รักข้ามรั้ว

    ตอนที่22...รุ่นพี่ลูกจ้างใหม่ร้านกาเเฟ

    ฐิติกร วิรัตนาพันธ์(ดรีม)หนุ่มหล่อสุดเท่มาดเข้มนิสัยดีเรียนคณะวิศวะปี3รุ่นพี่ที่ปุณณ์เเละคีย์

    ร้านกาเเฟ

    เเม่ปุณณ์พึ่งจะได้พักเพราะเริ่มซาคนเเล้วจึงนั่งพัก

    หน้าร้านกาเเฟ16.00น.

    "เดี๋ยวๆพวกมึง"ร่างสูงหน้าตาคมคายมองป้ายรับคนหน้าร้าน

    "ทำไมเหรอไอ้ดรีม"

    "กูจะเข้าไปสมัครงานร้านกาเเฟ"

    "เอองั้นพวกกูกลับก่อนนะโชคดีนะเว้ยเจอกันพรุ่งนี้"

    "อืม"ดรีมเอ่ยพอเพื่อนเดินพ้นไปเเล้วเขาจึงตัดสินใจผลักประตูเข้ามา

    เสียงกริ๊งๆๆหน้าร้านเเม่ปุณณ์เลยหันไปตามเสียง

    "คอฟฟี่บายสวัสดีจ๊ะ รับอะไรดีค่ะ"

    "ผมมาสมัครงานครับเห็นป้ายจากหน้าร้าน"ดรีมยิ้มๆ

    "อ่อนั่งสิ มาคุยกัน"เเม่ปุณณ์เอ่ยเริ่มซักประวัติ

    "ทำอะไรได้บ้างหละเราชงกาเเฟได้มั้ย เเล้วเราหนะชื่ออะไร"

    "ทำได้ครับ ผมชื่อดรีมหนะครับ"

    "เเล้วงานอื่นๆหละนอกจากชงกาเเฟ"

    "ทำได้หมดครบผมสู้งาน"

    "เดี๋ยวเสื้อนิสิตเราคุ้นมากเรียนที่ไหน"

    "นี่ครับ"เขาชี้ไป

    "เอ้าเรียนมหาลัยเดียวกับลูกป้าเลยเรียนคณะไหนเรา"

    "วิศวะปี3ครับ"

    "คณะเดียวกันเลยลูกป้าเรียนวิศวะปีหนึ่งอีกเเป๊บเดี๋ยวก็มารอเจอเเล้วกันป้าจะให้ลูกช่วยตัดสินใจรอได้มั้ย"

    "รอได้ครับ"ดรีมตอบโดยไม่ลังเล"เเม่ปุณณ์ยิ้มให้เเล้วเดินไปที่เค้าเตอร์ส่วนดรีมนี่งรออยู่ที่โต๊ะเเบบเงียบๆเลื่อนมือถือเช็กดูอะไรไปรอเวลา

    หน้าตึกวิศวะฯ3หนุ่มมารอรุ่นน้องอยู่สักพักได้เเล้ว

    "นี่มึงไอ้ทิน"

    "ว่างัย"

    "กูถามจริงมึงชอบน้องมันหรือเปล่า"

    "ยังไม่เเน่ใจ"

    "เเสดงว่ามึงไม่ได้ชอบ เเล้วมึงจะรออะไรวะ"ธารเอ่ยถาม

    "กูรอเวลาที่เหมาะๆอยู่เอาเป็๞ว่าเอาไว้ก่อนละกันกูไม่กล้า"

    "เเปลกคนอย่างมึงนี่นะไม่กล้า ใช่มึงตัวจรืงปะวะเนี่ย"อินเอ่ยเเบบไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนรักจะเปลี่ยนไปขนาดนี้

    "เ๹ื่๪๫ของกูเหอะ"ทินเอ่ย

    "คุยอะไรกันครับ"คีย์ยื่นหน้ามาถามข้างๆธาร

    "เชี้ย อะไรของมึงเนี่ย ชิดกว่านี้ระวังกูจับมึงจูบนะ""ธารเอ่ยเชิงทีเล่นทีจริง คีย์ถึงกับเหวอไปเลยอินทำตาปริบๆมองเพื่อน

    "พูดเหี้ยไรวะพี่เมายากันยุงเหรอ"

    "พี่ธารพี่..."

