ตอนที่ 4 พิธีปักปิ่นของมู่ซือฉีและคู่หมายของฮวาเซียงเซียง
ในตำหนักใหญ่มีพื้นที่มากมายเป็เรือนสี่ประสาน ทั้งเรือนใหญ่ เรือนเล็กและเรือนรับรอง มีน้ำตกจำลองตกแต่งอย่างสวยงาม บ่าวรับใช้มากมายต่างเดินกันไปมาทำหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน บรรยากาศภายในจวนดูสงบร่มรื่นน่าอยู่ยิ่งนัก แต่บรรยากาศในเรือนใหญ่ในห้องโถงรับแขกตอนนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารรุนแรงจากเ้าของร่างสูงใหญ่บึกบึน ใบหน้าที่มีร่องรอยของวัยจาง ๆ ที่ปลายหางตาไม่อาจลดทอนความหล่อเหลาองอาจแต่กลับส่งเสริมให้ใบหน้าของชายที่เริ่มเข้าอายุสามสิบห้าปีดูมีความหล่อเหลาคมคายยิ่งขึ้น โซ่วอ๋องเฉิงฝานเจี้ยนมองคนที่กำลังคุกเข่าก้มหน้าด้วยความหวาดกลัวด้านหน้าด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว
“เ้าจะบอกข้าว่าหาแผ่นหนังไม่พบอย่างนั้นหรือ!” โซ่วอ๋องเอ่ยขึ้นเสียงดังก่อนเขาจะหันหลังกลับไปเพื่อระงับอารมณ์โกรธของตนเองลง แล้วหันมาเอ่ยต่อว่า “ก่อนที่จะกำจัดศพนั้นเ้าได้ค้นหาในร่างของศพแล้วหรือไม่”
“ผู้น้อยหาดูทุกที่แล้วขอรับ เสื้อผ้าก็ฉีกออกตรวจดูทุกจุด ตามซอกฟันหรือแม้แต่ในท้องพวกข้าก็ตรวจสอบดูแล้วไม่พบสิ่งใดเลยขอรับ” ข้ารับใช้คุกเข่าก้มหน้าเอ่ยรายงานเสียงสั่น
จนเจียอู่ ข้ารับใช้คนสนิทของโซ่วอ๋องที่ยืนอยู่ด้านข้างมองเห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าในความไม่เอาไหนของเขาก่อนจะก้าวออกไปเอ่ยความคิดเห็นของตน “ท่านอ๋อง ข้าน้อยคิดว่าพวกเขาคงจะหาดูจนหมดแล้ว ข้าน้อยคิดว่าฝั่งนั้นคงได้แผ่นหนังไปเป็แล้ว เรารีบเปลี่ยนที่กันเถิดขอรับ”
โซ่วอ๋องได้ยินดังนั้นจึงหันไปมองเจียอู่แล้วพยักหน้าให้เขา “เื่นี้ให้เ้าจัดการก็แล้วกัน อย่าให้มีเื่ผิดพลาดอีกเป็อันขาด ออกไปได้แล้วเรียกชิวอี๋มาหาข้าด้วย” โซ่วอ๋องเอ่ยจบก็สบัดแขนเสื้อเดินเข้าห้องด้านในรอให้อนุคนโปรดมาปรนนิบัติ เจียอู่กุมมือคารวะและเอ่ยว่า “ผู้น้อยรับค่ำสั่ง” จากนั้นทั้งเขาและข้ารับใช้ที่ยังคุกเข่าก้มหน้าจึงได้เดินออกไปจากเรือนพักของโซ่วอ๋องเพื่อทำภารกิจของตนเอง
ฤดูใบไม้ผลิผ่านไปไม่นานก็ถึงวันที่ครอบครัวของนายอำเภอ
มู่เหว่ยหางต้องจัดพิธีสำคัญสำหรับเด็กสาวที่อายุครบสิบห้าปีได้กลายเป็หญิงสาวพร้อมที่จะออกเรือนสร้างครอบครัว มู่ซือฉีวันนี้สวมชุดงดงามสีชมพูคลุมทับด้วยชุดสีฟ้าที่ปลายแขนและชายกระโปรงปักลาย
