สะพานที่ 1 ผ่านผัน

แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง
ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลัง
เมื่อยังนอนเปล
แม่เราเฝ้าโอ้ละเห่
กล่อมลูกน้อยนอนเปล
ไม่ห่างหันเหไปจนไกล
เสียงเพลงที่ล่องลอยมากับสายลมใน่เวลาเย็นหลังเลิกเรียน ทำให้นักเรียนดีเด่นประจำโรงเรียนผู้ควบตำแหน่งประธานนักเรียนต้องหยุดชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวลงจากตึกเรียนชั้นสาม หลังจากที่เขาลืมหนังสือวิชาวิทยาศาสตร์ไว้ที่ใต้โต๊ะเรียนคาบภาษาอังกฤษซึ่งเป็คาบเรียนสุดท้ายของวันนี้
คิมหันต์ หรือ ฮัม นักเรียนชั้นปีโตสุดของโรงเรียนมัธยมชื่อดังย่านชานเมือง ก้าวเท้าเดินไปบนรองเท้านักเรียนสีดำยี่ห้อดีที่วัยรุ่นชื่นชอบ เขาใช้จังหวะในการเดินที่มั่นคง พอๆ กับเสียงนุ่มหวานที่กำลังขับกล่อมเสียงเพลง มันช่างอ่อนหวาน ละมุนละไม เชื่องช้า แตกต่างจากหัวใจของเขาที่เพิ่มจังหวะการเต้นที่รุนแรงขึ้นจนน่าเป็ห่วง
ถึงแม้ใน่เวลาเย็นแบบนี้จะมีเสียงพูดคุยกันจอแจของนักเรียนที่ยังไม่กลับบ้าน ยังนั่งเล่น นั่งเชียร์กีฬา ที่ดังจนลั่นลานเอนกประสงค์ ก็ยังไม่เด่นชัดเท่ากับเสียงร้องเพลงที่ดังมาจากห้องเรียนซึ่งห่างออกไปถึงครึ่งตึกจากตรงที่คิมหันต์ยืนอยู่ได้เลย
เสียงร้องเพลงค่าน้ำนมที่เคยฟังซ้ำแล้วซ้ำอีกจนแทบไม่รู้สึกถึงความหมายดี ๆ ของเนื้อเพลงแถมยังมีหลายครั้งที่ได้ยินเพื่อน ๆ เอาเนื้อเพลงไปแปลงจนเกือบจำเนื้อเพลงเก่าไม่ได้เลยนั้น
บัดนี้เพลง ๆ เดียวกันที่เคยมองข้ามกลับไพเราะจนทำให้น้ำตาของเขาเอ่อซึมออกมา ความรู้สึกระลึกถึงบุญคุณของแม่ตีตื้นขึ้นมาในหัวใจของเขาเสียอย่างนั้น คนตัวสูงยกมือขึ้นปาดหยดน้ำตาที่เริ่มไหลล้นออกมาจากตาคมคู่สวยของตัวเอง ในขณะที่เท้าของเขาก็หยุดนิ่งลงตรงหน้าประตูของห้องดนตรีไทยพอดี
ควรคิดพินิจให้ดี
ค่าน้ำนมแม่นี้
จะมีอะไรเหมาะสม
โอ้ว่าแม่จ๋า
ลูกคิดถึงค่าน้ำนม
เืในอกผสม
กลั่นเป็น้ำนมให้ลูกดื่มกิน
ภาพตรงหน้าที่ได้เห็นสะกดสายตาของเขาเอาไว้จนนิ่ง สมองของฮัมตอนนี้เหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศที่ร่างกายทั้งร่างไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง รอบตัวเต็มไปด้วยตัวโน๊ตมากมายล่องลอยวนเวียนไปมา โดยที่เสียงรอบข้างก็ถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้นอย่างกับว่าไม่เคยมีเสียงพวกนั้นมาก่อนเลย จะเหลือก็แค่เพียงเสียงหวานนุ่มของคนที่ยืนอยู่ในห้องเรียนดนตรีไทยตรงนั้น สองเท้าที่สวมใส่ถุงเท้านักเรียนสีขาวสะอาดตายืนแนบชิดกันอยู่ข้าง ๆ โต๊ะของอาจารย์นงนิตย์ อาจารย์ผู้สอนวิชาดนตรีและขับร้อง
แววตาใจดีของอาจารย์นงนิตย์มองตรงไปที่ใบหน้าขาวสะอาดสะอ้านของลูกศิษย์ที่กำลังขยับปากสวยรูปทรงกระจับเปล่งเสียงหวานออกมา แววตาปลาบปลื้มอย่างเด่นชัดส่งมาจากคนเป็ครู แตกต่างจากแววตาของคิมหันต์ที่เฝ้ามองอีกคนด้วยความรู้สึกที่ไม่เขาเองก็สามารถบรรยายออกมาได้
