EP.13 – คืนที่เหลือเพียงเถ้าถ่าน
ศศิชา ยืนขวางระหว่างพ่อผี กับอริณ ทั้งที่เข่ากำลังสั่นจนจะล้มอยู่แล้ว
ไฟรอบบ้านดัง ฟู่…ฟู่… เหมือนลมหายใจของสัตว์าเ็ที่กำลังจะขาดใจ
พ่อผีจ้องผ่านเธอไปที่อริณ
ในดวงตาไหม้เกรียมของเขา—ความแค้นยังคุกรุ่นเหมือนถ่านแดงใต้ซากบ้านที่พังไปครึ่งหลัง
“ถอยไปศศิชา” อริณร้องเสียงแห้ง
เขารู้ว่าสู้ไม่ได้ รู้ว่ากำลังถูกบีบให้สารภาพทุกอย่างต่อหน้าผีและคนที่เขาไว้ใจที่สุด
ศศิชา ส่ายหน้า
“ถ้าจะเอาเขาไป ก็ต้องเหยียบฉันก่อน”
พ่อผีหยุด
เป็ครั้งแรกที่เขามอง ศศิชา แบบไม่ใช่ศัตรู
เหมือนกำลังมองหญิงคนหนึ่งที่ยืนขวางวันตายของสามีตัวเองทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางชนะแรงไฟหรือิญญา
“ทำไมถึงยังปกป้องเขา… ทั้งที่เห็นทุกอย่างแล้ว?”
ศศิชา กัดปากจนเืซึม
เธอพูดโดยไม่ละสายตาจากผีตรงหน้า
“เพราะเขาไม่ใช่คนดี…ก็จริง”
“แต่เขาไม่เคยตั้งใจฆ่าใคร”
“และเพราะฉันยังเชื่อว่าการยุติวัฏจักรของความตาย… ไม่ใช่การเพิ่มศพอีกศพหนึ่ง”
อริณร้องไห้ เขาไม่ใช่คนร้องไห้ง่าย
แต่ตอนนี้เหมือนเขาถูกแกะชั้นป้องกันตัวออกจนเปลือยหมด
ฆาตกรที่ถูกผีผู้หญิงตรึงคออยู่บนกำแพงหัวเราะไอเืออกมา
“พวกมึงมันตลก… โลกมันไม่ได้สวยขนาดนั้นหรอก”
ทันทีที่เขาพูดจบ
เสียงบางอย่างดังขึ้น… กร๊อบ…กร๊อบ…กร๊อบ…
ไม้ใต้เท้าเขาเริ่มแยกออก
ผีผู้หญิงเงยหน้า—ร้องเสียงเดียวที่ทำให้ทุกขนในบ้านลุกตั้ง
กรี๊ด—!!!
พื้นใต้ฆาตกรพังลงทั้งแผ่น
เขาร่วงลงไปในห้องใต้ดินที่มืดสนิท ก่อนเสียงกระดูกกระแทกดัง ตุบ
เงาของผีผู้หญิงก้มลงตามเหมือนลากเขาลงนรกส่วนตัว
ความเงียบเข้ามาแทนที่
เงียบชนิดที่ได้ยินเสียงเถ้าลอยในอากาศ
พ่อผียืนเฉย ไม่หันตามผู้หญิงของเขา
เปลวไฟเลียไล่ขึ้นตามบ่า เหมือนย้ำว่าเวลาของเขากำลังจะหมด
เขาหันมามอง ศศิชา อีกครั้ง
“…แล้วความยุติธรรมของครอบครัวฉันล่ะ?”
