ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่588 พระราชวังโบราณ

         อี้เฉินครั้นเขาบินทะยานออกไปสืบเสาะหา ข่าวคราวในรอบหนึ่งปี เขาก็พบเจอ เข้ากับกลุ่มคนที่พูดคุยถึงเรื่อง ประตูหิน บานใหญ่ บริเวณภูเขาทองลูกใหญ่ ที่เด่นสะดุดตา ปลดปล่อยริ้วคลื่นบรรพกาล ราวกับหวนคืนยุคสมัยเบิกฟ้า ออกมาไม่ขาด

 


         ฝีเท้าของอี้เฉิน พลันหยุดชะงักในทันที เมื่อรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ จากคำพูดของพวกต่างดินแดน “หืม!! แล้วเหตุใดพวกเขา ถึงไม่เฝ้าหน้าประตูทางเข้าไว้เล่า เหมือนว่ามันจะมีกลิ่นตุๆ อย่างไรชอบกล”

 


         อี้เฉินเขามีสีหน้าครุ่นคิดอยู่ไม่น้อย แม้แต่ฝ่ามือยังยกขึ้นมาถูคาง อยู่หลายลมหายใจ ‘มันหมายความว่าอย่างไรกันหนอ หรือว่าพวกต่างดินแดน คิดจะวางแผนทำอะไรอีก’

 


        ในทันใดอี้เฉินก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ กล่าวพูดพึมพำ ออกมาด้วยความตกใจ “หรือพวกต่างดินแดนจะเปิดประตูหิน บานนั้นไม่ได้กัน แล้วที่เกาะฉลามวาฬแห่งนี้ ปรากฏขึ้นมา จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากเป็นเช่นนั้นจริง มันจะต้องมี มรดก ลับ หลับใหลอยู่ภายใน ภูเขาทองลูกนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย”

 


         อี้เฉินที่คิดจะหนีจากสถานที่แห่งนี้ไป เขาเปลี่ยนความคิดในทันใด อย่างไรเขาก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว หากได้พลัง ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง ขึ้นมาเพียงน้อยนิด เขาก็คิดจะลองเสี่ยงทำดู

 

ในฉับพลันอี้เฉินก็โบกฝ่ามือ ผ่าแยกมิติ เร่งการเดินทางไปยัง ภูเขาทองลูกใหญ่ในทันใด ภายในใจไม่มีความลังเล อยู่ในกรอบสายตาอีกต่อไป

 


        ..เพียงไม่กี่ร้อยลมหายใจ ร่างที่วูบไหวของอี้เฉินก็มาปรากฏ ยังภูเขาทองลูกใหญ่ ที่ส่งกลิ่นอาย ความน่าคร้ามเกรง ออกมาไม่ขาด ประหนึ่งว่ามันมาจากยุคสมัยเบิกฟ้า

 


        ก่อนอี้เฉินจะสืบฝีเท้าลงไป ยังบริเวณตีนเขา ปรายตามองประตูหิน บานใหญ่ อยู่ในกรอบสายตา ด้วยดวงตาคมกล้า หากเขาเปิดมันไม่ออก จะกลายเป็นความฉิบหาย ของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ที่เปิดเผยตัวตนออกมา

 


ลู่ซือจ่าน ครั้นรับรู้ถึงปลาตัวใหญ่ เข้ามาติดเบ็ด เขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง “ในที่สุด เจ้าก็โผล่หางออกมาแล้วสินะ อี้เฉิน”

 


คนอื่นๆ เองครั้นจับสัมผัสถึงอี้เฉินได้ ต่างก็ยกยิ้มขึ้นมากว้าง พร้อมกับสายตาผู้คน หลายคู่ จับจ้อง เฝ้ามองการกระทำของอี้เฉิน

 


        หลินจี ที่เห็นชายปกปิดตัวตน เตรียมจะเปิดประตูหิน นางเม้มริมฝีปาก แดงน้อยไว้จนแน่น “ไอ้เวรอี้เฉิน ใช่เจ้าจริงๆ หรือ? ข้าว่าข้าเตือนเจ้าแล้วนะ ว่าอย่าเข้ามา ภายในทะเลมืด ทว่าเหตุใด เจ้าไม่ถูกความมืด เข้ากลืนกินจิตใจกันเล่า”

 


        หลินจี สีหน้าแววตาของนางมีความประหลาดใจ อยู่ในกรอบสายตาไม่น้อย ทว่าบุรุษผู้นี้มักจะทำให้ นางคาดเดาอะไรไม่ได้ ครั้นนึกถึงยามที่นางถูกอี้เฉินจับตัวไป ในยามก่อน มันก็ทำให้ริมฝีปากของนาง แยกเขี้ยว เคี้ยวฟัน ออกมาด้วยความเดือดดาลในทันใด

 


