเองหรือ นางเป็คนอ่อนแอ แม้แต่โต้เถียงต่อปากต่อคำนางยังทำเป็หรือ”เยี่ยนเฟยย้อนถาม
แน่นอนว่าคุณหนูหรงในคำเล่าลือนางทั้งเรียบร้อยบอบบางและอ่อนแอ
“นางไม่มีทางกล้าทำแน่นอนไม่อย่างนั้น ด้วยฐานะหลานสาวของอ๋องฮุ่ย ลูกของภรรยาหลวงนางจะต้องมาทนกับชีวิตแบบนี้หรือ ต่อให้บิดาไม่สนใจนาง แต่นางยังคงมีอำนาจในมือหากนางลงมือตอบโต้ บิดานางหรือจะกล้าตำหนิ ในเมื่อสกุลฮุ่ยหนุนหลังนางเต็มที่!” เยี่ยนเฟยกล่าวทำให้ทุกคนตระหนักถึงเื่นี้ แน่นอนถ้าเป็คุณหนูคนเดิมนางก็คงใช้ชีวิตอย่างคนอ่อนแอต่อไป
“แต่นางก็ไม่ใช่คุณหนูหงตัวจริงแล้วเราจะรายงานท่านอ๋องว่ายังไง”เฉินอี้ผู้ถนัดวิชาตัวเบาเ้าของร่างผอมบางผิวขาวซีดกล่าวขึ้น
“รอให้นางหายดีก่อนแล้วให้นายท่านเป็คนตัดสินใจเองเถอะ”จ้าวอี้หานกล่าวขึ้น“ถึงอย่างไรคำทำนายนั้นก็ยังเกี่ยวพันกับคุณหนูหรงอยู่บางทีใครจะรู้ว่าคำทำนายนั้นอาจหมายถึงหญิงผู้นี้ที่มาสิงร่างคุณหนู”จ้าวอี้หานคนที่มีร่างบึกบึนที่สุดในกลุ่มกล่าวขึ้น
“อ่า...จริงด้วยคำทำนายนั่น”หวงเหวินผู้เป็หมอกล่าวขึ้น
แต่ละคนมีสีหน้าแตกต่างกันไปเหมือนกำลังตกอยู่ในห้วงคิดของตน
“คำทำนายอะไร”หนิงหรงตัวปลอมถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เื่นี้ท่านยังไม่ควรรู้ ถึงยังไงท่านก็เป็คนนอก”หลิวอานผู้มีหน้าตาซื่อสัตย์โง่งมกล่าวขึ้น
หนิงหรงตัวปลอมถอนหายใจมันก็จริงนะ บางทีไม่รู้ก็ดีเหมือนกัน ถึงยังไงก็ไม่ใช่เื่ของเธอ
เสี่ยวเมิ่งที่เอาแต่ร้องไห้มานานกล่าวขึ้นในที่สุด
“ต่อให้ท่านไม่ใช่คุณหนูแต่ร่างที่ท่านอาศัยอยู่ก็ยังเป็คุณหนู ดังนั้นท่านก็ต้องสวมบทเป็คุณหนูต่อไป”เสี่ยวเมิ่งปาดน้ำตา เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง“เพราะฉะนั้นก่อนที่ท่านอ๋องฮุ่ยจะมีคำสั่งอื่น ข้าจะยังคงรับใช้ท่านต่อไป”
“แล้วพวกเ้าละ”หนิงหรงหันไปถามองครักษ์ทั้งหก
“ก็คงต้องทำตามที่เสี่ยวเมิ่งบอก”จ้าวอี้หานผู้ที่อายุมากที่สุดกล่าวขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นเื่การฝึกฝนร่างกายและเรียนวรยุทธ์ก็จะยังคงเหมือนเดิมยิ่งนางหายเร็วเท่าไหร่ จะได้กลับไปรายงานให้ท่านอ๋องตัดสินใจได้เร็วเท่านั้นถึงยังไงนางก็ต้องเป็คุณหนูหงไปชั่วชีวิตการเรียนวรยุทธนางจำเป็ต้องเรียน”หวงเหวินผู้เป็หมอกล่าวขึ้น “ด้วยสติปัญญาและโชคที่นางมี บางทีอาจเป็นางที่อยู่ในคำทำนาย”เขานึกถึงเื่ที่นางหัดเดินลมปราณเองตามหนังสือขับเืพิษออกจากร่างแล้วยังไปนั่งคุยกับอสูรหมาป่าเงินในระยะประชิดโดยไม่เกรงกลัวตอนแรกที่พวกเขาเห็นหมาป่าห้าตัวก้าวออกมาจากป่า พวกเขาก็เตรียมพร้อมจะสู้แล้วเพื่อปกกันไม่ให้คุณหนูได้รับอันตรายหากพวกมันกล้าบุกเข้ามา
แต่ใครเลยจะรู้นางกลับยืนคุยกับหมาป่าเงินไม่มีท่าทีเกรงกลัวน่าประหลาดที่นางสื่อสารกับสัตว์อสูรได้ทั้งๆที่นางไม่ใช่ผู้ใช้สัตว์อสูร พวกเขาหกคนไม่มีใครที่เป็ผู้ใช้สัตว์อสูรพวกเขาไม่รู้ว่าสัตว์อสูรพูดอะไรบ้าง แต่แค่ได้ยินเื่ที่คุณหนูหรงผู้นี้พูดฝ่ายเดียวพวกเขาจับใจความได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
หมาป่าเงินนั้นมีความดุร้ายและโเี้มากแม้พวกมันจะอยู่แค่ในระดับแปด แต่การรวมฝูงของพวกมันก็ทำให้สัตว์อสูรตนอื่นๆหนีหายไปจากบริเวณบ้านหลังนี้จนหมด ต่อให้เป็ตัวที่สูงกว่าระดับแปดยังหวาดกลัวพวกมันแม้แต่พวกเขาหกคนเองยังหวั่นเกรงเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกมันแต่นางกลับไม่กลัวยืนคุยกับพวกมันแบบสบายๆ
“ใช่นางอาจจะเป็คนในคำทำนาย”เสี่ยวเมิ่งกล่าวยอมรับในที่สุด ปิดตาลงข่มความเ็ปคุณหนูหงคนเก่าไม่มีทางเป็คนในคำทำนายได้ นางรู้ดีที่สุด เพราะคุณหนูทั้ง อ่อนโยนบอบบาง และอ่อนแอ ไม่ใช่คนแข็งกร้าวเช่นสตรีผู้มาสิงร่างหนำซ้ำคุณหนูของนางเพิ่งจะสี่ขวบไม่เข้าใจโลก คณะที่คนผู้นั้นอายุถึงยี่สิบห้าปีมากกว่าจ้าวอี้หานที่เพิ่งจะยี่สิบด้วยซ้ำ! “บางทีนี่อาจเป็ชะตาของนาง... มาเพื่อมาแก้ไขชะตาชีวิตให้คุณหนูของข้าก็ได้”
ท่ามกลางความเงียบและการจมสู่ห้วงความคิดของทุกคนมีเพียงเยี่ยนเฟยที่มองไปทางหงหนิงหรงตัวปลอมด้วยดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้าแฝงเร้นได้ด้วยความพึงพอใจ
หงหนิงหรงตัวปลอมได้แต่กระพริบตาอย่างงุนงงคุณหนูคนนั้นตายไปแล้ว เขาพอใจอะไร? มองแบบนี้หมายความว่ายังไง?