‘แม่ผิงผิงหิว’
‘แม่ ไม่มีข้าวกินเลย’
‘แม่ ผิงผิงมีซาลาเปามาให้แม่’
เสียงใสของเด็กหญิงวัย 4 ขวบดังก้องในโสตประสาทของ เฟยอวี่ไม่หยุด ทุกครั้งที่ข่มตาหลับความฝันแปลกประหลาดมักจะผุดเข้ามาในห้วงความฝันเธอทุกครั้ง...
ร่างบางผอมเพรียวสะดุ้งใลุกพรวด เสียงหายใจหอบผสมผสานกับเสียงแอร์ภายในห้อง เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลผุดเต็มใบหน้าเรียวสวย
“ทำไมเราถึงฝันแบบนั้นช้ำ ๆ นะ แล้วที่นั่นคือที่ไหนกันทำไมผู้คนถึงได้ดูลำบากยากจนขนาดนั้น”
ในความฝันเฟยอวี่เห็นเด็กหญิงตัวน้อยวัย 4 ขวบหน้าตามอมแมม ผอมบางเหมือนเ้าลิงน้อยเลย แลดูน่าสงสารมากและภาพอื่น ๆ คือผู้คนใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ บางคนก็ใส่เสื้อผ้าที่นำเศษผ้ามาเย็บต่อกัน ดูไม่ต่างจากคนยุค 60-70 เลยสักนิด
บ้านที่อยู่อาศัยก็เป็กรึ่งไม้หญ้าแห้งกรึ่งดิน ดูเก่า ๆ ทรุดโทรม ภาพในความฝันทำให้เฟยอวี่นึกถึงเื่เล่าของคุณยายเมื่อ2 ปีก่อนที่ยายเคยเล่าให้ฟัง เื่มิติและมีคนทะลุมิติไปอยู่ในยุคที่ลำบากยากจนข้าวยากหมากแพงนั่น แต่เธอก็ไม่เชื่อหรอกนะ
ไม่อยากจะคิดมาก เฟยอวี่ลุกเดินไปที่ครัวไปหยิบน้ำมาดื่ม เดินออกมาก็เห็นชองสีขาวที่หน้าประตู เธอหยิบขึ้นมาเปิดอ่านดูคือข้อตกลงในใบหย่าที่เธอกับสามีได้ตกลงกันไว้
“เหอะ ~ ทำผิดต่อฉันแล้วยังจะมีหน้ามาร่างข้อตกลงเื่บ้านแบ่งทรัพย์สินกันอีกครั้งเหรอ? ตลกชะมัดเลย”
เฟยอวี่ฉีกกระดาษนั้นทิ้ง ก่อนจะถอนหายใจแรงแล้วเดินไปนั่งที่โซฟา...ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน เธอได้แต่งงานกับสามีที่เธอรักนักรักหนา สัญญาว่าชาตินี้จะไม่รักใครนอกจากเขา แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะนอกใจไปเอากับเพื่อนสนิทของเธอ แล้วเธอก็ไม่คิดด้วยว่าเพื่อนสนิทจะเลวทำกันได้ขนาดนี้
แต่งงานกันได้หนึ่งปี เฟยอวี่อยากจะมีลูกแต่สามีดันไม่พร้อมไม่อยากมี ให้เหตุผลว่ายังไม่มีเงินมากพอที่จะเลี้ยงดูลูกได้ อยากจะหาเงินอีกสักหน่อย จึงขอให้เธอไปยุติการตั้งครรภ์ก่อน รอเมื่อพร้อมกว่านี้ค่อยมาปรึกษากันเื่นี้อีกครั้ง
เธอก็ดันโง่เชื่อคำสามีไปคุยกับหมอให้หมอช่วย หมอตรวจร่างกายแล้วครรภ์มีปัญหาด้วยจึงต้องทำการยุติการตั้งครรภ์ไป วันนั้นเฟยอวี่เสียใจมากแต่ก็ได้แต่ทำใจ...