ดอกหลันฮวา (กล้วยไม้) ชูช่อสวยงาม ผมสีดำยาวเกล้าขึ้นเพียงครึ่งหนึ่งปักด้วยดอกไม้สวยงาม ใบหน้าที่ประทินผิวเพียงเล็กน้อยดูอ่อนหวานน่ารักยิ่งนัก
“วันนี้เ้าช่างดูงดงามนัก” ฮวาเซียงเซียงเอ่ยขึ้น นางมาร่วม
พิธีปักปิ่นของมู่ซือฉีและเข้ามาอยู่เป็เพื่อนให้ห้องแต่งกาย
“แล้วทุกวันข้าไม่งามหรือ” มู่ซือฉีเอ่ยขึ้นพร้อมมองค้อนเพื่อนของตน ก่อนจะยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มข้างแก้มทั้งสองข้างเมื่อฮวาเซียงเซียงเอ่ยว่า “งามสิ เ้างามทุกวันแต่วันนี้งามเป็พิเศษ” ฮวาเซียงเซียงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา
“เอาล่ะ ๆ เลิกหยอกล้อกันได้แล้ว ฉีเอ๋อร์ออกไปกับแม่ได้แล้วพิธีกำลังจะเริ่ม เซียงเซียงก็ตามมาด้วยนะลูก ช่วยดูแลฉีเอ๋อร์ให้ข้าที ข้าคนเดียวคงจะดูแลเ้าเด็กซุกซนคนนี้ไม่ไหว!” เฉิงเหมยเซียงหรือฮูหยินใหญ่ของจวนนายอำเภอ มารดาของมู่ซือฉีเอ่ยขึ้นแล้วจิ้มมือไปที่หน้าผากมนของลูกสาวตน
“โธ่ท่านแม่ ข้าไม่ได้ซุกซนเสียหน่อย” มู่ซือฉีเอ่ยด้วยสีหน้าขัดใจ เฉิงเหมยเซียงส่ายหน้าไม่พูดต่อก่อนจะจับจูงแขนด้านหนึ่ง และอีกด้านหนึ่งมีฮวาเซียงเซียงช่วยประคองมูซือฉีเดินเข้าไปในงานพิธี
เมื่อมู่ซือฉีเข้ามาในงานแขกที่มาร่วมล้วนแล้วแต่เป็ฮูหยินของ
ขุนนางในเมืองหย่งชุน รวมทั้งฮูหยินใหญ่ของเ้าเมือง ฮูหยินที่มาร่วมงานต่างเมียงมองไปที่เด็กสาวเ้าของงานและบรรดาหญิงสาวที่ติดตามมารดาของตนมาร่วมงานในวันนี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และประเมินถึงความเหมาะสมพอจะสู่ขอไปให้บุตรชายของตน
ฮุหยินมู่ปักปิ่นลงไปที่มวยผมของมู่ซือฉีบุตรสาวคนเดียวของตนเสร็จแล้วมองนางด้วยแววตารักใคร่ พิธีเป็อันเสร็จสิ้นต่อไปนางพร้อมที่จะเป็เ้าสาวและสร้างครอบครัวสืบสกุล มู่ซือฉียกมือจับปิ่นเงินลาย
ดอกหลันฮวาเช่นเดียวกับชุดที่นางสวมใส่ประดับด้วยไข่มุกห้อยระย้าดูสวยงาม นางยิ้มแย้มออกมาแล้วหันไปสบตากับฮวาเซียงเซียงด้วยแววตาหมายมาดราวกับมีแผนการอันใดในใจ ฮวาเซียงเซียงที่นั่งอยู่ด้านข้างมองจ้องด้วยความสงสัย
หลังจากพิธีเสร็จสิ้นมู่ซือฉีจึงเดินไปจูงแขนฮวาเซียงเซียงไปนั่งเล่นที่ศาลาริมสระบัวที่กำลังเบ่งบานสวยงามมีสายลมพัดผ่านทำให้ผู้ที่นั่งพักไม่ร้อนจนเกินไป เมื่อทั้งสองนั่งลงและสาวใช้นำขนมและรินชาเรียบร้อยแล้ว มู่ซือฉีจึงเปิดบทสนทนาขึ้น “เซียงเซียง! ข้ามีเื่จะให้เ้าช่วย”
