ตอนที่ 2 ท่านแม่ ท่านยังจะเป็ภาระอีกหรือ?
นอกบ้าน หลิวต้าหลางและน้อง ๆ ต่างมารวมตัวกัน แต่ละคนมีสีหน้าแตกต่างกันออกไป
หลิวเอ้อร์หลางมีดวงตาฉายแววสงสัย “พี่ใหญ่ ท่านรู้สึกหรือไม่ว่าท่านแม่ดูอาการดีขึ้นมาก บางทีนางอาจจะฟื้นจากอาการป่วยแล้วก็ได้”
คำพูดของหลิวเอ้อร์หลางทำให้หลิวซานนีและคนอื่น ๆ ตาเป็ประกาย สามคนหลังนี้เป็คนที่ไม่้าให้แม่ของพวกเขาตายมากที่สุด เพราะพวกเขาเป็หนุ่มสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน หากมารดาของพวกเขาเสียชีวิต การแต่งงานของพวกเขาก็จะล่าช้าออกไปอย่างแน่นอน
หลิวซื่อหลางมีท่าทางตื่นเต้นทันที “ในเมื่อท่านแม่หายดีแล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องส่งนางไปยัง 'ถ้ำทิ้งคนชรา' แล้วใช่หรือไม่ขอรับ?”
คำพูดของหลิวซื่อหลางทำให้หลิวต้าหลางนึกเย้ยหยัน
“ซื่อหลาง เ้าอย่าโง่เขลานักสิ เ้าลืมสิ่งที่ท่านหมอสวีบอกไปแล้วหรือ? ท่านแม่ป่วยหนัก นางมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่วัน ตอนนี้ก็เป็แค่ภาวะแสงสุดท้ายก่อนจะตายเท่านั้น”
“ทันทีที่นางอาบน้ำเสร็จ นางต้องถูกส่งไปทีู่เาทันที ไม่อาจปล่อยให้เป็ภาระได้อีกต่อไปแล้ว ที่ต้องเป็หนี้คนอื่นจำนวนมากก็เพราะนางเจ็บป่วยก่อนหน้านี้ หากยังเก็บไว้เป็ภาระต่อ ใครจะจ่ายหนี้ที่นางก่อไว้?”
หลิวเอ้อร์หลางและคนอื่นเงียบกริบ ทันใดนั้นเสียงของหลินจิ่วเหนียงก็ดังมาจากในห้อง พวกเขามองหน้ากันแล้วเปิดประตูเข้าไป
หลังจากที่หลินจิ่วเหนียงอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว นางก็นั่งบนเตียงด้วยท่าทางสง่างาม แล้วเรียกพวกเขาเข้ามา
หลิวเอ้อร์หลางและคนอื่นนึกสงสัย รูปลักษณ์ของมารดาตอนนี้นอกจากจะผอมลงเล็กน้อยและใบหน้าก็ซีดลงแล้ว นางก็ดูไม่ต่างจากก่อนที่นางจะป่วยเลย มารดาของพวกเขาป่วยจริงหรือ?
หลิวต้าหลางไม่ได้สังเกตเลย เขาแค่รู้สึกว่าในตอนนี้มารดาของเขาคือภาระ และเขา้ากำจัดภาระเดี๋ยวนี้ หากมีคนกินน้อยลง พวกเขาก็จะได้ส่วนแบ่งมากขึ้น
แทบรอไม่ไหวที่จะถามว่า “ท่านแม่ พร้อมหรือยังขอรับ?”
มุมปากของหลินจิ่วเหนียงกระตุก ก่อนจะยื่นมือออกไป เมื่อนางเห็นมือใหญ่หยาบกร้านของตนที่ไม่แตกต่างจากมือของบุรุษ ั์ตานางก็ฉายแววเย้ยหยัน สมควรแล้ว ใครบอกให้เ้าแบกรับทุกอย่างด้วยตัวเองเล่า?