ศศิชา สั่น
แต่พูดอย่างมั่นคงที่สุดในชีวิต
“ฉันจะเป็คนเปิดคดีใหม่เอง”
“ฉันจะบอกความจริงทั้งหมด ไม่ว่ามันจะทำลายใครก็ตาม”
“รวมถึงเขา”
อริณเหมือนยืนไม่ได้อีกต่อไป
เพราะเขาเข้าใจ—นี่คือคำสาบานของผู้หญิงที่รักเขาแต่ไม่เข้าข้างเขา
พ่อผีค่อยๆ หลุบตาลง
กลืนน้ำลายที่ไม่มีอยู่จริง
เหมือนิญญาที่แค้นมานานเริ่มคลายตัวลงเล็กน้อย
“งั้น…”
ไฟบนตัวเขาอ่อนลง
“…ฉันฝากลูกฉันไว้กับเธอ”
ทันทีที่ประโยคจบ—ควันสีขาวโปร่งพวยออกจากร่างพ่อผี
เหมือนเขาถูกแสงบางอย่างดึงขึ้นเหนือเพดาน
ผีผู้หญิงที่ตามแบกความคับแค้นมาก็ผละจากฆาตกร ลอยมาหยุดข้างเขา
จับมือเขาไว้
แล้วทั้งคู่ก็จางหายไป เหลือเพียงประกายไฟเล็ก ๆ ตกลงบนพื้น
ก่อนจะดับวูบ
บ้านทั้งหลังสั่นทีสุดท้าย
เหมือนถอนหายใจก่อนจะหยุดหายใจลงอย่างสมบูรณ์
---
เช้าวันถัดมา
ศศิชา กับอริณยืนอยู่หน้าซากบ้าน
รถตำรวจ รถกู้ภัย ถังดับเพลิงเรียงรายเต็มถนน
ผู้บังคับบัญชาเรียกอริณเข้าไปสอบทันที แต่ ศศิชา กุมมือเขาไว้ก่อน
“พูดความจริงทั้งหมด”
“มันจะเจ็บ แต่มันจะจบ”
อริณพยักหน้า
เขาไม่ได้หนีอีก
ศศิชา ยืนมองเพดานไหม้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ที่อยู่ของสองิญญา
เธอได้ยินเสียงเบา ๆ ลอยตามลม
“แม่…”
เป็เสียงเด็กผู้หญิง
เสียงใส…ไม่มีความแค้นหลงเหลือ
แค่ขอบคุณ
ศศิชา ยิ้มทั้งน้ำตา
“ไปเถอะลูก…หมดเวลาแล้ว”
เปลวแสงสุดท้ายลอยขึ้นสูง
แล้วหายไปในอากาศที่ใสอย่างประหลาด
หลังจากพ่อผีและผีผู้หญิงสลายไป บ้านทั้งหลังก็เหมือนคนที่เพิ่งหมดแรงหายใจ
เสียงไฟกรอบแกรบยังดังอยู่
แต่ ศศิชา เหมือน “นึกอะไรขึ้นมาได้” ทันที
“อริณ…แล้วไอ้ผู้ชายที่วิ่งขึ้นไปบนชั้นสองล่ะ?”
อริณหันขวับ
สีหน้าชัดเจนว่าเขาเองก็เพิ่งจำได้เหมือนกัน
ในสถานการณ์ที่ผีเกือบฆ่าทุกคน คนหนึ่งหายไปแบบเงียบกริบย่อมผิดปกติสุด ๆ
ศศิชา รีบวิ่งขึ้นบันไดที่ไหม้ครึ่งหนึ่ง ทั้งที่พื้นยังร้อนจนรองเท้าแทบละลาย
ควันจางลงแล้ว แต่กลิ่นไหม้ยังคุคุอยู่เหมือนลมหายใจของคนกำลังเจ็บหนัก
บนชั้นสองเงียบมาก
เงียบจนได้ยินเสียงไม้หดตัวเพราะความร้อนทีละ เปรี๊ยะ ๆ
แล้วทั้งสองก็เห็น—
ผู้ชายคนนั้นนอนคว่ำอยู่กลางโถงชั้นสอง
แขนขาเกร็งเหมือนคนถูกจับขึงร่างก่อนตาย
แต่บนตัวเขา ไม่มีรอยไฟไหม้เลยสักนิดเดียว
เหมือนเขาตาย “ก่อน” ไฟจะลามขึ้นมาถึง
ศศิชา กลั้นหายใจ ก่อนจะเดินเข้าไปพลิกตัวเขา
และทันทีที่เธอทำ—
เธอถอยหลังแทบหงาย
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวจนเหมือนโดนบีบจากมือของคนหลายคนพร้อม ๆ กัน
แต่ไม่มีรอยนิ้วมือ
ไม่มีรอยช้ำ
ไม่มีรอยถูกทำร้ายทางกายภาพแบบมนุษย์
อริณคุกเข่าลง
แตะหน้าผากของศพเบา ๆ
แล้วพูดเสียงเข้มที่เต็มไปด้วยความรู้ทัน
“…เขาโดนผีเด็ก”
ศศิชา ขนลุกทั้งแขน
ไม่ใช่เพราะคำพูด
แต่เพราะทันทีที่อริณพูดจบ…
เสียงเท้าเล็ก ๆ วิ่งผ่านทางเดินหลังพวกเขา ตึก…ตึก…ตึก…ตึก…!