“มีเื่อันใดหรือ ทำไมเ้าดูจริงจังยิ่งนัก” ฮวาเซียงเซียงกำลังยกชาขึ้นจิบก็จำต้องวางลงรอฟังต่อ
“อีกสองวันข้าจะให้สาวใช้ไปชวนเ้าออกไปชมสวนดอกเหม่ยฮวา (ดอกเหมย) เ้าต้องตอบรับข้านะ วันนั้นข้าจะนัดพี่หานออกมาชมด้วยกันแล้วข้าจะพูดเื่ที่ท่านพ่อเคยรับปากข้าไว้ เ้าต้องช่วยข้านะเซียงเอ๋อร์คนดีของข้า” มู่ซือฉีส่งสายตาอ้อนวอนไปยังสหายของตนจนฮวาเซียงเซียงที่กำลังมองอยู่ได้แต่ส่ายหน้า
“เอาเถิด ข้ารับปากเ้า” ฮวาเซียงเซียงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม นางหวังว่ามู่ซือฉีจะสมหวังในรัก
“ขอบใจเ้ามาก” มู่ซือฉีมองฮวาเซียงเซียงด้วยสายตาขอบคุณ
ทั้งสองยิ้มให้แก่กันก่อนจะพูดคุยเื่อื่นพร้อมจิบชาและขนมรสเลิศแล้วกลับเข้าไปในงานที่ตอนนี้ทุกคนต่างออกมานั่งที่โต๊ะอาหาร มีบ่าวรับใช้กำลังเริ่มนำอาหารวางไว้บนโต๊ะ
มู่ฮูหยินนั่งพูดคุยกับจางเหมยซูด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทั้งสองครอบครัวต่างไปมาหาสู่กันประจำเพราะนายท่านผู้เฒ่าเป็สหายสนิทกันจนมาถึงสามีทั้งสองก็คบหากันมานานั้แ่เด็กทำให้มู่ฮูหยินและจางเหมยซูคบหารู้จักกันมานานรวมทั้งกิริยาและนิสัยใจคอก็เข้ากันได้ดี “ฮูหยินผู้เฒ่า
สุขสบายดีหรือไม่ ข้าไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนนานมากแล้ว มัวแต่ยุ่ง ๆ กับการจัดพิธีปักปิ่นของฉีเอ๋อร์ หลังจากนี้ข้าจะพาเทียนเฉิงกับฉีเอ๋อร์ไปคารวะบ้างแล้ว เสียดายนักที่วันนี้ท่านไม่ได้มา”
“ขอบคุณมู่ฮูหยินที่เป็ห่วงเ้าค่ะ ท่านแม่สุขภาพแข็งแรงดีแต่มีเบื่ออาหารบ้าง ป่วยเล็กน้อยตามอายุเ้าค่ะ วันนี้ก็เช่นกันตื่นมามีเวียนหัวเล็กน้อยจึงไม่ได้มาร่วมงานด้วย ท่านแม่บ่นถึงฉีเอ๋อร์บ่อยครั้งเชียว”
จางเหมยซูเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง
ฮวาเย่เอ๋อร์ที่นั่งอยู่ด้านข้างฟังบทสนทนาของทั้งสองด้วยความเบื่อหน่ายนางสอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ งานก่อนจะเห็น
ฮูหยินท่านเ้าเมืองนั่งที่โต๊ะอยู่ด้านหน้ากำลังพูดคุยชายหนุ่มหน้าตา
หล่อเหลา ดูสง่างาม นางหันไปหาอาจูสาวใช้ส่วนตัวที่ติดตามนางมา อาจูเห็นคุณหนูของตัวเองเรียกก็เดินเข้าไปหาก่อนจะก้มหน้ารับฟังคำสั่ง “เ้าไปสืบมาว่าคุณชายที่คุยอยู่กับฮูหยินท่านเ้าเมืองคือใคร รีบไป!”