ในจุด ๆ นั้น ตรงที่มีเด็กนักเรียนชายตัวเล็กสวมใส่ชุดพละสีฟ้าอ่อน กำลังเปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระคุณของแม่ มันเป็จุดที่ทำให้ก้อนเนื้อสีเืในอกข้างซ้ายของเขาเริ่มสูบฉีดเือย่างหนักหน่วงยิ่งขึ้น
“อ้าวฮัม มีอะไรหรือเปล่าจ้ะ”
“อะ...อาจารย์นงนิตย์สวัสดีครับ” เสียงเอ่ยทักทายของอาจารย์นงนิตย์ที่หันมาเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าประตูห้อง เรียกสติคนที่ตกอยู่ในห้วงอวกาศให้กลับมายืนอยู่บนพื้นปูนของตึกเรียนอีกครั้ง นักเรียนดีเด่นตัวสูงรีบยกมือขึ้นไหว้อาจารย์อย่างไม่รอรี ถึงแม้ในจังหวะที่กำลังจะยกมือขึ้นไหว้คนเป็ครู สายตาของเขาจะสบเข้ากับดวงตาสวยหวานของคนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะของคุณครูจนหัวใจกระตุกไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังควบคุมสติตัวเองไว้ได้ดี
แม้ในตอนนี้หัวใจจะเต้นถี่ขึ้นกว่าเดิมก็ตาม
“ว่าไงเรา มีอะไรจะคุยกับครูหรือเปล่า”
“เอ่อ ไม่มีอะไรครับ พอดีผมเดินผ่านมาเฉย ๆ”
“อ๋อจ้ะ แต่ไหน ๆ เราก็ผ่านมาแล้ว ประธานนักเรียนก็เข้ามาลองฟังรุ่นน้องร้องเพลงสำหรับเวทีวันแม่ดูสักรอบสิ”
“ได้ครับอาจารย์” ประธานนักเรียนคนเก่ง ค่อย ๆ ถอดรองเท้านักเรียนของตัวเองออกอย่างไม่เร่งรีบ ทั้ง ๆ ที่ใจจริงแล้วอยากจะเดินเข้าไปทั้งที่ยังไม่ถอดรองเท้าเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็คงต้องสงวนท่าทางของตัวเองเอาไว้เสียหน่อย เพื่อสร้างความประทับใจแรกที่ได้เจอกัน
“ผ่านเพลง นี้ประธานนักเรียนของโรงเรียนเราจ้ะ ชื่อว่าพี่ฮัม” อาจารย์นงนิตย์หยุดพูดเมื่อถึงตรงนี้ แล้วใบหน้าใจดีก็หันมามองที่เขาเหมือน้าจะถามอะไรบางอย่าง “ให้น้องเรียนพี่ฮัมได้ใช่ไหมจ้ะ”
“ได้ครับ” พยักหน้าตอบรับอย่างไม่ต้องคิด ก่อนจะหันหน้าไปหาอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยกันตรงนี้ ระยะทางที่ถูกร่นลงมาจากหน้าห้องเรียนกับระยะที่ยืนข้าง ๆ กันในตอนนี้ ทำให้คิมหันต์มองเห็นใบหน้าของรุ่นน้องได้อย่างชัดเจน ใบหน้าได้รูปดูสะอาดสะอ้าน ดวงตาสวยหวานที่เข้ากับคิ้วเรียวสีดำสนิท จมูกเล็กโด่งสวยเชิดรั้งตรงส่วนปลาย ในขณะที่ปากสีอ่อนคล้ายกระจับก็เข้ากับทุกส่วนได้ดี
เรียกง่าย ๆ ว่าหน้าตาดีจนสะกดสายตาคนมองอย่างเขาเลยทีเดียว
และในตอนนั้นที่เขากำลังพินิจพิจารณาใบหน้าของรุ่นน้องตรงหน้าอยู่ ดวงตาหวานใสก็ช้อนมองมาที่เขาพร้อมด้วยรอยยิ้มสวย ั์ตาสีดำคู่นั้นเล่นเอาหัวใจของรุ่นพี่ปีโตเต้นกระหน่ำแรงขึ้นมาอีกครั้ง ฝ่ามือที่แนบอยู่ข้างลำตัวชื้นไปด้วยเหงื่อ ปลายนิ้วมือเริ่มสั่นจนต้องรีบกำมือเอาไว้จนแน่น มือข้างหนึ่งกำขอบหนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ที่หยิบมาจากใต้โต๊ะห้องเรียนภาษาอังกฤษแน่นจนกลัวว่าสันปกจะขาด
