โศกนาฏกรรมของเหล่ามวลมนุษยชาติ

    บทที่ 2 : การฝึกซ้อม

    ณหอประชุมโรงเรียนมัธยมเฮเซวิทยาลัยได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับการฝึกซ้อมต่อสู้กับ “มิระ” และฝึก “เคนาอิ” ที่โรงเรียนมัธยมเฮเซวิทยาลัยได้ทำสถานที่จำลองเพื่อฝึกซ้อมต่อสู้กับ “มิระ” และฝึก “เคนาอิ” ภายในโรงเรียน และไม่ให้เกิดอันตรายต่อนักเรียนได้มีอาจารย์ดูการฝึกซ้อมอยู่ข้างสถานที่จำลอง ตลอดเวลาและยังมีอุปกรณ์ป้องกันให้นักเรียนสวมใส่เพื่อป้องกันอันตรายจากการฝึกซ้อม


    “สวีสดีครับ นักเรียนทุกคนผม อิคุเคียว ฮาจิ เป็๲ประธานได้รับหน้าที่ชี้แจงเกี่ยวกับการฝึกซ้อมต่อสู้กับ “มิระ” และฝึก “เคนาอิ” การฝึกซ้อมนักเรียนทุกคนต้องอยู่ตามจุด มีทั้งหมดสี่ จุด ได้แก่ จุดที่หนึ่ง วัดกำลังกายภาพ ให้ต่อยเครื่องวัดพลัง จุดวัดที่สองวัดความรู้เกี่ยวกับ “มิระ” จุดที่สาม วัดความรู้เกี่ยวกับ “เคนาอิ” จุดที่สี่ให้ต่อสู้กับ “มิระ” และใช้“เคนาอิ” ร่วมสู้กับ“มิระ”ทุกจุดนักเรียนทุกคนต้องผ่านเกรณ์ที่โรงเรียนตั้งไว้ และต้องทำให้ได้ถึงแม้นี่จะเป็๲การฝึกซ้อมทุกคนต้องผ่านทุกจุดให้ได้ เข้าใจไหมทุกคน นักเรียนของโรงเรียนมัธยมเฮเซวิทยาลัย ต้องผ่านการฝึกซ้อมไปให้ได้”


    ทุกคนในหอประชุม


    “โอ้วต้องทำได้แน่ ทุกคนต้องผ่านการฝึกซ้อมไปให้ได้”


    อิคุเคียว ฮาจิ ได้พูดต่อ


    “การฝึกซ้อมจะเริ่มเวลาแปด โมงเช้า เป็๲ต้นไปจนถึงเวลา ห้า โมงเย็นและให้นักเรียนทุกห้องมารวมกันที่หอประชุม”

    “จะแบ่งนักเรียนแต่ละห้องตามเวลาห้อง D เวลา แปดโมงครึ่ง ห้อง C เก้า โมงครึ่งห้อง B สิบ โมงครึ่งห้อง A สิบเอ็ดโมงครึ่ง ให้นักเรียนห้อง D เตรียมตัวได้เลยครับจะถึงเวลาตามที่กำหนดแล้วครับ”



    นักเรียนห้อง Dพูด


    “ห้องเราเริ่มก่อนใครเลยทำไงดีประมาทสุด ๆ เลย ตื่นเต้นมาก ๆ อยากฝึกซ้อมแล้ว”


    ระหว่างที่นักเรียนห้องD กำลังพูดกันอยู่อิคุเคียว ฮาจิ ได้พูด


    “นักเรียนห้อง Dออกมาจากที่นั่งแล้วอยู่จุดที่ หนึ่งได้แล้วครับ”

    นักเรียนห้อง Dทยอยออกจากที่นั่ง และไปอยู่จุดที่หนึ่ง คือวัดกำลังกายภาพ


    “ให้ฝึกตามเลขที่นะครับ เลขที่ หนึ่งเชิญครับ”


    ได้มีชายหุ่นกำยำออกมาจากนักเรียนห้อง D และแนะนำตัว


    “กระผมชื่อ โอโมริ สึโดเป็๞เลขที่ หนึ่ง ของห้อง D ครับ งั้นขอเริ่มแล้วนะครับ”


    “ปึง...!”


    โอโมริ สึโดได้ต่อยเครื่องวัดพลังอย่างแรง ทุกคนที่หอประชุมที่กำลังคุย ๆกันอยู่ต้องเงียบกันหมดเพราะ เสียงต่อยของ โอโมริ สึโด นั้นดังมาก


    โฮมาริ อากุสะได้พูดกับโอโมริ สึโด


    “นายนี่มันสุดยอดไปเลยนะโอโมริ สึโด”


    เครื่องวัดพลังได้เพิ่มจากเลขศูนย์เพิ่มไปจนถึงเลขหนึ่งพันแปดร้อยเจ็ดสิบห้า คะแนน ทุกคนที่ได้เห็นคะแนนที่ โอโมริ สึโดได้ต่อยเครื่องวัดพลัง ถึงกับอึ่ง กับทั้งหอประชุม โอโมริ สึโดได้พูด


    “ได้แค่นี้เองหรอเนี้ยเสียดายจังครับ ต่อต่อยอีกได้ไหมครับ?”


    ผู้ที่คุมเครื่องบอกกับโอโมริ สึโด ได้แค่ครั้งเดียวครับ


    “เสียดายจังครับ”


    ผู้ที่คุมเครื่องบอก


    “คนต่อไปครับ


    “ชื่อโฮโจ จูโร่เลขที่ สอง ต่อยล่ะนะ”


    “ปึง...!”


    โฮโจ จูโร่ ได้หนึ่งพันห้าร้อย คะแนน


    คนต่อไป


    “ปึง...!”


    ได้หนึ่งพันหนึ่งร้อย คะแนน

     

    คนต่อไป


    “ปึง...!”


    ได้เจ็ดร้อยสิบ คะแนน

    .

    .

    คนต่อไป


    “ฉันชื่อ อิโนะมาเสะ เลขที่ เจ็ด ค่ะ ต่อยแล้วนะ”

    ทุกคนได้เห็นอิโนะ มาเสะ ที่กำลังจะต่อย ทุกคนได้คิดว่า


    “จะต่อยได้กี่คะแนนกันเขียวเป็๞แค่ผู้หญิงแท้ ๆ คงได้คะแนนนิดเดียว”


    “ปึง...!”


    ทุกคนได้เห็นคะแนนอิโนะ มาเสะ ที่ทำได้ ถึง หนึ่งพันแปดร้อยห้าสิบ ถึงกับ๻๷ใ๯กันเป็๞แถบเพราะไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะทำคะแนนใกล้เคียงกับ โอโมริ สึโดที่ต่อยคนแรกของห้อง D โมโนะรุ คาจิได้คิดในใจ


    “(ไม่คิดเลยว่าอิโนะมาเสะ ที่ตัวเล็กขนาดนั้น จะมีแรงต่อยจนใกล้เคียงกับโอโมริ สึโด แต่โอโมริ สึโดก็ไม่เบาเหมือนกัน แต่เราต้องออมมือไว้ก่อนเยอะออกแรงเยอะจนเป็๞ผิดที่สังเกต)”


    คนต่อไป


    “ปึง...!”


    ได้แปดร้อยเก้าสิบ คะแนน


    คนต่อไป


    “ฉันชื่อโฮมาริอากุสะ เลขที่ เก้า ครับ”


    “ปึง...!”


    โฮมาริ อากุสะได้ หนึ่งพันหกร้อยเก้าสิบ คะแนน


    “ได้แค่นี้ก็พอแล้ว ฮ่า ฮ่า”


    โมโนะรุ คาจิได้คิดในใจ


    “(โฮมาริ อากุสะก็คะแนนสูงเหมือนกัน ต้องทำอะไรสักอย่าง)”


    คนต่อไป


    “ฉันชื่อโมโนะรุ คาจิ เลขที่สิบ”


    “ปึง...!”


    โมโนะรุ คาจิ ได้ ห้าร้อยคะแนน

    ทุกคนที่ได้เห็นคะแนนของโมโนะรุคาจิ พูดแบบเดียวกันว่า


    “อ่อนเกินอ่อนจัด ๆ มาฝึกทำไมวะ ออกไป ไป๊ ไอ่ไก่อ่อน”

    โมโนะรุ คาจิ ได้คิดในใจ


    “ด่าได้ด่าไปไอ่พวกมดปลวก”


    ทุกคนห้อง Dพูดกันว่า


    “ทำไมนายไม่ออกแรงเยอะๆ ทำให้ห้อง D ของเราปนเปื้อนเพราะนายโมโนะรุคาจิ”


    “(เพราะฉันงั้นหรองั้นก็ดี รอถึงจุดที่ สี่ก่อนเดี๋ยวฉันจะแสดงให้นายดู)”


    คนต่อไป


    “ฉันชื่อ นานาอุซากิ เลขที่ สิบเอ็ด”


    ทุกคนเห็นนานาอุซากิ ได้พูด


    “ทำไมผู้หญิงคนนั้นน่ารักจังไปขอเบอร์สิ”


    “ปึง...!”


    “นานาอุ ซากิได้ หนึ่งเก้าร้อยแปดสิบ”

    ทุกคนในหอประชุม๻๠ใ๽กับเสียงต่อยอันรุนแรงเหมือน นานาอุ ซากิ โกรธใครบ้างคน และโมโนะรุ คาจิได้รับรู้ถึงความรู้สึกแปลกที่ออกมาจากในตัวของนานาอุ ซากิ และนานาอุ ซากิได้มองมาทางโมโนะรุ คาจิ และได้ส่งสายตาอาฆาตไม่รู้ว่าโกรธอะไรในตัวของโมโนะรุคาจิ นานาอุซากิ ได้เดินมายืนข้าง ๆ ของโมโนะรุ คาจิ และพูดว่า


    “ทำไมนายไม่ต่อยให้เต็มแรงห้ะ นายโมโนะรุ คาจิ”


    ผมก็นึกว่าเธอโกรธเ๱ื่๵๹อะไรซะอีกโกรธเ๱ื่๵๹ไม่ต่อยให้เต็มแรงนั่นเอง


    “ก็ฉันมีแรงแค่นั่นจะเอาอะไรอีกเธอ?”


    “ไม่อะไรทั้งนั้นแหละ”


    คนสุดท้ายออกมา


    “ฉันชื่อสึคุเนะ ชิโด เลขที่ สิบสอง”


    “ปึง...!”


    “ได้สึคุเนะชิโด หนึ่งพันเจ็ดร้อยสามสิบ คะแนน”


    คนสุดท้ายแล้วเปลี่ยนจุดไปยังจุดที่สองวัดความรู้เกี่ยวกับ “มิระ”


    คนแรกโอโมริสึโด


    “ครับ?”


    คำถามจุดอ่อนของ “มิระ” อยู่ตรงไหน? บอกมา


    “อยู่ตรงท้ายทอยครับ”


    ถูก


    คำถามจุดที่แข็งที่สุดของ “มิระ” คืออะไร? อยู่ตรงไหนบ้าง?


    “หัว หลังกล้ามแขน ขาหลังทั้งหมด และหาง”


    ถูก


    คำถามสิ่งที่ฆ่า“มิระ” ได้คืออะไร? ต้องอยู่ขั้นไหน?


    “สิ่งที่ฆ่า“มิระ” ได้คือ “เคนาอิ” อยู่ขั้นหนึ่งครับ”


    ถูก


    คำถาม “มิระ”จะออกมาจากที่ไหน?และออกมาได้ยังไง?


    “สิ่งที่ “มิระ”ออกมาคือรอยร้าวของกระจก ที่เกิดจากแรงสั่น๼ะเ๿ื๵๲ แต่การที่ “มิระ”จะออกมานั้นต้องออกมาจากกระจกที่มีขนาดใหญ่ นิดหนึ่งถ้ากระจกเล็กเกินไปก็ออกมาไม่ได้เพราะ ขนาดตัวของ “มิระ” ใหญ่กว่าคนอย่างมาก”

    ถูกเป็๞คำตอบที่ดี งั้นคนต่อไป นักเรียนห้อง D ก็ตอบคำถามถูกทุกคน จนมาถึงโมโนะรุ คาจิ


    คำถามจุดอ่อนของ “มิระ” อยู่ตรงไหน? บอกมา


    “อยู่ท้ายทอยกับอกของ“มิระ” ที่เป็๞ส่วนที่อ่อนที่สุด”


    ทุกคนในหอประชุมและห้องD กับ ผู้คุม ก็งง กันหมดกับสิ่งที่โมโนะรุ คาจิ ตอบออกมา ผู้คุมได้ถามกับโมโนะรุ คาจิ


    “ทำไมเธอ ถึงตอบแบบนั้น”


    เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้คุมถาม ก็ขำออกมา


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่าฮ่า ทำไมผู้คุมไม่รู้ล่ะครับ ทั้ง ๆ ที่เป็๲คนถามแท้ ๆ ไม่ไหว ๆผมจะบอกให้ทุกคนในหอประชุมนี้ได้ฟังกันว่าทำไมผมถึงตอบแบบนั้น”


    จบ! โปรดติดตามตอนต่อไป