    "กูพูดเล่นก็เเมร่งโผล่มาใกล้ๆเเบบนี้ทุกทีนี่เเมร่งชอบโผล่มาใกล้กู"

    "มึงชอบน้องคีย์เหรอไอ้ธาร"ทินถามออกไปตรงๆ

    "คิดเอาเองเว้ย"ธารไม่ตอบเดินไปเลย

    "พี่ทิน พี่ธารเขาชิ้งไปเเล้ว"

    "ไอ้คีย์มึงไม่ตามไปถามมันหละ"

    "ไม่ดีกว่าอยู่ห่างๆดีเเล้วผมไม่อยากถูกกิน ผมเดินนำหน้านะพี่กับปุณณ์ได้คุยกัน"

    "เออ"ทินเอ่ยคีย์จึงเดินไปทินเหลือบมองคนตัวเล็กก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดถามออกไป

    "ไอ้ปุณณ์"

    "ครับพี่ทิน"

    "ถ้ามีคนโกหกมึงมึงจะรู้สึกอย่างงัยวะ"

    "คงเสียความรู้สึกอะพี่ผมไม่ค่อยชอบคนโกหกหนะครับ"ทินถึงกับนิ่งไปมองคนตัวเล็ก

    "งั้นเหรอ"...ทำไงดีวะ...ทินคิดสีหน้าเคร่งไป

    "พี่ทินเป็๲อะไรเหรอครับไม่สบายหรือเปล่า"ปุณณ์ถามไม่พอมือเล็กอังที่หน้าผากเขา

    "กูไม่ได้เป็๞อะไรไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้"

    "เราเป็๲เเฟนกันไม่ใช่เหรอครับถ้าผมจะห่วงก็ไม่เเปลก"คนตัวเล็กพูดพรางยิ้มกว้างความน่ารักของคนตรงหน้าทำให้คนหน้าตึงยิ้มที่มุมปาก

    "เออ"เขาเอ่ยยีผมคนตัวเล็กคนถูกยีผมจับมือเขาไว้

    "ผมเสียทรงหมดทำไรครับ"

    "ยีผมเเฟนกูผิดมั้ยหละ"

    "ไม่ผิด"ปุณณ์ยิ้มให้เเล้วจับมือทินให้เดินตามไปทินมองมือเล็กก่อนจะยิ้มเล็กออกมาที่มุมปากความรู้สึกของเขาตอนนี้มีเเต่รอยยิ้มเท่านั้น เขาเห็นคนตัวเล็กยิ้มเเต่ละครั้งมันทำให้เขาผ่อนคลายลงเเต่ก็เพียงเเค่พักเดียว ยิ่งปุณณ์ดีกับเขาเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นเช่นกันเลยใจไม่กล้าจะบอกความจริงหรือบอกเลิกออกไปตอนนี้

    20นาทีต่อมาข้างรานกาเเฟ

    ทินจอดรถทุกคนลงมาจากรถเดินเข้าร้านกาเเฟ

    "บรรยากาศโคตรดี"อินเอ่ย

    "ตกเเต่งสวยหวะ"ธารเอ่ยชมสมทบ

    "สวยอะ เดี๋ยวนะมีลูกค้าเหรอ"คีย์พูดพร้อมสะกิดปุณณ์

    "เอ้าปุณณ์มาเเล้วเหรอลูก"

    "เเม่หวัดดีครับ"คีย์เอ่ย

    "ตาคีย์ไม่ค่อยเจอหน้าเลยนะลูกมานั่งมาตาทินมานั่งด้วยนะมา ปุณณ์ช่วยเเม่ชงกาเเฟให้ทุกคนที"

    "หวัดดีครับเเม่"ทิน อิน ธารเอ่ยพร้อมกันเเม่ปุณณ์ยิ้มให้อย่างเป็๞กันเอง

    "ครับเเม่เเล้วที่นั่งหันหลังใครหนะครับลูกค้าเหรอครับ"

    "ไม่ใช่ลูกค้าเค้ามาสมัครงานหนะเห็นว่าเรียนคณะเดียวกับลูกด้วยอยู่ปี3"

    "รุ่นพี่ผมเหรอครับใคร งั้นผมเดินไปทักก่อนนะอยากรู้ผมจะรู้จักมั้ย"

    "ไปสิลูก"ปุณณ์เดินเข้ามาถามคนนั่งใส่หูฟังฟังเพลงอยู่

    "พี่ครับ"รอบที่1เงียบ

    "พี่ครับได้ยินผมมั้ย"ก็ยังเงียบอีกปุณณ์จึงดึงหูฟังเขาออกคนนั่งถึงกับชะงักเเล้วหันมา

    "เห้ย....พี่ดรีม"

    "น้อง ปุณณ์ใช่มะ"

    "ครับ"

    "ใครเหรอปุณณ์"คีย์รีบเดินมาดูใกล้ๆ3หนุ่มหันมามองเเม่ปุณณ์ก็เหลือบมองเช่นกันเหมือนรอฟังลูกชายคุย...ดีถ้ารู้จักกันเเบบนี้ก็รับไว้น่าจะวางใจได้เเล้ว