คิมหันต์สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อตั้งสติและพยายามควบคุมลมหายใจของตัวเองให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำไหว เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ตรงนี้ทั้งสองคนรับรู้ถึงความประหม่าในตัวของเขา พร้อมกับที่ปากบางก็คลี่รอยยิ้มอบอุ่นส่งไปให้อีกคน
“สวัสดีครับพี่ฮัม” เสียงนุ่มหวานหูเปล่งออกมาจากปากสวยของคนน้อง คนตัวเด็กกว่ายกมือไหว้รุ่นพี่ด้วยความนอบน้อม มือสวยประนมเข้าหากันพร้อมกับหัวทุยที่ก้มลงไปจนคางมนแตะกับปลายนิ้วโป้ง จมูกรั้นจรดอยู่ที่ปลายของนิ้วชี้เรียว คนเป็พี่เองก็ยกมือรับไหว้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอ่ยทักทายกลับไปด้วยน้ำเสียงที่คนฟังรับรู้ได้ถึงความใจดีของอีกคน
“สวัสดีครับน้องผ่านเพลง”
“ฮัมคงยังไม่เคยเจอน้องเลยใช่ไหม” เสียงของอาจารย์นงนิตย์พูดแทรกขึ้นมาในตอนนั้น ทำให้คิมหันต์ต้องละสายตาจากผ่านเพลงเพื่อหันไปพยักหน้ารับคำของคนเป็ครู ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองหน้าหวานของรุ่นน้องตรงหน้าอีกครั้ง “น้องเพิ่งย้ายมาเรียนที่นี้จ้ะ เป็หลานของอาจารย์เอง ผ่านเพลงชอบร้องเพลงมาก เคยเป็นักร้องที่โรงเรียนเก่ามาก่อน ครูเลยจะให้น้องขึ้นไปร้องเพลงวันแม่ปีนี้แหละจ้ะ ขอโชว์หลานชายเสียหน่อย”
“อ๋อ...ดีเลยครับอาจารย์” เขาตอบรับคนเป็ครูด้วยน้ำเสียงสุภาพ ในขณะที่ใบหน้าหล่อคมก็ยังไม่ยอมละสายตาออกจากหน้าหวานของคนน้องไปมองที่ไหน” ยินดีต้อนรับนะครับ”
“ขอบคุณครับพี่ฮัม”
“มาจ้ะผ่าน ซ้อมอีกสักรอบ โชว์ประธานนักเรียนกันเสียหน่อย ว่าจะดีเหมือนที่ครูอวยไปไหม”
“ได้ครับ”
“งั้นผมขอนั่งตรงนั้นนะครับอาจารย์”
“เอาเลยจ้ะ” หลังจากอาจารย์เอ่ยปากอนุญาตตามที่ขอไปแล้ว คิมหันต์ก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวว่างข้างโต๊ะอาจารย์ทันที เขาวางหนังสือไว้บนตักของตัวเองพร้อมกับนั่งหลังตรงเพื่อรอฟังเสียงของรุ่นน้องตัวเล็กกว่าที่กำลังหลับตานิ่งเพื่อทำสมาธิอยู่
แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง
แค่เพียงประโยคแรกที่เสียงหวานเปล่งร้องออกมาตามเนื้อเพลง คิมหันต์ก็รู้สึกเหมือนกับว่าโลกของเขาหยุดหมุนไปอีกครั้ง เข็มนาฬิกาในหัวใจของเขากำลังหยุดเดิน ร่างกายล่องลอยกลับไปสู่ห้วงอวกาศ หัวใจเต้นเพิ่มจังหวะการเต้นแรงขึ้น จนแทบจะทะลุออกมาจากผิวเนื้อกายผ่าวร้อน ยิ่งในตอนที่เขาได้เห็นั์ตาหวานคู่สวยส่องประกายแวววับ ใบหน้าขาวได้รูปดูมีความสุขไปกับเนื้อเพลงที่เ้าตัวกำลังขับร้องอยู่ หัวสวยและไหล่เล็กที่ขยับโยกตาทำนองเพลงที่เ้าตัวสร้างขึ้น ก็ล่อลวงหัวใจของเขาให้หลุดลอยออกไปไกลยิ่งกว่าเดิม
และในเวลานั้นที่ใบหน้าหวานของผ่านเพลงหันมามองใบหน้าหล่อคมของคิมหันต์
ดวงตาของพวกเขาสองคนประสานกัน
คิมหันต์ก็รับรู้ได้ในทันทีว่า...