2 ปีต่อมาเฟยอวี่ก็ตั้งท้องอีกครั้ง เธอได้ไปบอกเื่นี้ให้สามีรู้ สามีไม่มีทีท่าดีใจเลยสักนิดเดียว นับวันเริ่มห่างเหินเธอออกไป เพราะว่าคิดมากโศกเศร้าเสียใจที่สามีไม่สนใจไยดี ทำให้เฟยอวี่นอนไม่หลับ ทานข้าวไม่ได้ นำพาไปสู่ภาวะแท้งลูกในที่สุด
สูญเสียลูกครั้งที่สองนับว่าเสียใจมากแล้ว เธอพักฟื้นได้ไม่นานสามีดันมาบอกว่าทำผู้หญิงคนอื่นท้อง พอเธอถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร สามีอ้ำอึ้งอยู่นานถึงยอมบอกว่าผู้หญิงคนนั้นคือเพื่อนสนิทของเธอ
สูญเสียลูกไปยังไม่พอ ยังต้องมารับรู้และสูญเสียสามีไปให้ผู้หญิงคนอื่นอีก ชีวิตเธอเจอแต่เื่บัดซบเสียจริง…นอนโศกเศร้าเสียใจอยู่นานหลายวัน พอคิดอะไรหลาย ๆ อย่างได้ เฟยอวี่จึงตัดสินใจหย่ากับสามีเฮงซวยแล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ จะไม่เชื่อคำพูดของใครหน้าไหนอีกแล้ว และจะไม่ยอมให้ใครมาสร้างรอยาแให้ตัวเองอีกต่อไป...
เื่ราวยืดเยื้อมานานเพราะสามีไม่ยอมหย่า เฟยอวี่จึงตัดสินใจฟ้องหย่าไปเลย เพราะยังไงเธอก็มีหลักฐานว่าสามีผิด กว่าศาลจะตัดสินก็ใช้เวลานานหลายเดือน สุดท้ายเธอก็ชนะคดีนี้และได้เงินมาไม่น้อย
แม้จะได้เงินจากการฟ้องหย่ามาเยอะ แต่ใช่ว่าเฟยอวี่เธอจะมีความสุข าแใหญ่ในใจที่สามีฝากไว้ให้กับเธอจะลืมไปได้ยังไงกัน แต่เสียใจไปก็เท่านั้น หย่าแล้วเธอก็ต้องใช้ชีวิตต่อจากนี้ให้ดีที่สุด...
นั่งครุ่นคิดอะไรไปเรื่อยที่ห้องรับแขกนานสักพัก เฟยอวี่ก็เดินกลับเข้ามาในห้อง มีบางอย่างที่อยู่บนเตียงทำให้ร่างบางใมากถึงกับอ้าปากค้าง
“อะ…อะไรวะนั่น” สิ่งที่อยู่บนเตียงคือถุงผ้าสีเหลืองอ่อน ๆ ที่ปากถุงกำลังเปล่งแสงวิบวับออกมา เฟยอวี่เห็นแล้วใมากเธอค่อย ๆ เดินเข้าไปหยิบเอาถุงนั่นมาเปิดดู
“ไม่เห็นมีอะไรนี่นา” เธอพยายามพลิกถุงดูเห็นเพียงความว่างเปล่า ได้แต่สงสัยว่าทำไมเมื่อกี้ถึงมีแสงวิบวับออกมาได้
“เราตาฝาดไปเองหรือเปล่านะ แต่...เอะ ~ ถุงนี่มาจากไหนกันนะ”
เฟยอวี่วางถุงไว้บนโต๊ะ มองช้ายแลขวาดูว่ามีประตูบานไหนเปิดออกหรือไม่ กลัวว่าจะมีคนแอบเอาถุงผ้านี้มาวางไว้ที่เตียงของเธอ
“ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกตินี่นา แล้วถุงผ้านี้มาได้ไงเนี่ย” หญิงสาวได้แต่สงสัยอยู่ภายในใจ จากนั้นเดินไปหยิบเอาถุงผ้าขึ้นมาดูอีกครั้ง
