หลังจากนั้นอีกครึ่งเดือน คนที่าเ็สาหัสที่สุดก็อาการดีขึ้นจนลุกยืนได้ เหล่าชนเผ่าจึงถูกเรียกรวมตัวในลานกว้าง
เมื่อถูกหมอชราปฏิเสธ เหอซือซือก็ไม่รบเร้าให้อีกฝ่ายรำคาญใจ ทว่านางยังคอยช่วยเขาถือกล่องยาติดตามไปรักษาคนตามปกติ แต่เดิมก็เป็คนพูดน้อยแล้ว ไม่มีเื่ให้คุยก็ไม่ปริปากพร่ำเพรื่อ ชายชราหลงนึกว่ายังโดนโกรธอีกหรือไม่ จึงกังวลมาก
ถึงกับว้าวุ่นใจผู้เดียวอยู่นาน
“อีกเดี๋ยวท่านแม่ทัพจะออกมาพบ พวกเ้าอยู่ในความสงบให้ดี” นายทหารที่ดูมียศพูดเสียงกังวาน ข้างเขามีอีกคนคอยแปลให้ชาวเผ่าเข้าใจ
ชายหนุ่มในชุดเต็มยศ แต่น้อยกว่าชุดเกราะหนามาถึง เหล่าทหารทำความเคารพต่อเขาอย่างพร้อมเพรียง
“คารวะท่านแม่ทัพ!”
ชนเผ่าเจี๋ยทำความเคารพอีกฝ่ายตามแบบฉบับของตนเองเช่นกัน
เหอซือซือลอบมอง ยามนั้นสติเลือนรางแต่ยังจดจำได้ดี ใบหน้าหล่อเหลาดุดัน บรรยากาศที่แผ่ออกมาสมเป็แม่ทัพ
องอาจและน่าเกรงขาม
ความชื่นชมและนับถือมีอยู่ในจิตใจ สบตากันเมื่อครู่ทำให้ใจเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย นึกถึงอ้อมแขนแกร่งที่โอบอุ้มตนไว้ก็รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว แต่ก็เพียงเท่านั้น ความรู้สึกของตนฉาบฉวยชั่วครู่ เมื่อคิดถึงความเป็ไปได้...
ไม่มีความเป็ไปได้ที่ว่าหรอก
เหอซือซือกดความรู้สึกแปลกประหลาดนั้นแล้วลอบพิจารณาอีกฝ่ายอีกหน
ดูไม่น่าจะเกินสามสิบ ช่างเป็แม่ทัพอายุน้อยจริง ๆ นางครุ่นคิด...เขามาอยู่จุดนี้ได้ั้แ่อายุเท่านี้ หมายความว่าไม่ธรรมดา ไม่รู้นางจะหลอกอีกฝ่ายได้หรือไม่
“ข้าคือแม่ทัพของค่ายแห่งนี้ ข้าจะไม่อ้อมค้อม คนที่าเ็หนักที่สุด อาการดีขึ้นแล้ว ถึงเวลาที่พวกเ้าจะต้องออกไปด้านนอก ไปใช้ชีวิตเช่นเดิม พรุ่งนี้จะเปิดประตูค่าย เก็บของและเตรียมตัวให้ดี”
ชายหนุ่มกล่าวตรงไปตรงมาเข้าประเด็นอย่างไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย ทั้งยังดูกระด้างอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่จำเป็ต้องนอบน้อมกับคนเหล่านี้
ไม่เกินกว่าที่คาดเดา หลังฟังคำแปลแล้วชาวชนเผ่าไม่แตกตื่นเลย เพียงคำนับต่อชายหนุ่มอีกครั้งและกล่าวขอบคุณจากใจ
“ขอบคุณน้ำใจท่านแม่ทัพ เมื่อถึงรุ่งสาง พวกเราจะเร่งออกไปทันที”
มีหลายครั้งที่แคว้นเหลียนกับชาวชนเผ่าปะทะกัน ความไม่เป็มิตรจึงแผ่ออกมาชัดเจน
เผ่าเจี๋ยขอบคุณต่อแม่ทัพที่มีน้ำใจช่วยเหลือ ไม่เมินเฉย ทำให้หลายชีวิตรอดมาได้
ฝ่ายกองทัพเห็นพวกป่าเถื่อนแข็งกร้าวเชื่อฟังสงบเสงี่ยมก็จนใจ มองเด็กเล็กที่อยู่กับครอบครัวก็ได้แต่ใจแข็ง พวกเขามีครอบครัว อีกฝ่ายก็มีครอบครัว หากไม่จำเป็ก็ไม่อยากประหัตปะาให้ต้องเสียเืเนื้อ