“เ้าค่ะ” อาจูมองชายหนุ่มตามที่คุณหนูบอกก่อนจะเดินออกไป ฮวาเย่เอ๋อร์จึงได้หันกลับมานั่งตรงแล้วฟังบทสนทนาต่อด้วยความเบื่อหน่ายในใจ
“ข้าต้องยินดีกับมู่ฮูหยินอีกครั้งนะเ้าคะที่คุณชายใหญ่สอบได้เป็บัณฑิตชิ่วไฉ”
“อื่ม ขอบใจเ้ามาก ข้าก็ดีใจยิ่งนักตอนนี้ข้าก็โล่งใจแล้ว รออีกสองเดือนก็จะเข้าสอบเซียงซื่อแล้ว ตอนนี้ข้าเลยจะลองมองหาคู่หมายให้เขาเสียหน่อย” มู่ฮูหยินเอ่ยเสร็จก็หันไปมองจางเหมยซูที่กำลังจิบชาแล้วขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อว่า “ข้าเห็นว่าเมื่อเดือนที่แล้วเซียงเซียงเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว” จางเหมยซูเมื่อได้ยินชื่อบุตรสาวของตนก็วางถ้วยชาแล้วหันไปตั้งใจฟังมู่ฮูหยินพูดต่อ “เซียงเซียงยิ่งเติบโตยิ่งงดงามนัก กิริยามารยาทที่ได้เ้าสั่งสอนมาเรียบร้อยงดงาม ยิ่งมองข้ายิ่งพอใจช่างเหมาะกับเทียนเฉิงของข้ายิ่งนักเ้าเห็นด้วยหรือไม่”
“ขอบคุณมู่ฮูหยินที่เอ็นดูเซียงเซียงของข้า แต่เื่คู่หมายของบุตรสาวข้าเองก็ยากจะตัดสินใจได้ ยังมีท่านแม่และสามีรวมทั้งเซียงเซียงเอง พวกข้าต้องถามความเห็นของเซียงเซียงด้วยเ้าค่ะ” จางเหมยซูเอ่ยขึ้นแบบแบ่งรับแบ่งสู้
“เช่นนั้นหรือ แต่ไม่เป็ไรเราก็ค่อย ๆ ให้พวกเขารู้จักกันไป
เทียนเฉิงกับเซียงเซียงก็คบหารู้จักกันมาแต่เล็กคงจะไม่ยากเกินไป”
มู่ฮูหยินยังคงอยากจะให้เซียงเซียงมาเป็ลูกสะใภ้ของตน
“ข้าเองไม่ติดขัดที่จะได้เกี่ยวดองกับมู่ฮูหยิน แต่เื่นี้คงแล้วแต่ฟ้าลิขิตแล้วเ้าค่ะ ข้าไม่อาจบังคับฝืนใจเซียงเซียงได้”
“ช่างเถิด ๆ เราค่อย ๆ สร้างโอกาสให้ทั้งสองพบกันบ่อย ๆ แล้วพูดคุยเกริ่น ๆ ดูก็ไม่เสียหาย เ้าดูสิช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก” มู่ฮูหยินเอ่ยขึ้นแล้วพยักหน้าไปด้านข้างเมื่อเห็นมู่ซือฉีและฮวาเซียงเซียงยืนพูดคุยกับ
มู่เทียนเฉิงบุตรชายคนโตของตน จางเหมยซูมองตามไปนางไม่เห็นถึงสายตาที่บ่งบอกถึงความรักฉันหนุ่มสาวจากบุตรสาวของตนเวลามองคุณชายใหญ่มู่เทียนเฉิงเลย นางได้แต่ส่ายหน้าคงจะทำให้มู่ฮูหยินผิดหวังเสียแล้ว
ฮวาเย่เอ๋อร์ที่ได้ยินทั้งสองพูดคุยกันก็ได้แต่กำมือแน่นด้วยความอิจฉา “ฮวาเซียงเซียงได้คู่หมายเป็ถึงบัณฑิตชิ่วไฉ ภายหน้าอาจจะได้เป็จวี่เหรินหรือจอหงวนและเป็ขุนนางเลยด้วยซ้ำ แต่นางกลับต้องหมั้นหมายกับครอบครัวพ่อค้า ช่างลำเอียงยิ่งนัก!”