แล้วตอบอย่างเฉยชาว่า “ไปกันเถิด”
เมื่อหลิวต้าหลางได้ยินว่าในที่สุดนางก็เต็มใจจะขึ้นไปบนูเา เขาก็รีบก้าวไปข้างหน้าทันที เพื่อแบกหลินจิ่วเหนียงไว้บนหลัง แล้วรีบวิ่งขึ้นไปบนูเา
“ท่านแม่ ไม่ต้องกังวลขอรับ สถานที่ที่ข้าไปพบนั้นมีทัศนียภาพสวยงาม และในอนาคตข้าจะเผาเงินกระดาษให้ท่านเยอะ ๆ เลยขอรับ”
หลินจิ่วเหนียงไม่สนใจฟังเขาพูดเื่เหลวไหล เทกระโถนให้แม่ก่อนตายสักครั้ง ยังดีกว่าเผาเงินกระดาษนับไม่ถ้วนให้หลังแม่ตายไปแล้ว
ขณะที่เขาเดินตรงไปทีู่เา นางก็ชี้มือไปที่ใจกลางหมู่บ้าน “ก่อนจากไป ไปเที่ยวหมู่บ้านกันก่อนเถิด”
หลิวต้าหลางที่กำลังพูดพล่ามไม่หยุดพลันชะงัก แล้วหยุดฝีเท้า “ท่านแม่ ท่านยังจะทำตนเป็ภาระอีกหรือ?”
“ท่านเชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถโยนท่านลงไปได้ทันที ไม่ว่าท่านจะอยู่หรือตายก็ตาม?” น้ำเสียงของเขาโเี้ หญิงชราคนนี้เริ่มกลับมาเป็ปีศาจอีกแล้วใช่หรือไม่?
“แบกคนละหนึ่งรอบ ถือว่าตอบแทนน้ำใจที่ข้าให้กำเนิดพวกเ้ามา ไม่เช่นนั้นข้าจะเป็ผีตามหลอกหลอนพวกเ้าทุกคน”
คำขู่ของหลินจิ่วเหนียงนั้นธรรมดามาก แต่มันทำให้หลิวต้าหลางและคนอื่นรู้สึกหนาวสะท้านในใจ
“พี่ใหญ่ ไปกันเถิด” หลิวเอ้อร์หลางเร่งเร้าด้วยใบหน้าซีดเผือด เขาไม่้าให้มารดาตามมาหลอกหลอนหลังจากที่นางเสียชีวิต คนอื่นก็พยักหน้าเช่นกันด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“ท่านแม่ ข้าจะวิ่ง ข้าจะดูว่าท่านจะอยู่ได้นานเพียงใด” หลิวต้าหลางหยุดพูดถ้อยคำรุนแรง แล้วเริ่มวิ่งโดยแบกนางไว้บนหลัง
ในไม่ช้า ชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านอันเล่อต่างก็พากันออกมาดูหลิวต้าหลางและน้อง ๆ เดินไปรอบหมู่บ้านโดยอุ้มมารดาของพวกเขาที่ว่ากันว่าป่วยหนักไว้บนหลัง ด้วยความตื่นเต้นราวกับว่ากำลังดูละครฉากหนึ่ง
คนตัวเล็กแบกนางไว้บนหลังไม่ไหว จึงต้องให้หลิวต้าหลางและหลิวเอ้อร์หลางช่วยกันแบกต่อไป
ดังนั้นในเที่ยวสุดท้าย ขาของหลิวเอ้อร์หลางจึงอ่อนแรง หลังจากมอบมารดาให้พี่ชายแล้ว เขาก็ทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นอย่างหมดแรง
หลิวต้าหลางกัดฟัน “ท่านแม่ ตอนนี้ท่านคงขึ้นไปบนูเาได้อย่างสบายใจแล้ว”
จากนั้นก็มองไปทางหลิวซานนี แล้วส่งสัญญาณให้นางรีบเดินมาหา
หลิวซานนีลังเล มือไม้สั่นเทา เศษผ้าที่นางถืออยู่เกือบร่วงลงพื้น เผลอส่ายหน้าให้พี่ชายโดยไม่รู้ตัว นางทำไม่ได้จริง ๆ
ไร้ประโยชน์?