         แต่ในชั่วขณะฝ่ามือของนาง กับผู้คนโดยรอบที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ ต่างก็กำหมัดกันไว้จนแน่น เมื่อเห็นภูเขาทอง สูงตระหง่าน จู่ๆ ส่วนยอดปลายแหลมก็ปรากฏ แสงสีทองขึ้นมาจนพร่างพราว ก่อนแสงศักดิ์สิทธิ์ จะพุ่งขึ้นแหวกหมู่เมฆ ขึ้นไปเหนือสวรรค์ชั้นฟ้า จนกลายเป็นจุดสนใจ ของผู้ยิ่งใหญ่ที่กวาดสายตามองทอดยาว ออกมาในทันใด

 


         เพียงอี้เฉินออกแรงเปิดประตูไม่มาก บานประตูหินก็ค่อยๆ เปิดขึ้นปรากฏประตูมิติขึ้นมา ในกรอบสายตาอี้เฉิน พร้อมกับภูเขา ทองลูกใหญ่ที่สั่นไหว โยกคลอนไม่หยุด ปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ แหวกสวรรค์ชั้นฟ้าดังก้องออกมา เนืองๆ ไม่มีท่าทีว่าจะหมดแสงลง ทว่าเสาแสงค้ำฟ้านั้น อี้เฉินเหมือนได้เห็นร่างเงาจักรพรรดิ โบราณผู้หนึ่ง ฉายทอดยาวลงมาก็มิปาน

 


        “ประตูหิน บานใหญ่ เปิดออกแล้ว พวกเรารีบตามมันไปเร็วเข้า” ครั้นผู้คนเห็นอี้เฉิน สืบฝีเท้าเข้าไปภายในประตูมิติ หลายคนต่างก็เริ่มเคลื่อนไหว หมายมั่นจะเข้าไปช่วงชิงสมบัติ ล้ำค่าภายใน

 


         เสียงฟึบ!! ฟึบ!! ฟึบ!! ของผู้คนที่สืบฝีเท้า ดังก้องออกมาไม่ขาดสายในทันใด ส่งให้บริเวณทางเข้า มรดกสืบทอด เกิดความชุลมุนวุ่นวายไม่น้อย แม้แต่การช่วงชิง ที่จะเข้าไปภายในประตูมิติ ยังมีให้เห็น

 


        ก่อนเสียงชายหนุ่ม ผู้หนึ่งจะแค่นเสียง ออกมาดังก้อง เมื่อเห็นประตูมิติค่อยๆ ปิดตัวอย่างรวดเร็ว “ประตูมิติ เริ่มจะไม่เสถียรแล้ว รีบเข้าไปด้านในเร็วเข้า”

 


        ในฉับพลันผู้คนโดยรอบ ต่างก็ช่วงชิงที่จะเข้าไป ภายในมรดกสืบทอด กันอย่างไม่คิดชีวิต จนเกิดการต่อสู้ ตะลุมบอนครั้งใหญ่ ส่งให้ผู้ที่อ่อนแอ ริมฝีปากกระอักเลือด ถอยกรูด จากบริเวณนั้นในทันใด

 


        แม้แต่ผู้อาวุโสตายตก ยังมีให้เห็น ส่งให้รอบบริเวณตีนเขา เต็มไปด้วยโลหิตสาดกระเซ็น แต่งแต้มจนแดงฉาน ส่งกลิ่นอายคาวเลือดความตาย ลอยออกมาคละคลุ้ง

 


         ก่อนที่ประตูมิติ จะค่อยๆ ปิดตัวลงไป อย่างสมบูรณ์ ทำให้ผู้คนมากกว่า7ส่วน ไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ มีเพียง3ส่วนเท่านั้น ที่ผ่านเข้าไปได้ ผู้คนภายนอกเหล่านั้น ต่างก็ใบหน้าบึ้งตึง มองปราดเดียวก็รับรู้ได้ถึง โทสะของพวกเขา เพียงแค่พวกเขา มาช้าไปก้าวเดียวเท่านั้น ก็ทำให้เวลาที่รอคอยมาร่วมปี ศูนย์เปล่าในทันใด ก่อนพวกเขาจะจากไป ด้วยใบหน้างอคอตก รู้สึกเสียดาย กันอยู่ไม่น้อย

 


ด้านอี้เฉินที่เข้าไป ภายในมรดกสืบทอด พร้อมกับกลุ่มคนต่างดินแดนไม่น้อย ร่วมร้อยชีวิต

 


          พวกเขาต่างก็ตกตะลึง กับภาพที่อยู่เบื้องหน้า ของพวกเขากันทั้งสิ้น เมื่อเห็นพระราชวังโบราณ ใหญ่โต เก่าแก่ทรุดโทรมอยู่ไม่น้อย ทว่าด้านข้างทางเดิน ที่ทอดยาวออกไปยาว จนถึงห้องบัลลังก์ด้านใน กลับเต็มไปด้วยหีบสมบัติล้ำค่า วางกองเต็มไปหมด