อาจูหลังจากออกไปสืบความกลับมาก็เดินมากระซิบข้างหูคุณหนูของนาง ฮวาเย่เอ๋อร์สายตาเป็ประกาย นางเผยรอยยิ้มออกมาพยักหน้าให้สาวใช้ของตนแล้วนั่งเชิดหน้าขึ้นจิบชาและกินอาหารต่อไม่สนใจฟังบทสนทนาของทั้งสองอีก นางมีเป้าหมายใหม่แล้วดีกว่าพวกบัณฑิตเสียอีก!
หลังทานอาหารเสร็จเรียบร้อยจางเหมยซูจึงพาฮวาเย่เอ๋อร์และ
ฮวาเซียงเซียงมาเอ่ยลากับมู่ฮูหยินจากนั้นจึงนั่งรถม้ากลับเรือน เมื่อกำลังจะแยกกันกลับเรือนจางเหมยซูเอ่ยเรียกบุตรสาวของตนไว้ให้ไปพูดคุยที่เรือนของตนก่อน ฮวาเซียงเซียงจึงได้เดินตามหลังมารดาตนไป
ฮวาเย่เอ๋อร์มองตามก่อนยกยิ้มเยาะหยันเมื่อนางคิดว่าคงจะเรียกไปคุยเื่หมั้นหมายเป็แน่ก่อนจะเดินกลับเรือนของตนไป
หลังจากฮวาเซียงเซียงตามเข้ามาและนั่งในเรือนเรียบร้อย
จางเหมยซูถามขึ้น “วันนี้เ้าคุยอะไรกับคุณชายใหญ่มู่หรือ”
ฮวาเซียงเซียงมองมารดาของตนอย่างสงสัยแต่ก็เอ่ยตอบ “ไม่มีอันใดเ้าค่ะท่านแม่ ลูกแค่เอ่ยยินดีกับการสอบเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นหรือ ตอนนี้เ้าอายุสิบห้าปีแล้วไม่นานคงจะได้เป็ภรรยาของคนอื่นแล้ว เ้าคิดว่าคุณชายใหญ่มู่เป็อย่างไร”
“ท่านแม่ลูกยังไม่อยากออกเรือนตอนนี้ลูกอยากอยู่กับท่านย่า ท่านพ่อและท่านแม่นาน ๆ เ้าค่ะ อีกอย่างลูกไม่ได้คิดอันใดกับพี่เทียนเฉิงนะเ้าคะ ลูกเห็นพี่เทียนเฉิงเป็พี่ชายคนหนึ่งหาได้มีความคิดเป็อื่นไม่” ฮวาเซียงเซียงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
“อืม แม่ก็ถามเ้าดูถ้าเช่นนั้นคงต้องปฏิเสธฮูหยินมู่ไปเสียแล้ว
แต่คุณชายใหญ่มู่ก็ดีนะลูก เป็คนที่สามารถดูแลเซียงเซียงของแม่ได้”
“โธ่ท่านแม่ ลูกเห็นพี่เทียนเฉิงมาแต่เล็ก และมองเป็พี่ชายตนเองจะให้ลูกแต่งเป็ภรรยาคงจะไม่ได้แล้ว และลูกคิดว่าพี่เทียนเฉิงก็คิดเช่นเดียวกับลูกเ้าค่ะ” จางเหมยซูได้แค่มองบุตรสาวของตนแล้วอดที่จะเสียดายการหมั้นหมายนี้ไม่ได้