หลิวต้าหลางทำสีหน้าเคร่งขรึม เขาวางหลินจิ่วเหนียงลง แล้วเดินไปหาหลิวซานนีเพื่อหยิบเศษผ้า
ตอนนี้เขาจะใช้เศษผ้าอุดปากนาง เพื่อที่นางจะได้เปิดปากสร้างภาระให้พวกเขาอีกไม่ได้
แต่ทันทีที่หันกลับมาเขาก็ต้องอ้าปากค้าง มองแม่ผู้ชราของเขายืนขึ้นจากพื้นด้วยความประหลาดใจ
ไม่…ไม่ใช่ว่าท่านแม่กำลังป่วยหนักใกล้ตายหรอกหรือ?
คนอื่นๆ ที่เห็นต่างก็ทำหน้าประหลาดใจเช่นเดียวกัน ชาวบ้านในหมู่บ้านทุกคนล้วนรู้ว่าหลินจิ่วเหนียงป่วยเกินกว่าจะลุกจากเตียงได้
ลูกๆ ที่นางเลี้ยงมาจนโต้าส่งนางไปยัง 'ถ้ำทิ้งคนชรา' แต่จู่ ๆ นางกลับยืนขึ้นได้ จนน่าสงสัยว่านี่เป็การฝืนทำหรือหายแล้วจริง ๆ?
และการกระทำต่อไปของหลินจิ่วเหนียงก็ทำให้ทุกคนใ
นางเดินไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบกิ่งไม้ขึ้นมากวัดแกว่งไปมาในอากาศสองสามครั้ง เสียงที่แหวกอากาศทำให้คนฟังรู้สึกขนลุก
หลินจิ่วเหนียงหันกลับมาชี้หน้าพวกเขา พร้อมกับถือกิ่งไม้ไว้ในมือ รอยยิ้มจางพลันปรากฏบนใบหน้า
“ข้าไม่เคยตีพวกเ้า แต่วันนี้ข้าทนไม่ไหวแล้ว”
หลังจากพูดจบ นางก็โบกกิ่งไม้ในมือฟาดไปยังหลิวต้าหลางผู้อยู่ใกล้ที่สุด
เด็กคนนี้เ้าของร่างเดิมรักและโปรดปรานเขามากที่สุด แต่เขากลับเป็คนที่ใจร้ายกับเ้าของร่างเดิมมากที่สุด
วันนี้หากนางไม่สอนบทเรียนเขาแทนเ้าของร่างเดิม ก็คงไม่เป็การยุติธรรมกับเ้าของร่างเดิม
เสียงกิ่งไม้กระทบเนื้อผสานกับเสียงกรีดร้อง หลินจิ่วเหนียงหน้ามืดฟาดแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“ท่านแม่ ท่านจะบ้าหรือ? โอ๊ย เจ็บ ท่านตีข้า ท่านตีข้าจริง ๆ” หลิวต้าหลางะโหลบไปรอบ ๆ ด้วยความอับอาย แต่ก็ไม่อาจหนีจากกิ่งไม้ในมือของหลินจิ่วเหนียงที่กระหน่ำฟาดอย่างเหี้ยมโหดได้ และกรีดร้องด้วยความเ็ป
หลินจิ่วเหนียงเย้ยหยัน กิ่งไม้ในมือของนางยังคงฟาดไปตามตัวเขา “เด็กน้อยเอ๋ย ข้าเป็ผู้ให้กำเนิดพวกเ้า ข้าทำงานหนักมากเพื่อเลี้ยงดูพวกเ้า คอยดูแลไม่ให้จมกองอึกองฉี่ แล้วพวกเ้าปฏิบัติต่อแม่แก่ ๆ ของเ้าอย่างไร? ข้าแค่เป็หวัดนิดหน่อย แต่พวกเ้ากลับจะส่งข้าไป 'ถ้ำทิ้งคนชรา' โดยพยายามทำให้ข้าอดตาย หมาป่าตาขาวจิตใจชั่วร้ายอย่างพวกเ้า ข้าจะทุบตีให้ตายไปเลย”
หลินจิ่วเหนียงดุด่ามากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งพูดมากเพียงใด นางก็ยิ่งเฆี่ยนตีรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
จู่ ๆ นางก็กลายเป็คนโหดร้าย ทำให้ทุกคนตกตะลึง มองนางด้วยสายตาเหม่อลอยและลืมขยับตัว
หลิวต้าหลางถูกฟาดจนสลบแน่นิ่งไป เมื่อเห็นาแบนร่างกายของเขา หลินจิ่วเหนียงก็พึงพอใจ จากนั้นมองไปที่หลิวเอ้อร์หลางและคนอื่น ๆ ด้วยรอยยิ้ม “ถึงตาพวกเ้าแล้ว เ้าพวกลูกอกตัญญู”
หลังจากพูดจบ นางก็หยิบกิ่งไม้ในมือฟาดหลิวเอ้อร์หลางและคนอื่น ๆ
โอ๊ย!
โอ๊ย!
โอ๊ย!
มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นไม่ขาดสาย
หลิวเอ้อร์หลางและน้อง ๆ ถูกหลินจิ่วเหนียงฟาดด้วยกิ่งไม้ จึงวิ่งไปรอบ ๆ พลางส่งเสียงร้องโหยหวน
คิดว่าวิ่งแยกกันคนละทิศทางแล้วจะมีประโยชน์หรือ?
หลินจิ่วเหนียงยกยิ้มเหี้ยมเกรียม ต้องจัดการทีละคน
ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวอีกต่อไป และออกมาห้ามหลินจิ่วเหนียง
“จิ่วเหนียง ข้ารู้ว่ามันผิดต่อเ้า แต่พวกเขาเป็ลูกของเ้า หากเ้ายังคงทำร้ายพวกเขาอีก เ้าจะต้องรู้สึกเสียใจเพราะตัวเอง เหตุใดต้องถึงกับทำร้ายพวกเขาด้วย” ป้าโจวส่ายหน้า ขณะพยายามคว้ากิ่งไม้จากมือของหลินจิ่วเหนียง
แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหลิวต้าหลางและหลิวเอ้อร์หลางที่ถูกฟาดจนสะบักสะบอม นางก็อ้าปากค้างทันที นี่มันสาหัสเกินไปแล้ว
สายตากล่าวโทษจับจ้องไปที่หลินจิ่วเหนียง “จิ่วเหนียง เ้า เ้าทุบตีแรงเกินไปแล้ว พวกเขากลายเป็เช่นนี้ก็ต้องโทษตัวเ้าเองที่ไม่สั่งสอนพวกเขาให้ดี”
หลินจิ่วเหนียงจับกิ่งไม้แน่น พลางแค่นเสียงเ็า “ดังนั้นข้าจึงจะสอนให้พวกเขากลับมาเป็ผู้เป็คนเดี๋ยวนี้ เ้าหยุดยุ่งเื่ของข้าได้แล้ว”
หลังพูดเช่นนั้น นางก็ปรี่ไปหาพวกของหลิวซานนีกับหลิวซื่อหลางที่กำลังกอดกันตัวสั่นงันงกอีกครั้ง
คนทั้งสามที่กำลังหวาดกลัวต่างล้มลงคุกเข่า พลางร้องไห้และสารภาพผิดต่อหลินจิ่วเหนียง แต่มันก็สายเกินไปแล้ว กิ่งไม้ในมือหลินจิ่วเหนียงฟาดลงมาใส่พวกเขาอย่างไม่ปรานี เสียงคร่ำครวญเ็ปดังขึ้นอีกครั้ง
“หยุดนะ!”
“หลินจิ่วเหนียง นังตัวซวย ข้าบอกให้เ้าหยุด ได้ยินหรือไม่!”
..............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
แม่เวอร์ชั่นโหดสำแดงเดชแล้วสิ พวกฝูงหมาป่าตาขาวน้อยจะสำนึกกันได้หรือยัง
ไหหม่า(海馬)