“ทหารกล้าหลายนายมาจากเผ่าของพวกเ้า ข้าอนุญาตให้พวกเขารับครอบครัวเข้ามาอยู่ภายในกำแพงได้ ผู้ใดมีบุตรหลานรับรอง ก้าวออกมาแยกตัวไปด้านนั้น หรือผู้ใดมีป้ายผ่านเข้าเมืองก็เอามายืนยันได้เช่นกัน”
เสียงฮือฮาดังขึ้นคล้ายไม่คิดว่าจะได้ยินคำเ่าั้ บ้างก็ดีใจ บ้างก็เสียดาย หากไม่รู้มาก่อนเหอซือซือก็เชื่อว่า เผ่าเจี๋ยเพิ่งได้ยินเื่ที่น่าตกตะลึงนี้พร้อมกัน
แม่เฒ่าตบหลังมือนางเบา ๆ ก่อนจะเดินแยกไป ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งเดินตามไปด้วย
กฎดูจะเคร่งครัด อนุญาตเพียงครอบครัวสายตรง เช่นพ่อแม่พี่น้องและบุตร ไม่รวมลุงป้าน้าอาหรืออื่น ๆ ดังนั้นจำนวนคนจึงน้อยมาก
รู้จักซื้อใจคนเสียจริง แม่ทัพเช่นนี้ทำเอานางเหงื่อตก
เหอซือซือกำแผ่นป้ายในแขนเสื้อแน่น แผ่นป้ายนี้ได้จากการขอพรกับหยกเขียว
แน่นอนว่าเป็ของจริง แต่หากมีการตรวจสอบลึกขึ้นย่อมรู้ว่าเป็ของปลอมเพราะนางไม่อยู่ในรายชื่อที่ขึ้นทะเบียน
เอาเถอะ ผ่านตรงนี้ไปให้ได้ก่อน
ผ่านไปได้แล้ว ข้าก็มั่นใจว่าจะหลบซ่อนตัวได้
“แม่ทัพซ่ง”
เหอซือซือชะงัก ท่านหมอหลิว?
“ท่านหมอหลิวลุกขึ้นเถอะ ประคองท่านหมอ เร็วเข้า” ซ่งเทียนเหิงโบกมือให้ทหารช่วยประคองชายชราลุกขึ้น “มีอันใดก็ลุกขึ้นมาพูดดี ๆ เถิด”
“เรียนท่านแม่ทัพ ข้าน้อยอยากขออนุญาตกลับบ้านขอรับ”
“กลับบ้าน?”
“ขอรับ ข้าแก่มากแล้ว หลังจากรักษาคนจำนวนมาก ก็รู้ว่าเกินกำลังไปเสียแล้ว จึงอยากจะกลับบ้านไปใช้ชีวิตบั้นปลาย ขอท่านแม่ทัพอนุญาตด้วย”
เมื่อได้ยิน แม่ทัพหนุ่มไม่เอ่ยขัดเลยแม้แต่นิดเดียว สีหน้ายังแสดงออกถึงความยินดี
“ได้ ได้อยู่แล้ว ไว้เดินทางกลับไปพร้อมกัน”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพ” หมอชราคำนับ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ยังมีอีกเื่ ข้าพบคนผู้หนึ่งรู้สึกถูกชะตา หลายวันมานี้คอยช่วยงานอยู่ตลอด หน่วยก้านไม่เลว หมายใจสั่งสอนวิชาแพทย์ ข้าขออนุญาตรับคนผู้นั้นติดตามไปด้วย”
“ท่านจะรับลูกศิษย์?” รู้สึกฉงนอยู่บ้าง “ผู้ใดหรือ”
“เป็สตรีน้อยนางหนึ่ง ครอบครัวจากไปหมดแล้ว ขอท่านเวทนา” หลิวซงหันมองในกลุ่มคน มองหาคนจนพบ เมื่อประสานตากันก็กวักมือเรียก
เหอซือซือรู้สึกงุนงงและตกตะลึง มือที่กำแผ่นป้ายคลายออก เดินก้มหน้างุดไปหาชายชราอย่างเจียมตัว
แม่ทัพหนุ่มเหลือบมองเพียงแวบเดียวแล้วละสายตา สตรีที่ปกปิดใบหน้าเช่นนี้เดาได้ไม่ยาก ก่อนหน้านี้สบตาอีกฝ่าย เขายังต้องเป็ฝ่ายล่าถอย ถอนสายตาออกมาก่อน
เป็ดังคาด ยามได้สตินางงดงามยิ่งกว่าตอนหลับใหลนัก ดวงตาเป็ประกายสวยคมเปี่ยมเสน่ห์ แวบหนึ่งเขานึกไปถึงเรือนร่างนุ่มนิ่มที่อยู่ในอ้อมกอดคืนนั้น
ทว่าจิตใจมั่นคงของเขาทำให้ไม่สามารถมองอีกฝ่ายนาน ๆ ได้
“กฎต้องเป็กฎ ข้าไม่สามารถผ่อนปรนให้ผู้ใดเป็พิเศษได้ ท่านหมอจะรับรองนางในสถานะใดเล่า”
“ก่อนตายได้ถ่ายทอดวิชา หลังตายมีคนเซ่นไหว้ ข้าจะรับนางเป็บุตรบุญธรรมให้ใช้แซ่ภรรยา...” ชายชราชะงัก “เ้านามว่ากระไรนะ”
“...ซือซือ” เหมือนว่าจะไม่เคยถามชื่อนางเลยสักครั้ง
“ใช้แซ่เหอของภรรยา เป็เหอซือซือขอรับ”
บังเอิญจริง นางก็แซ่เหอ
แม่ทัพหนุ่มจนใจ “ได้ ถ้าท่านรับรองนางถึงเพียงนั้นก็ลงทะเบียนด้านนู้นเถอะ”
“เ้ารีบไปสิ”
เหอซือซือพยักหน้าแล้วรีบไปตามคำบอก นางก็กลัวแม่ทัพผู้นั้นเปลี่ยนใจเหมือนกัน
“นางเข้าใจภาษากลาง?” ซ่งเทียนเหิงถามหลังพากันเดินเลี่ยงมาด้านหลัง
“ไม่เพียงเข้าใจ นางยังพูดได้คล่องเชียวละ” หมอชรายืดอกเล็กน้อยขณะพูด คำพูดยังไม่เป็ทางการเท่าเมื่อครู่
“นางไว้ใจได้แน่หรือ” ซ่งเทียนเหิงขมวดคิ้ว
“ไว้ใจได้ ข้าสืบมาแล้ว ครอบครัวช่วยให้นางหนีคาดว่าตายหมดแล้ว บิดานางเดินทางเอาของมาขายให้พวกตลาดมืดบ่อยครั้งจึงพูดภาษากลางได้คล่อง”
“ถ้าท่านว่าเช่นนั้น...”
แม่ทัพหนุ่มผู้องอาจยามอยู่สองต่อสองกับหมอชราไร้อำนาจกลับมีท่าทีเกรงใจอยู่หลายส่วน เมื่ออีกฝ่ายยืนยันรับรองเป็มั่นเหมาะ ตนก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจ
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“ไม่ต้องมาขอบคุณข้า” หลิวซงโบกมือไปมา “เ้าเป็ผู้ที่จะเซ่นไหว้และฝังศพข้า อยู่ห่างไกลตามหายาก”
เหอซือซือยิ้ม ตาเฒ่าผู้นี้ปากบอกปฏิเสธ พอเอาเข้าจริงกลับคุกเข่าขอร้องเพื่อตน
“ไหนท่านว่าเื่นี้ไม่ง่าย ท่านไร้อำนาจยากจัดการ ชั่วชีวิตนี้จะอยู่เป็หมอที่ค่าย”
“ข้าพูดตอนไหนว่าจะอยู่จนตายที่นี่ ข้าบอกว่าไม่มีคำสั่งก็กลับไปไม่ได้ แต่นี่มีคำสั่งแล้วไม่ใช่รึ” แพรวพราวสมกับอยู่มานานจริง ๆ “จัดการยากก็ใช่ว่าจัดการไม่ได้ ไร้อำนาจก็ใช่จะไร้ซึ่งคุณงามความดี ข้าทำงานมาจนป่านนี้ย่อมมีความดีความชอบอยู่บ้าง กับอีแค่คนแก่จะขอลากลับไปใช้ชีวิตบั้นปลาย จะไม่ได้เลยเชียวรึ”
“เ้าค่ะ เ้าค่ะ” เหอซือซือพยักหน้ารัว ๆ “ว่าแต่ตอนนี้ข้าเป็บุตรบุญธรรมของท่านแล้ว ข้าควรเรียกท่านว่าท่านพ่อหรือไม่”
ชายชรามีท่าทีขัดเขิน กระแอมหนึ่งทีแล้วยืดอกขึ้นพูด “จะเรียกท่านอย่างไรก็เเล้วเเต่เ้า”
เหอซือซือเข้าใจนิสัยของคนตรงหน้าแจ่มแจ้งแล้ว คนคนนี้เป็พวกปากไม่ตรงกับใจนี่เอง
“เช่นนั้นข้าเรียกท่านว่าท่านพ่อแล้วกัน” นางกล่าวอย่างขอไปที ทำให้ผู้าุโท่านหนึ่งหน้าตาบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ
“เหอะ ฝืนใจเ้านักก็ไม่ต้องเรียก!” ว่าแล้วก็สะบัดชายชุดจากไป
นอกจากปากไม่ตรงกับใจแล้ว ยังขี้น้อยใจด้วย? เหอซือซือยังถูกจำกัดอิสรภาพจึงได้แต่ปล่อยไป เดินลิ่วออกไปไกลถึงเพียงนั้นจะให้นางตามไปง้อได้อย่างไรกัน