เขาหลงรักเสียงนุ่มหวานของคนตรงหน้าเข้าเสียแล้ว
3 ปีต่อมา
่เช้าวันหยุดในฤดูฝนอันชุ่มฉ่ำ สองเท้ายันที่บันไดของรถสองล้อถีบคันสูง ล้อกลมหมุนไปตามเส้นทางของหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีเพียงแค่ยี่สิบหลังคาเรือน
ส่วนหย่อมขนาดกว้างกว่าหนึ่งกิโลเมตรมีช่องทางสำหรับนักปั่นจักรยาน ให้ได้ปั่นไปโดยรอบบึงกว้างที่สร้างเป็สถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับลูกบ้านของหมู่บ้านราคาหลังละหลายสิบล้าน
ตาคมสอดส่องมองไปตามเส้นทางที่ยังมีน้ำฝนเฉอะแฉะอยู่บนพื้น มือหนากำแฮนด์แน่นมากยิ่งขึ้นเมื่อเริ่มออกแรงถีบให้รถวิ่งเร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิม เพราะทางข้างหน้าที่เห็นนั้นเป็สะพานคอนกรีตที่สร้างข้ามผ่านลำคลองขนาดกว้างไปอีกฝั่งของหมู่บ้าน
เอี๊ยดด
เสียงเบรกรถจักรยานดังขึ้นตรงกลางของสะพานคอนกรีต เมื่อชายหนุ่มร่างสูงกำมือทั้งสองข้างของเขาจนแน่น เพื่อที่จะห้ามล้อรถให้หยุดนิ่ง ร่างสูงโปร่งก้าวขาข้ามเบาะนั่งของตัวรถลงมายืนอยู่บนพื้นคนกรีต
คิมหันต์ใช้มือข้างหนึ่งเข็นจักรยานคันโปรดไปพิงไว้กับราวขอบฟุตบาท ก่อนที่สองเท้าจะก้าวขึ้นไปหยุดยืนอยู่ที่ขอบราวสะพานคอนกรีต ตาคมมองลงไปที่ข้างล่างสะพานเพื่อที่จะสำรวจบางอย่าง
เขาชะโงกหน้าลงไปเพียงเล็กน้อยเพื่อมองดูสายน้ำสีใสในลำคลอง ซึ่งดูเหมือนกับว่าวันนี้จะสูงขึ้นมาอีกหน่อยจากเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ก็คงจะเป็เพราะฝนที่ตกใน่ค่ำของทุกวันตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนซ้ายไปอีกนิดเพื่อมองดูสะพานปูนข้างคลอง สะพานที่ทอดยาวไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้เลยว่า จุดสิ้นสุดอยู่ที่ตรงไหน
หมู่บ้านจัดสรรที่เขาอยู่แห่งนี้ สร้างขึ้นบนพื้นที่ ๆ เคยเป็นากว้าง แต่เพราะระยะเวลาเปลี่ยนผันไปเรื่อย ๆ คนกรุงเทพฯ ก็เลิกทำนากันไป เ้าของที่ก็เลยปล่อยให้ทุ่มนากลายเป็ทุ่งกอปรือไป ไม่ได้ใช่ทำประโยชน์อะไร
บริเวณโดยรอบมีชุมชนขนาดเล็กที่อยู่ริมคลอง ผู้คนในชุมชนสมัยนั้นเดินทางด้วยเรือและสะพานปูนข้างคลองอันนี้ บางคนเดินเท้า ส่วนบางคนก็ขี่จักรยานกันอย่างคล่องแคล่ว โดยที่จุดหมายปลายทางหลักคือสะพานไม้ขนาดกว้างที่พาดข้ามจากฝั่งของสะพานปูนไปที่ถนนเส้นเล็กของหมู่บ้านจัดสรรที่คณะกรรมการของหมู่บ้านใจดี ให้คนในชุมชนริมคลองได้ใช้เป็ทางผ่านเพื่อไปที่ถนนใหญ่ซึ่งอยู่ปากทางหมู่บ้านอีกที
หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน ทางโครงการของหมู่บ้านที่คิมหันต์อยู่ในตอนนี้ ก็กว้านซื้อที่ดินเวิ้งว้างสองข้างคลองเพื่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรนี้ขึ้นมา
กำแพงสูงกว่าสี่เมตรถูกสร้างขึ้น เพื่อปิดกั้นชุมชนริมคลองกับพื้นที่กว้างที่ตอนนี้กลายเป็ที่ดินสำหรับสร้างบ้านหลังใหญ่
ความเจริญที่มีเพียงฝั่งกำแพงบ้านของฮัม แตกต่างจากไปชุมชนหลังกำแพงโดยสิ้นเชิง
แต่ผู้คนในชุมชนริมคลองก็ยังคงใช้ชีวิตกันเหมือนเดิม ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด ที่เห็นจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนที่สุด ก็คงเป็การเดินทางที่เพิ่มรถจักยายนต์มาอีกหนึ่งอย่างเท่านั้นเอง
คิมหันต์เคยพักอยู่ในหมู่บ้านที่คนในชุมชนใช้เป็ทางผ่านไปสู่ถนนใหญ่ พ่อของเขาเคยพาขี่จักรยานเข้ามาไปในชุมชนแห่งนี้ เราสองคนพ่อลูกขี้จักรยานไปตามเส้นทางของสะพานปูน บรรยากาศสองข้างคลองร่มรื่นและเย็นสบาย ต้นไม้ใหญ่แผ่ก้านใบคลุมไปตามทางเพื่อบดบังแสงแดด
ความเงียบสงบของที่นี้ไม่ต่างอะไรกับต่างจังหวัดเลยสักนิด อากาศบริสุทธิ์ที่สูดหายใจเข้าไปทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง เป็อากาศบริสุทธิ์ที่หาแทบไม่ได้ในเมืองหลวง
หลังจากที่ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งใช้เวลากับความคิดถึงอดีตในตอนที่ยืนมองเส้นทางสะพานปูนด้านล่างอยู่ได้สักพัก คนร่างสูงก็เดินกลับไปที่รถจักรยานของตัวเอง จับเอารถคันสูงตั้งขึ้นแล้วยกขายาวขึ้นคร่อมเ้าสองล้อคันโปรดอีกครั้ง
สองเท้าเริ่มส่งแรงถีบบันไดให้ล้อเริ่มหมุน เขาควบคุมทิศทางของล้อด้วยมือทั้งสองข้างไปที่ทางออกของหมู่บ้านเพื่อตรงไปที่สะพานปูนข้างคลอง
เส้นทางจากตรงปากทางเข้าหมู่บ้านของเขาฝั่งหนึ่ง เมื่อขับออกมาจากป้อมยามจะมีสะพานคอนกรีตที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่หลังจากที่หมู่บ้านนี้สร้างเสร็จ เพื่อเอาไว้ใช้สำหรับให้รถยนต์วิ่งข้ามคลองเข้าไปที่ปากซอยหมู่บ้าน และตรงด้านข้างของสะพานคอนกรีตนั้น มีช่องทางที่สามารถเดินลงไปที่สะพานปูนได้และนั้นก็คือจุดหมายของเขา
สะพานปูนข้างคลอง
ฮัมใช้เวลาเพียงไม่ถึงห้านาทีก็ขี่จักรยานมาจนถึงสะพานปูน เขาเลือกที่จะเลี้ยวขวาเพื่อตรงไปที่ชุมชนหลังกำแพง เ้าตัวอยากรู้ว่าบ้านหลังเล็กสีฟ้าที่มองเห็นจากระเบียงบ้านของเขา บ้านที่เรียกได้ว่าใช้รั้วกำแพงเดียวกันนั้น จะมีใครอาศัยอยู่ คนที่อยู่จะหน้าตาเป็ยังไงกันเพราะหลายครั้งที่เขาพยายามส่องดูก็มองเห็นได้ไม่ชัดสักที