เหมือนเด็กวิ่งเล่น แต่ไม่น่าจะมีใครอยู่
ศศิชา เหลียวหลังทันที
แต่ไม่มีใคร
มีเพียง “ลายเท้าเล็กมาก” บนพื้นไม้ที่มีเขม่าปิดอยู่
เหมือนมีใครเดินผ่านเมื่อครู่นี้จริง ๆ
แล้วเสียงหัวเราะเล็ก ๆ ก็ลอยผ่านลม—
เสียงหัวเราะแบบเด็กผู้หญิงที่ทั้งซุกซน ทั้งเศร้า ทั้งโล่งใจในคราวเดียว
“ลุงคนนั้นผลักเรา…”
เสียงเด็กพูดแ่ ๆ คล้ายผ่านผนังมาจากทุกทิศ
“…เราขึ้นไปหลบ แต่เขาตามมา”
ศศิชา กับอริณยืนเงียบไปชั่วครู่
เพราะตอนคดีแรก ๆ มีประโยคหนึ่งที่ไม่มีใครใส่ใจมาก่อน
ประโยคที่เด็กน่าจะพูดก่อนตายแต่ไม่เคยถูกบันทึกลงสำนวน
“หนูเจ็บ…เพราะเขาผลัก”
ตอนนั้นนึกว่าเป็ฆาตกร
แต่จริง ๆ เด็กกำลังหมายถึงชายที่ตายอยู่ตรงหน้า
เขาไม่ใช่ “พยานผู้โชคร้าย”
แต่เป็อีกคนที่เกี่ยวข้องกับการตายของเด็ก
เด็กค่อย ๆ เผยตัวเองผ่านเสียงครั้งสุดท้าย
เบาเหมือนลมผ่านผ้าม่าน
“เขาผลักหนูลงบันได…เพราะหนูเห็นเขาแอบเอาของจากบ้านนี้”
อริณหลับตา
เชื่อมภาพต่อทันที
ผู้ชายคนนี้เข้ามาขโมยของ—เด็กเห็น—เขาใและผลัก
เด็กตาย
เขาหนี
แล้วโยนความผิดทั้งหมดให้ฆาตกรตัวจริงที่อยู่ชั้นล่าง
คดีจึงสับสนั้แ่ต้น
ศศิชา กำมือ
รู้ว่าความจริงที่ “ขาดไปหนึ่งชิ้น” ตอนนี้ถูกปิดครบแล้ว
เสียงเด็กหัวเราะเบา ๆ
“ขอบคุณค่ะ…แม่ศศิชา”
แล้วทุกอย่างก็เงียบลง
เงียบสนิท
เหมือนเด็กได้จากไปอย่างสงบจริง ๆ
อริณลุกขึ้น
เอาผ้าคลุมศพผู้ชายคนนั้น ก่อนพูดเสียงแ่
“ผีเด็ก…ไม่เคย้าล้างแค้น”
“เธอแค่้าพูดความจริงที่ไม่มีใครฟังมาตลอด”
ศศิชา พยักหน้า
มองไปที่รอยเท้าเล็กๆ ที่ค่อย ๆ จางลงราวกับลมพัด
เด็กจากไปแล้ว
พ่อผีจากไปแล้ว
ผีผู้หญิงก็จากไปแล้ว
ตอนนี้บ้านไฟ
ได้ปิดคดีทุกคดี...
---
*โปรดติดตามคดีต่อไป เร็วๆนี้*