“ข้างในถุงก็ใหญ่เหมือนกันนี่ เอาไว้ใส่ของไปทำงานดีกว่า” พูดจบ เฟยอวี่ก็หยิบเอาสมุดทำงานใส่ลงไปในถุง ภาพที่สมุดหายไปในพริบตาทำให้เฟยอวี่ใดวงตาเบิกโพลง อ้าปากค้างนานหลายวิ
“เห้ย…มะ…เมื่อกี้…ผีหลอกเหรอ กรี๊ดดดด ~” เห็นสมุดทำงานหายไปต่อหน้าต่อตา เฟยอวี่ใกลัว เผลอทิ้งถุงไปที่พื้น ก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนเตียงดึงมาห่มคลุมศีรษะไว้
เห็นทุกอย่างยังคงเงียบสนิทไม่มีเสียงเคลื่อนไหวใด ๆ เฟย อวี่ก็ค่อย ๆ โผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม มีแสงเป็รูปประตูบานใหญ่วิบวับออกมาจากถุงผ้า ครู่นั้นเธอจึงฉุกคิดถึงเื่เล่าของคุณยายขึ้นมา
“อย่าบอกนะว่าคือถุงมิติน่ะ เป็ไปได้ยังไงกัน” ร่างบางรีบลุกจากเตียงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูวิบวับนั่น ก่อนจะเดินผ่านเข้าไปข้างในด้วยความประหม่า
“พระเ้า!!! มันคือมิติจริง ๆ ด้วย คือมิติเก็บของเหรอ ใหญ่มาก แต่เอะ…มิติ เก็บของ นี่ฉันกำลังจะถูกดูดไปอีกมิติหนึ่งเหรอเนี่ย ไม่นะ ~”
แค่คิดว่าจะถูกดูดไปอีกมิติหนึ่งเหมือนเื่เล่าของคุณยาย เฟยอวี่แทบอยากจะร้องไห้ออกมา ความฝันที่เธอมักจะฝันอยู่บ่อย ๆ นั้นจะต้องเป็ที่ที่เธอถูกดูดไปแน่ ๆ เลย
“ฉันต้องทำยังไงดี ปฏิเสธไม่ไปได้ไหม หรือต้องไป ไม่สิ เกิดได้ไปอยู่ร่วมกับซอมบี้จะทำไง แล้วถ้าถูกดูดไปอยู่ในที่ที่ทุรกันดารฉันจะต้องทำยังไง ฮือ ๆ ฉันไม่อยากไปอยู่ในที่แบบนั้นนะ”
หลังจากที่ออกมาจากมิติ เฟยอวี่ก็นั่งเหม่ออยู่นาน ตอนนี้เธอคงทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากเตรียมตัวเตรียมใจไปซื้อของเก็บเข้าไปในถุงมิติ เื่ที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นกับเธอจนได้ ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีกันแน่
ขณะที่กำลังครุ่นคิดหาทางออกอยู่นั้น ถุงผ้าก็ประกายแสงแจ้งเตือนเวลาให้เธอรู้ว่าเธอมีเวลาเตรียมตัวแค่ 3 วัน ก่อนจะถูกดูดไปอีกมิติหนึ่ง
“บ้าไปแล้วน่า ไม่น่าจะใช่มั้ง” ปากบ่นไม่หยุด ในหัวไม่เชื่อเื่ที่กำลังเกิดขึ้น แต่เฟยอวี่ก็ไม่ได้อยู่เฉย รีบตรวจสอบเงินในบัญชีทันที ก่อนจะจดรายการต่าง ๆ เพื่อที่จะไปซื้อเก็บไว้ในมิติ
“เอาว่ะ ฉันจะใช้เงินหมดนี่แหละ อย่างที่ยายเคยเล่าให้ฟัง เงินกับของใช้อิเล็กทรอนิกส์ เอาไปใช้ที่นั่นไม่ได้ด้วยหนิ เปลี่ยนเป็อาหาร ยา ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็ก็แล้วกัน”