เส้นทางของสะพานปูนที่เขาขี่จักรยานผ่านมาเรื่อย ๆ นั้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก อาจจะมีแค่ปูนสีใหม่ที่ปะนูนขึ้นบางจุดของพื้นสะพาน และเขาคิดว่าคงทำเพื่อซ่อมส่วนที่ชำรุดของสะพานนั้นแหละ
ในขณะที่สองเท้าออกแรงถีบเพื่อให้รถจักรยานเคลื่อนตัว ตาคมคู่สวยก็สอดส่องไปตามเส้นทางที่รถของเขาเลื่อนผ่าน ในตอนนั้นที่เขาได้เห็นบ้านไม้สองชั้นที่คุ้นตา รอยยิ้มแห่งความสุขก็ปรากฏขึ้น มันคงเป็เพราะความทรงจำเก่า ๆ ของเขาเมื่อตอนเด็กถูกดึงกลับมาในเวลานี้อีกครั้งนั้นเอง
‘พ่อครับ ถ้าฮัมโตขึ้น ฮันจะปลูกบ้านริมน้ำแบบนี้บ้าง
‘ฮัมชอบหรอลูก รถยนต์เข้าไม่ถึงนะ
‘ไม่เป็ไรหรอกครับ ฮัมใช้จักรยาขี่ไปบนสะพานปูนเหมือนตอนนี้ก็ได้
และพ่อของเขาก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจกับความคิดของเขาในตอนนั้น แต่ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานจนถึงตอนนี้ ฮัมก็ยังอยากจะสร้างบ้านไม้สองชั้นที่ปลูกอยู่ข้างคลองเหมือนตอนเด็กอยู่ดี
“พี่ผ่าน บลูฮาวายปั่นแก้วใหญ่”
“โอเค รอแปบนะ”
“หนูเอาน้ำส้มปั่นพี่ผ่าน”
“จ้า”
เอี๊ยด
และเป็อีกครั้งที่เบรกของจักรยานคันสูงต้องทำงานเพื่อหยุดล้อกลมทั้งสองล้อให้นิ่งสนิท เสียงหวานนุ่มที่เคยได้ยินเมื่อนานมาแล้ว ถูกดึงกลับมาจากสมองส่วนของความทรงจำ
ชื่อไม่เหมือนใครของบางคน ที่ในชีวิตของคิมหันต์คิดว่าคงมีแค่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขาจะได้รู้จักกับคนที่ใช้ชื่อแบบนี้ ลอยดังเข้ามาในหูของเขา ในตอนที่รถจักรยานคันสูงกำลังวิ่งผ่านหน้าร้านขายน้ำปั่นริมคลอง
คนร่างสูงหยุดจักรยานเลยร้านน้ำปั่นสีฟ้าตุ่นไปเพียงเล็กน้อย ร้านน้ำที่ดูเหมือนจะเพิ่งสร้างขึ้นมาได้ไม่นาน เพราะสีของร้านยังใหม่อยู่มาก ชายหนุ่มก้าวขายาวของตัวเองข้ามเบาะนั่งของรถจักรยานคันสูง เพื่อมายืนบนพื้นสะพานปูนเต็มทั้งสองเท้า
ฮัมสูดลมหายใจเข้าปอดตัวเองลึก ๆ หนึ่งครั้ง เพื่อรวบรวมความกล้าที่จะหันหลังกลับไปมองให้แน่ใจว่า สิ่งที่เขาคิดนั้นเป็จริงไหม
และเป็ในตอนนั้นเองที่หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้น เมื่อเสียงของใครคนนั้นพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“แล้วหวานเอาอะไรหล่ะ”
“หวานเอาสตอเบอรี่จ้ะพี่ผ่าน”
และเต้นแรงจนมือทั้งสองข้างสั่นเทา เมื่อได้เห็นหน้าของอีกคนอย่างชัดเจน
ผ่านเพลง
คนที่อยู่ในใจของเขาตลอดมา...
Tbc...
#แค่ฮัมเพลง
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
Lita P