 


           จนแววตาของพวกเขา ฉายแววประกายความโลภ ขึ้นมาอยู่ในกรอบสายตาในทันใด ไม่ว่าจะเป็นเงินตรา เครื่องประดับแวววาว ชุดเกาะ อาวุธ แม้กระทั่ง ถ้วยทองแดงสำริด กระถางโบราณ หินศิลา หินแร่ล้ำค่า ยังมีให้เห็นบนกองสมบัติ ส่งให้โดยรอบเกิดการแย่งชิง ขึ้นมาในทันใด

 


          แม้แต่ ลู่ซือจ่านยังไม่อาจหักห้ามสายตาได้ เมื่อเขาเห็นหอกสีเงิน เต็มไปด้วยเกล็ดมังกร ครั้นเขาดึงมันขึ้นมาไว้ในฝ่ามือ ก่อนจะคลี่ยิ้ม มันออกมากว้าง เมื่อตรวจดู รับรู้ว่าศาสตราวุธที่เขาถือ อยู่ในขั้นเซียน ขั้นสุด พลานุภาพเกือบจะไปแตะ อยู่ในอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ

 


          หลินจี ที่เห็นกลุ่มคนเอาแต่โลภมาก เลิกสนใจอี้เฉิน ไปเสียอย่างนั้น มันก็ทำให้นางส่ายหัว แค่นเสียงแข็งกร้าว ออกมาเตือนสติ ผู้คนในทันใด “อี้เฉินมันเข้าไป ภายในส่วนลึกแล้ว ไม่แน่ด้านในอาจจะมี ของล้ำค่าอยู่ก็เป็นได้ เราจะปล่อยให้มัน ช่วงชิงของล้ำค่าไปเช่นนั้นหรือ?”

 


         ลู่ซือจ่าน ที่ได้สติกลับมา เขาพยักหน้ารับคำหญิงสาว ก่อนจะสืบฝีเท้า เข้าไปภายในห้องบัลลังก์ คนอื่นๆ ที่ได้ของล้ำค่าติดไม้ติดมือมาบ้าง พวกเขาต่างก็ตามกันเข้าไปดู ด้านในมีของล้ำค่าใด รอพวกเขาอยู่กันแน่

 


        ด้านอี้เฉินที่เข้าไปถึงห้องบัลลังก์ก่อนใครอื่น เขาถึงกับหน้ามืดทะมึน เมื่อรอบๆ เต็มไปด้วย สมบัติของล้ำค่า ของนอกกายเขาทั้งสิ้น ไม่มีอะไร ที่เขาต้องการเลยแม้แต่น้อย ร่างกายอี้เฉินพลัน โซเซ หมดเรี่ยวแรง ขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ ใจกลางห้องโถง ด้วยความเสียดายในทันใด

 


        ทว่าในเสี้ยวพริบตา ที่อี้เฉินนั่งลงบนบัลลังก์ เขารู้สึกว่าเขาทับอะไรบางอย่างเข้า ทำให้อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อรับรู้ว่า มันคือวิชาสมบัติกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ที่สมบูรณ์ เขาจึงลองพยายามศึกษามันดูในทันใด รับรู้ได้เลยว่านี่คือวิชา สมบัติ ระดับ ชั้นฟ้าอย่างไม่ต้องสงสัย

 


        กลุ่มคนที่เข้ามาภายในส่วนลึก ในไม่กี่ชั่วอึดใจ พวกเขาต่างก็หน้ามืดทะมึน เมื่อเห็นอี้เฉินนั่งบนบัลลังก์ ด้วยใบหน้าสิ้นหวัง เล่นละครตบตาพวกเขา ทว่าอี้เฉินก็ยังแฝงไว้ด้วยความโอหัง ที่กล้าไปนั่งบนบัลลังก์ ขององค์จักรพรรดิโบราณ



        ลู่ซือจ่าน เขาแค่นเสียงแข็งกร้าวออกมาในทันที “ไอ้เวรอี้เฉิน เหมือนว่า เจ้าจะถึงทางตัน ไม่มีที่ให้หนีแล้วสินะ เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ยังไม่รีบลงมาจากบัลลังก์นั้นอีก”

 


        เฉินหมิง เขาเองก็แค่นเสียงดุขึ้นมาสบถด่า อี้เฉินเช่นกัน “อี้เฉิน วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า   ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้าให้หมด พร้อมทบต้นทบดอก ให้เจ้าเลย”

 


อี้เฉิน กล่าวเสียงเรียบออกมาในทันที เมื่อมีคนมารบกวน ตัวเขาในยามนี้ “พวกเจ้าน่ารำคาญ จริงๆ ข้ากำลังครุ่นคิดอยู่ไม่เห็น หรืออย่างไร”

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน