“Wat Phrasisanphet It is a temple that is located in the royal palace.At first ,the palace which was built by King U-thong ,the first king had not had the temple in the palace yet.The royal ceremonies had to be done in the temples outside such as Wat Mahathat.98 years later ,the palace temple was built It was named Wat Phrasrisanphet according to the big standing Buddha image at 16 meters high ,made of about 27.3 tones of bronze ,covered with about 170 kilograms of gold. This Buddha image was burnt by the Burmese in the war of 1767,the year of Ayutthaya fall. Then the Burmese took the gold,leaving the bronze behind. Wat Phrasisanphet was built on the old site of the palace that was built in 1350 by King U-thong. Then this temple was existed ; the palace was moved to the back near the river. The outstanding spots that remain are the three big stupas containing the relics of the 8th to the 10th king of Ayutthaya. There are also other stupas that contain the relics of kings and members but any evidence to tell us is not left.”
(วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็วัดที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชวัง ตอนแรกพระราชวังที่สร้างโดยพระเ้าอู่ทองกษัตริย์องค์แรกยังไม่ได้มีวัดอยู่ในวัง พระราชพิธีต่างๆ จึงต้องทำในวัดอื่นๆ ข้างนอก เช่นวัดมหาธาตุ ๙๘ปีต่อมาวัดในพระราชวังจึงสร้างขึ้น ตั้งชื่อว่าวัดพระศรีสรรเพชญ์ตามชื่อพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ สูง๑๖เมตร ทำด้วยสำริดหนักประมาณ ๒๗.๓ตัน หุ้มด้วยทองคำหนักประมาณ ๑๗๐กิโลกรัม พระพุทธรูปองค์นี้ถูกพม่าเผาลงไปในาปี ค.ศ.๑๗๖๗ ปีที่อยุธยาล่มสลาย พม่าก็เอาทองคำไป ทิ้งสำริดเอาไว้
วัดพระศรีสรรเชญ์สร้างขึ้นบนที่ตั้งเดิมของวังที่สร้างในปี ค.ศ.๑๓๕๐ โดยพระเ้าอู่ทอง ดังนั้นเมื่อวัดนี้ตั้งขึ้น พระราชวังจึงถูกย้ายไปทางด้านหลังใกล้ๆ แม่น้ำ จุดเด่นที่หลงเหลืออยู่ในวัดคือเจดีย์องค์ใหญ่๓องค์ซึ่งสร้างเพื่อบรรจุพระอัฐิของกษัตริย์อยุธยาองค์ที่๘ถึง๑๐ ยังมีเจดีย์อื่นๆ อีกมายมายที่บรรจุพระอัฐิของกษัตริย์และพระราชวงศ์ แต่หลักฐานใดๆ ที่จะบอกให้เราทราบไม่มีเหลือแล้ว)
เสียงเจื้อยแจ้วบรรยายถึงพระราชวังหลวงโบราณที่ตั้งเดิมของเมืองหลวงแห่งสยามนั้นดังมาจากหญิงสาวร่างสูงทว่าผอมบางในชุดไทยนุ่งซิ่น ห่มผ้าสไบแพรสีเหลืองไข่ดิ้นทอง ซิ่นฉลุกลายสีน้ำเงินจับจีบหน้านาง เรือนผมยาวสีน้ำตาลแดงถูกรวบมัดเป็มวยพร้อมประดับตกแต่งด้วยปิ่นปักผมฉลุลายดอกพิกุลและปิ่นปักผมแบบล้านนาสีทองพร้อมเครื่องประดับทั้งสังวาลทับทิมและกำไลทองนั้นขับผิวให้ยิ่งขาวผ่อง ฤทัยนาค ชัยศิริเตชินทร์ หรือขิมลูกสาวคนสุดท้องคนเดียวของมหาเศรษฐีตระกูลชัยศิริเตชินทร์ ซึ่งเปิดกิจการบริษัทการท่องเที่ยวรายใหญ่ของประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ แน่นอนว่าไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก ดีว่า ทราเวลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพราะเป็บริษัทั์ใหญ่ที่ผูกขาดกับการท่องเที่ยวและใช้ข้อได้เปรียบด้านเงินทุนที่แข็งแกร่งทุ่มซื้อตลาดด้วยการยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินอุดหนุนส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้น (subsidize) ให้กับเอเย่นต์และบรรดาเ้าของกิจการท่องเที่ยวของไทยแทน โดยดึงกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว เอเย่นต์ทัวร์ นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเอฟไอทีทำการจองผ่านแพลตฟอร์มของตัวเองให้ได้มากที่สุด โดยมีเป้าหมายสุดท้าย คือ สร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว และผูกขาดตลาดแบบเบ็ดเสร็จ แน่นอนว่าไม่มีใครเทียบเท่าดีว่าทราเวลกรุ๊ปได้แล้วในยุคนี้
ขิมบรรยายเื่ราวในวัดพระศรีสรรเพชญ์ จังหวัดอยุธยาอย่างคล่องแคล้วให้แก่นักท่องเที่ยวชาวยูกันดาจำนวน30คนที่กำลังสนใจกับสถาปัตนกรรมอันแสนวิจิตร ชาวต่างประเทศสนใจในบารณสถานและขนบธรรมเนียมประเพณีไทยค่อยข้างมาก หากไม่เป็เที่ยวตามโบราณสถานก็จะต้องเป็่หน้าเทศกาลที่นักท่องเที่ยวจะแน่นขนัดและแน่นอนว่าเธอแทบจะไม่มีเวลาพัก
“เฮ้อ...เสร็จสักที” ขิมบ่นพร้อมกับเอนตัวลงนอนที่รถตู้ของบริษัทอย่างหมดแรงหลังจากที่พึ่งส่งนักท่องเที่ยวกลับที่สนามบินสุวรรณภูมิ
“อะไรวะแค่นี้เหนื่อย ฉันสิขับรถไปมาตั้งหลายทีสองสามวันติดแล้วเนี้ยยังไม่บ่นสักคำ”
ภูมิ ชายหนุ่มร่างสูงผู้มีสีผิวสองสีและดวงหน้าที่คมเข้มเป็ดั่งสโลแกนติดตัว และหากไม่นับปากหมาๆ นั่น หมอนี้จัดได้ว่าเป็หนุ่มน่าคบทำสามีคนหนึ่งสำหรับสาวๆ เลยก็ว่าได้
“พวกแกก็มาเปลี่ยนกับฉันบ้างสิ ฉํนพูดจนคอแห้งหมดแล้ว แดดก็ต้องตาก ดูสิดำหมด” ขิมบ่นอิดออด
“แกสองคนชอบตีกัน แล้วมันทำไมต้องมาพาลถึงพวกฉันตลอดวะ”
อังเดร์หนุ่มลูกครึ่งไทย-เบลเยี่ยม ขยับแว่นขึ้นเล่นน้อยพร้อมส่งสายตาไปทางทั้งคู่เหมือนเป็การปราม
“เลิกกัดกันแล้วกลับบริษัทกันเถอะน่า ก่อนที่ท่านประธานที่เคารพจะฉีกอกพวกฉันที่พาน้องสาวเขากลับช้ากว่ากำหนด”
เคน ชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาที่เรียกได้ไว้อ่อนกว่าวัยมากโขหากเทียบกับอายุ เตือนขึ้น เพราะแน่ละกิตติศัพท์ของการหวง ห่วง น้องสาวอย่างขิมนั้นเป็ที่กระหึ่มไปทั่วทุกสารทิศไม่แพ้ความแรงของบริษัทเลยแม้นแต่น้อย