อีกด้านหนึ่งของจวนนายอำเภอ ฮูหยินมู่ที่เรียกบุตรชายคนโตเข้ามาสอบถามก็ได้รับคำตอบเช่นเดียวกับที่จางเหมยซูได้รับก็เผยสีหน้าเสียดาย
“ท่านแม่ ลูกไม่ได้มีความคิดฉันหนุ่มสาวกับน้องเซียงเซียง ลูกมองเซียงเซียงเหมือนที่มองฉีเอ๋อร์ จะให้ลูกหมั้นหมาย ตกแต่งเป็ภรรยาลูกคงต้องคัดค้านท่านแม่เสียแล้ว และอีกอย่างเซียงเซียงก็คงจะคิดเช่นเดียวกันขอรับ” มู่เทียนเฉิงพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง เขาเห็นฮวาเซียงมาั้แ่ยังเด็กจะให้เขามองอย่างหญิงสาวก็คงจะยากเสียแล้ว เขาเห็นนางเป็ดั่งน้องสาวในใส้ของตัวเองด้วยซ้ำ
“ช่างเถิด ๆ เฮ้อ แม่เสียดายยิ่งนัก ถ้าอย่างนั้นเ้ามีหญิงสาว
ในดวงใจหรือไม่ แม่จะได้ไปสู่ขอ”
“ตอนนี้ลูกสนใจแค่การสอบเค่อจวี่ เื่การแต่งงานคงต้องรอไปก่อนขอรับ”
“เอาเถิด แม่เห็นว่า่นี้อยู่ใน่พักก่อนสอบรอบหน้าแม่เลยเห็นว่าเป็โอกาสจัดการเื่หมั้นหมายของเ้าให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่เป็ไรรอเ้าสอบเสร็จก็ยังไม่สาย กลับไปพักผ่อนเถิดแม่จะพักเสียหน่อยเช่นกัน” มู่ฮูหยินเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าแล้วให้สาวใช้พยุงแขนเดินเข้าไปในห้องด้านหลัง มู่เทียนเฉิงจึงคารวะและเอ่ยลาเดินออกไป
ฮวาเย่เอ๋อร์ที่เดินกลับเข้าเรือนเดินไปนั่งที่เตียง อาจูเดินตามเข้ามานำชุดน้ำชาและขนมเข้าไปวางไว้ที่โต๊ะ “คุณหนูเชิญรับน้ำชากับขนมหรือเ้าคะ ในงานบ่าวเห็นคุณหนูไม่ค่อยได้ทานอาหาร บ่าวเกรงว่าคุณหนูจะหิวจึงได้นำขนมมาให้เ้าค่ะ”
“อืม ขอบใจเ้ามาก” ฮวาเย่เอ๋อร์เดินไปนั่งที่โต๊ะก่อนจะยกขนมกัดหนึ่งคำแล้ววาง “อาจูเ้าส่งจดหมายไปให้ท่านป้าเสียหน่อย ข้ามีเื่จะขอคำปรึกษา” ว่าแล้วนางก็เดินไปหยิบพู่กันเขียนจดหมายก่อนจะพับส่งให้อาจู “บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ” อาจูเดินออกไปจากห้องหลังจาก
ที่ฮวาเย่เอ๋อพยักหน้าอนุญาต.....