มรรคาสยบฟ้า ท้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่ 8: แสร้งเป็นหมูเคี้ยวเสือในตลาดมืดสายนอก

    หลังจากกลืนกินเศษซากของพวกเฉินฟู่จนไม่เหลือแม้แต่กระดูก หลินซานก็ตระหนักได้ทันทีว่าเศษเหล็กผุพังรอบนอกของยอดเขาศาสตราวุธดับสูญนั้นแผ่พลังงานที่เบาบางเกินไป หากเขาต้องการปลดล็อกหอคอยชั้นที่สองให้ทันงานประลองในอีกหนึ่งเดือน เขาไม่มีเวลามานั่งเก็บขยะทีละชิ้นอีกต่อไป

    หลินซานกลืน ‘โอสถซ่อนชีพจร’ ที่เพิ่งหลอมขึ้นลงคอ กลิ่นอายพลังยุทธ์ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สี่ของเขาพลันหดตัวลงอย่างรวดเร็ว จนดูเหมือนเป็นเพียงเศษขยะผู้ฝึกตนระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สองที่ไร้ทางก้าวหน้า จากนั้นเขาหยิบเอาชุดคลุมสีดำเก่าๆ ที่ยึดมาจากพวกเฉินฟู่ขึ้นมาสวม คลุมหมวกฟางทับเพื่อปิดบังใบหน้า ก่อนจะเร้นกายลงจากยอดเขามุ่งหน้าสู่ ‘ตลาดมืดหุบเขาอัสดง’ ซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายของเถื่อนของเหล่าศิษย์สายนอก

    ตลาดมืดแห่งนี้ตั้งอยู่ในซอกเขาที่ห่างไกล แสงไฟจากคบเพลิงสลัวส่องกระทบใบหน้าของเหล่าศิษย์ที่สวมหน้ากากพรางตัวนับร้อยเดินขวักไขว่ มีทั้งการค้าขายยาเม็ดอาบยาพิษ อาวุธชำรุด หรือแม้แต่คัมภีร์วิชาที่ขโมยมา

    หลินซานเดินทอดน่องไปตามแผงค้าอย่างไร้สุ้มเสียง จนกระทั่งหยุดอยู่หน้าแผงลอยขนาดใหญ่แผงหนึ่ง เจ้าของแผงคือชายร่างท้วมสวมหน้ากากหมูที่มีพลังฝีมือระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หก มันกำลังป่าวประกาศขายเศษโลหะและของชำรุดที่ขุดได้จากโบราณสถาน

    “เข้ามาดูก่อนเร็วน้องชาย! เศษดาบหักจากสุสานโบราณ แร่นอกรีตที่หลอมไม่สำเร็จ ของพวกนี้แม้จะใช้การไม่ได้ แต่หากเอาไปขายให้พวกช่างตีเหล็กสายนอกยังพอได้เงินบ้างนะเว้ย!” ชายหน้ากากหมูตะโกนเรียกหลินซานเมื่อเห็นเขาจ้องมองกองเศษเหล็ก

    หลินซานกวาดสายตามอง ทันใดนั้น จี้ห้อยคอหอคอยบรรพกาลพลันสั่นสะท้านขึ้นมาเบาๆ!

    [ ตรวจพบ: แก่นแร่เหล็กดาราทมิฬเสียหาย (ระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด) ปะปนอยู่ในกองเศษเหล็กผุพัง! ] [ ประเมินมูลค่า: หากดูดกลืน จะเทียบเท่ากับการดูดกลืนอาวุธระดับมนุษย์ทั่วไปถึง 50 ชิ้น! ]

    นัยน์ตาใต้หมวกฟางของหลินซานทอประกายวาบ แร่เหล็กดาราทมิฬก้อนนั้นมีสภาพดำเมี่ยมเขม่าจับหนาเตอะ ดูภายนอกไม่ต่างจากก้อนถ่านหินไร้ค่า เจ้าของร้านจึงโยนมันทิ้งไว้รวมกับกองขยะข้างแผง

    “ก้อนหินดำและเศษเหล็กหักห้าชิ้นนี้... ราคาเท่าไหร่?” หลินซานดัดเสียงให้แหบพร่าพลางชี้ไปที่ก้อนแร่และเศษดาบโบราณข้างๆ

    ชายหน้ากากหมูปรายตามองอย่างดูแคลน “ไอ้หนู ตาต่ำจริงนะ เลือกแต่ขยะไร้ค่า... เอาเถอะ เห็นว่าขยะพวกนั้นขวางหูขวางตา ข้าคิดแค่ห้าหินวิญญาณระดับต่ำแล้วกัน!”

    หลินซานไม่มีหินวิญญาณแม้แต่ก้อนเดียว ทว่าเขากลับเหยียดยิ้มเย็นเยียบใต้หน้ากาก ล้วงเอา ‘ยันต์อัคคีทมิฬ’ ที่เขาแอบใช้พลังมารหลอมสร้างขึ้นมาจากเศษป้ายหยกของศิษย์สายนอกเมื่อวานนี้ส่งให้อีกฝ่าย

    “ข้าไม่มีหินวิญญาณ แต่ยันต์สลักอักขระเพลิงระเบิดแผ่นนี้... พอจะแลกได้หรือไม่?” หลินซานส่งยันต์ที่แผ่กลิ่นอายอัคคีรุนแรงออกมาจางๆ ให้

    ชายหน้ากากหมูรับไปตรวจดู แววตาของมันเบิกกว้างด้วยความโลภ ยันต์แผ่นนี้แม้จะเป็นระเบิดระดับต่ำ แต่มีความเสถียรและไอพลังที่บริสุทธิ์มาก หากเอาไปขายต่อศิษย์ที่เตรียมสอบเข้าสายใน ย่อมได้ราคาไม่ต่ำกว่ายี่สิบหินวิญญาณแน่นอน!

    “ด... ดี! ข้าตกลง แลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น!” ชายหน้ากากหมูกลัวหลินซานจะเปลี่ยนใจ รีบกวาดเศษเหล็กและแร่ดาราทมิฬยัดใส่กระสอบส่งให้ทันที มันคิดในใจว่าไอ้โง่คนนี้น่าจะแอบขโมยยันต์ของอาจารย์มาแลกซื้อเศษเหล็กไปเล่น

    หลินซานรับกระสอบมาพลางแค่นเสียงหัวเราะในใจ ‘อักขระยันต์นั่น ข้าแอบใส่ 'กลไกสลายตัว' ไว้... อีกสามวัน พลังงานในยันต์จะรั่วไหลและกลายเป็นเพียงแผ่นกระดาษเปล่า ขยะอย่างเจ้าหักหลังคนอื่นมามาก วันนี้ถือเป็นค่าตอบแทนแล้วกัน’

    ขณะที่หลินซานกำลังจะหมุนตัวเดินออกจากตลาดมืด สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกลุ่มศิษย์ในชุดคลุมสีน้ำเงินสี่คนกำลังเดินตรวจตราแผงค้าอย่างเข้มงวด ในมือของพวกมันถือ ‘ภาพวาดเหมือนใบหน้าของหลินซาน’ คอยยื่นถามพ่อค้าแม่ค้าในตลาดอย่างเงียบเชียบ

    พวกมันคือคนของ ‘หลี่เหวิน’ ศิษย์พี่ใหญ่สายนอก!

    “มีใครเห็นไอ้เด็กหน้าตาแบบนี้เข้ามาในตลาดบ้างไหม?” ศิษย์คนหนึ่งเอ่ยถามเสียงเข้ม

    หลินซานก้มหน้าลงต่ำ กระชับหมวกฟาง ดึงพลังสะกดของโอสถซ่อนชีพจรลงไปอีกขั้นจนดูเหมือนคนไร้พลังยุทธ์อย่างสมบูรณ์แบบ เขาเดินสวนทางกับพวกมันไปอย่างช้าๆ และมั่นคง กลิ่นอายความอ่อนแอของเขาทำให้พวกมันปรายตามองอย่างเหยียดหยามก่อนจะเดินผ่านไปโดยไม่เอะใจแม้แต่น้อย

    ‘ตามหาข้าต่อไปเถอะ... หมาล่าเนื้อของหลี่เหวิน’ หลินซานสบถในใจพลางเร่งฝีเท้ากลับขึ้นสู่ยอดเขาศาสตราวุธดับสูญ

    เมื่อกลับมาถึงกระท่อมไม้ในยามดึกสงัด หลินซานไม่รอช้า รีบเทแร่ดาราทมิฬและเศษเหล็กโบราณลงบนพื้น ทาบฝ่ามือขวาที่แผ่ววังวนสีดำลงไปทันที!

    “ดูดกลืน!”

    ฟู่!!!

    เปลวไฟสีดำหมุนวน บดขยี้แร่ดาราทมิฬและเศษเหล็กจนสลายกลายเป็นของเหลวสีทองคำขาว ก่อนจะถูกสูบกลืนเข้าไปในจี้ห้อยคออย่างรวดเร็วปานพายุหมุน!

    [ ติ๊ง! ดูดกลืนแร่โลหิตดาราทมิฬเสียหายสำเร็จ! ] [ ความคืบหน้าการปลดล็อกหอคอยชั้นที่ 2: 75 / 100... 90 / 100... 100 / 100! ] [ เงื่อนไขครบถ้วน! เริ่มต้นกระบวนการเปิดประตู ‘หอคอยบรรพกาลกลืนสวรรค์ ชั้นที่ 2’! ]

    ครืนนนนนนน!!!

    จิตวิญญาณของหลินซานพลันถูกดึงเข้าไปในห้วงมิติสีดำทมิฬอันกว้างใหญ่ เบื้องหน้าของเขาคือประตูหินยักษ์บานที่สองของหอคอยที่กำลังสั่นสะเทือน เสียงโซ่ตรวนสวรรค์ที่ล่ามประตูค่อยๆ ขาดสะบั้นลงทีละเส้น ก่อนที่บานประตูจะเปิดอ้าออก เผยให้เห็นกลิ่นอายระดับโบราณกาลที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าพวยพุ่งออกมา!

    [ ปลดล็อกชั้นที่ 2 สำเร็จ! ได้รับ ‘เตาหลอมมารเก้าตะวัน’ และ ‘สูตรสร้างของวิเศษระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด: ดาบสยบวิญญาณคร่ำคร่า’! ]

    หลินซานสัมผัสได้ถึงความรู้อันมหาศาลที่ไหลบ่าเข้ามาในหัว ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะถอนจิตกลับคืนสู่โลกภายนอกด้วยความยินดีนั้นเอง...

    ฟุ่บ!

    ไอเย็นยะเยือกสายหนึ่งพลันแผ่ซ่านเข้ามาในกระท่อมไม้ บดบังลมปราณรอบตัวเขาจนเยือกแข็งเป็นเกล็ดน้ำแข็ง!

    หลินซานลืมตาขึ้นในความมืด นัยน์ตาสีดำขลับหดเกร็งลงทันทีเมื่อมองเห็นเงาร่างสายหนึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ของเขา แผ่รังสีพลังกดดันระดับ ‘สร้างรากฐานขั้นกลาง’ ที่หนาวเหน็บจนทำให้หายใจลำบาก!